• สายล่อฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : theerapong_bh@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 15491
  • จำนวนผู้โหวต : 194
  • ส่ง msg :
เรื่องเล่าของ...โจโจ้...
เรื่องเล่า...เรื่องสั้น...ในเชิงประสบการณ์...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/theerapongbh
วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2550
สวีเดน แดนฟรีเซ็กซ์ (จริงหรือ) ตอนนี่หรืออาหารไทย??
Posted by สายล่อฟ้า , ผู้อ่าน : 655 , 07:04:02 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องเล่าจากสวีเดน...  
พิมพ์หน้านี้


สะพานออราซุน (Oresund Bridge)

สะพานออราซุน

ก่อนอื่นก็ขอแนะนำให้รู้จักกับจุดหมายของผมก่อนนะครับ ว่าเมืองนี้มีความเป็นมาคร่าวๆอย่างไร

เมืองมัลเมอที่เป็นจุดหมายของผม เป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของสวีเดน ตั้งอยู่ในจังหวัดสโกเน่ (Skane) และอยู่ห่างจากสตอกโฮล์ม เมืองหลวงกว่า 600 กิโลเมตร ดังนั้น จึงเป็นการดีกว่าที่จะขึ้นเครื่องมาลงที่โคเปนเฮเกน และนั่งรถไฟต่อ

ผมเดินทางมาที่นี่โดยรถไฟจากโคเปนฯ ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที ข้ามสะพานออราซุน (Oresund) ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อปี 2000 และเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างดินแดนแสกนดิเนเวียร์ เข้ากับฝั่งยุโรป และยังถือได้ว่าเป็นสะพานที่มีทั้งทางรถไฟและถนนที่ยาวที่สุดในยุโรปอีกด้วย

เดิมทีในอดีตเมืองนี้รวมถึงตัวจังหวัดทั้งจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก แต่ภายหลังจากที่สวีเดนชนะสงครามที่เรียกว่า Northern wars ซึ่งเป็นสงครามที่มี 3 ประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์แล้ว ได้มีการทำสนธิสัญญากันขึ้นมาในปี 1658 เพื่อคืนจังหวัดสโกเน่สู่สวีเดน และหลังจากนั้น King Karl X Gustav ก็ยังคงทำสงครามแย่งชิงดินแดนอยู่เนืองๆ

กลับมาที่มัลเมอครับ เมืองนี้เคยเป็นเมืองอุตสาหกรรมมายาวนานกว่า 150 ปี และมีอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดำเนินงานโดยบริษัทคอกคุ่ม (Kockums) มีเครนที่ใช้ในการต่อเรือขนาดใหญ่ ที่สูง 138 เมตร สามารถยกน้ำหนักได้ 1,500 ตัน แต่ในปัจจุบันได้เลิกกิจการต่อเรือไปแล้ว ส่วนเครนก็ถูกขายไปให้บริษัทต่อเรือยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้

ส่วนบริเวณที่เคยเป็นที่ติดตั้งเครน ก็ได้ทำการสร้างตึกขึ้นมาทดแทน และถือได้ว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในสแกนดิเนเวียร์ เรียกว่า Turning Torso และก็เป็น landmark ของเมืองด้วยครับ

เครนต่อเรือขนาดยักษ์

เครนต่อเรือขนาดยักษ์

Turning Torso

ตึกเทิร์นนิ่ง ทอร์โซ่ (Turning Torso)

ประชากรในมัลเมอมีอยู่ประมาณ 280,000 คน ซึ่งถือว่าไม่มากนัก แต่ก็มากเพียงพอที่จะทำให้เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศ รองจาก สตอล์กโฮล์ม เมืองหลวง และเยอเตบอรีย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสวีเดน

ไม่ต้องแปลกใจครับว่าทำไม มีประชากรเท่านี้ถึงเป็นเมืองใหญ่ได้แล้ว ก็ประชากรทั้งประเทศสวีเดนมีอยู่เพียงกว่า 9 ล้านคนเองครับ จำนวนนี้ยังไม่เท่ากับกรุงเทพฯ ช่วงวันธรรมดาเลยครับ ไม่นับวันหยุดยาว เพราะกรุงเทพฯจะโล่งมากช่วงนั้น

-----------------------------------------------

และในช่วงสายของวันเดียวกันผมก็ได้เดินทางมาถึงที่พัก ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้

ห้องที่ทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ให้ ถือว่าเป็นห้องพักที่ดีพอสมควร มีห้องน้ำและครัวในตัว และที่สำคัญมีคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เน็ตในห้องด้วย...

ผมรู้สึกประทับใจกับห้องพักของที่นี่มาก

เมื่อชื่นชมกับห้องเสร็จแล้ว ผมก็จัดแจงเก็บข้าวของเข้าที่เข้าทาง ตรวจตราสิ่งต่างๆที่อยู่ในห้อง กว่าจะเสร็จก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงพอดี

มีครัวอยู่ในห้อง แต่ปัญหาคือผมทำกับข้าวไม่เป็น ยังไงมื้อแรกคงต้องพึ่งฟาสต์ฟู้ดไปก่อนหล่ะครับ

จำได้ว่าเห็นป้ายเบอร์เกอร์คิงอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน คิดว่าไม่น่าจะหายาก

มีคนบอกว่า “ทางอยู่ที่ปาก” ผมก็เลยคิดว่าถามคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมาก็คงได้

แต่เมื่อผมตัดสินใจออกจากห้องฝ่าอากาศอันหนาวเหน็บ ปนเฉอะแฉะหลังฝนตกเมื่อตอนเช้า และบวกกับลมที่แรงจนอยากจะยืมไปเป่าที่กรุงเทพฯยามหน้าร้อน

ปรากฏว่าผมคิดผิด...

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู มันบอกเวลาเที่ยง วันอาทิตย์ แต่เมื่อผมหันซ้าย หันขวา ไม่เห็นใคร มีแต่เศษฝุ่น ปลิวกระจายตามแรงลม และก็ผมยืนคนเดียวอยู่บนฟุตบาท

ฉากในวันนั้นมันทำให้ผมหวนนึกถึงหนังเรื่อง 28 วันต่อมา (28 days later) ที่พระเอกลุกขึ้นในโรงพยาบาลกลางมหานครลอนดอน เมื่อเดินออกมากลับไม่พบใครเลยนอกจากซากปรักหักพัง (คือคิดว่าตัวเองเป็นพระเอก ว่างั้นเถอะ...)

“ไม่เป็นไร” ผมคิด “นี่มันคงเป็นในซอยเลยไม่มีใคร” แต่เมื่อผมเดินออกจนถึงถนนหลัก ก็พบกับภาพเดียวกัน ทำให้ผมนึกถึงคำคุณแอร์ฯ ที่บอกว่า “วันเสาร์-อาทิตย์ เมืองจะดูเงียบๆ หน่อย” แต่ผมว่านี่ไม่หน่อยแล้วหล่ะ มันเข้าขั้น “เงียบเป็นเป่าสาก” เลยครับ

ผมก็เริ่มเดินต่อไปเรื่อย ผ่านซูเปอร์ฯ เริ่มจะเห็นคนบ้างแล้ว ทันใดนั้น ผมก็เหลือบไปเห็นธงชาติไทยครับ “ผมตาไม่ได้ฝาดไป ธงชาติไทย ต้องเป็นคนไทยแน่นอน”

ครับ นั่นคือร้านอาหารไทย “กูรอดตายแล้ว” ผมคิด “อย่างน้อยก็ได้เจอคนไทยหล่ะวะ”

แต่เมื่อเดินถึงร้านแล้วป้ายหน้าร้านบอกเป็นภาษาสวีดิชว่า “วันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 1300-2100” ตอนนั้นผมเดาเอาว่ามันต้องแปลอย่างนี้แหล่ะ

ผมจัดแจงดูนาฬิกาของตัวเอง แต่ตอนนี้มันเพิ่งเที่ยงนิดๆเอง พยายามมองหาคนในร้าน ก็ไม่เห็นใคร ตอนนั้น ใจผมเริ่มห่อเหี่ยวแล้วครับ เริ่มเซ็งแล้ว หิวด้วย หนาวด้วย จะไปทางไหนก็ไม่รู้ ป้ายเบอร์เกอร์คิงที่ตัวเองเห็นตอนนั่งรถมา อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้...

ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่เดินกลับไปที่ซูเปอร์ฯ แล้วถามเค้าว่าจะไปเบอร์เกอร์คิง หรือว่าจะไปหาของกินได้ที่ไหน

แต่ผมเลือกที่จะเดินต่อไป (จริงแล้วไม่ได้เลือกหรอกครับ มันคิดอย่างเดียวว่าต้องเดินไป)

ผมเดินไปจนถึงสี่แยก คราวนี้ต้องเลือกแล้วครับ ว่าจะไปทางไหน ซ้าย หรือขวา หรือตรง แล้วทางไหนเป็นทางที่จะเข้าไปแหล่งที่มีคนพลุกพล่าน ผมยืนงงอยู่พักหนึ่ง ก็แลเห็นคนเดินอยู่ไกลๆ ผมก็เลยคิดว่านั่นอาจจะเป็นแหล่งช้อปแหล่งกินก็ได้

ซ้าย!!! ผมตัดสินใจเลี้ยวซ้าย โดยคิดว่ามันน่าจะไปในที่ที่ผมหวัง แต่มารู้ตอนหลังว่าผิดทาง! มันเป็นทางออกนอกเมืองต่างหากครับ... ดีนะผมไม่เดินไปเรื่อย ไม่งั้นได้ไปโผล่สตอกโฮล์มแน่

แต่เดินไปได้หน่อย ผมก็เจอร้านอาหารไทยอีกร้านหนึ่ง เจ้าของร้านกำลังจัดร้านอยู่ในร้าน ผมก็เลยคิดว่า “เอาหล่ะ โชคดีแล้วกูงานนี้ เจอคนไทยแล้ว” 

ต้องขอบอกก่อนว่าที่นี่ร้านอาหารไทยเยอะพอสมควร เพราะคนที่นี่ชอบกินอาหารไทย ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชาติไหน ถ้าอยากจะเปิดร้านอาหารหล่ะก็ อาหารไทยจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ

ดังนั้น จึงจัดเกรดร้านอาหารไทยได้ 3 ประเภทหลักๆ 

อย่างแรก คือเจ้าของเป็นคนไทย แต่แต่งงานที่นี่ มีครอบครัวเป็นสวีดิชชน จ้างคนครัวเป็นคนไทย หรือไม่เขาก็ทำเอง คนที่อยู่ทำงานอยู่ในร้านส่วนใหญ่เป็นคนไทย ร้านแบบนี้ดีครับ น่าเข้าไปกินเป็นที่สุด และก็มีให้เลือกพอสมควร รสชาติก็ตามฝีมือครับ

แบบที่สองคือ เจ้าของไม่ใช่คนไทย แต่ว่ามีความผูกพัน สัมพันธ์ และชอบความเป็นไทย หรืออาจจะเคยอยู่เมืองไทยมานาน หรือมีญาติเป็นคนไทย (อาจจะงง...คือเขาไม่ใช่คนไทย เกิดที่นี่ โตที่นี่ พูดไทยก็ไม่ได้) หรืออาจจะไม่มีอะไรเกี่ยวเลย แต่อย่างน้อยก็มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือคนครัวเป็นคนไทย บางทีเด็กเสิร์ฟก็เป็นคนไทย ร้านแบบนี้ก็ยังดีครับ รสชาติไม่เพี้ยนมาก ยิ่งถ้ารู้ว่าเราเป็นคนไทยด้วย ทำมานี่...ทานไปคิดถึงบ้านไปเลยครับ

แบบที่สามนี่เลวร้ายสุด คือ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวดองกับความเป็นไทยเลย คนครัวก็ไม่ใช่คนไทย มีแต่เพียงการจัดร้าน กับชื่อร้านเท่านั้นที่แสดงความเป็นไทย แบบนี้มีพอสมควร

วันนั้นเป็นวันโชคดีของผมครับ มีร้านให้เลือกอยู่ 3 แบบ แต่แจ็คพอตแตกที่ผมพอดี ผมเลือกที่จะเดินเข้าร้านประเภทที่สามครับ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ร้านที่ผมเข้าไปนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเวียดนามทั้งร้านเลย เพราะภาษาที่เค้าใช้พูดกัน ฟังแล้วมันคุ้นๆเหมือนภาษาเวียดนามที่ผมเคยได้ยินได้ฟังมา แต่มันถอยไม่ได้แล้วครับ เพราะมันนั่งลงไปแล้ว บวกกับความหิวจัด เนื่องจากเมื่อเช้าไม่ได้ทานอาหารที่แจกบนเครื่อง

“เอาวะ...เป็นไงเป็นกัน” ผมคิดพลางดูเมนูที่มีคนเอามาให้ ซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นลูกสาวเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวในร้านที่ดูดี...และให้อภัยได้

เมนูของร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะไม่มีภาษาอังกฤษครับ ต้องเดาเอา แต่โชคดีหน่อยตรงที่เค้าใช้ทับศัพท์ชื่ออาหาร เราก็เลยเข้าใจง่ายหน่อย เพราะตัวอักษรของเขาเหมือนกับภาษาอังกฤษ  มีสระเป็น A E I O U เหมือนกัน แต่เพิ่มมาอีก 4 ตัวคือ Y Å Ä Ö  (ไม่รู้ว่า 3 ตัวหลังคอมพ์ฯจะอ่านได้หรือเปล่า)

“เออ...เอาผัดไทครับ” ผมจัดแจงสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยคิดว่ามันน่าจะเป็นอาหารพื้นๆ ที่สุดแล้ว (แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไม่สั่งข้าวผัด ง่ายกว่า พื้นๆกว่า งง...เหมือนกัน)

เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ผัดไทหน้าตาแปลก ก็มาปรากฏ อวดโฉม บนโต๊ะอาหารข้างหน้าผม

ผมมองด้วยความฉงนปนสงสัย ก็เลยหันไปถามกับลูกสาวเจ้าของร้าน(ทึกทักเอาเอง) ว่า “คุณน้องครับ คุณเอาอะไรมาให้กูกินวะเนี่ย” ลักษณะของเส้นเล็กผัดเละๆ แฉะๆ ใส่ผักบ็อกโคลี่ ต้นหอม แล้วก็วางหัวปลีมาให้ ให้ดูเป็นผัดไทหน่อย บวกกับกุ้งน้อยๆ อีกนิดหน่อย สีสันดูงงๆ จะเป็นผัดซีอิ้วก็ไม่เชิง หรือเส้นเล็กแห้งกุ้งสด เหมือนที่เราไปกินที่ร้านก๋วยเตี๋ยวก็ไม่ใช่ แล้วมันคืออะไรครับ “คุณน้องช่วยชี้แจงแถลงไขให้พี่เข้าใจหน่อยสิ”

และคุณน้องคนนั้นก็เดินออกมาจากเค้าเตอร์แล้วก็มามองที่จานของผม พร้อมกับทำหน้ามั่นใจก่อนจะตอบว่า “ก็ผัดไทไงพี่” “ก็พี่สั่งผัดไทไม่ใช่หรือ”

“เออ............จริงด้วย....แฮะ....ถามโง่ๆ....กู” ผมคิด

“ครับ...ผัดไทครับ” ผมตอบ

ใจผมอยากจะเก็บผัดไทจานนั้นใส่กรอบ และก็มาโชว์ให้ อ.ยิ่งศักดิ์ หรือ คุณหมึกแดง ดูเหลือเกินว่า “นี่ที่เมืองนอกเค้ากินผัดไทกันแบบนี้ รู้ไว้ซะด้วย...”

สรุปวันนั้นผมก็กล้ำกลืนกินผัดไทยเคล้าน้ำตา ด้วยคิดว่า ทำไมคุณอยากจะเปิดร้านอาหารไทยทำไมคุณไม่ศึกษาสักนิดว่า อาหารไทยที่จริงเป็นยังไง อย่างน้อยทำได้ไม่เหมือนก็ใกล้เคียงก็ยังดี อย่าให้ถึงกับว่า............อย่างนี้เลย....และรสชาตินะ ขอเฮอะ....กลุ้มครับ กลุ้ม

แต่ก็อาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับเขา ที่ทำผัดไทได้ทุเรศทุรัง แล้วจะไปเหมาว่าอย่างอื่นก็เป็นแบบนั้นด้วย แต่ด้วยความเชื่อส่วนตัว ผมเชื่อว่า “อาหารจานอื่น มันก็คงไม่ต่างอะไรกับผัดไทหรอก”

“คุณน้องครับ เก็บตังค์” ผมเรียกน้องสาวแสนสวยออกมาเก็บเงินหลังจากที่ทนกินไปได้ครึ่งจาน

“89 SEK (สวีดิช โครนเนอร์)” คิดเป็นเงินไทยก็คูณ 5 เข้าไป ก็ประมาณ 445 บาท....

ครับ 445 บาท เพื่อแลกกับผัดไทจานห่วยหนึ่งจาน

ตอนนี้ทำให้ผมคิดถึงร้านผัดไทที่อร่อยที่สุดในโลกและแพงที่สุดในเมืองไทย (ผมคิดเอง) ย่านประตูผี ว่ากลับไปจะไปกินให้หนำใจเลย.......แค้น

แค้นตัวเองนี่แหล่ะครับ...ไปสั่งทำไม....ผัดไท....

-----------------------------------------------

ตอนนี้ผมก็ได้มาอยู่ในถ้ำเสือจริงๆแล้ว ทีนี้ก็ได้แต่มองหาลูกเสือก่อนหล่ะครับ

แต่ตอนหน้า ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนไทยที่นี่ให้ฟังก่อน เพราะผมได้เจอกับเพื่อนของเพื่อนผมที่นี่ เขาเปิดร้านอาหารไทยอยู่ (ร้านอาหารไทยอีกแล้ว) แต่ร้านนี้ดีครับ หลังจากที่ได้รู้จักกันเขา ผมก็ได้มีประสบการณ์แสบๆคันๆ ให้ได้มาเล่าสู่กันนี่แหล่ะครับ

ขอบคุณที่ติดตามครับ

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากวีกีพีเดีย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47
rainny วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [L-O-V-E   L-E-T-T-E-R]   

ดูเหมือนว่าประเทศแถบๆ นั้นประชากรเขาจะน้อยนะคะ ภาพสะพานสวยดีค่ะ ยาวจริงๆ

อยากทานผัดไทยที่รสชาติเลวร้ายกว่าที่ทานที่สวีเดนมั้ยคะ เดี๋ยวจะทำให้ทาน
ความคิดเห็นที่ 46
กิต วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 19.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ยังไม่ไปนอน แต่จะไปปฎิบัติ ราชการลับ

สามทุ่มกว่าๆ จะกลับมานะครับ

มารออ่าน เรื่องคุณต่อไง

อิอิ

สวัสดีครับ


ความคิดเห็นที่ 45
กิต วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

http://www.oknation.net/blog/kit2550/video/11887

เพลงโปรดของผมครับ

อยากให้ลองฟังดูครับ


สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 44
กิต วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

เห็นด้วยครับ

หลังไมค์ด้วยครับ


ความคิดเห็นที่ 43
กิต วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 04.51 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

อืม

แวะมาเยี่ยม

ตอนที่เจ้าของบล๊อกอาจจะยุ่ง

สวัสดีครับ


ความคิดเห็นที่ 42
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 02.01 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

5555 ขำทั้งน้ำตาเลย
ความคิดเห็นที่ 41
ป.ประพันธ์ วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 01.11 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

อย่างน้อยคุณก็เอาไปคุยได้นี่ครับว่าเคยกินผัดไทยจานละเกือบ ห้าร้อย ใครเคยกินบ้างอะป่าว
ปล.จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในเยอรมันโดยเฉลี่ยอาหารก็ประมาณ 10 ยูโรต่อจานนะครับไม่ต่างกันเท่าไหร่
(ตอนนั้น 50 *10= 500 บาท)
ความคิดเห็นที่ 40
ล้านเล็กๆ วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 00.11 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

445...แค่การตั้งราคาก็รู้แล้วครับ

ว่าอาหารจะมีรูปร่าง..และรสชาติยังไง

...อยู่ต่างแดน...ใช้เซนส์ให้มากนะครับ
ความคิดเห็นที่ 39
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 19.18 น.
http://www.oknation.net/blog/human-error-story


เก็บความอยากทาน...กลับมาทานที่บ้านเราเหอะ....
ผัดไทย..ราชวัตร...อร่อยมาก...ชื่อร้านสวัสดีมั๊ง(ถ้าจำไม่ผิด)...เที่ยวบ้านเค้าก็ทานอาหารของเค้าเหอะค่ะ...
เอ๊ะ...เราเม้นท์ออกแนวปลงๆยังไงไม่รุ๊..อย่าถือสาละกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 38
สายล่อฟ้า วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 17.49 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และติดตามอ่านเรื่องราวของผม...

ยังคงมีเรื่องราวสนุกๆ ต่อไปครับ

จะพยายามสื่อให้ดีที่สุด เพื่อความสุนทรีย์ของทุกคนครับ
ความคิดเห็นที่ 37
สายล่อฟ้า วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 17.45 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

คุณเฟ้งซุ่ย... ใช่เลยครับ ผมเล่าเรื่องนี้กับคนไทยทุกคนที่ผมเจอ ด้วยความอัดอั้นมากครับ

คุณออกัสซี่... ไม่รู้ว่าเมืองนอกนี่เวลาเค้าเปิดร้านอาหารไทยนี่เค้าคิดไง...เนอะ

คุณฝนซาซามิ... ใช่ๆ มันต้องเป็นผัดมั่วแน่ๆ เลย... อืม...เค้ามาเปลี่ยนผัดไทเป็นอย่างนั้นไปแล้ว

คุณทิพย์อาภา... ครับตึกนี้ดูแปลกตาดี เวลาผมนั่งเรียนผมก็ชอบหันไปมองตึกนี้...เวลาเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง...มันดูงงๆดี

คุณไอดิน-กลิ่นฝน... สะพานนั้นสวยจริงๆครับ

คุณตุ้มจิ๋ว... ไปกินร้านข้างนอกแล้วกินไข่เจียว...มันเสียดายตังค์อ่ะครับ...เอาเป็นผัดกระเพราแล้วกัน

คุณอีเล้งเค้งโค้ง... ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ

คุณแม่สีไฟ... นั่นสิครับ ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ

คุณสายลมที่ผ่านมา... อืม...น่าคิด...

คุณ Bitch... ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ

คุณแก้ว... จริงครับ ผมมีเพื่อนเป็นตุรกีคนหนึ่ง เมื่อก่อนเค้าเข้าใจว่าผมมาไต้หวันตลอดเลย กว่าจะเปลี่ยนความคิดเค้าได้ต้องใช้เวลาเหมือนกัน...กว่าจะรู้ว่ามาจากประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 36
kaew วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 17.03 น.
http://www.oknation.net/blog/kaew

ประสบการณ์เดียวกันค่ะ...สั่งผัดไทกลายเป็น "โกยซี่หมี่" เพราะพ่อครัวเป็นคนม้ง... แกยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "Thailand" กับ "Taiwan" น่ะ มันคนละประเทศกัน...ฉะนั้น..ความคาดหวังที่จะกินอาหารไทยได้รสชาตและหน้าตาเหมือนของที่บ้านไม่เคยมีอีกต่อไป...
ความคิดเห็นที่ 35
BITCH วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 13.32 น.
http://www.oknation.net/blog/bitch
อิ ท ธิ พ ล ชี วิ ต  มี ค่ า สู ง ยิ่ ง ก ว่ า สิ่ ง ใ ด

สนุกมากค่ะ..กับผัดไทห่วย ๆ จานหนึ่ง

พี่สาวอยู่หมู่เกาะแฟโรห์ ไม่รู้เคยเจอบ้างป่าว

กับผัดไทห่วย ๆ ....

ปล. รูปตึกแปลกตาดีค่ะ...รักษาสุขภาพนะคะ
ความคิดเห็นที่ 34
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 12.31 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
~~Love is like the wind, you cannot see it but you can feel it.~~


ความคิดเห็นที่ 2
สายล่อฟ้า วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 06.36 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh
ip : 195.178.247.194

"ไม่มีแมวตัวเท่านั้น" เพราะมันไปอยู่ในหม้อก๋วยเตี๋ยวแล้วหล่ะครับ...

เท่าที่อ่านดู "อัจฉริยะ" ต่างจากคน "บ้า" นิดเดียว...
************************************
ค่ะ อีเดียด กับ จีเนียส ต่างกันนิดเดียว

บางที บางครั้ง !!! จีเนียสแสดงความสามารถแปลก และทำความเสียหายได้มากกว่า อีเดียด ค่ะ

เช่น ฮานิบาล แลตเตอร์ อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 33
แม่สีไฟ วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 07.37 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


คิดว่าจะไปหาอะไรแปลกใหม่
โธ่!..ไปสั่งผัดไทย


ชอบตึกนั่นจังค่ะ...
ตึกเทิร์นนิ่ง ทอร์โซ่ (Turning Torso)

ยังกะท่าบิดขี้เกียจอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 32
ผ่านมาระบาย วันที่ : 01/12/2007 เวลา : 06.18 น.
http://www.oknation.net/blog/Sodoyouthinkyoucanblog
Tea after Time

เล่าสนุกดีค่ะ เดินตามเรื่องอย่างไม่เบื่อเลย
ที่แน่ๆ ได้ทั้งสาระ เกร็ดเล็กน้อย จากต่างแดนมากมายเลย

ชอบค่ะ +1 โหวต ให้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 31
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

วันหลังลองแบบง่ายกว่านี้ค่ะ ข้าวไข่เจียว ดูซิรสชาติจะเหมือนเมืองไทยรึปล่าว
ความคิดเห็นที่ 30
ไอดิน-กลิ่นฝน วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/SHOWGirls
เด็กฉลาด ชาติเจริญ

โห.....สะพานนั้นสุดยอดเลยค่ะ
การเดินทางครั้งนี้ นำกลับมาทำเล่ม
ได้เลยนะคะ บันทึกละเอียดมาก
ความคิดเห็นที่ 29
ทิพย์อาภา วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 21.08 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa


ทิพย์อาภา ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการกลายพันธุ์ค่ะ

ปล.ชอบตึกเทิร์นนิ่ง ทอร์โซ่ (Turning Torso)

แปลกตาดี ตอนแดร็กเมาส์ขึ้น-ลง ตึกหมุนได้ด้วย

อิอิ ได้ของเล่นใหม่แร้ว เรา
ความคิดเห็นที่ 28
fonsasami วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 17.51 น.
http://www.oknation.net/blog/fonsasami
http://www.oknation.net/blog/fonsasami2

หน้าจะชื่อว่าผัดมั่วมากกว่านิ

เรื่องราวสนุกดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 27
auguzzy วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

555+

โดนเหมือนกัน

ผมสั่งผัดซีอิ้วที่ออสเตรเลีย

หน้าตาเหมือนผัดไทยใส่ถั่วงอก

รสชาดเหมือนอะไรก้อไม่รู้
ความคิดเห็นที่ 26
feng_shui วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เป็นผัดไท ที่สร้างsurpriseไม่มีลืมเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 25
สายล่อฟ้า วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 17.02 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

คุณ swongviggit: เออ...แล้วเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ...แต่ผมโชคดีอย่างที่นี่ไม่มีร้านไหนมีปอเปี๊ยะสด มีแต่ปอเปี๊ยะทอด

คุณ think49: ฝากทานราดหน้าข้างวัดด้วยครับ เจ้านั้นก็อร่อยดี

คุณขิงชมพู: ไม่รู้ว่าถ้าสั่งต้มยำกุ้งมา จะเป็นยังไง...

คุณ chattrg: ผมว่าไม่น่านะ...ก็ถือเป็นความโชคไม่ดีของลูกค้าไป...แต่เขาอาจชอบก็ได้นะ...ไม่รู้

คุณเรือรบ: ใช่ทีมมัลเมอ เคยเป็นที่ยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้กำลังพยายามอยู่ครับ ปีนี้ก็จบกลางตาราง เชียร์ไม่ค่อยขึ้น เหมือนทีมบางทีมเลยครับ เชียร์ให้เป็นแชมป์...ก็ไม่ยอมเป็นสักที

คุณ inter: ถูกต้องผมเห็นด้วย และผมก็เห็นมีคนเข้าไปกินด้วย...แล้วฝรั่งเค้าจะคิดอย่างไร หรือเขาชอบ...ไม่รู้เหมือนกันครับ

คุณ thailandneverdie: เป็นโชคดีของผมตอนนั้น ที่คิดได้แค่ผัดไท...

คุณ chedtha: แล้วร้านนั้นอร่อยไหมครับ...อาจจะมีดัดแปลงไปบ้าง แต่ถ้าหน้าตาอาหารดีและอร่อย มันก็ดีนะครับ

คุณ Kati1789: ขอบคุณที่ติดตามครับ กลับไปจะกินให้หนำเลย...

คุณสุดเขตเวชกุล: อ่านกี่ทีก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ...เดี๋ยวจะพยายามใหม่นะครับ...ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ

คุณ SarangSky: คุณเจ็บใจเหมือนจาพนม หรือผมเหมือนพระเอก...อิอิ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมและติดตามครับ
ความคิดเห็นที่ 24
สายล่อฟ้า วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

คุณกิต: ขอบคุณที่เข้ามาเจิมให้ครับ

คุณSupawan คุณสิงห์มือซ้าย: ขอบคุณที่เข้ามาติดตามกันครับ

คุณเจเจ: ครับ...ต้องทำใจ

คุณ inmoon: ขอบคุณที่หวังดี...ทานเผื่อด้วยนะครับ แต่ไม่ต้องจุดธูปมาให้นะครับ แค่คิดถึงก็พอ...

คุณabsolute:

คุณ uranus: มันไม่ค่อยเหมือนชาร์ตแบตหรอกครับ เหมือนผลาญแบตมากกว่า...

คุณ Veerin: ครับอาหารไทยดังจริงๆ ผมมีเพื่อนหลายคนเขาก็อยากจะให้พากินอาหารไทยอร่อยๆ

คุณ jui: ถ้าทำกินเอง...ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวไข่เจียว แต่ถ้าเป็นไปทานข้างนอก มันเสียดายตังค์อ่ะครับ

คุณรักสนุก: ครับ...ต้มยำกุ้งที่นี่แพง และหาทานอร่อยยากด้วยครับ แถมกุ้งเล็กอีกต่างหาก
ความคิดเห็นที่ 23
Sarang-Sky วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/SarangSky
SaRaNg-Sky

เคยอ่านหนังสือท่องเที่ยวในสวีเดนมาหลายต่อหลายเล่มแล้ว ว่ากันว่าสวีเดนคือสุดยอดดิแดนแห่งฟรีเซ็กซ์....
แต่ว่าเรื่องร้านอาหารไทยที่คุณเล่ามาทั้งหมดนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงหนังเรื่อง"ต้มยำกุ้ง" เพราะเนื้อหาของหนังเกี่ยวกับเรื่องร้านอาหารไทยที่คุณได้ไปมาเลย ในเรื่องชื่อร้านอาหารว่า"ต้มยำกุ้ง" แต่เจ้าของเป็นคนเวียดนาม....ฟังแล้ว
น่าเจ็บใจเหมือนพระเอกในเรื่อง(จาพนม)ยิ่งนัก
ความคิดเห็นที่ 22
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/soodkhet

ขอโทษครับที่ผมวางหมากไว้หลายชั้นจนเกินไป
แบบว่าเปรียบเทียบอะไรทำนองนั้น
คล้ายหลักปฏิจจสมุปบาท
ขอบคุณที่ตามไปอ่าน
ความคิดเห็นที่ 21
Kati วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

สวัสดีครับ

ถือเป็นประสบการณ์สั่งอาหาร
ประสบการณ์สั่งผัดไทที่ล้ำค่าของชีวิต
นับได้ว่า สอบผ่านการสั่งอาหารไทย ณ ต่างแดน

บอกเล่าเรื่องราวได้บันเทิงใจมากครับ
ขอให้มีความสุข ในยามคิดถึงผัดไท เมืองไทย
กลับบ้านมาสั่งผัดไท แล้วบรรจุเป็นของขวัญให้ร้านนี้ก็ได้นะครับ

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 20
chedtha วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

ภัตตาคารอาหารไทยในเมืองมึนเช่น เยอรมนี ก็เหมือนกันครับ
เป็นแบบที่คุณว่ามาทั้ง ๓ แบบเลย
แต่ร้านที่ใหญ่ที่สุด คือร้าน Mangostine ซึ่งเจ้าของเป็นชาวเยอรมัน
มีพนักงานเสริพเป็นคนไทยและคนเวียตนาม ผมแยกไม่ออกเลย
ถ้าดูแต่หน้าตา ก็เหมือนๆคนไทย ใส่ชุดไทย นุ่งโจงกระเบนเสริฟอาหาร
ความคิดเห็นที่ 19
ThailandNeverDie วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/thailandneverdie

ไม่ต้องเสียใจหรอกครับ...ผัดไท
ถ้าพี่สั่งต้มยำกุ้งกับขาวเปล่า 1 จาน มีจะไม่ลืมสวีเดนเลยล่ะ อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 18
ThelastKGB วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 14.04 น.
http://www.oknation.net/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

ฝรั่งที่เข้าไปกินร้านเดียวกับคุณสายล่อฟ้า คงจะงงว่า อาหารไทยมันอร่อยตรงไหนนะนั่น
ความคิดเห็นที่ 17
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 13.05 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob