|

เมื่อข้าพเจ้ายังเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัย งานเขียนซึ่งนักเรียนสมัยข้าพเจ้าชอบอ่านกันมาก คือ งานเขียนของ "ศรีบูรพา" ข้าพเจ้าได้อ่านเกือบทุกเล่ม และชอบที่จะจดคำคมๆ ที่ประทับใจไว้ในสมุดทุกครั้งที่อ่าน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าประทับใจในหนังสือเล่มหนึ่ง เริ่มต้นไว้ว่า "แม้เรามิได้เกิดเป็นดอกซากุระ" ข้าพเจ้าประทับใจมาก ที่สอนให้ข้าพเจ้า ภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น มีความสุขในสิ่งที่เราทำ ซึ่งนั่นหมายถึง สอนให้ข้าพเจ้าอยู่ในโลกของความจริง ไม่ฟุ้งเฟ้อ และ สร้างโลกแห่งความลวงขังตัวเอง มันสร้างความหวาดระแวงให้แก่ข้าพเจ้าอยู่เสมอ เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ความจริง รวมทั้งเจ็บปวดทุกครั้งที่ความจริงถูกเปิดเผย ข้าพเจ้าจำบทกวี บทนั้นได้อย่างแม่นยำ ทุกตัวอักษร แต่ข้าพเจ้าขออภัยที่ไม่สามารถค้นหาที่มาของบทกวีนี้ได้ เพราะเวลานี้ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ในประเทศไทย 
แม้เรามิได้เกิดเป็นดอกซากูระ ก็อย่ารังเกียจที่เกิดเป็นบุปผาพรรณอื่นเลย ขอแต่ให้เป็นดอกไม้ที่งามที่สุดในพรรณของเรา ภูเขาฟูจีมีอยู่ลูกเดียว แต่เขาทั้งหลายก็หาไร้ค่าไม่ 
แม้มิได้เป็นซามูไร ก็จงเป็นลูกสมุนซามูไรเถิด เราจะเป็นกัปตันกันทั้งหมดทุกคนไม่ได้ ด้วยว่า... ถ้าปราศจากลูกเรือเสียแล้ว เราจะไปกันได้อย่างไร 
แม้เรามิอาจเป็นถนน ขอจงเป็นบาทวิถี ในโลกนี้มีตำแหน่งและงานสำหรับทุกคน งานใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่ก็เป็นงานที่มีตำแหน่งและเกียรติทำด้วยกันทั้งนั้น 
แม้เป็นดวงอาทิตย์ไม่ได้ จงเป็นดวงดาวเถิด แม้มิได้เกิดมาเป็นชาย ก็อย่าน้อยใจที่เกิดมาเป็นหญิง 
จะเป็นอะไรก็ตาม จงเป็นสักอย่างหนึ่ง จะเป็นอะไรมิใช่ปัญหา สำคัญอยู่ที่ว่า.. จงเป็นให้ดีที่สุด.. ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรก็ตาม ฯ

ข้าพเจ้าขอคารวะต่อดวงวิญญาณ "ศรีบูรพา" ผู้ปลดปล่อยดวงวิญญาณของข้าพเจ้าออกจากคุกแห่งความลวง ที่ข้าพเจ้าสร้างขึ้นขังตัวเองตลอดเวลาที่ยาวนาน
|