• thatdewdrop
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2021-09-09
  • จำนวนเรื่อง : 3
  • จำนวนผู้ชม : 1563
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Talking about general stuff that happens in life
สวัสดีค่า บล็อคนี้จะเน้นให้ความรู้ทั่วไป ที่เรามักจะเจอบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน จะมีเรื่องราวอะไรน่ารู้บ้าง ต้องติดตามกัน!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/thatdewdrop
วันจันทร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2565
Posted by thatdewdrop , ผู้อ่าน : 381 , 14:44:14 น.  
หมวด : บ้านและสวน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

 

ปัจจุบันการเก็บของสด ไม่ว่าจะเป็นผักชนิดต่าง ๆ เนื้อสัตว์ เพื่อให้สามารถจะมีอายุการใช้งานได้นานขึ้นไม่เสียหรือเน่าบูดไปก่อนเวลา เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทางไม่ต้องเสียเงินไปโดยไม่จำเป็นกับการเน่าเสียของอาหารที่ซื้อมาแล้วจัดเก็บไม่ถูกวิธี นอกจากนี้ยังเป็นช่วยรักษาคุณค่าของอาหาร และยังยืดอายุการใช้งานของตู้เย็นได้ในทางอ้อมอีกด้วย 

 

ข้อดีของการเก็บของสดในตู้เย็นอย่างถูกวิธี

สำหรับการรู้จักวิธีการเก็บอาหารสดในตู้เย็น จะเป็นการช่วยถนอมอาหารวิธีหนึ่ง นอกจากจะรู้อายุหรือระยะเวลาที่สามารถจะนำมาใช้ได้และสามารถจะทำให้รู้ได้อีกว่าภายในครอบครัวจะใช้วัตถุดิบชนิดไหนในปริมาณเท่าไร ดังนั้นจะทำให้ปริมาณการสูญเสียของอาหารจะน้อยลง หรือแทบจะไม่มีเลย 

  1. จะช่วยรักษาผักสด และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ให้คงสภาพดีระยะหนึ่งโดยไม่เน่าเสีย 

  2. สามารถเก็บรักษาอาหารที่มีมากในฤดูกาลให้อยู่ได้นานและมีรับประทานนอกฤดูกาล

  3. เป็นการช่วยประหยัดรายจ่ายภายในบ้านได้ หรือลดการสูญเสียหรือต้องทิ้ง

  4. สามารถจะเก็บอาหารที่รับประทานไม่หมด และนำมาอุ่นร้อนเพื่อรับประทานได้

  5. การรู้วิธีเก็บอาหารจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนอาหารในเวลาเกิดภัยพิบัติได้

 

หลักการเก็บของสดในตู้เย็น

  1. ตู้เย็นจะต้องมีการทำความสะอาด จะต้องมีอุณหภูมิช่องธรรมดา 0 – 4 องศา ซึ่งระยะเวลาการเก็บอาหารจะอยู่ที่ 3 – 8 วันช่องแช่แข็ง

  2. จะต้องมีการเตรียมกล่องเก็บของในตู้เย็น และจะต้องทำความสะอาดเครื่องมือ และเครื่องใช้ในการเก็บรักษาอาหารให้สะอาด 

  3. การเก็บของสดจำเป็นจะต้องคำนึงถึงการรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไว้ให้ได้มากที่สุด จึงจะถือว่าถูกหลักอนามัย

  4. การเก็บอาหารจะต้องมั่นใจว่าปลอดภัย โดยไม่ใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค หรือใช้ภาชนะที่มีอันตรายมีสารเคมีตกค้าง หรือชำรุด

  5. การเก็บจะต้องสามารถลดการย่อยสลายของเอนไซม์ในอาหารและการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารเน่าเสีย

  6. แน่นอนการเก็บรักษาความสดใหม่ ของอาหารหรือของสดต่าง ๆ ก็เพื่อที่จะลดการเน่าเสียก่อนเวลาซึ่งจะช่วยเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายได้

 

การเลือกภาชนะที่ใช้เก็บของสดในตู้เย็น

ถึงแม้จะรู้วิธีการเก็บของสดเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องรู้จักกับการใช้อุปกรณ์ตัวช่วยที่จะทำให้การเก็บของสดง่ายขึ้น สามารถจะรักษาคุณค่าทางโภชนาการได้ อีกทั้งยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อย การเลือกหยิบจับของแบบ First In First Out ได้อย่างสะดวกอีกทั้งตู้เย็นที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเราก็ยังสะอาดตาอีกด้วย

 

  • การเลือกกล่องเก็บของสดในตู้เย็น

ควรเลือกเป็นกล่องหรือภาชนะที่มีฝาปิดล็อกแนบสนิท เพื่อช่วยป้องกันอากาศและความชื้นเข้าออกอันเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้ผักสด หรืออาหารนั้น ๆ เสียได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีกล่องถนอมอาหารที่มีฝาล็อกแบบ 2 ชั้น ซึ่งจะช่วยให้ของสดนั้นมีความสดใหม่และอยู่ได้นานขึ้น โดยจะมั้งทั้งที่เป็นกล่องพลาสติกและกล่องแก้วที่ทนต่ออุณหภูมิตั้งแต่ -20 องศาเซลเซียสขึ้นไป

 

 

  • การเลือกถุงเพื่อใช้เก็บอาหารและของสดในตู้เย็น 

การแบ่งเนื้อสัตว์ใส่ถุงเข้าแช่เย็นนั้นควรจัดให้อยู่ในรูปแผ่นแบน ๆ ไม่จุกรวมกันเป็นก้อน เพื่อให้ความเย็นเข้าไปถึงได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งยังสามารถจัดวางได้อย่างเป็นระเบียบและหยิบใช้ได้สะดวก ที่สำคัญยังทำให้ละลายน้ำแข็งได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องการนำออกมาปรุงอาหาร

 

วิธีการเก็บผักสดในตู้เย็น

การเก็บผักสดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่หากรู้จักผักแต่ละประเภทเป็นอย่างดีก็สามารถจะเก็บในตู้เย็นได้ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยไปดูขั้นตอนการจัดการผักสดดังนี้

 

  1. แยกเก็บผักแต่ละชนิดออกจากกัน ซึ่งผักบางชนิดจะจะปล่อยก๊าซเอทิลีนออกมาทำให้ผักที่อยู่รอบข้างเน่าเสียง่ายไม่สามารถนำมาใช้งานได้ โดยจะต้องแยกผักแต่ละชนิดใส่กล่องสุญญากาศมีฝาปิดสนิท โดยจะแบ่งผักออกเป็น 3 ประเภท

  • ประเภทที่ 1 จะเป็นผักที่เสียง่าย จะเก็บรักษาได้ไม่นาน เมื่อซื้อมาแล้วจำเป็นจะต้องรับประทานให้หมด เช่น ถั่วงอก ผักชี ผักบุ้ง เป็นต้น

  • ประเภทที่ 2 ผักที่เก็บได้ในเวลาจำกัด หรือจะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 3 – 5 วันซึ่งหลังจากนี้ก็อาจจะเน่าเสีย เช่น มะเขือเทศ ผักกาด เป็นต้น

  • ประเภทที่ 3 จะเป็นผักที่สามารถจะเก็บไว้ได้นาน แต่ก็อยู่ในเวลาที่เหมาะสม เพราะหากเก็บไว้นานเกินไปก็เน่าเสียได้เช่นกัน อย่างเช่น ฟักทอง เผือก มัน เป็นต้น

 

  1. การเก็บผักสดในตู้เย็นไม่จำเป็นจะต้องล้างผักก่อน และยังมีผักบางประเภทเช่น ถั่วแขก ถั่วลันเตา จะต้องแยกเก็บใส่ถุงไว้ในอุณหภูมิประมาณ 7 องศาเซลเซียส  และยังมีพวกแครอท บีทรูท หรือผักเปลือกหนาที่สามารถจะเก็บได้ในอุณหภูมิที่ 13 - 18 องศาเซลเซียส

  2. หากมีการล้างผักแล้วจะต้องทำให้แห้งก่อนนำไปเก็บเสมอ และไม่ควรจะล้างหรือแช่ผักในน้ำเป็นเวลานานเพราะผักจะอมน้ำ มีโอกาสที่ช้ำ และสูญเสียได้ง่าย โดยก่อนเก็บเข้าตู้เย็นจะต้องนำผักไปสลัดน้ำออก และคัดใบที่ช้ำหรือเริ่มเน่าทิ้งก่อน

 

รวมวิธีเก็บของสดในตู้เย็นกับผักยอดนิยมที่ขาดไม่ได้สำหรับแม่บ้าน

การทำอาหารรับประทานเองภายในครอบครัวมักจะต้องมีวัตถุดิบหลาย ๆ อย่างซึ่งบางบ้านก็ขาดไม่ได้ จะต้องมีหรือใช้ปรุงในเกือบทุกเมนู ก็ในแต่ละประเภทจะมีวิธการจัดเก็บอย่างไรบ้างตามไปดูกันได้เลย

 

วิธีการเก็บผักชี

จะเป็นผักที่สามารถจะใช้ปรุงอาหารได้หลายประเภท อีกทั้งยังรับประทานสดได้กับน้ำพริกต่าง ๆ เป็นผักโรยที่จะต้องมีในอาหารประเภทต้มจืด ยำเกือบทุกชนิด 

  1. ควรจะเลือกผักชีที่มีรากติดมาด้วยเพื่อที่จะเก็บในตู้เย็นให้มีความสดอยู่เสมอ และก่อนเก็บให้ตัดใบที่เหี่ยว หรือใกล้จะเน่าเสียแล้วออกก่อนโดยที่ไม่ต้องล้าง 

  2. จากนั้นให้นำใส่กล่องสุญญากาศโดยจะต้องรองพื้นกล่องด้วยทิชชูเพื่อให้ช่วยดูดความชื้น และให้นำทิชชูมาห่อผักชีไว้เพื่อป้องกันการสัมผัสความเย็นของตู้โดยตรง 

  3. จากนั้นให้ทำการปิดฝาให้สนิทแล้วนำเข้าตู้เย็นในช่องธรรมโดยจะจัดเก็บไว้ล่างสุดของตู้เท่านั้นผักชีก็สามารถจะอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์เลย 

 

วิธีเก็บใบกะเพรา

ใบกะเพราที่มักจะนำมาใช้ประกอบอาหารประเภทผัดที่มีรสจัดจ้าน ซึ่งการเก็บใบกะเพราให้อยู่ได้นานและมีกลิ่นหอม ก็สามารถจะทำตามได้ดังนี้

  1. .ให้ทำการเด็ดใบกะเพรา แล้วล้างน้ำให้สะอาด โดยเลือกเฉพาะใบที่ยังสวยไม่เหี่ยวหรือเน่า เมื่อล้างน้ำแล้วให้ทำการสะเด็ดน้ำให้หมาด

  2. จากนั้นให้นำใบกะเพราไปลวกในน้ำเดือดประมาณ 7-10 วินาที แล้วน็อคน้ำเย็นทันทีเพื่อเป็นการล็อกความสดใหม่ และใบกะเพราก็จะมีมีสีเขียวสด

  3. จากนั้นให้บีบน้ำออกให้หมด แล้วปั้นใบกะเพราให้เป็นก้อนกลมเท่ากับ 1 กำมือเก็บในกล่องสุญญากาศ แล้วแช่ช่องฟรีซจะช่วยให้มีความสดและพร้อมปรุงอาหารได้ทันที

 

วิธีเก็บกระเทียม 

กระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่จะขาดไม่ได้เลยจริง ๆ สำหรับทุกบ้าน บางคนก็สามารถจะทานสดได้เลย ทานแกล้มกับแหนม หรือเนื้อสัตว์เพื่อเพิ่มรสชาติและไม่เลี่ยนจนเกินไป

  1. วิธีเก็บกระเทียมที่ปอกเปลือกออกแล้ว จะเก็บไว้ในตู้เย็นในช่องธรรมดา โดยเมื่อล้างสะอาดแล้ว ให้ใช้ทิชชูซับน้ำออกให้หมด และรองทิชชูในกล่องจากนั้นใส่กระเทียมลงไป ปิดด้วยทิชชูอีกชั้นเพื่อที่จะช่วยดูดความชื้นและปิดฝากล่องให้สนิท เท่านี้ก็จะได้รับประทานกระเทียมที่มีกลิ่นหอมสดอยู่เสมอ

  2. วิธีเก็บกระเทียมที่สับละเอียดแล้ว หรือจะเป็นแบบปั่นก็สามารถจะเก็บได้ โดยการสับหรือปั่นให้ผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นให้นำไปใส่แม่พิมพ์เพื่อทำน้ำแข็ง เมื่อกระเทียมเป็นก้อนให้นำออกมาใส่กล่องสุญญากาศและปิดฝาให้สนิท จากนั้นก็นำเข้าตู้เย็นในช่องฟรีช เท่านี้ก็พร้อมนำมาใช้ปรุงอาหารและไม่ต้องกลัวจะเสียหรือกลิ่นฟุ้งกระจาย

  3. วิธีเก็บกระเทียมที่ปอกแล้ว จะเก็บไว้ในตู้เย็นในช่องธรรมดา โดยเมื่อล้างสะอาดแล้ว ให้ใช้ทิชชูซับน้ำออกให้หมด และรองทิชชูในกล่องจากนั้นใส่กระเทียมลงไป ปิดด้วยทิชชูอีกชั้นเพื่อที่จะช่วยดูดความชื้นและปิดฝากล่องให้สนิท เท่านี้ก็จะได้รับประทานกระเทียมที่มีกลิ่นหอมสดอยู่เสมอ

  4. วิธีเก็บกระเทียมกลีบซึ่งจะเป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย เพียงนำกระเทียมที่ไม่ต้องปอกเปลือกและไม่ต้องล้างไปใส่กล่องที่มีการรองด้วยทิชชูไว้แล้ว จากนั้นให้ปิดทับด้วยทิชชูอีกชั้นก่อนทำการปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันอากาศและความชื้นเข้า ง่ายอย่างนี้ที่จะทำให้มีกระเทียมไว้รับประทานได้นานเลย  

 

วิธีเก็บพริกสด

อีกหนึ่งชนิดกับพริกสด ถ้าบ้านไหนขาดไปรสชาติอาหารก็คงไม่ครบเครื่องอย่างแน่นอน พริกสดจะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนูทั้งของคาว และยังใช้เป็นเครื่องเคียงในอาหารอีกหลายชนิด ปัจจุบันยังนำมาผลิตเป็นของทานเล่นได้อีกด้วย

  1. ก่อนอื่นให้ทำการล้างน้ำให้สะอาด แล้วเด็ดขั้วพริกโดยจะต้องคัดพริกที่มีความสดใหม่ ไม่เน่า ช้ำ เมื่อล้างแล้วให้ทำการสะเด็ดน้ำแล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง 

  2. และทำการเก็บพริกสดลงในกล่องสุญญากาศที่รองด้วยทิชชู และให้นำทิชชูห่อพริกอีกชั้นหนึ่งก่อนที่จะนำลงกล่องและปิดฝาให้สนิท 

  3. จากนั้นให้นำกล่องที่ปิดฝาสนิทแล้วใส่ตู้เย็นในช่องธรรมดา ด้วยวิธีการเก็บแบบนี้จะสามารถเก็บได้นานเป็นเดือนเลยทีเดียว

 

วิธีการเก็บเนื้อสัตว์ในตู้เย็น

สำหรับเนื้อสัตว์จะมีทั้งแบบบดไว้แล้วและเนื้อที่หั่นเป็นพร้อมปรุงโดยการเก็บเนื้อสัตว์ประเภทนี้จะสามารถใช้การกดให้เป็นแผ่นแบนได้เลย ในส่วนเนื้อสัตว์ที่เป็นชิ้นใหญ่อย่างอกไก่หรือเนื้อสเต๊กนั้นควรทำการแร่ให้เป็นชิ้นตามขนาดที่ใช้สำหรับการนำไปปรุง และก่อนที่จะนำไปใส่ถุงซีลสุญญากาศเพื่อแช่แข็ง ให้ทำการเขียนประเภทของเนื้อสัตว์รวมไปถึงวันที่ที่นำเข้าตู้เย็นกำกับไว้

  1. สามารถจะใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ในการรักษาสภาพเนื้อสัตว์ที่ซื้อมาอยู่ได้นาน ๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะเสียก่อนนำออกมาปรุง การแช่แข็งถือเป็นวิธีที่ที่ดีที่สุด แต่บางครั้งการเก็บอาหารสดในอุณหภูมิต่ำนานเกินไปอาจทำให้สารอาหารในเนื้อสัตว์หายไปซึ่งเกิดจากการเกิด Freeze burn หรือรอยแห้งที่เกิดจากน้ำแข็ง ทำให้เนื้อมีผิวสีขาวหรือเหลืองซีดซึ่งจะมีรสชาติที่เปลี่ยนไป

  2. สำหรับเนื้อสัตว์ที่เพิ่งซื้อมาและกำลังจะใช้ปรุงก็สามารถจะแช่อาหารสดนอกช่องแช่แข็งด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงนำเนื้อสัตว์ใส่ถุงพลาสติกและวางลงในกล่องที่เติมน้ำพร้อมกับใส่น้ำแข็งไว้แล้ว ตามด้วยการใส่น้ำแข็งโปะลงไปด้านบนอีกทีก่อนจะปิดฝาให้สนิท ความเย็นในระดับนี้สามารถช่วยลดการโตของแบคทีเรียได้โดยไม่ต้องนำไปแช่แข็ง และควรนำปรุงอาหารภายในเวลา 3 – 5 วัน 

  3. การแพ็คเนื้อสัตว์แบบสุญญากาศ ก่อนเข้าตู้เย็นก็จะช่วยรักษารสชาติความอร่อย และยังช่วยประหยัดพื้นที่ภายในตู้เย็นได้ อีกทั้งสำหรับหลายครั้งที่จะทำการหมักเนื้อสัตว์กับถุงซีลสุญญากาศก็จะยิ่งให้เข้าเนื้อได้ดีมากขึ้น และเนื้อสัตว์ก็ยังปลอดภัยจากการเน่าเสียได้ง่าย และพร้อมที่จะนำออกมาปรุง

  4. อาหารทะเลบางประเภทก็อาจจะทำให้ตู้เย็นเลอะไปด้วยน้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา สามารถจะแก้ปัญหาได้เพียงการแยกบางส่วนสำหรับให้เพียงพอต่อการปรุงเพื่อรับประทาน และอีกส่วนให้เก็บในกล่องที่มีฝาปิดสนิท

  5. อาศัยเพียงแค่การแบ่งไว้ในปริมาณที่เหมาะสมต่อการปรุงในแต่ละครั้งโดยใช้กล่องเก็บของในตู้เย็นแบบที่มีฝาปิดสนิท ก็จะช่วยกันน้ำจากอาหารทะเลทได้ และยังทำให้พื้นที่ในตู้เย็นมีความเป็นระเบียบหยิบจับของได้อย่างสะดวก และยังสะอาดอีกด้วย 

 

สำหรับข้อแนะนำหรือการรวมวิธีเก็บของสดในตู้เย็นข้างต้น สามารถที่จะนำไปใช้ได้กับผักสดในประเภทเดียวกันได้ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย และได้รับประทานผักที่สดใหม่ รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่ยังคงรสชาติไม่เปลี่ยน และยังช่วยถนอมตู้เย็นของเราให้สะอาดสามารถจะใช้งานได้ไปอีกยาว ๆ เลย

 

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.baanlaesuan.com/130270/diy/easy-tips/how-to-keep-food-fresh-longer




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน