พิมพ์หน้านี้
|
ไม่รู้ว่าจะสายเกินไปหรือเปล่าที่จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับคริสต์มาส แต่จริงๆ มันก็ผ่านมาแค่วันเดียวเองเนอะ แล้ววันนี้ในหลายประเทศก็ยังถือว่าเป็นวัน Boxing day ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะมีบอลให้ดูแบบเพลิดเพลิน หลังจากที่ดูกันอย่างจุใจไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ แถมยังไม่ต้องนอนตีสามตีสี่เพื่อรอดูบอล หรือต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อดูคู่ที่โปรดปรานเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับหลายประเทศในยุโรปและประเทศที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ วันนี้ยังมีความหมายว่าเป็นวันแกะกล่องของขวัญกันครับ เป็นวันที่คนเขาทำการให้ของขวัญกัน เจ้านายให้ลูกจ้าง ลูกจ้างให้เจ้านาย คนรวยให้คนจน ซึ่งวันนี้เขาก็ถือว่าเป็นสำคัญพอๆกับคริสต์มาสเลยครับ และทางราชการประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการด้วยครับ หากวันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาก็จะมีวันหยุดชดเชยให้ในวันจันทร์ด้วยครับ แต่สำหรับชาวสวีดิชวัน Boxing Day จะถือว่าเป็นวัน St.Stephen ซึ่งสำหรับชาวสวีเดนนักบวชท่านนี้จะเป็นคนที่มีใจเมตตาและรักสัตว์มาก โดยเฉพาะม้า ดังนั้น วันนี้ก็จะเป็นวันที่ม้าแข่งด้วย ซึ่งผมก็คิดว่าคงเหมือนกับที่อังกฤษ เพราะที่นั่นนอกจากจะมีบอลให้ดูแล้ว ยังมีม้าแข่งให้ดูด้วย ในวันนี้ชาวสวีดิชจะเข้าโบสถ์และก็ทำบุญกัน นอกจากนี้วันนี้เขายังถือว่าเป็นแห่งการเข้าสังคมด้วย เด็กจะมีปาร์ตี้กันในช่วงบ่าย และผู้ใหญ่จะมีปาร์ตี้กันในช่วงเย็น ซึ่งช่วงคริสต์มาสอย่างนี้ถ้าผมไม่หนีกลับเมืองไทย นอกจากจะหนาวตายแล้วยังเหงาตายด้วยครับ เพราะเขาจะอยู่กับครอบครัวและบรรดาญาติสนิท มิตรสหายกันเท่านั้น ส่วนคนแปลกหน้าอย่างเราก็ต้องนั่งๆนอนๆ อยู่ในห้องมีความสุขเพียงคนเดียว แต่โชคดีที่ผมไหวตัวทัน เลยหนีกลับเมืองไทยมาก่อน...อิอิ มาฉลองปีใหม่ที่บ้านดีกว่า ................................................................ เอาหล่ะครับ คราวนี้ผมจะขอกล่าวถึงประเพณีที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาสสำหรับสวีดิชชนให้ทราบพอสังเขปกันหน่อยนะครับ คริสต์มาสที่นี่เขาเริ่มกันตั้งแต่วันที่เขาเรียกว่า The first Sunday of Advent หรือวันอาทิตย์ก่อนที่จะถึงคริสต์มาส 4 อาทิตย์ ก็ประมาณปลายเดือนพฤศจิฯ ต้นเดือนธันวาฯ นั่นแหล่ะครับ ซึ่งในแต่ละอาทิตย์จะมีการจุดเทียนเพิ่มขึ้นอาทิตย์ละหนึ่งเล่ม เพื่อเป็นการนับถอยหลังสู่วันคริสต์มาส สำหรับประเพณีนี้ผมไม่สามารถหารูปเทียนที่เขาใช้มาให้ดูได้ เพราะไม่เห็นเขาทำกัน ก็เลยทึกทักเอาเองว่าเขาคงไม่จุดทีละเล่มแบบที่ว่านี้แล้วหล่ะครับ แต่ใช้เป็นการประดับเทียนอิเล็กทรอนิกส์อย่างในรูปแทน เพราะเทียนเหล่านี้จะถูกประดับตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมกันเลยทีเดียว
ซึ่งเทียนที่เห็นในรูปจะต้องตั้งบริเวณหน้าต่างแบบนี้ เพื่อเป็นการบอกกับซานต้าคลอสด้วยว่าบ้านนี้มีเด็กกำลังรอรับของขวัญอยู่ เพื่อป้องกันลุงซานต้าหลงทางเข้าบ้านไม่ถูกด้วยครับ แล้วเดี๋ยวค่อยมาว่ากันว่าลุงซานต้าแบบสวีดิชเป็นอย่างไร ................................................................ ทีนี้ก็เข้าสู่ช่วงกลางเดือนธันวาแล้วครับ ซึ่งถือว่าเป็นสำคัญที่สุดของที่นี่ในช่วงคริสต์มาสครับ นั่นคือวันที่ 13 ธันวาคม หรือเรียกกันว่า St.Lucias day และวันนี้ยังถือได้ว่าเป็นที่มีกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบหนึ่งปีเลยครับ หรืออีกนัยหนึ่งคือ เป็นวันที่มีกลางวันสั้นที่สุดในรอบหนึ่งปี ก่อนอื่นก็ต้องขอแนะนำให้ท่านๆได้รู้จักกับ St.Lucia กันเสียหน่อยนะครับ St.Lucia คือนักบวชหญิงจากเกาะ Sicily ในแถบทะเลเมดิเตอริเนียน ที่ยอมพลีชีพเพื่อความเชื่อทางศาสนา เมื่อปี ค.ศ.304 โดยเรื่องมีอยู่ว่า นักบวชหญิงท่านนี้ ได้ลักลอบนำเอาอาหารลงไปให้กับนักโทษทางศาสนาชาวคริสเตียน ที่ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดิน ใต้กรุงโรม ซึ่งถ้าจำไม่ผิดในสมัยก่อนศาสนาคริสต์น่าจะยังไม่เป็นที่ยอมรับกันในช่วงแรกๆ (ถ้าเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยนะครับ) ด้วยความมืด เธอจึงต้องสวมเชิงเทียนไว้บนศีรษะ เพื่อที่จะได้มีมือไว้สำหรับถืออาหาร แต่โชคร้ายการกระทำดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ เธอถูกทางการจับได้เสียก่อน เนื่องจากคู่หมั้นไม่พอใจที่เธอได้นำเอาเงินที่จะต้องให้คู่หมั้นในวันแต่งงานไปมอบให้กับครอบครัวชาวคริสเตียนครอบครัวหนึ่งเพื่อเป็นการช่วยเหลือ (อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจในเรื่องของพิธีการแต่งงานในสมัยก่อนเป็นอย่างไร) เมื่อเธอถูกจับได้ เธอก็ยอมตายเพื่อแสดงความเชื่อในศาสนา เมื่อชาวไวกิ้งที่นับถือคริสต์ได้ข่าวถึงความกล้าหาญของเธอ จึงได้เล่าขานสืบต่อกันมา และถือว่าเธอเป็นราชินีแห่งแสงสว่าง และได้ถือเอาวันที่ 13 ธันวาคม เป็นวัน St.Lucias day ซึ่งเป็นวันที่มีเวลากลางสั้นที่สุดในรอบปี ในวันนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นวันหยุดราชการ แต่ตามสถานที่ต่างจะจัดงาน และให้หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดขาว คาดด้วยผ้าสีแดง และสวมมงกุฎเทียนไว้บนศีรษะ โดยหญิงสาวที่โตที่สุดจะต้องเป็นคนสวมมงกุฎเทียน และเดินร้องเพลง Lucia song ระหว่างที่เดินเข้ามาในห้อง แม่งานในการจัดงานคริสต์มาสที่หอที่ผมอยู่ในวัน St.Lucias day หลังจากนั้น จะมีการเสริฟกาแฟและขนมต่างๆ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ Ginger biscuit และเครื่องประจำเทศกาลที่เรียกว่า glogg ซึ่งเป็นไวน์ชนิดหนึ่ง จะต้องดื่มตอนร้อนๆ มีทั้งชนิดที่มีแฮลกอฮอล์และไม่มีแฮลกอฮอล์ พร้อมกับใส่อัลมอนด์กลงไป ส่วนเรื่องรสชาติ ก็บอกไม่ถูกครับ แต่ผมเอามาวางไว้ชมเฉยๆ หลังจากที่ได้ลองไปอึกหนึ่ง ก็ตัดสินใจว่าไม่เหมาะที่ทนดื่มต่อไป แต่ชาวสวีดิชเขาชอบกันครับ ................................................................
หลังจากนี้ก็จะเข้าสู่วันคริสต์มาสของจริงแล้วครับ ต้นคริสต์มาสจะถูกนำมาประดับที่บ้านล่วงหน้าประมาณ 2-3 วัน งานฉลองจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม ตั้งแต่วันนี้ตลอดช่วงเทศกาลจะไม่มีการทำงานแล้วครับ ในวันนี้จะมีการเตรียมอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์แบบสวีดิชที่เรียกกันว่า Smorgasbord ซึ่งจะประกอบไปด้วยอาหารร้อนและเย็น ประเภทปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาเฮียริ่ง ปลาไหล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารจำพวก ตีนหมู ลูกชิ้นสไตล์สวีดิช และอื่นๆอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดกันอย่างไร
หลังจากอาหารค่ำมื้อนี้เสร็จสิ้น ก็จะมีใครบางคนที่มาร่วมกินอาหารแต่งตัวเป็น Jultomte หรือเรียกกันง่ายๆว่า ซานต้าคลอส นั่นเอง แต่เป็นในแบบของสวีดิช ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ซานต้าที่เราๆท่านๆรู้จักกัน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอเมริกันชน แต่ซานต้าที่นี่เขาเรียกกันว่าเป็น Christmas elf ชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ใต้พื้นบ้านหรือโรงนา ไม่ได้อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ และไม่ได้มาพร้อมกับกวาง แต่มาพร้อมกับแพะครับ ซึ่งเขาถือว่าแพะเป็นตัวแทนของเทพเจ้า
และซานต้าแบบสวีดิชจะนำเอาของขวัญมาฝากเด็กๆที่อยู่ในบ้าน โดยเขาจะถามก่อนว่า เป็นเด็กดีกันหรือเปล่า เด็กๆก็จะตอบกันว่า ใช่ หลังจากลุงซานต้าก็จะแจกของขวัญให้เด็กๆกันครับ ไม่มีการมาใส่ไว้ในถุงเท้าแบบที่เราเคยเห็นกันในทีวี หรือเคยรับรู้กันมา แต่ในปัจจุบันอิทธิพลของต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในประเทศนี้ เหมือนอย่างประเทศเรา ดังนั้น ประเพณคริสต์มาสดั้งเดิมก็เริ่มที่จะสูญหายไป จากที่ลุงซานต้าอยู่ใต้พื้นบ้านมาพร้อมแพะ ก็กลายเป็นอยู่ขั้วโลกเหนือขี่กวางลงปล่อง แบบอเมริกันไปแล้วครับ แต่เท่าที่รับทราบมา เขาก็สามารถรักษาประเพณีของเขาไว้ได้ดีในระดับหนึ่ง ในบางบ้านเขาก็ยังคงมีการนำแพะที่ทำมาจากฟางมาประดับไว้ที่ต้นคริสต์มาสเพื่อเป็นการแสดงถึงประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม ................................................................
เช้าตรู่ของวันคริสต์มาส คนที่นี่เขาก็จะเข้าโบสถ์กันครับ หากเป็นสมัยก่อนต้องขี่ม้าแข่งกันไปโบสถ์ โดยเขาถือว่าผู้ชนะจะสามารถทำการเกษตรได้ผลดีที่สุด คือว่าที่สวีเดนนี้ ผมว่าเขาก็เป็นประเทศเกษตรกรรมเหมือนกันนะครับ เพราะไปทางไหนก็จะเห็นแต่ทุ่งนา ปลูกมันฝรั่งบ้าง ปลูกผักบ้าง แต่ผมไม่ทราบว่าเป็นผักประเภทไหน ในช่วงหน้าหนาวที่อากาศหนาวจัดๆ เขาก็จะว่างและทำการเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกต่อไป ผมเคยถามคนสวีดิช ช่วงหน้าร้อนพอจะเข้าใจได้ว่าสามารถทำการเกษตรได้ ก็ไม่มีปัญหา แต่พอช่วงหน้าหนาวเกษตรกรเขาจะทำอะไร ผมก็ได้คำตอบว่า พวกเขาก็คงนั่งนับเงินตลอดช่วงหน้าหนาว นั่นคงพอทำให้พวกเขาหายเหงาได้ คริสต์มาสของสวีดิชยังไม่หมดเท่านี้นะครับ ก็มีต่อในวัน Boxing day แบบที่ผมกล่าวไปตอนต้นแล้ว แล้วจะไปหมดช่วงเทศกาลจริงๆกันก็วันที่ 13 มกราคม ซึ่งเขาเรียกกันว่า St.Knuts day เป็นวันที่เขาจะจัดปาร์ตี้กันเป็นวันสุดท้าย มีการร้องเพลง มีการเล่าเรื่องขำขันต่างๆ และสุดท้ายก็จะทำการรื้อต้นคริสต์มาส เอาออกไปไว้นอกบ้าน ถือว่าเป็นจบประเพณีคริสต์มาสของสวีดิชอย่างแท้จริงครับ ................................................................ ช่างเป็นคริสต์มาสที่ยาวนานจริงๆครับ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ไปสิ้นสุดกันก็เกือบกลางเดือนมกราคม ดังนั้น ผมว่าเอนทรี่นี้คงไม่สายไปใช่ไหมครับ สำหรับคริสต์มาส สุขสันต์วันคริสต์มาส และมีความสุขในวันปีใหม่ และตลอดทั้งปี 2551 นะครับ
ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมและเพลงจากอินเตอร์เน็ต และนิตยสาร South of Sweden รูปภาพบางรูปมาจากอินเตอร์เน็ต แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายเองครับ ปล.ความคิดเห็นที่อยู่ในเนื้อเรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว หากผิดพลาดประการต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ |
| เที่ยวชมสวนหลวง ร.9 | ||
เดินเล่นยามเย็น ในสวนหลวง ร.9 |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||