|
ประคับประคองลมหายใจ 
ผมไม่มีทางออก ผมใช้เวลาในการตัดสินใจเพียงแค่ 5 นาที ก่อนเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน บางทีเส้นทางที่ผมเลือก อาจจะเป็นทางออกทางเดียวที่หลงเหลือให้ผมตัดสินใจ เพียงแค่สองชั่งโมงในยามค่ำคืน ผมก็นำพาร่างกายที่ยังคงมีมีวี่แววของความบอบช้ำทางด้านจิตใจ อย่างแสนสาหัสให้พ้นผ่านเรื่องราวความสับสน ยิ่งผมขับเร็วเท่าไรก็ดูเหมือนแบล็คกราวน์ความปวดร้าว จะยิ่งห่างไกลมากขึ้นทุกทีๆ ผมต้องทิ้งมันไว้ในอดีต คือสิ่งที่ผมท่องจำมาตลอด 3 ชั่งโมงกว่าๆ ที่ผ่านมา 
ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบห้าชั่วโมงแล้ว ที่เหตุการณ์แห่งความตรึงเครียดที่ผมต้องรับบท คนผิด โดยไม่สามารถพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ว่าเหตุเกิดจากอะไรแล้วทำไมมันต้องเป็นไป ใช่ผมผิดที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวต้องผิดหวัง ผมพลั่งพลาดกับการใช้ชีวิตโดยประมาท แต่สิ่งเดียวที่ผมยังคงหลงเหลือก็คือ ครอบครัว ซึ่งดูเหมือนน่าจะเป็นแหล่งสุดท้าย ที่จะให้กำลังใจในการก้าวต่อไปของผม ในโลกที่แสนจะเลวร้ายใบนี้ ในด้านตรงกันข้าม- สิ่งที่ครอบครัวมอบให้ผม เมื่อผมหมดสิ้นหนทาง คือการตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาแล้ว และไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้อีกแล้ว ทุกคนน่าจะยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว น่าจะเข้าใจว่าไม่มีใครหน้าไหนสามารถเปลี่ยนอดีตได้ ทุกคนน่าจะช่วยกันหาทางออกให้ผมได้มีที่ยืนในโลกร้ายๆแห่งนี้บ้าง เผื่อบางทีผมอาจกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกที่ควร หรือบางทีพ่อ-แม่อาจจะลืมไปว่า ลูกชายคนนี้ยังคงยืนหายใจอยู่ในโลกใบเดียวกับทุกคน แต่อาจแตกต่างไปบ้างที่ผมอาจหายใจไม่สง่าผ่าเผยเฉกเช่นคนอื่น นี่ก็ห้าชั่วโมงกว่าแล้วที่ผมไม่ได้หยุดพักจากความมุ่งมั่น ที่จะนำพาตัวเองให้หลุดพ้นจากโลกใบแคบๆ ที่ไม่มีที่พอให้ผมยืนหายใจอย่างสง่างาม ตอนนี้ผมใกล้ถึงจุดหมายที่จะมาเริ่มต้นใหม่แล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงผมก็จะถึงที่ๆ ไม่มีใครรู้จักผม ทุกอย่างดูเหมือนจะมีโอกาสได้เริ่มต้นอีกครั้ง ไพ่สำรับเดิมที่ยังไม่มีใครรู้ว่าใครแพ้-ชนะ กำลังจะถูกล้างและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ผมหวังว่ามันคงเป็นได้อย่างที่หวัง ผมรู้สึกอ่อนเพลียจากเรื่องหนักๆ ในตอนเย็น บวกกับการขับรถนานหลายชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก แต่ในใจก็รู้สึกยินดีที่ได้ก้าวเท้าออกมาจากความสับสนมืดมน ผมคล้ายอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน ผมคล้ายคนไร้เงาคอยตามติดในชีวิต ผมคล้ายใกล้หลุดพ้นจากความวุ่นวาย ผมคล้ายได้พังทลายกำแพงแห่งความมืดมนอับจนหนทาง 
ช่วงเสี้ยววินาที ผมกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง ผมพยามบังคับวงมาลัยควบคุมรถให้ไต่กลับมา ที่ไหล่ทางและพยายามหยุดรถ รถคันเก่งของผมหยุดอยู่ตรงขอบข้างทางห่างจากเหวลึก ข้างถนนสายเอเชียเพียงแค่สองเมตร ผมกลับมาตั้งสติอีกครั้ง คงเป็นเพราะความอ่อนเพลียตลอดทั้งวันและการขับรถอย่างมุทะลุ ผมเกือบจะต้องออกจากเกมชีวิต ผมเกือบไม่ได้เห็นหน้าคนรู้จักคนใดอีก และเกือบที่จะหยุดชีวิตที่ลำปางโดยที่ไม่ถึงจุดหมาย ผมควบคุมสติและหาที่จอดรถ คิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคงต้องไปต่อไป ผมกลับมาตั้งสติอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งขับรถต่อไปสู่จุดหมาย 
เวลาผ่านไปแปดชั่วโมงกว่าๆ ในที่สุดผมก็ถึงจุดหมาย...เชียงใหม่ การมาเยือนเชียงใหม่เที่ยวนี้ของผมคงต่างจากทุกครั้งที่มากับครอบครัว นี่เป็นการเดินทางไกลคนเดียวครั้งแรกในชีวิตผม และไม่ใช่แค่การมาเยือนแต่มันจะเป็นการมาอยู่โดยปราศจากคนรู้จัก ผมนอนเอาแรงอยู่ไม่นานก็เริ่มหาที่พัก ไม่นานนักผมก็หาที่พักได้ เป็นหอพักซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ม.ช.นัก ผมเอนหลังให้คืนแรกของเชียงใหม่ผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นผมใช้ชีวิตคนเดียวอย่างสงบนั่งมองชีวิตของคนเชียงใหม่ ผ่านมาผ่านไปริมร้านกาแฟตีนดอยสุเทพ วันต่อมาผมเปลี่ยนทำเลในการมองชีวิตคนผ่านมาผ่านไปมาที่กาดสวนแก้ว วันต่อมาผมเปลี่ยนทำเลอีกครั้งมาที่ไนซ์บาซาร์ วันต่อมา วันต่อมา วันนี้เป็นวันที่สิบแล้วที่ผมมาใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงา แทบจะนับคำได้ว่าพูดอะไรออกมาบ้าง ผมกินข้าวคนเดียว นั่งร้านกาแฟคนเดียว เข้าผับคนเดียว ขับรถคนเดียวไปทั่วเขตเมืองเชียงใหม่ ผมปล่อยให้โลกวุ่นวายต่อไป โดยที่ผมสงบนิ่ง ที่นี่ผมไร้ซึ่งคนรู้จักและผมก็ไม่อยากจะรู้จักใคร ชีวิตนี้ดูเหมือนจะมีแต่ผมคนเดียว หนึ่งเดือนผ่านไป ผมยังใช้ชีวิตเหมือนเช่นเดิม ผมยังคงแอบเฝ้ามองโลกในมุมมืดที่ไม่มีใครเห็น 
หลังจากที่ผมหยุดตัวเองโดยปล่อยให้โลกยังหมุนไปตามลำพัง ผมเฝ้ามองชีวิตผ่านมาแล้วผ่านไป พระเดินบิณฑบาตทุกเช้า แม่ของเด็กหญิงใส่ชุดอนุบาลเดินไปส่งลูกสาวตัวน้อยทุกเช้าตรู่ที่โรงเรียน เด็กนักเรียนประถมนั่งรถโรงเรียนคันเดิมวันแล้ววันเล่า นักศึกษาเดินไปมหาวิทยาลัยทางเดิมแทบทุกวัน พนักงานสาวเสิร์ฟร้านกาแฟมาทำงานซ้ำเดิมทุกเชื่อวัน ตำรวจจราจรประจำป้อมเฉกเช่นเดิม ขอทานเชิงดอยยังคงขอเงินได้ทุกวันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและเพียงพอ ชาวเขาปลอมแต่งชุดยูนิฟอร์มแร่ขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวที่เดิมริมขอบข้างทาง 
ดูเหมือนชีวิตซ้ำซากจำเจ เหมือนทุกวันจะไม่แตกต่าง แต่ผมกลับซึมซับความงดงามของชีวิต ชีวิตไม่ง่ายนักที่จะประคับประคอง ชีวิตเป็นเรื่องแสนบอบบาง เป็นเรื่องที่ดีที่ได้มีใครเป็นพ่อแม่ เป็นเรื่องที่ดีที่ยังคงมีพี่น้องให้เรียกขาน เป็นเรื่องที่ดีที่เพื่อนต้องใช้เวลาในการเป็นเพื่อน และเป็นเรื่องที่ดีที่คู่รักจะประครองกอด สร้างสมาชิกใหม่มาอบรมดูแล ชีวิตดูแสนเรียบง่าย แต่ผมกับคิดว่าชีวิตไม่ง่ายนักที่จะทำให้เรียบง่าย 
ผมเก็บเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง คืนกุญแจห้องและบอกลาชีวิตในมุมอับ ผมจะกลับบ้าน ผมจะกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง ผมจะกลับไปแก้ปัญหาต่างๆ ที่ผมเคยสร้างไว้ ซึ่งคงไม่มีใครช่วยผมได้นอกจากตัวของผมเอง ผมจะกลับเข้าโรงเรียนอีกครั้งหนึ่งหลังจากหยุดมาพักใหญ่ ผมจะกลับไปสานฝันลมๆ แล้งๆ ของผมต่อไป กลับคืนสู่ชีวิตที่มีคนรู้จักอีกครั้ง 
ระหว่างทางขับรถกลับกรุงเทพ ผมแวะทักทายโค้งริมเหวลึกในเขตจังหวัดลำปางอีกครั้ง ที่ซึ่งผมเคยเกือบที่จะไปนอนตลอดกาลที่นั่น ผมคิดไปพลางขับรถ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน โชคยังคงเข้าข้างผมตรงที่ผมยังมีลมหายใจกลับมา กลับมาเพื่อที่จะได้แก้ไขสิ่งที่กระทำลงไป บางที่การประคับประคองลมหายใจให้คงอยู่ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงแล้ว ที่จะช่วยไม่ให้ผมเป็นผู้แพ้ตลอดไป ชีวิต ช่างแสนเปราะบางเสียเหลือเกิน 
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ- 1994 (ตอนอายุ 19 ปี) สถานที่เกิดเหตุ - จากกรุงเทพไปเชียงใหม่ ช่วงเวลาถ่ายทอดเป็นตัวอักษร - 1997 เพลงประกอบ - Sam Mistake , James Blunt ภาพถ่ายประกอบเรื่อง - สถานที่และบรรยากาศสมมติ นายแบบ - รถ MG รุ่น MGF 1.8 vvc รุ่นปี 1998 (รถเปิดประทุนคันแรกในชีวิตที่มีโอกาศครอบครอง) Special Thanks-ผู้อ่านทุกท่านที่กรุณาสละเวลาแวะมาซึมซับอดีตที่ไม่เอาไหนของผม
|