• สายล่อฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : theerapong_bh@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 13014
  • จำนวนผู้โหวต : 192
  • ส่ง msg :
เรื่องเล่าของ...โจโจ้...
เรื่องเล่า...เรื่องสั้น...ในเชิงประสบการณ์...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/theerapongbh
วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม 2550
สวีเดน แดนฟรีเซ็กซ์ (จริงหรือ) ตอนไอ้อัฟซวยแล้ว!!!
Posted by สายล่อฟ้า , ผู้อ่าน : 368 , 11:43:24 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องเล่าจากสวีเดน...  
พิมพ์หน้านี้


กังหันลมในสวนสาธารณะ ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 1851

ในช่วงต้นเดือนพฤษภาฯ เป็นช่วงรอยต่อระหว่างคอร์สของผม ทำให้ผมมีเวลาว่างพอสมควรในช่วงนี้ หลังจากที่ต้องตรากตรำทนเรียนภาษาอังกฤษอยู่ตั้งหลายเดือน ผมก็กำลังจะเริ่มหลักสูตรจริงๆกับเขาเสียที

อากาศในช่วงนี้เย็นสบาย ไม่หนาวมาก และก็ไม่ร้อน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 20 องศา บวกกับเวลาดวงอาทิตย์ตกประมาณสองทุ่ม ดังนั้น การออกไปข้างนอกย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอุดอู้อยู่ในห้องพักของตัวเอง

ในช่วงนี้ผมเริ่มมีเพื่อนเยอะแล้ว แต่ก็ยังหาเวลามาสังคมกับเพื่อนชาวไทยด้วยกัน ด้วยในบางครั้งเราก็อยากระบายอะไรออกมาเป็นภาษาไทยบ้าง มันจะได้พูดอะไรได้เต็มที่หน่อย

แต่ก็คงไม่มากเกินไปจนกระทั่งไม่มีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็คงเหมือนกับเพื่อนผมที่ไปเรียนที่อเมริกา แต่สุงสิงอยู่กับเพื่อนคนไทยเป็นส่วนมาก จนกระทั่งกลับมาก็ยังคงพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เหมือนเดิม แต่การฟัง การอ่าน การเขียน นี่ได้แน่นอน เพราะต้องใช้ในการเรียน

หลังจากที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับคนที่ไม่ใช่ English native speaker ที่นี่แล้ว ทำให้ผมมีกำลังใจในเรื่องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษขึ้นมามากทีเดียว

ก็ทั้งยุโรป มี United Kingdom ประเทศเดียวที่ใช้ภาษาอังกฤษ นอกนั้น เขาก็มีภาษาเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น

บางประเทศเช่นฝรั่งเศสออกจะไม่ค่อยอยากพูดภาษาอังกฤษเสียด้วยซ้ำ

“เฮ้ย! นายเคยคิดไหมว่าทำไมเราไม่พูดภาษาอังกฤษได้เหมือนอย่างพวก native บ้างนะ” ผมบ่นกับเพื่อนเกาหลีในระหว่างการเรียนคอร์สภาษาอังกฤษ

“เออ...แล้วนายเคยคิดบ้างไหมว่า ทำไมคนอังกฤษถึงพูดไทยหรือเกาหลีไม่ได้ หรือบางคนพูดได้ แต่ก็ไม่เหมือนเราพูดใช่ไหม จะมีสักกี่คนที่พูดได้เหมือนเราพูดภาษาตัวเอง” เพื่อนผมตอบกลับมา ทำให้ผมต้องฉุกคิด ซึ่งเพื่อนผมคนนี้ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี เนื่องจากว่าเพิ่งจบจากอเมริกาได้สัก 3-4 ปี ก่อนที่จะมาเรียนที่นี่ (แล้วมาเรียนภาษาทำไมก็ไม่รู้)

ทำให้ผมคิดได้ว่า “เรียนต่อไป ฝึกต่อไป พูดเหมือนไม่เหมือนว่ากันอีกเรื่อง เอาแค่สื่อสารได้ก็พอแล้ว”

--------------------------------------------------------

เนื่องด้วยอากาศเป็นใจอย่างที่ได้ว่าไปแล้ว วันนี้ผมจึงได้นัดกับถาวรเจ้าของร้านอาหารไทยเพื่อเจอกันที่ร้านของเขา แล้วก็อาจจะไปนั่งหาอะไรเพลิดเพลินเจริญใจหลังจากที่ปิดร้านแล้ว

ในช่วงเย็นผมเลยออกไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อย เพื่อปล่อยอารมณ์ให้มันกระจายออกไปบ้าง จนกระทั่งผมไปถึงร้านของเขาประมาณทุ่มกว่าๆ

ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยในมัลเมอหนึ่งในสองร้านที่ขายดีที่สุด จากจำนวนหลายร้าน (เท่าที่เห็น) ทำให้ตัวถาวรค่อนข้างยุ่งทีเดียวในแต่ละวัน

วันนี้ก็เช่นเดียวกัน จำนวนลูกค้าที่มาที่ร้านมากเหลือเกิน จนดวงตาผมเกิดความร้อนขึ้นมาเล็กๆ “ไม่รู้ว่าถ้าเป็นเราเปิดร้านอาหารแบบนี้จะมีลูกค้ามาอุดหนุนเรามากมายขนาดหรือเปล่า”

ซึ่งในจำนวนลูกค้าที่มานั่งอยู่ร้านนี้มีอยู่โต๊ะหนึ่งเป็นกลุ่มสาววัยน่าจะพอๆกันหรืออ่อนกว่ากันนิดหน่อยมานั่งกันอยู่ 3 สาว ซึ่งตอนแรกผมก็แค่แอบชำเลืองโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ถาวรนี่สิ เดินผ่านผมทีก็ “พี่ดูโต๊ะนั้นดิ” มาอีกทีก็ “น่ารักจริงๆ” 

ต้องขอเกริ่นถึงธรรมชาติหน้าตาของสาวๆที่นี่ก่อนนะครับ

คือคนที่นี่ผิวค่อนข้างขาว ละเอียด ไม่ค่อยมีกระให้เห็นเหมือนกับฝรั่งทั่วไป บวกกับหน้าตาที่ค่อนข้างใสเป็นส่วนใหญ่ และทรวดทรงที่ดูไม่มากจนเกินไป เรียกได้ว่าผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่จะ “สวย” และอาจจะเรียกได้ว่าที่สุดในยุโรปก็ว่าได้

อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ คือผมมีเพื่อนที่มีประสบการณ์ในการท่องอยู่ในยุโรปมาหลายปี แล้วมาเรียนอยู่กับผมที่นี่ เป็นคนบอก

ส่วนถ้าผู้ชาย “หล่อ” เห็นว่าจะเป็นไม่ตุรกี ก็อิตาลี นี่ก็ฟังเขามาอีกทีเหมือนกัน จริง ไม่จริง ใครรู้ช่วยบอกหน่อยครับ

ดังนั้น ผมก็เลยลอบมองอยู่หลายเพลาอยู่ แต่จริงๆแล้ว เราลอบมองอยู่ตั้งนานแล้ว...อิอิ

จนกระทั่งเวลาผ่านไปจวนจะได้เวลาร้านปิด ซึ่งปกติร้านจะปิดตีหนึ่ง แต่เนื่องจากวันนี้เจ้าของร้านจะไปเที่ยว ก็เลยปิดมันแค่ห้าทุ่มพอ บวกกับเหลือเพียงแค่โต๊ะกลุ่มสาวนั้นโต๊ะเดียวในร้าน กำลังดื่มกันอย่างสนุกสนาน

เจ้าของร้านจึงได้ทำการแจ้งให้ลูกค้ากลุ่มนั้นทราบว่าร้านจะปิดแล้ว ให้พวกสาวเจ้าออกไปได้แล้ว ทำนองนี้ คือเขาคุยสวีดิชกันหน่ะครับ ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วอะไรอีกก็ไม่รู้ คิกคัก คิกคัก แต่ไม่เกี่ยวกับผมหรอกครับ (เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะนึกว่าเกี่ยว...)

หลังจากนั้น ถาวรรีบดำเนินการทางบัญชีประจำวันอย่างรวดเร็ว

วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้รับรู้ว่าในหนึ่งวันถาวรขายได้กี่บาทหรือกี่โครน

ซึ่งจัดว่าเยอะมากทีเดียวในความคิดผม ยอดขายของเขาทั้งหมดในวันนั้นประมาณ 11,000  SEK หรือประมาณ 55,000 บาท ครับ ไม่น้อยจริงๆ แต่หลังจากนั้น ผมเห็นเขาลบนู่น ลบนี่ด้วยตัวเลขบางตัว สรุปวันนั้น ยอดขายสุทธิเขาอยู่ที่ประมาณ 3,900 SEK เท่านั้นเอง

ด้วยตัวเลขนี้ทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะยอดขายเป็นหมื่น แต่เหลือเพียงแค่เกือบสี่พัน

“ที่นี่ภาษีมันโหดมากพี่ ไอ้ที่ผมหักไปมานี่ภาษีทั้งนั้น มันเสียทุกอย่างรวมถึงค่าบรรยากาศภายในร้านยังต้องเสียภาษีเลยพี่คิดดู” ถาวรทำการชี้แจงไขข้อสงสัยทางสายตาของผม

“แล้วอะไรไม่อะไรนะพี่ พอผมหักทุกอย่างเรียบร้อยเป็นยอดสุทธิสิ้นเดือนแล้วนะ ผมยังต้องเสียภาษีเงินได้ของผมเองอีก 31% นะพี่” นี่คงเป็นเมืองที่ภาษีโหดที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ผมคิด

“แต่ในทางกลับกัน สวัสดิการที่นี่ดีมาก เรียนฟรีจนถึงจบไฮสคูล มีเงินเดือนให้ มีลูกก็ให้ค่าเลี้ยงดูบุตรอีกครอบครัวละ 2,000 SEK ต่อลูกหนึ่งคน” ถาวรสำทับต่อ

ดังนั้น หากคุณมาที่นี่อาจจะเห็นบางครอบครัวมีลูก 4-5 คน หรือไม่ก็มีกันตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว

แต่ที่แย่ รัฐบาลต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กับพวกที่มาขอลี้ภัยอยู่ในเมืองนี้ด้วย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก แล้วพวกนี้บางคนไม่ทำงาน โดยไปเดินขอใบไม่รับเข้าทำงานจากบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ แล้วนำไปยื่นกับรัฐบาลเพื่อขอเงินสนับสนุน ซึ่งจำนวนเงินที่พวกนี้ได้คิดเป็นเงินบาทอาจจะมากกว่าวิศวกรจบใหม่ในบ้านเราเสียด้วยซ้ำ

แล้วซ้ำร้าย บางคนยังทำตัวเป็นแก๊งค์มาเฟีย หรือกลุ่มอันธพาลกวนเมืองอีกต่างหาก

“พี่คิดดูดิ ผมต้องเสียภาษีเพื่อเลี้ยงไอ้พวกนี้ คิดแล้วมันก็เจ็บใจหว่ะพี่” ถาวรบ่นปิดท้าย ก่อนที่จะเอ่ยคำว่า “ไปพี่!... ผมพร้อมแล้ว”

--------------------------------------------------------

Lilla Torg แหล่งสำหรับนักกิน นักดื่ม

ย่าน Lilla Torg เป็นย่านที่มีร้านอาหารและผับให้นั่งดื่มเที่ยวอยู่หลายร้าน ซึ่งในช่วงอากาศแบบนี้ ในเดือนนี้ ร้านในบริเวณนี้จะต่อร้านออกมาถึงในบริเวณจัตุรัส แล้วให้เรานั่งหรือยืนได้ตามอำเภอใจ

“เฮ้ย! เป็นไงบ้าง” เสียงถาวรทักทายกับเพื่อนฝูง ซึ่งเมื่อผมหันมาก็ปรากฏร่างดำทะมึน สูงพอกับผมอยู่ตรงหน้า

ถาวรทำการแนะนำให้ผมรู้จักกับเพื่อนคนนี้ แต่ผมจำชื่อเขาไม่ได้แล้ว เรียกแต่ “ไอ้อัฟ” วันนั้นที่คุยกันก็มีแต่ แมนๆ แม่งๆ กันอยู่นั่นแหล่ะ

หลังจากที่ดื่มพูดคุยกันอยู่ที่ผับได้สักพัก ก็ได้เวลาย้ายเธคกันบ้างแล้วครับ

คือ เธคหรือบางคนเรียกว่าไนท์คลับที่นี่กว่าจะเปิดก็ประมาณ 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน แล้วไปปิด บางร้านก็ตีสาม บางร้านก็ตีห้า บางร้านก็เช้า ผมก็ไม่แน่ใจเรื่องกฎหมายการเปิดให้บริการของพวกนี้ แต่ที่แน่ๆ คือ ร้านพวกนี้ส่วนใหญ่เปิดเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

เมื่อเดินเข้าไปในร้านซึ่งต้องเสียค่าผ่านประตูด้วยนะครับ

ค่าผ่านประตูนี้ไม่สามารถนำไปแปรเป็นเครื่องดื่มได้เหมือนเธคบ้านเรานะครับ แต่สามารถเข้าไปเต้นๆๆๆๆๆ แล้วก็กลับโดยที่ไม่สั่งอะไรมากินเลยก็ได้

“เฮ้ย! นั่นที่เจอกันที่ร้านหรือเปล่าวะวร” บังเอิญผมมองเห็นสาวกลุ่มนั้นอีกแล้วครับ...ตาไวมาก

พวกเราก็ได้แต่ยิ้มให้ แล้วเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่บาร์

สักพัก ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็เดินเข้ามาทักถาวร ซึ่งมีสามคน กับพวกผมก็มีสามคนเหมือนกัน “อ้าว! อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้” ผมคิดในใจ

พวกเราก็คุยกันไปอยู่ในเธคนั่นแหล่ะครับ

สักพักไอ้เพื่อนอัฟของถาวรก็หายไปกับหนึ่งสาวในกลุ่มนี้ ในขณะที่ผมยังคงอยู่ในร้านและคุยต่อไป แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยหรอกครับ เพราะเพลงมันดัง

หลังจากนั้นเวลาประมาณตีสามกว่าพวกเราก็แยกย้ายกันกลับ ผมกับถาวรก็กลับไปทาง สองสาวนั้นก็กลับไปอีกทาง

“เฮ้ย! วรดูเขาก็ชอบนายอยู่นะเว้ย แล้วทำไมวะ” ผมถามกระเซ้า

“ไม่ได้หรอกพี่ ผมเปิดร้านในเมืองนี้อย่างนี้ เดี๋ยวเกิดเขาจะเอาเรื่องอะไรขึ้นมา ซวยเลยนะพี่ ตามที่ร้านหล่ะ เป็นเรื่องเลย เสียชื่อหมด” ถาวรตอบ

ซึ่งตัวของถาวรนั้นก็มีครอบครัวแล้ว พร้อมกับลูกชายอีกสองคน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าไม่ดีกว่า

ส่วนผม...ไม่มีเหตุผล เขาไม่สนใจเรามั้ง แต่ผมก็ยินดีที่จะเก็บไว้เป็นอาหารตาอาหารใจต่อไป ดีกว่าเอามาเป็นห่วงคล้องคอ

แล้วไอ้อัฟหล่ะ.......เป็นไงบ้างไม่รู้

--------------------------------------------------------

เวลาผ่านไปประมาณสองอาทิตย์...

“ไอ้อัฟ” เดินหน้าตาตื่นเข้ามาในร้านถาวรพร้อมกับเอ่ยถามว่า “เฮ้ย! มึงจำผู้หญิงที่เราเจอกันในเธคได้ป่าววะ” 

“เออ...มีไรวะ หน้าตาตื่นมาเลย” ถาวรถามด้วยอาการเป็นห่วง

วันนั้นผมมีนัดกับแจ็คซึ่งเป็นพ่อครัวของถาวร เพื่อจะไปเล่นสนุกเกอร์กันช่วงบ่าย จึงทำให้ผมได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นพอดี

“คือเมียกูโทรมาตอนกูกำลังอาบน้ำ” เพื่อนอัฟเริ่มเล่าด้วยสีหน้ากังวล “แล้วเธอก็รับโทรศัพท์กูด้วยสิ”

“เอาแล้วจุ้ย...” ผมคิด “ได้เป็นเรื่องกันบ้างหล่ะมึง”

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ยังไม่ทันที่เพื่อนอัฟจะเล่าให้ถาวรฟังต่อ ประตูร้านก็ถูกเปิดออก ร่างที่ปรากฏขึ้นมาตรงนั้นผมจำได้ดี เป็นผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง

เธอเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในร้าน แล้วก็เริ่มต่อว่าเพื่อนอัฟ และก็หันมาพูดสวีดิชกับถาวร อะไรสักอย่างหนึ่ง

เมื่อผมเห็นท่าไม่ดี ผมก็เลยเอ่ยออกไปว่า “แจ็ค ไปตีนุ๊กดีกว่า”

ผลการปะทะเป็นอย่างไรผมก็ไม่ทราบ แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับเพื่อนอัฟคนนั้นอีกเลย

--------------------------------------------------------

เดี๋ยวคราวหน้าผมจะขออนุญาตเอาเรื่องที่ค่อนข้างจะว่าด้วยเรื่องเซ็กซ์ของชาวสวีเดน บังเอิญผมไปพบกับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับสวิงกิ้งคลับในสวีเดน

ซึ่งในบางมุม เมืองที่เรียกว่ามีคนรู้หนังสือมากกว่า 90% แต่ปรากฎว่าในเรื่องของศีลธรรมบางอย่างกลับสูญหายไป

ขอบคุณที่ติดตามครับ

ขอขอบคุณเพลงจาก esnips.com

แล้วก็เหมือนเดิม ขอบคุณ ผู้ร่วมชะตากรรมที่ผมเอ่ยถึง และก็ขอโทษที่ต้องเอ่ย...

ปล.ความคิดเห็นที่อยู่ในเรื่องราวทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35
rainny วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
 [L-O-V-E   L-E-T-T-E-R]   

อืม ภาษีเขาโหดจริงๆ ค่ะ หักไปหักมา เหลือกระติ๊ดเดียวเอง

ส่วนเรื่องนั้น คุณดูแต่ตาน่ะดีแล้วค่ะ ท่องไว้ ไปเรียนๆๆๆ :)
ความคิดเห็นที่ 34
nobody007 วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 14.30 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


++สวัสดีครับ..
..ผมเคยได้ยินว่า สวีเดนเป็นประเทศที่มีสวัสดิการดีมาก
หากว่าแม้น socia welfare จะดีเพียงใด.. ยังมีการฆ่าตัวตาย ด้วยว่า ผู้หญิงมิใคร่ซื่อสัตย์นัก..++
ความคิดเห็นที่ 33
ธัชชะ วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 13.03 น.
http://www.oknation.net/blog/tajji

น่าจะสนุก...แต่ก็อดเหนื่อยใจแทนเสียมิได้ครับ./
ความคิดเห็นที่ 32
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/nnnnnn
_ข้าพเจ้าเป็นสุขกับทางโลก...เสมอด้วยทางธรรม_

แอบมาอ่านเรื่องราวจากต่างแดนค่ะ

น่าอิจฉาชีวิตในต่างแดนของคุณจัง

รอตอนจบด้วยเช่นกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
noina_za วันที่ : 18/12/2007 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/noinaza
>> วาจาคำหนึ่งมี 36 เหลี่ยม >> ทุกเหลี่ยมสามารถทิ่มแทงใจได้ >>...สุภาษิตจีน...<<


อ่านะ....ก็สวัสดีค่ะ


ความคิดเห็นที่ 30
กล้วยหักมุก วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 23.15 น.
http://www.oknation.net/blog/paedriew

อ่านจบแล้วสรุปว่าผู้ชายไทยหล่อสุด จริงเปล่า
เคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะว่าประเทศแถบสแกนดิเนเวีย
เก็บภาษีมหาโหดมากกกกก
หลานชายเคยไปเรียนที่นอร์เวย์เล่าให้ฟังค่ะ
จะติดตามอ่านเรื่องจากสวีเดนอีกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
ญาใจ วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 22.09 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@

ขอบคุณที่เข้าไปอ่านค่ะ

เราก้รอเรื่องของคุณให้จบเลยแล้วค่อยเมน์ คงไม่ว่านะค่ะ
ขอบคุณ
ความคิดเห็นที่ 28
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 03.00 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านนะครับ ง่วงแล้ว
ความคิดเห็นที่ 27
SweetestTears วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 22.50 น.
http://www.oknation.net/blog/Poison
My Heart always leads my way 


ความคิดเห็นที่ 17
สายล่อฟ้า วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 15.46 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh



อ่อ...ลืมบอกไป

ยังไม่ได้โค้ดเลยครับ...

ไม่รู้ว่าผมเผลอลบไปหรือเปล่า..

ยังไง...รบกวนส่งมาอีกรอบแล้วกันครับ

ขอบคุณครับ
................................................................







ว่าแระ ว่าไมเงียบๆไปน่ะค่ะ

ตายแล้ว ตอนนี้คอมรัมมีไวรัสอ่ะ ส่งไรไม่ไปแหงๆ คอมคุณสายล่อฟ้าคงดีเทคเจอนะคะ

ไงรัมขอเวลาแป๊ปนะคะ เดี๋ยวมีคนมาช่วยแก้ไขแล้วรัมจะรีบส่งให้ค่ะ

ขอโทษจริงๆค่ะ

..........................................

เดี๋ยวอ่านเรื่องก่อนค่ะ แล้วค่อยกลบมาเม้นท์ เข้ามาด้วยความยกมั่กๆ แฮ่กๆ
ความคิดเห็นที่ 26
midnightcopy วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 18.38 น.
http://www.oknation.net/blog/midnightcopy

อ่านเพลินดีค่ะ

อ้อ...ภาพ background สวยจัง
ความคิดเห็นที่ 25
noina_za วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/noinaza
>> วาจาคำหนึ่งมี 36 เหลี่ยม >> ทุกเหลี่ยมสามารถทิ่มแทงใจได้ >>...สุภาษิตจีน...<<

สวัสดีค่ะ

มิควรนอกใจเมีย ฮ่า ๆ ๆ ๆ

อ่านเพลินค่ะเขียนอ่านแล้วเห็นภาพค่ะ
ในใจแอบคิดอิจฉาที่คุณได้มีโอกาส
ได้ไปหาประสบการณ์ที่ต่างแดน

รออ่าน entry หน้า อิ อิ อิ


ความคิดเห็นที่ 24
HalfMoon วันที่ : 16/12/2007 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...

สรุปว่าอยู่เมืองไทย ดีฝ่าเนอะ

แหม แต่เมืองไทยเองก็มีเรื่องน่าเบื่อสุด ๆ หลายเรื่องอยู่นะ
ความคิดเห็นที่ 23
ป.ประพันธ์ วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 16.32 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  


เป็นเรื่องเลย
ความคิดเห็นที่ 22
กิต วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 02.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้


เขาไปไหนหนา


เงียบหายไปเลย

แวะมาดูซิ


ฝุ่นขึ้นบล๊อกแล้วพี่


55555555+


สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 21
เจเจค่ะ วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 17.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

คราวหน้า ....
ความคิดเห็นที่ 20
กิต วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 22.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้


แวะมาเยี่ยมครับ



ความคิดเห็นที่ 19
YOKUJUNG วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 21.25 น.
http://www.oknation.net/blog/yokujung
 Follow your heart and your dreams will come true. 

อ่านจนจบ ได้อะไรเยอะแยะ ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 18
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 19.29 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

เล่าเนียน อ่านสบาย.. สไตล์คุณเลยค่ะเนี่ย
จะมาคอยติดตาม ชีวิตที่ไกลบ้านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 17
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

เล่าเนียน อ่านสบาย.. สไตล์คุณเลยค่ะเนี่ย
จะมาคอยติดตาม ชีวิตที่ไกลบ้านนะคะ
ความคิดเห็นที่ 16
Invisible-Ink วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

Hello มาให้กำลังใจ.....ชอบของฟี

ไปหาพบความลับของ Tattoo รอยสัก.....
http://www.oknation.net/blog/victor/2007/12/13/entry-1
ความคิดเห็นที่ 15
auguzzy วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ภาษีบ้านเรานี่ถือว่าถูกมากๆ แล้วครับ
เลี่ยงกันซะ บ้านเมืองแถบโน้นเรื่องใหญ่ครับ

แหม สั้นนิดเดียวเอง เรานะตามมาตลอด
ความคิดเห็นที่ 14
inmoon วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 10.15 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

หวัดดีค่ะ

เน็ทไม่เป็นใจ
ตามมาอ่านช้าไปหน่อยน่ะ
ชอบเรื่องเล่าของคุณน่ะ แม้ห่างไกลจากตัวตน แต่คุณเขียนได้ดี ในแบบของคุณ ไม่มีเทคนิคซับซ้อน อ่านได้รื่นๆ

PS. วันนี้ เพลงไพเราะน่ะ แม้จะฟังกระจึ๋งเดียว ค่ำๆ จะกลับมาฟังต่อ

มีความสุขกับชีวิตในต่างแดนน่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
veerin วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 09.30 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

เขียนได้น่าอ่านมากๆเลยค่ะ...
คุณโชคดีจังเลยนะคะ..กับการได้ไปใช้ชีวิตต่างแดน
และดูแล้วชีวิตคุณดูจะมีสีสันมากๆ

เพิ่งจะรู้ว่าการเปิดร้านอาหารที่นู่น กำไรไม่มากเลย
ภาษีทำไมโหดเช่นนั้นนะคะ..อืม..แม้แต่บรรยากาศในร้านยังอาจต้องเสียภาษี.. โห..สุดยอดจริงๆค่ะ..

แต่พูดถึงนะคะ..สวัสดิการดี ก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆแล้วนะคะ
แถมสาวสวย หนุ่มหล่ออีกต่างหาก..
เค้าว่ากันฝรั่ง..ไม่ค่อยมีคนขี้เหร่ ข้อนี้คงจะจริงมังคะ..

เรื่องเล่าช่วงสุดท้าย..น่าตื้นเต้น..อืม..แล้วเพื่อนคุณจะเป็นเช่นไรเล่าน้า..

ไว้มาติดตามตอนต่อไป เรื่องศีลธรรมของประเทศที่มีการศึกษา น่าสนใจมากๆค่ะ..อิสระชน..จริงรึ?

แล้วอย่าลืม แวะไปตามนะคะ..
ความคิดเห็นที่ 12
buppha วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/supermom

มาทักทายก่อนนะคะ
เดี่ยวจะแวะเข้ามาอ่านจ๊ะ


สวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
ku_khuan วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 08.23 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"มัวพะวงว่าจะสูญเสีย...สิ่งนั้นสิ่งนี้จะหายไป...แล้วได้อะไรขึ้นมา?  แม้แต่ชีวิตเราเอง....ก็ต้องสูญหายไปสักวันเหมือนกัน">>


ดำเนินเรื่องราว แบบ ไปเรื่อยๆ แต่ก็มันดี
จะรอมุม มองด้านศีลธรรมของ ชาวสวีดิส เน้อ
ที่นั่น คงหนาวหน้าดู
ความคิดเห็นที่ 10
ผ่านมาระบาย วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Sodoyouthinkyoucanblog
Tea after Time

อืม ภาษีโหด แต่เอามาจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชนได้จริง ๆ ก็คุ้มอยู่นะ (ถ้าหากเราคิดเอื้อเฟื้อมั่งอ่ะ)

แต่อย่างว่าแหละ ทำงานเหนื่อยแทบตาย
เอาเงินเราไปปรนเปรอ คนที่ไม่สมควร
ก็แค้นอะเนอะ


รออ่าน เรื่องคนมีการศึกษา ที่ไร้ศีลธรรมจ้า
ความคิดเห็นที่ 9
..ขิงชมพู.. วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 22.32 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

เขียนเล่าได้ดีค่ะ อ่านเพลิน......

บ้านเมืองสวย แต่คนในชาติก็ทำเรื่องไม่ดีได้...
ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนๆค่ะ....
ความคิดเห็นที่ 8
fonsasami วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 18.36 น.
http://www.oknation.net/blog/fonsasami
"The greatest thing you'll ever learn is just to love and be loved in return"

เล่าได้สนุกดีค่ะ

เลยไม่รู้ชะตากรรมนาย อัฟ เลยนิ

ใจจรดใจจ่อรอเรื่องหน้าอยู่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 14.40 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
Emerald cool we may be  As water in cupped hands  But ,Oh that we might be  As splinters of glass in cupped hands. ~~ออง ซาน ซูจี~~


เรื่องคราวหน้า

เสร็จแล้วไปตามที่บ้านด้วยนะพี่นะ

จะรีบใส่สเก็ตมาดูเลย อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 6
Supawan วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 12.45 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อ่านเพลินค่ะ .. สนุกกับเรื่องราวในต่างแดน

เพลงเพราะค่ะ ..
ความคิดเห็นที่ 5
เมธา วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 12.33 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

ขอแอดเป็นเพื่อนบ้านนะครับ ติดตามอ่านเพราะเผื่อปีหน้าอยากไปเรียนต่อบ้าง
มีน้องผู้ ญ คนนึงก็ไปเรียนที่สวีเดน จำเมืองไม่ได้ ชื่อกระติก ..
ความคิดเห็นที่ 4
เมธา วันที่ : 12/12/2007 เวลา : 12.17 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

แล้วอัฟจบยังไงนี่ หุหุ