พิมพ์หน้านี้
|
ในช่วงต้นเดือนพฤษภาฯ เป็นช่วงรอยต่อระหว่างคอร์สของผม ทำให้ผมมีเวลาว่างพอสมควรในช่วงนี้ หลังจากที่ต้องตรากตรำทนเรียนภาษาอังกฤษอยู่ตั้งหลายเดือน ผมก็กำลังจะเริ่มหลักสูตรจริงๆกับเขาเสียที อากาศในช่วงนี้เย็นสบาย ไม่หนาวมาก และก็ไม่ร้อน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 20 องศา บวกกับเวลาดวงอาทิตย์ตกประมาณสองทุ่ม ดังนั้น การออกไปข้างนอกย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอุดอู้อยู่ในห้องพักของตัวเอง ในช่วงนี้ผมเริ่มมีเพื่อนเยอะแล้ว แต่ก็ยังหาเวลามาสังคมกับเพื่อนชาวไทยด้วยกัน ด้วยในบางครั้งเราก็อยากระบายอะไรออกมาเป็นภาษาไทยบ้าง มันจะได้พูดอะไรได้เต็มที่หน่อย แต่ก็คงไม่มากเกินไปจนกระทั่งไม่มีโอกาสได้พูดภาษาอังกฤษ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็คงเหมือนกับเพื่อนผมที่ไปเรียนที่อเมริกา แต่สุงสิงอยู่กับเพื่อนคนไทยเป็นส่วนมาก จนกระทั่งกลับมาก็ยังคงพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เหมือนเดิม แต่การฟัง การอ่าน การเขียน นี่ได้แน่นอน เพราะต้องใช้ในการเรียน หลังจากที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับคนที่ไม่ใช่ English native speaker ที่นี่แล้ว ทำให้ผมมีกำลังใจในเรื่องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษขึ้นมามากทีเดียว ก็ทั้งยุโรป มี บางประเทศเช่นฝรั่งเศสออกจะไม่ค่อยอยากพูดภาษาอังกฤษเสียด้วยซ้ำ เฮ้ย! นายเคยคิดไหมว่าทำไมเราไม่พูดภาษาอังกฤษได้เหมือนอย่างพวก native บ้างนะ ผมบ่นกับเพื่อนเกาหลีในระหว่างการเรียนคอร์สภาษาอังกฤษ เออ...แล้วนายเคยคิดบ้างไหมว่า ทำไมคนอังกฤษถึงพูดไทยหรือเกาหลีไม่ได้ หรือบางคนพูดได้ แต่ก็ไม่เหมือนเราพูดใช่ไหม จะมีสักกี่คนที่พูดได้เหมือนเราพูดภาษาตัวเอง เพื่อนผมตอบกลับมา ทำให้ผมต้องฉุกคิด ซึ่งเพื่อนผมคนนี้ภาษาอังกฤษค่อนข้างดี เนื่องจากว่าเพิ่งจบจากอเมริกาได้สัก 3-4 ปี ก่อนที่จะมาเรียนที่นี่ (แล้วมาเรียนภาษาทำไมก็ไม่รู้) ทำให้ผมคิดได้ว่า เรียนต่อไป ฝึกต่อไป พูดเหมือนไม่เหมือนว่ากันอีกเรื่อง เอาแค่สื่อสารได้ก็พอแล้ว -------------------------------------------------------- เนื่องด้วยอากาศเป็นใจอย่างที่ได้ว่าไปแล้ว วันนี้ผมจึงได้นัดกับถาวรเจ้าของร้านอาหารไทยเพื่อเจอกันที่ร้านของเขา แล้วก็อาจจะไปนั่งหาอะไรเพลิดเพลินเจริญใจหลังจากที่ปิดร้านแล้ว ในช่วงเย็นผมเลยออกไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อย เพื่อปล่อยอารมณ์ให้มันกระจายออกไปบ้าง จนกระทั่งผมไปถึงร้านของเขาประมาณทุ่มกว่าๆ ร้านนี้เป็นร้านอาหารไทยในมัลเมอหนึ่งในสองร้านที่ขายดีที่สุด จากจำนวนหลายร้าน (เท่าที่เห็น) ทำให้ตัวถาวรค่อนข้างยุ่งทีเดียวในแต่ละวัน วันนี้ก็เช่นเดียวกัน จำนวนลูกค้าที่มาที่ร้านมากเหลือเกิน จนดวงตาผมเกิดความร้อนขึ้นมาเล็กๆ ไม่รู้ว่าถ้าเป็นเราเปิดร้านอาหารแบบนี้จะมีลูกค้ามาอุดหนุนเรามากมายขนาดหรือเปล่า ซึ่งในจำนวนลูกค้าที่มานั่งอยู่ร้านนี้มีอยู่โต๊ะหนึ่งเป็นกลุ่มสาววัยน่าจะพอๆกันหรืออ่อนกว่ากันนิดหน่อยมานั่งกันอยู่ 3 สาว ซึ่งตอนแรกผมก็แค่แอบชำเลืองโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ถาวรนี่สิ เดินผ่านผมทีก็ พี่ดูโต๊ะนั้นดิ มาอีกทีก็ น่ารักจริงๆ ต้องขอเกริ่นถึงธรรมชาติหน้าตาของสาวๆที่นี่ก่อนนะครับ คือคนที่นี่ผิวค่อนข้างขาว ละเอียด ไม่ค่อยมีกระให้เห็นเหมือนกับฝรั่งทั่วไป บวกกับหน้าตาที่ค่อนข้างใสเป็นส่วนใหญ่ และทรวดทรงที่ดูไม่มากจนเกินไป เรียกได้ว่าผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่จะ สวย และอาจจะเรียกได้ว่าที่สุดในยุโรปก็ว่าได้ อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะครับ คือผมมีเพื่อนที่มีประสบการณ์ในการท่องอยู่ในยุโรปมาหลายปี แล้วมาเรียนอยู่กับผมที่นี่ เป็นคนบอก ส่วนถ้าผู้ชาย หล่อ เห็นว่าจะเป็นไม่ตุรกี ก็อิตาลี นี่ก็ฟังเขามาอีกทีเหมือนกัน จริง ไม่จริง ใครรู้ช่วยบอกหน่อยครับ ดังนั้น ผมก็เลยลอบมองอยู่หลายเพลาอยู่ แต่จริงๆแล้ว เราลอบมองอยู่ตั้งนานแล้ว...อิอิ จนกระทั่งเวลาผ่านไปจวนจะได้เวลาร้านปิด ซึ่งปกติร้านจะปิดตีหนึ่ง แต่เนื่องจากวันนี้เจ้าของร้านจะไปเที่ยว ก็เลยปิดมันแค่ห้าทุ่มพอ บวกกับเหลือเพียงแค่โต๊ะกลุ่มสาวนั้นโต๊ะเดียวในร้าน กำลังดื่มกันอย่างสนุกสนาน เจ้าของร้านจึงได้ทำการแจ้งให้ลูกค้ากลุ่มนั้นทราบว่าร้านจะปิดแล้ว ให้พวกสาวเจ้าออกไปได้แล้ว ทำนองนี้ คือเขาคุยสวีดิชกันหน่ะครับ ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วอะไรอีกก็ไม่รู้ คิกคัก คิกคัก แต่ไม่เกี่ยวกับผมหรอกครับ (เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะนึกว่าเกี่ยว...) หลังจากนั้น ถาวรรีบดำเนินการทางบัญชีประจำวันอย่างรวดเร็ว วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้รับรู้ว่าในหนึ่งวันถาวรขายได้กี่บาทหรือกี่โครน ซึ่งจัดว่าเยอะมากทีเดียวในความคิดผม ยอดขายของเขาทั้งหมดในวันนั้นประมาณ 11,000 SEK หรือประมาณ 55,000 บาท ครับ ไม่น้อยจริงๆ แต่หลังจากนั้น ผมเห็นเขาลบนู่น ลบนี่ด้วยตัวเลขบางตัว สรุปวันนั้น ยอดขายสุทธิเขาอยู่ที่ประมาณ 3,900 SEK เท่านั้นเอง ด้วยตัวเลขนี้ทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะยอดขายเป็นหมื่น แต่เหลือเพียงแค่เกือบสี่พัน ที่นี่ภาษีมันโหดมากพี่ ไอ้ที่ผมหักไปมานี่ภาษีทั้งนั้น มันเสียทุกอย่างรวมถึงค่าบรรยากาศภายในร้านยังต้องเสียภาษีเลยพี่คิดดู ถาวรทำการชี้แจงไขข้อสงสัยทางสายตาของผม แล้วอะไรไม่อะไรนะพี่ พอผมหักทุกอย่างเรียบร้อยเป็นยอดสุทธิสิ้นเดือนแล้วนะ ผมยังต้องเสียภาษีเงินได้ของผมเองอีก 31% นะพี่ นี่คงเป็นเมืองที่ภาษีโหดที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ผมคิด แต่ในทางกลับกัน สวัสดิการที่นี่ดีมาก เรียนฟรีจนถึงจบไฮสคูล มีเงินเดือนให้ มีลูกก็ให้ค่าเลี้ยงดูบุตรอีกครอบครัวละ 2,000 SEK ต่อลูกหนึ่งคน ถาวรสำทับต่อ ดังนั้น หากคุณมาที่นี่อาจจะเห็นบางครอบครัวมีลูก 4-5 คน หรือไม่ก็มีกันตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว แต่ที่แย่ รัฐบาลต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กับพวกที่มาขอลี้ภัยอยู่ในเมืองนี้ด้วย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก แล้วพวกนี้บางคนไม่ทำงาน โดยไปเดินขอใบไม่รับเข้าทำงานจากบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ แล้วนำไปยื่นกับรัฐบาลเพื่อขอเงินสนับสนุน ซึ่งจำนวนเงินที่พวกนี้ได้คิดเป็นเงินบาทอาจจะมากกว่าวิศวกรจบใหม่ในบ้านเราเสียด้วยซ้ำ แล้วซ้ำร้าย บางคนยังทำตัวเป็นแก๊งค์มาเฟีย หรือกลุ่มอันธพาลกวนเมืองอีกต่างหาก พี่คิดดูดิ ผมต้องเสียภาษีเพื่อเลี้ยงไอ้พวกนี้ คิดแล้วมันก็เจ็บใจหว่ะพี่ ถาวรบ่นปิดท้าย ก่อนที่จะเอ่ยคำว่า ไปพี่!... ผมพร้อมแล้ว --------------------------------------------------------
ย่าน Lilla Torg เป็นย่านที่มีร้านอาหารและผับให้นั่งดื่มเที่ยวอยู่หลายร้าน ซึ่งในช่วงอากาศแบบนี้ ในเดือนนี้ ร้านในบริเวณนี้จะต่อร้านออกมาถึงในบริเวณจัตุรัส แล้วให้เรานั่งหรือยืนได้ตามอำเภอใจ เฮ้ย! เป็นไงบ้าง เสียงถาวรทักทายกับเพื่อนฝูง ซึ่งเมื่อผมหันมาก็ปรากฏร่างดำทะมึน สูงพอกับผมอยู่ตรงหน้า ถาวรทำการแนะนำให้ผมรู้จักกับเพื่อนคนนี้ แต่ผมจำชื่อเขาไม่ได้แล้ว เรียกแต่ ไอ้อัฟ วันนั้นที่คุยกันก็มีแต่ แมนๆ แม่งๆ กันอยู่นั่นแหล่ะ หลังจากที่ดื่มพูดคุยกันอยู่ที่ผับได้สักพัก ก็ได้เวลาย้ายเธคกันบ้างแล้วครับ คือ เธคหรือบางคนเรียกว่าไนท์คลับที่นี่กว่าจะเปิดก็ประมาณ 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน แล้วไปปิด บางร้านก็ตีสาม บางร้านก็ตีห้า บางร้านก็เช้า ผมก็ไม่แน่ใจเรื่องกฎหมายการเปิดให้บริการของพวกนี้ แต่ที่แน่ๆ คือ ร้านพวกนี้ส่วนใหญ่เปิดเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเดินเข้าไปในร้านซึ่งต้องเสียค่าผ่านประตูด้วยนะครับ ค่าผ่านประตูนี้ไม่สามารถนำไปแปรเป็นเครื่องดื่มได้เหมือนเธคบ้านเรานะครับ แต่สามารถเข้าไปเต้นๆๆๆๆๆ แล้วก็กลับโดยที่ไม่สั่งอะไรมากินเลยก็ได้ เฮ้ย! นั่นที่เจอกันที่ร้านหรือเปล่าวะวร บังเอิญผมมองเห็นสาวกลุ่มนั้นอีกแล้วครับ...ตาไวมาก พวกเราก็ได้แต่ยิ้มให้ แล้วเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่บาร์ สักพัก ผู้หญิงกลุ่มนั้นก็เดินเข้ามาทักถาวร ซึ่งมีสามคน กับพวกผมก็มีสามคนเหมือนกัน อ้าว! อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ ผมคิดในใจ พวกเราก็คุยกันไปอยู่ในเธคนั่นแหล่ะครับ สักพักไอ้เพื่อนอัฟของถาวรก็หายไปกับหนึ่งสาวในกลุ่มนี้ ในขณะที่ผมยังคงอยู่ในร้านและคุยต่อไป แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยหรอกครับ เพราะเพลงมันดัง หลังจากนั้นเวลาประมาณตีสามกว่าพวกเราก็แยกย้ายกันกลับ ผมกับถาวรก็กลับไปทาง สองสาวนั้นก็กลับไปอีกทาง เฮ้ย! วรดูเขาก็ชอบนายอยู่นะเว้ย แล้วทำไมวะ ผมถามกระเซ้า ไม่ได้หรอกพี่ ผมเปิดร้านในเมืองนี้อย่างนี้ เดี๋ยวเกิดเขาจะเอาเรื่องอะไรขึ้นมา ซวยเลยนะพี่ ตามที่ร้านหล่ะ เป็นเรื่องเลย เสียชื่อหมด ถาวรตอบ ซึ่งตัวของถาวรนั้นก็มีครอบครัวแล้ว พร้อมกับลูกชายอีกสองคน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าไม่ดีกว่า ส่วนผม...ไม่มีเหตุผล เขาไม่สนใจเรามั้ง แต่ผมก็ยินดีที่จะเก็บไว้เป็นอาหารตาอาหารใจต่อไป ดีกว่าเอามาเป็นห่วงคล้องคอ แล้วไอ้อัฟหล่ะ.......เป็นไงบ้างไม่รู้ -------------------------------------------------------- เวลาผ่านไปประมาณสองอาทิตย์... ไอ้อัฟ เดินหน้าตาตื่นเข้ามาในร้านถาวรพร้อมกับเอ่ยถามว่า เฮ้ย! มึงจำผู้หญิงที่เราเจอกันในเธคได้ป่าววะ เออ...มีไรวะ หน้าตาตื่นมาเลย ถาวรถามด้วยอาการเป็นห่วง วันนั้นผมมีนัดกับแจ็คซึ่งเป็นพ่อครัวของถาวร เพื่อจะไปเล่นสนุกเกอร์กันช่วงบ่าย จึงทำให้ผมได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นพอดี คือเมียกูโทรมาตอนกูกำลังอาบน้ำ เพื่อนอัฟเริ่มเล่าด้วยสีหน้ากังวล แล้วเธอก็รับโทรศัพท์กูด้วยสิ เอาแล้วจุ้ย... ผมคิด ได้เป็นเรื่องกันบ้างหล่ะมึง แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ยังไม่ทันที่เพื่อนอัฟจะเล่าให้ถาวรฟังต่อ ประตูร้านก็ถูกเปิดออก ร่างที่ปรากฏขึ้นมาตรงนั้นผมจำได้ดี เป็นผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง เธอเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในร้าน แล้วก็เริ่มต่อว่าเพื่อนอัฟ และก็หันมาพูดสวีดิชกับถาวร อะไรสักอย่างหนึ่ง เมื่อผมเห็นท่าไม่ดี ผมก็เลยเอ่ยออกไปว่า แจ็ค ไปตีนุ๊กดีกว่า ผลการปะทะเป็นอย่างไรผมก็ไม่ทราบ แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับเพื่อนอัฟคนนั้นอีกเลย -------------------------------------------------------- เดี๋ยวคราวหน้าผมจะขออนุญาตเอาเรื่องที่ค่อนข้างจะว่าด้วยเรื่องเซ็กซ์ของชาวสวีเดน บังเอิญผมไปพบกับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับสวิงกิ้งคลับในสวีเดน ซึ่งในบางมุม เมืองที่เรียกว่ามีคนรู้หนังสือมากกว่า 90% แต่ปรากฎว่าในเรื่องของศีลธรรมบางอย่างกลับสูญหายไป ขอบคุณที่ติดตามครับ ขอขอบคุณเพลงจาก esnips.com แล้วก็เหมือนเดิม ขอบคุณ ผู้ร่วมชะตากรรมที่ผมเอ่ยถึง และก็ขอโทษที่ต้องเอ่ย... ปล.ความคิดเห็นที่อยู่ในเรื่องราวทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย |