พิมพ์หน้านี้
|
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พระเอกคือการแสวงหาความร่วมมือจากคู่ความ สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทขึ้นในศาลยุติธรรมทุกศาลชั้นต้นทั่วประเทศ เพื่อช่วยไกล่ข้อพิพาทในคดีแพ่งและในคดีอาญาเฉพาะความผิดอันยอมความได้ นับเป็นก้าวใหม่ที่ช่วยร่นระยะเวลาในการปิดคดี ลดค่าใช้จ่ายของคู่ความ ส่วนศาล ท่านจะได้มีเวลาเหลือไว้พิจารณาคดีอื่นๆที่ยังคงค้างคาให้เสร็จสิ้นไปโดยรวดเร็ว คงไม่มีคู่ความฝ่ายใดชอบความเหนื่อยยาก ยอมเสียสละเวลาเงินทอง และอยากเพิ่มความเครียดให้รุมเร้าอยู่ในอก และคงไม่มีคู่ความฝ่ายใดที่ชอบท้าทายกับความเสี่ยงที่จะไปเผชิญกับความไม่แน่นอนว่าจะแพ้หรือชนะคดี นอกเสียจากไม่มีทางเลือกใดจริงๆ หลักการสำคัญของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คือการ เชื้อเชิญ คู่ความที่มีข้อพิพาทอยู่ในศาลมาจับเข่าพูดคุยปรึกษาหารือกัน หาทางออกให้กันและกัน โดยเสนอทางเลือกที่ดีกว่า ภายใต้คำขวัญที่กล่าวว่า ไม่มีผู้แพ้ ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีผู้สูญเสีย มีแต่ได้ด้วยกันทุกฝ่าย หากทำได้เช่นนี้แล้ว รับประกันได้เลยว่า การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีนั้นๆจะสำเร็จบรรลุเป้าหมาย สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันได้ ในที่สุด หากคู่ความตกลงกันได้ โดยยอมผ่อนหนักผ่อนเบาให้แก่กัน ยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลเพียงแต่ตรวจดูสัญญาประนีประนอมยอมความว่า เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้วศาลจะพิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความและออกคำบังคับให้คู่ความปฏิบัติตาม ฉะนั้น นอกจากคู่ความจะตกลงกันได้แล้ว ศาลต้องตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและต้องเป็นสัญญาที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนด้วย หาไม่แล้ว ศาลจะไม่ยอมพิพากษาและออกคำบังคับให้ ทำให้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไร้ผลไปโดยปริยาย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท มีนิติกรของสำนักงานศาลยุติธรรมคอยให้ความช่วยเหลือ ส่วนคณะผู้ไกล่เกลี่ยมาจากบุคคลภายนอกที่อาสาเข้ามารับใช้สังคมโดยไม่มีค่าตอบแทน ซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ อาจจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปบ้าง ทุกท่านที่อาสามารับใช้เช่นนี้ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่ผู้เขียนเข้าร่วมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีในฐานะทนายความของคู่ความแต่ละฝ่ายนั้น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจะประสบผลสำเร็จเป็นที่พอใจของคู่ความหรือไม่นั้น นอกจากจะมีองค์ประกอบอื่นๆที่เอื้ออำนวยไปในทางที่ดีแล้ว ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ดี ทัศนคติในทางบวกของผู้ไกล่เกลี่ยที่มีต่อคู่ความและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ความเชี่ยวชาญในการนำเสนอและการแก้ไขปัญหาของคณะผู้ไกล่เกลี่ย รวมถึงความน่าเชื่อถือในความประพฤติส่วนตัว และภูมิหลังของผู้ไกล่เกลี่ยมีความสำคัญเป็นอย่างมากในผลสำเร็จของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของทุกสำนักงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ควรตระหนักในภาระหน้าที่หลักเป็นสำคัญ นั่นคือ การอำนวยความยุติธรรมให้กับผู้มีอรรถคดี ฉะนั้นการรับสมัครและคัดเลือกอาสาสมัครผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อย่าได้หวังผลในเชิงปริมาณ ต้องขัดเกลา กลั่นกรอง เอาผู้ที่มีความเหมาะสมทั้งในด้านวิชาการ ความรู้ความสามารถ สติปัญญา วุฒิภาวะทางอารมณ์ ตลอดจนความประพฤติส่วนตัวของผู้ไกล่เกลี่ยประกอบด้วย มิใช่เห็นว่าเป็นเพียงผู้มีชื่อเสียง ประสพความสำเร็จในการทำมาหากิน เป็นที่รู้จักของสังคม แล้วจะทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ดีได้ โปรดอย่าลืมว่า ความน่าเชื่อถือในวิถีชีวิต เกียรติประวัติและภูมิหลังของผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คือสิ่งแรกที่คู่ความมักรับรู้และตรวจสอบได้ อย่าลืมว่าระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นระบบที่คู่ความทั้งสองฝ่ายต้องสมัครใจ เดินเข้ามาในห้องไกล่เกลี่ย หากคู่ความมาเผชิญหน้ากับผู้ไกล่เกลี่ยที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ไม่น่าไว้วางใจเสียแล้ว ก็ยากนักที่การไกล่เกลี่ยในคดีนั้นจะบรรลุผล หากท่านเป็นคู่ความในคดี เมื่อตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องไกล่เกลี่ย แล้วต้องพบกับผู้ไกล่เกลี่ยที่ไม่น่าประทับใจ ตรวจพบความประพฤติส่วนตัวที่ไม่พึงประสงค์ มีประวัติหรือภูมิหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ ท่านจะทำอย่างไร? ส่วนผู้เขียน ในฐานะทนายความ ควรแจ้งให้ลูกความทราบว่า เขามีสิทธิโค้งคำนับงามๆหนึ่งครั้ง แล้วเดินออกจากห้องไกล่เกลี่ยไป. ธัญศักดิ์ ณ นคร Thanyasak_thailand@thaimail.com (ตีพิมพ์ใน มติชนรายวันวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2548)
|
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||