• ทนายแต๊ก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thanyasaK_thailand@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 100
  • จำนวนผู้ชม : 15160
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
เมื่อประชาธิปัตย์ต้องสู้กับ เงา ของทักษิณ
Posted by ทนายแต๊ก , ผู้อ่าน : 154 , 14:35:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


 ผมเป็นคนปักษ์ใต้   เลยมีพรรคพวกเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มากหน้าหลายตา  บางท่านไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ก็เป็นยิ่งกว่าสมาชิก คือเป็นแฟน “พันธุ์แท้”ของประชาธิปัตย์

         นอกจากมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นสมาชิกพรรค และหลายคนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคเก่าแก่ที่ชื่อว่า "ประชาธิปัตย์" แล้ว  นายหัวของผม ซึ่งผมฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกวิชาว่าความให้ผม เป็นถึงรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือท่านวิทยา แก้วภราดัย อันเป็นที่เคารพรักของชาวเมืองคอน

          ซึ่งปัจจุบันท่านรองวิทยา แก้วภราดัย ทำหน้าที่รัฐมนตรีเงาอยู่ด้วย

           ย้อนหลังไปสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่รามคำแหง ประมาณ ปี2526-2530 ผมกับเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคน เคยร่วมกิจกรรมในนาม "ยุวประชาธิปัตย์" และช่วยรณรงค์เลือกตั้งหลายครั้งหลายครา เดินเข้าออกพรรคนี้เป็นว่าเล่น

             สมัยนั้น ที่ทำการพรรคยังคับแคบ  รั้วที่ทำการอยู่ติดกันกับบ้านอดีตจอมพลท่านหนึ่ง ซึ่งเรืองอำนาจยุคก่อน 14 ตุลา 16 นั่นแหละ

                ถ้าจะว่าไปแล้ว ผมก็แฟนพันธุ์แท้ของพรรคคนหนึ่งเช่นกัน

                ฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นใดของผมต่อไปนี้ มีหลักประกันว่า ไม่มีทางเลยที่จะมีอคติกับพรรคประชาธิปัตย์   ขอให้แฟนพันธุ์แท้ ชนิด "หลับหู หลับตา เชียร์" อย่าได้ใส่ร้ายผม ว่ามี "อคติ" อย่างเด็ดขาด

                เมื่อผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ย่อมไม่ชอบ “ไทยรักไทย “  “พลังประชาชน”  และพรรคอื่นๆแทบทุกพรรค

               ทีไม่ชอบ เพราะมีเหตุผลรวมๆหลายประการครับ  เช่น..  พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ครับ..

                1.เป็นพรรคเฉพาะกิจ เกิดมาเพราะบารมีของหัวหน้าพรรค และดับไปพร้อมความเสื่อมถอยของหัวหน้าพรรค  แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยล้มหายตายจากไปพร้อมหัวหน้าพรรค มีบุคคลกรของพรรค รองรับภาระกิจมาโดยตลอด

                 2.เป็นพรรคของนายทุน ขุนศึก กล่าวคือพรรคอื่นๆ เกิดมารองรับนายทุน และขุนศึก ศักดินาที่จะมาเล่นการเมือง แต่พรรคประชาธิปัตย์ พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง คือไม่จำเป็นต้องเป็น “นายทุน”  หรือ “ขุนศึก” ก็ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคได้ ดูท่านชวนเป็นตัวอย่าง พูดง่ายๆ พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนด้วยนักการเมืองอาชีพ  ส่วนกลุ่มทุนสนับสนุน  ต้องอยู่ข้างหลัง ห้ามนำพรรคเด็ดขาด หากจะเข้ามาบ้าง ก็สามารถรักษาสัดส่วนนักการเมืองอาชีพเอาไว้ได้ มิให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป

                  3.พรรคการเมืองอื่นๆ สื่อสารกับสังคมไม่เก่ง ไม่เครียร์ ดูเสมือนไม่โปร่งใส แต่พรรคประชาธิปัตย์สื่อสารทางการเมืองได้ดีกว่า เมื่อพูดให้สังคมเข้าใจได้ จะผิดถูกอย่างไร ก็มิใช่เรื่องสำคัญ การสื่อสารที่มีเนื้อหาดี แต่อู้อี้ในลำคอจนสังคมฟังไม่รู้เรื่อง  ก็ไม่มีประโยชน์ เช่น ท่านพลเอกเชาวลิตรฯ ท่านเป็นคนดี มีความคิดที่เป็นเลิศ แต่พูดกี่ครั้งๆ คนก็ไม่รู้เรื่อง แม้แต่ผมยังไม่ชอบฟังท่านพูดครับ ชอบอ่านที่ท่านเขียนหรืออ่านจากสื่อที่สรุปมาให้อ่านจะดีกว่า

                  นอกจาก 3 ประเด็นหลัก คงไม่มีอะไรที่ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นขวัญใจของผม และของคนอื่นๆอีกด้วย

                  แต่ปัจจุบัน สังคมเปลี่ยนไป  ผู้คนมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น  ช่องทางสื่อสารและการรับรู้ของคนมีมากขึ้น ทัศนคติและค่านิยมของประชาชนที่มุ่งหวังต่อนักการเมืองเปลี่ยนไปมาก

                 ที่สำคัญ.....คู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เปลี่ยนไปแล้วครับ

                  คู่ต่อสู่ของพรรคประชาธิปัตย์ มี 2 อย่าง

                  1.พรรคการการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เดิมพรรคประชาธิปัตย์  มีคู่ต่อสู้บนเวทีการเมือง เป็นพรรค เฉพาะกิจ ไร้ชั้นเชิงทางการเมือง เพราะเป็นประเภท พ่อค้า หรือทหาร ที่อยากมาเล่นการเมือง บางคนพูดไทยยังไม่ชัด บางคนติดยึดกับระบบราชการทหาร  กลุ่มการเมืองพวกนี้จึงเป็นได้แค่ "เป้า" ให้ ประชาธิปัตย์ซัดเสียจนอ่วมอรทัย

                   แต่ปัจจุบัน ...มิใช่อดีต.... ปัจจุบัน ทุนทักษิณ...ร่วมหัวจมท้ายกับทุนใหญ่อื่นๆ พวกนี้นอกจากมีเงินทุนหนาแล้ว ยังพูดไทยชัด พูดภาอังกฤษคล่อง แถมเข้าใจภาษาโลกด้วย ภาษาโลกคือ  การบริหารจัดการที่เป็นวิทยาศาสตร์ ครับ มีการตลาด การประชาสัมพันธ์ มีการวิจัย  (มิใช่การวิจารณ์นะครับ)

                  2.ความต้องการของสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ในอดีต คนไทยส่วนมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์  เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของปัจจเจกชนได้น้อย  ผู้มีอำนาจรัฐและผู้กุมสื่อ จึงตอบสนองให้เฉพาะชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง (เนื่องจากมีพลังทางการเมืองที่แท้จริง) คนเหล่าได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  ส่วนคนชั้นล่าง แม้ได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์ ก็ได้ไปอย่างไม่เป็นธรรม แต่ก็สามารถใช้ความเหนือกว่าตบตาให้เห็นว่าได้จัดสรรไปอย่างเป็นธรรมแล้ว

                  แต่ปัจจุบัน....สังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ชนชั้นล่างอันต่ำต้อย..ที่เรียกกันว่า “รากหญ้า”  ผู้ไม่เคยได้รับแบ่งปันโภคทรัพย์อย่างชนชั้นกลาง และชนชั้นสูงมาก่อน   เมื่อทักษิณ  ประกาศนโยบายเพื่อคนจน...แม้ในช่วงนั้น จะถูกเย้ยหยันว่าทำไม่ได้ ส่วนประชาชนชาวรากหญ้า แม้จะไม่ค่อยเชื่อว่าจะทำได้จริง(เพราะเคยถูกนักการเมืองหลอกจนชาชิน) แต่เมื่อทักษิณ ทำได้จริง  ก็ย่อมได้ใจคนจน

                  อย่าว่าแต่กาบัตรลงคะแนนให้เลยครับ ตายแทนก็ยังได้   มีให้เห็นกันแล้วมิใช่หรือ ก็ลุงไพรวัลย์ นวมทอง  เท็กซี่ผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้กับรถถังไงครับ ความศัทธ่าทางการเมืองเช่นนี้ จะหาได้ที่ไหน? ที่เห็นๆ เมื่อจนตรอกก็วิ่งหางจุกตูดกันทั้งนั้น

                  อย่าลืมว่า คนจนทั้งหลาย เขาจนแต่เงินนะครับ แต่เขารู้ว่า......รัฐบาลทุกยุค ใช้เงินไปกับการกลบหนี้เน่าของสถาบันการเงิน ซึ่งคนโกงแบงค์  และได้ประโยชน์ มิใช่ชาวรากหญ้า

                     คนจนรู้ว่า....รัฐบาลทุกสมัย ใช้เงินไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่ผู้ได้รับประโยชน์ เป็นกลุ่มทุนการเมือง และพวกพ้องในชนชั้นสูง  ผู้รับเหมาอะไรทำนองนั้นแหละ ชาวรากหญ้าหาได้ประโยชน์ใดไม่

                    เมื่อทักษิณ หยิบยื่นเครื่องชูชีพให้คนใกล้จมน้ำตาย  แม้จะไม่ดีพอ ก็ยังดีกว่าจมน้ำตายไปต่อหน้าคนรวยๆ

                    เมื่อคนจนชอบทักษิณ....ก็เกิดปัญหา2 ประการ

                     1.จะยุบพรรคการเมืองที่ชื่อ “ไทยรักไทย” ก็ต้องมีพรรค “พลังประชาชน” จะยุบ “พลังประชาชน” ก็ต้องมีพรรค “พลังราษฎร”  จะยุบพรรค “พลังราษฎร” ก็มีพรรค “พลังคนจน” จะยุบพรรคการเมืองไหนซักกี่พรรค กลุ่มการเมืองที่ชาวรากหญ้าเลือก ต้อง เป็นพรรค ที่อยู่ภายใต้ร่มเงา ทักษิณ จะขัง 111 นักการเมือง ก็ย่อมมีทายาทรุ่น 2 จะขังทายาทรุ่น 2 ก็ย่อมมีรุ่น

                        นี่มิใช่เพราะเหตุใด นอกจาก การประจบรวมกันของ 3 ประสาน 1.มีทุนใหญ่ 2.มีนโยบายต้องใจ 3.มีการบริหารจัดการแบบใหม่(การจัดองค์กรแบบใหม่) คือการเป็น “เจ้าของพรรค”โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่น ก็เหมือนกับการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล โดยไม่จำเป็นต้องเล่นฟุตบอลเป็น

                       2.ความแตกแยกในสังคม อันเหตุมาจากชนชั้นสูง และชนชั้นกลาง เริ่มได้รับส่วนแบ่งด้านเศรษฐกิจน้อยลง   อีกทั้งชนชั้นสูง และชนชั้นกลางที่อยู่นอกกลุ่มทักษิณ เสียพื้นที่ทางการเมือง ไร้ที่ยืน ถูกทอนอำนาจ ถูกลดความสำคัญลง   ปัญหาความแตกแยกจึงเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต

                        สำหรับพรรคฝ่ายค้านสำคัญอย่างประชาธิปัตย์ ก็อย่างรีบถอดใจว่าจะเป็นฝ่ายคานไปนานแสนนาน อย่าได้กลัวเป็นฝ่ายค้าน เพราะการเป็นฝ่ายค้านมีโอกาสสร้างผลงานให้พรรค แต่ที่ต้องตระหนักคือ ประเด็นในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านควรเปลี่ยนไปด้วย หากยังหยิบประเด็นหยุมหยิม ไม่อาจทำร้ายความ "มหึมา"ของกลุ่มทักษิณได้

                          ประเด็นการค้านจึงต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง เป็นจริง เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม

                        โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดึงสถาบันเบื้องสูง อันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทยทั้งชาติ เป็นสถาบันที่ทุกคนยอมรับโดยพฤตินัยและโดยกฎหมาย มาเป็นประโยชน์ทางการเมือง ไม่บังควรอย่างเด็ดขาด  หากมองด้วยสายตาที่เป็นธรรมแล้ว ผมเชื่อว่า ไม่มีคนไทยคนไหนจะคิดร้ายต่อสถาบันหลักของชาติอย่างแน่นนอน

                          ฉะนั้นในยุคนี้ การดึงเอาสถาบันอันเป็นที่เคารพสูงสุดของคนไทย มากล่าวหาทางการเมือง เป็นเรื่องไม่บังควรอย่างยิ่ง

                           หากสงสัยว่ากรณีใดเป็นการทำผิดกฎหมาย ก็ไปร้องทุกข์กับตำรวจ ให้นำคดีไปสู่ศาลยุติธรรมจะเป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

                            ประเด็นการค้านจึงควรเป็นเรื่อง ความไม่ชอบมาพากลในการบริหาร   หรือการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ก่อผลร้ายต่อเศรษฐกิจ สังคม  ต่างหาก  ที่สำคัญควรเสนอทางออกที่เหนือกว่าวิธีการบริหารของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย มิใช่มุ่งให้รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดต้องติดคุก หน้าที่ดังกล่าวเป็นเรื่องของตำรวจ อัยการ และศาลยุติธรรม

                           ท่านเชื่อหรือไม่ว่า หากนายจักรภพ เพ็ญแข  ติดคุก จะมีคนอย่างจักรภพ ที่ทักษิณปั้นเสกขึ้นมาใหม่ได้อีกหลายร้อยหลายพันคน

                         การต่อสู้กับพรรคการเมืองภายใต้ร่มเงาของ “ทุนทักษิณ” จึงต้องมียุทธศาสตร์ใหม่

                         นี่ขนาดต่อสู้กับเงาทักษิณยังเหนื่อยขนาดนี้  หากทักษิณออกมาจาก "ขวด" เลขที่ 111 ได้ จะเหนื่อยกันขนาดไหน?

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
สีน้ำเงิน วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 17.07 น.

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ในการเล่นการเมือง ของ ระบบทักษิณ ก็คือ การใช้การตลาด มาร่วมด้วย

แต่การตลาดต่อให้ดียังไง ก็ต้องมีสินค้ามาขาย สินค้าอาจไม่ดีนัก แต่ก็ต้องมี มาสักอย่างหนึ่ง

พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ต่อสู้กับเงาของทักษิณค่ะ
แต่กำลังวิ่งตามเงาระบบทักษิณต่างหาก ขอใช้คำว่าระบบ เพราะว่า อาจเปลี่ยนคนได้ แต่การเมืองระบบนี้กำลังเข้ามาแทนที่ระบบเดิมๆ ปชป จะทำการเมืองแบบเก่าๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

หากจะอยู่บนเวทีการเมือง แล้วมีโอกาสเข้ามาทำงาน ปชป จะต้องปรับกระบวนการหลายอย่าง อย่างหนึ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนโดยด่วน คือ เลิกวิ่งตามเงาของพรรคการเมือง ที่มองว่าเป็นคู่แข่ง เพราะการวิ่งตามแปลว่าคุณจะช้ากว่าเขาหนึ่งก้าวเสมอ

ต้องกลับหาจุดยืนของพรรคให้พบเสียก่อน ว่าตกลงจะเอายังไงดี จะเน้นเรื่องอะไร

ปัญหาตอนนี้ที่กำลังมีอยู่ท่วมท้นและสำคัญมากคือ ปัญหาราคาข้าวเปลือก มันสวนกระแสราคาตลาดโลก และรัฐบาลก็ไม่มีทีท่าว่าจะ แก้ไขอะไรได้

ปัญหาอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่เกิดกับกลุ่มคนระดับกลางและล่าง

กลุ่มคนพวกนี้ เคยเป็นฐานเสียงให้ ทรท หรือ พปช หรืออะไรก็ตาม ที่เน้นนโยบาย ประชานิยม

หาก ปชป อยากได้เสียงข้างมาก ก็ถึงเวลาที่ต้องทำงานแล้วละค่ะ อย่ามัวแต่แต่งคำพูดอยู่เลย ต้องลงมือทำงานหนักเสียก่อน และอย่าได้ไปหวังผลว่าจะเห็นทันตาในปี สองปีนี้

ต้องเปลี่ยนภาพ จากที่คนมองว่า เป็นรัฐบาลทีไร มีอันเป็น ทุกที และ เป็นพรรคเจ้าหลักการ จะทำอะไรทั้งทีใช้เวลาชง นานเหลือเกิน

แต่การเป็นเจ้าหลักการ ก็ยังทำให้ต้องมีปัญหา เรื่องใหญ่ๆ ในข้อ กม. จนได้ (ตาม ประวัติที่ผ่านมา) ก็เลยกลายเป็นโดนอีกข้อหาว่า คนอื่นผิด ตัวเอง ถูก

เขียนจากความเห็นที่ไม่ได้เข้าข้างใครค่ะ
เพราะดิฉันไม่ได้เป็นคนที่นิยม ลัทธฺประชานิยม หรือ ลัทธิ อะไรก็ตาม ที่ไม่สอนให้คนทำมาหากิน ช่วยตัวเองเต็มที่ เต็มความสามารถ ไม่ขี้เกียจในการทำงาน หรือ ร้องขอความช่วยเหลือแต่เพียงอย่างเดียว เพราะนโยบายแบบที่ว่ามานั้น มันไม่ได้ลดจำนวนคนจนเลยสักนิดเดียว

แต่กลับจะทำลายภาคประชาชนให้อ่อนแอลงไปทุกวันค่ะ

...และ ไม่ได้เป็นแฟนคลับของ ปชป ด้วย ที่อยากได้ที่สุดตอนนี้คือ พรรคการเมืองที่จะมาทำงาน แบบทำงานเพื่อ ส่วนรวมจริงๆ เอ้า ให้ สัก 60 % up ก็แล้วกัน หวัง 100 % มันคงฝันกลางวันเกินไปค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน