• ทนายแต๊ก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thanyasaK_thailand@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 27700
  • จำนวนผู้โหวต : 76
  • ส่ง msg :
ทุกเรื่องจากเมืองคอน
ทุกเรื่องที่รับรู้ บันทึกเรื่องราว บทความ บทกวี และไดอารี่ชีวิต-การงาน หรือ"สวนสมรม" ตามแบบฉบับของปักษ์ใต้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/thanyasak
วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม 2551
ท่านวีระพงษ์ รามางกูล เขียนถึง ประชาธิปัตย์
Posted by ทนายแต๊ก , ผู้อ่าน : 2702 , 14:29:45 น.  
พิมพ์หน้านี้


 ๐ผมเคยเขียนถึงพรรค ปชป. อันเป็นที่รักของผม วันนี้มีท่านวีระพงษ์ รามางกูล เขียนในประชาชาติธุรกิจ มีประเด็นคล้ายๆกัน จึงคัดลอกมานำเสนอ เผื่อ ปชป.จะได้เปลี่ยนวิธีการค้าน๐

-------------------------------------------------------

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 4004 (3204)

ประชาธิปัตย์ต้องการปฏิรูป - คอลัมน์ คนเดินตรอก


คอลัมน์ คนเดินตรอก

โดย วีรพงษ์ รามางกูร

การเลือกตั้งทั่วไปหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นเครื่องชี้อย่างดีว่า พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุดของบ้านเรา ต้องการการปฏิรูป อย่างรุนแรงและขนานใหญ่ มิฉะนั้นประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มี ระบอบการปกครองโดยพรรคใหญ่ พรรคเดียว ซึ่งไม่เหมาะกับบ้านเราและ เราก็ไม่ต้องการอย่างนั้น

พรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นที่ต้องถือว่าเป็นของประชาชน มิใช่พรรคของกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคเท่านั้น เพราะ ได้รับเงินจากภาษีอากรที่เก็บจากประชาชนทั่วประเทศไปทำกิจกรรมของพรรค พรรคต้องฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้เสียภาษีด้วย ถ้าการวิพากษ์วิจารณ์มีเหตุผล ควรฟังว่าเขาวิพากษ์วิจารณ์อะไร อย่ามัวแต่ค้นหาว่าทำไมเขาจึงวิพากษ์วิจารณ์

เรื่องแรก พรรคต้องเปลี่ยนทัศนคติ เสียใหม่ว่า การเอาแต่คิดโค่นล้มคู่ต่อสู้ ทุกวิถีทางนั้นต้องเปลี่ยนใหม่ แม้ว่าตอนที่ก่อตั้งพรรคเมื่อปี 2489 พรรคประสบ ความสำเร็จในการโค่นล้มพรรคแนวรัฐธรรมนูญและพรรคสหชีพ โดยการ ร่วมมือกับทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจอมพลผิน ชุณหะวัณ และจอมพล ป. พิบูลสงคราม ลงเลือกตั้งโดยการ ช่วยเหลือของทหารในเดือนมกราคม 2491 เป็นรัฐบาลอยู่ได้ 4 เดือน ก็ถูกทหารหักหลังจี้ให้ลาออก หลังจากนั้นก็ไม่ได้อะไร จนเกิดกรณี 14 ตุลาคม 2516 เพราะทหารแตกคอกันเองไม่ใช่ฝีมือของพรรค

ทรรศนะที่ถูกต้องก็คือ ต้องสร้าง ผลงานในทางสร้างสรรค์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการ ต่างประเทศ ในด้านการต่างประเทศ ประเทศเราใหญ่พอที่ผู้นำของเรา สามารถจะเป็นผู้นำของภูมิภาคอย่าง ดร.โมฮัมเหม็ด มหาเธร์ ได้

น่าเห็นใจผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนมากเป็นทนายความ เป็นครู เป็นข้าราชการที่เกษียณอายุแล้ว มีนักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จน้อย หัวหน้าพรรคแม้ว่าจะมีอายุพอสมควรแล้ว มีการศึกษาจากสถาบันชั้นนำของโลก แต่ไม่เคยทำงานรับผิดชอบจริงๆ ข้อสำคัญอยู่ไปๆ ถูกพรรคล้างสมองลืมหลักการทางปรัชญากฎหมาย รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เสียสิ้น ค้านทุกเรื่องที่ฝ่ายตรงกันข้ามทำ หรือฝ่ายตรงกันข้ามคิด ผลจึงออกมาในสายตาประชาชนว่าที่คิดที่พูดนั้น ตนเอง ก็ไม่ได้เชื่ออย่างนั้นเลย แต่พูดไปตาม มติพรรคซึ่งล้าสมัยแล้ว

เรื่องที่สอง เหตุที่พรรคมีทัศนคติ ในทางลบและไม่สร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ก็เพราะพรรคถูกครอบงำด้วยผู้นำรุ่นเก่า ที่เคยประสบความสำเร็จโดยการทำลายล้างฝ่ายตรงกันข้ามที่เป็นรัฐบาลทหาร ขณะนั้นโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นรัฐบาลไม่มี เพราะทหารกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเอาไว้

พรรคประชาธิปัตย์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ดีที่สุด ผู้นำพรรค ซึ่งบัดนี้อายุอยู่ระหว่าง 65-75 ปี จึงติดยึดอยู่กับยุทธวิธีแบบนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อมีพรรคใหม่ที่ผู้นำพรรคเกือบ 100 คน มาจากคนที่มีประสบการณ์ ทั้งทางธุรกิจและทางราชการ มีวิสัยทัศน์ยาวไกล ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ในยุคโลกาภิวัตน์ ทำการบ้านว่าคนชั้นล่างซึ่งมีสัดส่วนที่สูงต้องการอะไร และสามารถทำอย่างที่ตนสัญญาไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งได้ พรรคประชาธิปัตย์จึงพ่ายแพ้อย่าง ยับเยินครั้งแล้วครั้งเล่า

ผู้นำพรรคก็ไม่ยอมรับความบกพร่องของตน แต่หลอกตนเองว่าพ่ายแพ้การเลือกตั้ง เพราะฝ่ายตรงกันข้ามซื้อเสียง แต่ในกรณีที่ทหารและข้าราชการถูกสั่งให้มาช่วยอย่างเต็มที่ทั้งกำลังคน กำลังอำนาจ และกำลังเงินซื้อเสียงให้ แล้วยังแพ้อย่าง ยับเยิน ตนกลับไม่คำนึงถึง หลายคนบอกว่าแม้ฝ่ายตรงกันข้ามไม่ซื้อเสียงเลย ก็ยังชนะพรรคประชาธิปัตย์

สิ่งที่พิสูจน์ได้ก็คือ ผู้ที่ออกจากพรรคไทยรักไทยไปอยู่พรรคอื่น กลับสอบตกเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่มีกระสุนจากทหารมาช่วยจำนวนมาก

เรื่องที่สาม ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ อาจแบ่งเป็นสองพวก พวกนักกฎหมายกับพวกครู จะไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลง กฎหมายระเบียบแบบแผนเป็นอย่างไรก็ถือเป็นคัมภีร์ ให้ข้าราชการเป็นผู้แนะนำและชี้นำนโยบายในการทำงาน อีกพวกหนึ่ง เป็นพวกที่มีผลประโยชน์ จึงไม่ยอมให้ คนรุ่นใหม่เข้าไปรับผิดชอบพรรคจริงๆ ยังกุมอำนาจพรรคไว้ด้วยผลประโยชน์

ส่วนฝ่ายตรงกันข้ามพูดเสมอว่า กฎหมายระเบียบแบบแผนเป็นเครื่องมือ ที่จะทำให้งานสำเร็จ ประชาชนได้ประโยชน์ ถ้ากฎหมายข้อบังคับเป็นอุปสรรคก็ต้องแก้ไข เพราะกฎหมายข้อบังคับระเบียบแบบแผนสร้างมาโดยมนุษย์ มนุษย์ย่อมสามารถแก้ไขได้ มนุษย์ต้องเป็นนายกฎหมาย ไม่ใช่ให้กฎหมายมาเป็นนายมนุษย์

ข้าราชการไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบาย แต่เป็นผู้นำนโยบายของฝ่ายการเมืองไปปฏิบัติ กลับกันกับวิธีคิดของประชาธิปัตย์

ผลงานของประชาธิปัตย์ในฐานะเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ในฐานะของฝ่ายค้าน จึงไม่ค่อยมีเป็นรูปธรรม ทั้งๆ ที่เคยร่วมรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัยเป็นเวลากว่า 15 ปี

เคยถามเพื่อนฝูงชาวปักษ์ใต้ที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ฯ ว่าชอบผลงานของรัฐบาลพรรคไหน ไม่มีใครบอกว่าผลงานของประชาธิปัตย์ดีกว่าคู่ต่อสู้ ทุกคนบอกว่าผลงานของรัฐบาลคู่ต่อสู้ดีกว่า แต่ที่เลือกประชาธิปัตย์เพราะพ่อแม่ปู่ย่าตายายเลือกประชาธิปัตย์ หรือที่เลือกก็เพราะผู้นำพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายหัวเป็นคนใต้ เคยถามต่อว่าถ้านายหัวไม่อยู่แล้วจะเลือกอย่างไร ผู้ตอบก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เอาไว้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยคิด

พฤติกรรมการเลือก ส.ส.ของคนใต้ จึงต่างกับคนอีสานและคนเหนือ ที่เน้นว่า ส.ส.คนนั้นเคยทำประโยชน์ให้กับตนหรือชุมชนของตนแค่ไหน ส่วนในกรุงเทพฯเลือกไปตามกระแสที่สื่อมวลชนยัดเยียด ให้ เพราะตนก็ไม่เคยได้ประโยชน์อะไร เป็นชิ้นเป็นอันจาก ส.ส.ของตนอยู่แล้ว เพราะตนเองก็มีเส้นสายโยงใยเองอยู่แล้ว ไม่เดือดร้อนเหมือนคนในต่างจังหวัด

เรื่องที่สี่ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถเข้าถึงหรือไม่พยายามเข้าถึง คนระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และแม้แต่ในกรุงเทพฯ พรรคไม่เน้นที่จะสร้างผลงาน แต่เน้นในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ทุกวิถีทาง พรรคจึงกลายเป็นทาร์ซาน พยายามจะช่วยเจนนี่โดยการโหนเถาวัลย์ โหนกระแส และโหนทหาร แล้วให้เจนนี่คอยกอดเอว พอเจนนี่จับพลาดในที่สุดทาร์ซานก็ต้องป้องปากโห่อย่างโหยหวนลั่นป่า

การทำตัวเป็นทาร์ซานจะไปถึงที่หมายโดยวิธีโหน จึงต้องละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย อุดมการณ์ทางกฎหมาย ความถูกต้อง จารีต ประเพณี ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ร่วมมือ กับทหารสร้างทางตันเพื่อเชื้อเชิญให้ทหารปฏิวัติ ทำลายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พรรคฝ่ายตรงกันข้ามถูกยุบ ให้นักการเมือง ฝ่ายตรงกันข้ามถูกตัดสิทธิทางการเมือง และสนับสนุนรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติ จะตอนพรรคการเมืองไม่ให้โต สร้างองค์กรอิสระที่ไม่มีใครตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นผลเสียกับตัวเองด้วยในระยะยาว แต่ก็ยอมทำ ทำให้พรรคเสียคะแนนจากผู้คนที่หัวก้าวหน้าและคนรุ่นใหม่อย่างน่าเสียดาย

การที่พรรคประณามนโยบายและโครงการที่เป็นประโยชน์กับคนระดับล่าง ทั้งๆ ที่อยู่ในกรอบที่การเงินการคลังของประเทศรับได้ เพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศเหลือเฟือจนธนาคารแห่งประเทศไทยไม่อยากจะได้ ว่าเป็นโครงการ "ประชานิยม" เท่ากับการทำลายเสียงของตนเองกับคนระดับล่างทั่วประเทศและ จำกัดตัวเอง เพราะถ้าตนเองเป็นรัฐบาล ก็คงต้องทำ หรืออาจจะทำมากกว่า เพราะที่ใช้หาเสียงสัญญาว่าจะทำมากกว่า

เรื่องที่ห้า พรรคประชาธิปัตย์เป็น พรรคปิด มีระบบอาวุโสที่เหนียวแน่น สมาชิกใหม่ให้อยู่ระดับล่าง หรือในสภา ก็อยู่แถวหลัง หรือที่อังกฤษเรียกว่า "Back Benchers" แต่อังกฤษผู้นำพรรคที่นำ พรรคไปแพ้เลือกตั้งจะลาออกเกือบหมด เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาแทน แต่ของเราไม่มีประเพณีอย่างนั้น สมาชิกรุ่นใหม่จึงไม่มีโอกาสมานำพรรค ผู้นำพรรค ไม่มุ่งจะทำพรรคให้ชนะการเลือกตั้ง เพียงแต่ได้ ส.ส.มากเพิ่มขึ้นก็พอใจจะอยู่ในตำแหน่ง ต่อไปแล้ว

ส่วนฝ่ายตรงกันข้าม เน้นในเรื่องผลงานทางเศรษฐกิจของผู้ออกเสียง เน้นคะแนนนิยมในตัว ส.ส. เน้นการเมืองที่มีผลสำเร็จของการเลือกตั้ง เน้นทางด้านการหาเงินช่วยพรรค ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงเข้าใจ ดังนั้นจึงมีการสับเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคระดับรองๆ ลงไปอยู่ตลอดเวลา พรรคฝ่ายตรงกันข้ามจึงสามารถ "ดูด" นักการเมืองให้เข้าพรรคได้มากขึ้นเสมอ เพราะมาอยู่แล้วโอกาสชนะการเลือกตั้งมีสูง ไม่ใช่เพราะเงินอย่างเดียวอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจ

เรื่องที่หก พรรคไม่เคยหวังว่าจะชนะการเลือกตั้งและสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว หวังแต่เพียงเป็นแกนนำของรัฐบาลผสม เมื่อหวังเพียงเท่านี้ก็ทำให้มีทัศนคติว่า ถ้าสามารถทำลายพรรคคู่แข่งไม่ให้ลงมาแข่งในการเลือกตั้งก็พอแล้ว

ถ้าพรรครู้จุดอ่อนความสามารถในการสร้างนโยบายใหม่ๆ ไว้ขายกับประชาชน ถ้าคิดไม่ออกก็ขวนขวายหาบริษัทที่ปรึกษาที่ชำนาญการ แต่ก็ไม่มีความพยายาม แต่ใช้วิธีสะกดจิตตนเองว่า ตนเองเป็น ฝ่ายเทพ ฝ่ายตรงกันข้ามเป็นฝ่ายมาร แท้จริงในงานการเมืองไม่มีใครเป็นเทพ ไม่มีใครเป็นมาร มีแต่ผู้ชนะกับผู้แพ้ การเลือกตั้งเท่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นจุดอ่อนของพรรค ประชาธิปัตย์ ผู้เสียภาษีอย่างพวกเราน่าจะมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์และเสนอแนะให้แก้ไขปฏิรูปตนเอง เพราะผลการดำเนินงาน ของพรรคไม่คุ้มกับเงินภาษีที่รับไป

จะโกรธจะเคืองอย่างไรก็ไม่ว่า เพราะไม่อยากเห็นเมืองไทยเป็นระบบการเมืองแบบพรรคเดียว ถ้าเมืองไทยเป็นการเมืองพรรคเดียวก็ต้องโทษ ประชาธิปัตย์ อย่าไปโทษใคร

คิดแล้วอ่อนใจ

หน้า 41

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17
กฤษณกมล วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 00.13 น.
http://www.oknation.net/blog/benz
น้ำมันแพง...ต้องแก้ที่ "ตัวเราเอง"

ในโอกาสนี้ผมก็ขอนำลังค์มาให้ดูเพื่อยืนยันด้วย
http://www.democrat.or.th/viewnews.asp?id_head=9225&id_main=60&p=0&ca=62&mt=175.92.185.153.216.238.33.205&st=172.102.168.190.167.250.47.206
ผมชอบพรรคประชาธิปัตย์ โดยการนำของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะเน้นด้านการศึกษาครับ
ความคิดเห็นที่ 16
กฤษณกมล วันที่ : 29/05/2008 เวลา : 00.07 น.
http://www.oknation.net/blog/benz
น้ำมันแพง...ต้องแก้ที่ "ตัวเราเอง"

ผมว่าท่านวีระพงษ์ รามางกูล เขียนได้มีเหตุผล
แต่ก็ควรจะเปิดใจ และติดตามสิ่งที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ทำบ้าง
ทั้งๆ ที่ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แต่กลับสามารถทำนโยบายเรียนฟรีได้จริงตามที่พูดไว้ โดยผลักดันในส่วน กทม. ได้ก่อน...คือโรงเรียนในสังกัด กทม. ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่ ๒ แล้ว ใช้งบประมาณของกทม. ๓,๕๐๐ ล้านบาท ไม่หนักหนาเกินไปสำหรับงบประมาณที่มี
***ลองดูซิ ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ แต่ละคนมีใครทำได้บ้าง
ต้องยอมรับว่าสื่อมวลชนไทยเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวเช่นนี้ด้วย
สื่อมวลชนไทยไม่ได้ให้พื้นที่ข่าว เวลาพรรคฝ่ายค้านลงพื้นที่ทำงาน (เมื่อวานนี้เองที่คุณอภิสิทธิ์, คุณอภิรักษ์ ไปตรวจเยี่ยมที่โรงเรียนบางกะปิ แล้วมีฉบับไหน หรือรายการข่าวไหนออกให้พวกคุณได้รับรู้บ้างล่ะ)
เรียนฟรีจริง ตำราฟรีจริง ชุดนักเรียนฟรีจริง นั้นช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช่จ่ายของผู้ปกครองในยามวิกฤตเศรษฐกิจอย่างนี้ได้ตั้งเท่าไหร่ ในขณะที่รัฐบาลคุณสมัครเอาแต่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์พรรคตนเอง
อย่างนี้ล่ะมั้งก็เลยทำให้ท่านวีระพงษ์ รามางกูล ไม่ทราบว่าทางพรรคได้มีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ปัจจุบันนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจที่จะทำงาน แม้ว่าจะไม่ได้รับเสียงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชาวรากหญ้า แต่ก็พยายามพลักดันในส่วนที่พรรคสามารถทำได้ และก็ทำเพื่อประชาชน ไม่ได้ต่างกับพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน หรือพรรคอื่นๆ ที่เคยเป็นรัฐบาล
ผมมั่นใจว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล โดยมีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น ย่อมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน บนพื้นฐานความซื่อสัตย์ ด้วยความรู้ที่มี และมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่าผู้นำหลายๆ ท่านที่ประเทศไทยเคยมีมา
ขนาดยังไม่มีโอกาสได้ทำงานในฐานะรัฐบาล ก็ยังผลักดันนโยบายเรียนฟรีจริง ตำราฟรีจริง ชุดนักเรียนฟรีจริง สำหรับโรงเรียนในสังกัด กทม. ได้เลย แล้วคุณคิดว่าถ้าเขาได้เป็นผู้นำรัฐบาล เขาจะทำตามที่พูดไม่ได้เลยหรือ

เวลาที่พรรคประชาธิปัตย์อยากจะพูดว่าได้ทำอะไรไปบ้าง สื่อมวลชนไทยก็ไม่ได้ให้พื้นที่ข่าว แล้วคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ?
ท่านวีระพงษ์ รามางกูล เองเคยเปิดใจ หรือให้โอกาสบ้างไหมล่ะ?
ผมไม่ได้โม้ ลูกของญาติผม ลูกของเพื่อนที่ทำงานผม เรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. และ ได้เรียนฟรีจริง ตำราฟรี ชุดนักเรียนฟรีจริงมา ๒ ปีแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 15
Reds วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 11.18 น.
http://www.oknation.net/blog/Redsscouser
Liverpool Football Club - My Only Love, My Only Passion, My Only Life

พรรคประชธิปปัตย์ ต้องนำไปปรับปรุงจริงๆครับ ....
ความคิดเห็นที่ 14
ลุงต้าลี่ วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 10.35 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

ความคิดเห็นของทนายแต๊ก และบทความของท่านวีระพงษ์ รามากูร ตรงไปตรงมาดีมาก
ความคิดเห็นที่ 13
theeratatt วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 08.26 น.
http://www.oknation.net/blog/thebier

รักประชาธิปัตย์ครับ
ความคิดเห็นที่ 12
incityscape วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 00.29 น.
http://www.oknation.net/blog/incityscape

ไม่รู้นะครับโดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อมั่นในระบยพรรคการเมือง และจริงๆแล้วผมไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแยยแบ่งเขต อะไรพวกนี้เลยน่ะครับ ผมไม่เชื่อเรื่องระบบเหล่านี้ ผมคิดว่าเราน่าจะออกแบบระบบการเมืองใหม่ได้ โดยไม่ต้องมายึดติดกับรูปแบบดั้งเดิม เราน่าจะออกแบบการเมืองโดยอาศัยวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีประกอบกับพื้นฐานทางวัฒนธรรมของเราเอง ไม่เห็นต้องลอกฝรั่งมาทั้งดุ้น สร้างเป็นระบอบการปกครองดีกว่านี้ได้

ผมมีแนวคิดดีๆหลายอย่างที่คุยๆกันในหมู่เพื่อนฝูงอยู่ไว้ให้มันตกผลึกกว่านี้จะค่อยๆ เขียนเล่าให้่ฟังน่ะครับ

ผมมองว่าการเคลื่อนไหวนอกสภา หรือการเมืองภาคประชาชนไม่ใช่สิ่งที่ผิด

อีกอย่างผมเวลาผมมองคนผมมองสองอย่างแยกกัน
1.สิ่งที่เขากำลังพูดและทำอยู่นั้นเป็นอย่างไร จะให้ผลอย่างไรในระยะสั้นระยะยาว
2.ผมมองดูทั้งเบื้องหลังในอดีต แนวคิดและจุดมุ่งเน้นส่วนบุคคล ประเด็กซ่อนเร้นต่างๆ ความเกี่ยวเนื่องต่างๆ
แล้วค่อยประเมินว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยแค่ไหน หรือเห็นด้วยแต่

ดังนั้นที่สส.ปชป.สอบตกไปขึ้นเวทีพธม.นั้น ผมก็มองไปตามข้อเท็จริง ดูด้วยว่าเค้าเ้ปนปชป.นะ เค้าเปนคนยังไง อะไรเหล่านี้ ผมว่าการบอกว่าสส.สอบตกมาเคลื่อนไหวกับพันธมิตรไม่ถูกต้อง ต้องตอบคำถามสองขั้นนะครับ

ขั้นแรก การเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาผิดหรือไม่ ถ้าผิดก็จบแล้วครับสส.คนนั้นทำผิด แต่ถ้าไม่ผิดก็มาขั้นต่อไปได้ เช่น ปชป.แท้หรือเปล่า/สิ่งที่พูกจริงหรือ/แล้วมีนัยแอบแผงจรืงหรือไำม่ เปนคนดีแค่ไหน และอีกหลายๆอย่างน่ะครับ

อีกอย่างเห็นด้วยนะครับที่ปชป.ต้องเร่งการทำนโยบายที่ดีกว่านี้ออกมาอย่างสม่ำเสมอ แต่อีกอย่างก็คือการเลือกตั้งในอีสานหรือพื้นที่อื่นๆ นโยบายมันสื่อถึงหรือครับ ผมว่าไม่ทั้งหมดนะครับ อันนี้ผมไม่เชื่อหรอกครับว่านโยบายของทักษิณถึงรากหญ้า จากประสบการณ์เท่าที่ผมรู้ผมเห็นมันน่าจะเป็นแค่ถึงหัวคะแนนและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง และฟังแล้วดูดีแค่นั้นเองครับ
ความคิดเห็นที่ 11
Rick วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 00.01 น.
http://www.oknation.net/blog/HomeLess

จะแก้ก็ค่อยแก้...ค่อยเพิ่มเติม...คิดว่าก็ดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง...ตอนนี้แก้สิ่งเลวๆในบ้านเมืองก่อนไม่ดีกว่าหรือครับผิดเวลาหรือเปล่าไม่ทราบ....มือไม่พายเอาเสียเลยจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
หาดใหญ่2521 วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 22.47 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer

พฤติกรรมการเลือก ส.ส.ของคนใต้ จึงต่างกับคนอีสานและคนเหนือ ที่เน้นว่า ส.ส.คนนั้นเคยทำประโยชน์ให้กับตนหรือชุมชนของตนแค่ไหน

ใช่หรือครับ สส.ใต้ทุกคนอย่างน้อย เคยมีประวัติการทำงานเพื่อท้องถิ่นมาก่อนทั้งนั้น จึงเป็นอดีตอัยการ ครู เยอะมาก แล้วที่คุณอำนวย วีรวรรณ เป็นสส.ที่อีสานได้นี่ แกทำอะไรให้ท้องถิ่นมิทราบ สส.อีสานทุกวันนี้ก็เถอะ เอ่ยชื่อมาสิ ใครเคยทำอะไรเพื่อสังคมจริงๆบ้าง

แล้วเราไม่ค่อยเห็นด้วย ออกไปเชิงรังเกียจ ที่มองโลก วิพากษ์โลกในทัศนะแคบๆแค่โลกแบบธุรกิจ นโยบายทางสังคมที่พลิกคุณภาพชีวิตคนชั้นล่าง คนชั้นกลางในต่างจังหวัดในรอบหลายสิบปีหลัง มาจากประชาธิปัตย์น้อยอยู่หรือ เงินกู้ยืมเรียน กบข. อาหารกลางวัน ประกันสังคม นมเด็ก ฯลฯ นโยบายใครมิทราบ

ประเทศชาติไม่ใช่องค์กรธุรกิจ ที่ซีอีโอจะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ดังใจ ความหลากหลายมีเยอะ นักการเมืองที่ดี ควรสร้างโอกาสให้แต่ละกลุ่ม ในสังคมได้เติบโตในเส้นทางของตน ไม่ใช่บีบให้คนเติบโต และวัดผลโดยวิธีประเมินผลแบบธุรกิจ

ทัศนะท่านถูกหลายส่วนแต่คับแคบไปหน่อย
ความคิดเห็นที่ 9
ผักข้าว วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 20.54 น.
http://www.oknation.net/blog/open

หนูไม่แน่ใจว่า นโยบายเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษากยศ. เป็นของปชป.หรือป่าว แต่หนูชอบปชป.ค่ะ เพราะทำให้หนูได้เรียน
ความคิดเห็นที่ 8
ทนายแต๊ก วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 16.27 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

ประเด็นที่อาจารย์เขียน....
1.ไม่ได้บอกว่า พลังประชาชน เป็นพรรคที่ดี น่าสนันสนุน ซักกะหน่อย
2.เพียงแต่เสียดายว่า พรรคที่น่าจะสู้ พลังชระชาชนได้ ก็ ไม่ปรับปรุง ไม่ฟังใคร จึงแพ้ ซ้ำซาก
3.อาจารย์เสียดาย ปชป.นะครับ มิได้เยินยอว่าพลังประชาชน เก่ง ดี อะไรหรอก เพียงแต่ให้ ปชป.รับฟังและปรับกลยุทธบ้าง รับความจริงบ้าง
มิใช่ใครทักท้วงอะไรเป้นไม่ได้ หาว่าเขาไม่หวังดีไปหมด
เขาอยากให้สู้ทักษิณได้นะครับ
แต่ถ้าใครทักท้วงอะไรเป็นไม่ฟัง
อาจแพ้ตลอดกาลนะครับ
คือตายหมู่ เหมือน ทฤษฎีกบในน้ำร้อนไงครับ
ตอนนี้น้ำร้อนแล้ว ยังคิดว่าน้ำอุ่นสบายดีอยู่เลย
ฟัง คิด ยอมรับ ปรับปรุง มิใช่ใครทักท้วงแล้วเป้นศรัตรูหมด เลือกเป็นประชาธิปัตย์แบบโบราณทีสักได้ไหม
มาเป็นนิวประชาธิปัตย์กันหน่อยซิครับ
จริงไหม โดยเฉพาะความเห็นที่ 6
ความคิดเห็นที่ 7
chon วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 16.12 น.
http://www.oknation.net/blog/chon

ด้วยความเคารพอาจาย์ เห็นด้วยบางส่วนเท่านั้น พรรคปชป อาจจะไม่ใช่เป็นพรรคที่ดีที่สุด แต่ก็ยังดีกว่าพรรคที่ทำอะไร เพื่อนายใหญ่ โดยที่ไม่เห็นใจชาวบ้าน พรรคพปช ได้มอมเมาชาวรากหญ้า ให้เสพติดความสบาย รอความช่วยเหลืออย่างเดียว โดยที่ไม่คิดยืนด้วยตัวเอง อันไหนอันตรายกว่ากัน
ความคิดเห็นที่ 6
a r t l e k l e k วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 15.14 น.
http://www.oknation.net/blog/artleklek
เขียนในสิ่งที่คิด...ผิดก็ช่าง...ไม่ผิดก็ช่าง!!..

ไม่พอใจ ในบทความ แต่ไม่อยากก้าวก่าย

คนเราย่อมคิดในมุมที่คิดแล้วเข้าข้างตัวเองเสมอ
แต่ในพรรคการเมืองที่มีอยู่ ดิฉันเชื่อว่า พรรค ปชป. มีสิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่า คน เป็นสมาชิคพรรคอยู่มาก
ผิดกับบางพรรค ที่ไม่รู้จะเรียกสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นว่าเป็นพันธ์อะไร

ถ้าเห็นว่า พรรค ปชป. เป็นพรรคของประชาชนจริงๆ
แนวทางแก้ไขที่จริงใจก็คงมีประโยชน์
แต่ถ้าบทความยิ่งทำให้ทางเลือกที่แทบไม่มี มันไม่มียิ่งขึ้นไปอีก
ก็ไม่ต่างอะไรกับ มือไมพายเอาตีนราน้ำ
ซึ่งคงมีประโยชน์สำหรับตัวเองและกลุ่มของตัวเองเท่านั้น

อยากให้ลองเขียนบทความ ถึงพรรคพลังประชาชนบ้างจัง
ความคิดเห็นที่ 5
หนุ่มรัฐศาสตร์ วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 15.03 น.

ต้องเปลี่ยนอีกเยอะ
และพรรคพลังประชาชนด้วย
อย่าเล่นบทลูกน้องเอาใจนาย
โดยเฉพาะนายประชา
ความคิดเห็นที่ 4
เป๊ปซี่ วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 14.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


นี่ดีนะที่เป็นบทความของ อาจารย์วีระพงษ์ รามางกูล ถ้าเป็นของคนอื่น...เป็นต้องโดนถล่มกลับไปเละเทะแล้ว....

จริงแท้และถูกต้องทุกอย่างแหละครับอาจารย์....

ว่าแต่พรรคเขาจะฟังแล้วไม่ได้ยินหรือไม่........?????
ความคิดเห็นที่ 3
ทนายแต๊ก วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

น่าเสียดาย พรรค ปชป. เนื่องจาก สส.พรรค และ สส.สอลบตกของ ปชป. ไปร่วมเคลื่อนไหว กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนเพื่อนผมหลายคนพูดทีเล่นทีจริงว่า
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปัตย์
ทั้งๆที่เพื่อนผมคนนั้นก็เป็นสมาชิก ปชป.
น่าเสียดาย ปชป.
คิดแต่จะทำลายคู่ต่อสู่ให้ตายคนเวที เพื่อตนเองจะได้เป็นรัฐบาล
จริงๆ ต้องนำเสนอสิ่งที่ดีต่อประชาชน เพื่อให้เขาเลือก
มิใช่พร่ำเพ้อในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน (แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่พอถึงเวลาเลือกตั้งก็ถูกลงโทษ (ชาวบ้านไม่เลือก และศักดินาล้าหลังก็กระแสไม่ขึ้น)
ความคิดเห็นที่ 2
incityscape วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 14.45 น.
http://www.oknation.net/blog/incityscape

ผมไม่ชอบประชาธิปปัตย์มาแต่ไหนแต่ไหน เพราะตอนเล็กๆที่บ้านเชียร์ประชากรไทย เพราะนิยมนายสมัคร และเห็นว่านายสมัตรมีนโยบายที่ก้าวหน้ากว่า

ปัจจุบันผมก็ยังไม่ชอบปชป.เพราะ ปชป.ไม่มีนโยบาบอะไรที่เป็นรูปธรรมหรือก้าวหน้าเลย และยิ่งการตรวจสอบรัฐก็ไม่เข็มเข้มแข็งเข้มข้นเช่นแต่ก่อน

แต่การตั้งแง่โจมตีประชาธิปัตย์แล้วอ้างว่าการเคลื่อนไหวของพันธมิตรมีปชป.รวมทั้งเปรมอยู่เบื้องหลังนั้น ยอมรับว่าในการเคลื่อนไหวครั้งที่ 1 เปรมก็มีอิทธิพลค่อนข้างสูง ปชป.ก็เกาะไปด้วย ต่อมาในครั้งนี้ปชป.เองก็แค่เกาะไปด้วย ถึงแม้จะมีแกนนำที่เปนปชปอยู่แต่ก็เปนปชปแบบไม่ใช้ลูกสะตอ ได้เปนสส.ก็เพราะเสียงจากภาคตะวันออกของพันธมิตรเอง+เสียงจากอ.โต้งที่สุวัจน์หนุนหลัง หาใช้ฐานของปชป.โดยตรง ดังนั้นปชป.เกี่ยวกับพธม.น้่อยมาก

การดึงปชป.มาเกี่ยวด้วยทุกครั้ง เช่นครั้งล่าสุดนี้ของเข้เพ็ญเป็นวิธีที่น่าละอายมาก ผมว่าคำว่าทัศนคติที่เป็นอันตรายนั้นเหมาะสมและถูกต้องแล้วหาใส่การป้ายสีแต่อย่างไรเลย ถ้าไปถามคนทั่วไปที่ฟังเข้าใจแล้วเข้าว่าแรงกว่านี้มาก

ในความคิดเห็นของผม น่้าละอายเสียยิ่งกว่าการใส่ร้ายที่ผ่านมาของปชป.มากนัก แต่ทีีน่าสนใจคือมีคนงมงายอยู่ในความคิดที่เกลียดชังปชป.มากเหลือเกิน ผมคิดว่าอันนี้น่าเก็บไปคิดมากกว่า ที่ผ่านมากว่า 60 ปี ปชป. ทำอะไรไว้กับประเทศชาติและคนอีสานมากเกินไปหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 14.41 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

ขอบคุณ สำหรับบทความ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31