พิมพ์หน้านี้
|
นายประหยัด เสมวิรัช ทนายความกลุ่มประชาชนผู้เลี้ยงสุนัข กล่าวว่า ได้เดินทางไปยื่นฟ้องร้องศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาระงับและเพิกถอนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร (กทม.) เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2548 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการออกข้อบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสร้างภาระให้กับประชาชนทั่วไปที่เลี้ยงสุนัข นายประหยัด กล่าวว่า กทม.ประกาศข้อบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนนำสุนัขไปจดทะเบียนฝังไมโครชิพ พร้อมบันทึกรายละเอียด รูปพรรณสัณฐาน ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในพื้นที่ กทม. โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 5 ก.ค. ซึ่งจะทำให้ผู้ครอบครองสุนัขและผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของสุนัข แต่ให้การเลี้ยงดูสุนัขต้องรับผิดชอบหากกระทำผิดข้อบัญญัติ โดยจะถูกปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่มีความเป็นธรรม นายประหยัด กล่าวว่า การฝังไมโครชิพมีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้เจ้าของสุนัขรับผิดชอบต่อสุนัขที่อยู่ในการดูแล ไม่ปล่อยทิ้งไว้ตามที่สาธารณะจนกลายเป็นสุนัขจรจัดและเป็นภาระสังคม แต่ขณะนี้ กทม.ยังไม่มีความพร้อมทั้งในด้านอุปกรณ์ บุคลากร และระบบฐานข้อมูล ขณะเดียวกันก็ไม่ครอบคลุมถึงการทำหมัน ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการควบคุมปริมาณสุนัข ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง กทม.ยังไม่สามารถจัดระบบการฝังไมโครชิพได้อย่างครบวงจร เพราะยังขาดอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องสแกน ระบบเครือข่ายฐานข้อมูล ระบบติดตามแบบจีพีเอส ส่งผลให้ไม่สามารถตามหาเจ้าของสุนัขได้ ขณะที่ในต่างประเทศจะใช้วิธีการฝังชิพควบคู่ไปกับการทำหมัน ซึ่งจะสามารถควบคุมปริมาณสุนัขได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า นายประหยัด กล่าว น.ส.บุณฑริกา ประสงค์ดี อดีต สก.เขตลาดพร้าว พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ข้อบังคับดังกล่าวไม่เป็นธรรมเพราะประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฝังชิพสุนัขถึงตัวละ 300-500 บาท โดยผู้ที่มีสุนัขในครอบครองจำนวนมากจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ และก่อให้เกิดปัญหาการทอดทิ้งสุนัข หรือปล่อยไว้ตามที่สาธารณะจนกลายเป็นสุนัขจรจัดในที่สุด ถ้าจะบังคับใช้ข้อบัญญัตินี้ กทม.ควรมีนโยบายสำหรับรองรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่ผลักภาระไปให้ผู้เลี้ยงรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้พื้น กทม.มีสุนัขบ้านและสุนัขจรจัดรวมกว่าล้านตัว โดยเท่าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจ พบว่าประชาชนยังไม่ทราบถึงการประกาศใช้ข้อบัญญัติดังกล่าวอย่างทั่วถึง ฉะนั้นตาสีตาสาที่ไม่ได้นำสุนัขไปฝังชิพก็จะถูกปรับถึงตัวละ 5,000 บาท น.ส.บุณฑริกา กล่าว น.ส.บุณฑริกา กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดที่มีประสิทธิภาพคือ ควรควบคุมด้วยการทำหมันสุนัข ควบคู่กับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า โดยที่ผ่านมา กทม.ยังแก้ปัญหาไม่จริงจัง อีกทั้งขาดแคลนสัตวแพทย์ เวชภัณฑ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ด้าน นพ.สิทธิสัตย์ เจียมวงศ์แพทย์ รองปลัด กทม. กล่าวว่า การออกข้อบัญญัติดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายจัดระเบียบสังคม เพื่อแก้ปัญหาสุนัขจรจัดที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนทั่วไป โดย กทม.ได้ดำเนินการตามกฎหมายถูกต้องทุกประการ เจ้าของสุนัขยังไม่ต้องกังวล หากไม่ปล่อยให้สุนัขออกไปสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนรอบข้างก็ไม่จำเป็นต้องฝังชิพ เพราะ กทม.จะไม่บุกเข้าไปตรวจค้นถึงในบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ กทม.มีนโยบายลดปริมาณสุนัขจรจัดด้วยการทำหมัน ส่วนสุนัขที่มีเจ้าของ กทม.ได้ให้บริการฝังไมโครชิพฟรี 5 หมื่นตัว และในอนาคตจะมีการสั่งไมโครชิพเพิ่มอีก 5 หมื่นชิ้น นพ.สิทธิสัตย์ กล่าว |