| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ทุกวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี จะเป็นวันที่ระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยให้มีอิสรภาพคืนมา และทรงสถาปนา กรุงธนบุรี เป็นราชธานี และทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2310 .................................................................... เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีขาล จุลศักราช ๑๐๙๖ ซึ่งตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2277 เป็นวันที่บุคคลที่ยิ่งใหญ่ได้ถือกำเนิด นายไหฮอง ซึ่งเป็นคนจีนแต้จิ๋ว และมีตำแหน่งหน้าที่ราชการในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนพัฒ กับนางนกเอี้ยง ได้มีบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่บุตรชายขุนพัฒถือกำเนิดได้ 3 วัน ก็ปรากฏมีงูเหลือมมาขดรอบตัวทารก เป็นทักขิณาวัฏ ขุนพัฒถือเอาเหตุการณ์นี้เป็นลางร้าย ตามความเชื่อของธรรมเนียมจีน จึงได้ยกบุตรชายให้กับพระยาจักรี สมุหนายก ด้วยความที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน เมื่อพระยาจักรีรับเอาบุตรชายของขุนพัฒมาเป็นบุตรบุญธรรมของตน หลังจากนั้น ลาภผลต่างๆก็เพิ่มพูนให้แก่พระยาจักรีเป็นอย่างมาก จึงได้ขนานนามเด็กคนนี้ว่า สิน ครั้นเมื่อเด็กชายสินอายุได้ 9 ปี เจ้าพระยาจักรีนำไปฝากเรียนหนังสือและอบรมจิตใจ มารยาทอยู่ในสำนักของพระอาจารย์ เมื่ออายุได้ 13 ปี เจ้าพระยาจักรีนำไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ระหว่างนี้นายสินได้ศึกษาภาษาจีน ภาษาญวน และภาษาแขก ต่อมาเมื่ออายุครบบวช เจ้าพระยาจักรีได้จัดการอุปสมบทนายสินให้เป็นพระภิกษุ อยู่ที่วัดโกษาวาส และได้จำพรรษาอยู่ถึง 3 พรรษา เมื่อลาสิกขาแล้วก็กลับเข้ารับราชการในสมเด็จพระเจ้าอยู่บรมโกศตามเดิม ในตำแหน่งมหาดเล็กรายงาน ครั้นถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งเป็นหลวงยกกระบัตร ไปประจำอยู่ ณ เมืองตาก เมื่อพระยาตากถึงแก่กรรม จึงทรงโปรดเกล้าฯ ยกให้หลวงยกกระบัตรสิน เป็นพระยาตาก .................................................................... ต่อมาในปี พ.ศ.2309 พม่ายกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาตากได้ถูกเรียกตัวมาช่วยงานราชการที่กรุงศรีอยุธยา ในระหว่างนี้ พระยาตากได้ทำการสู้รบกับพม่าอย่างเข้มแข็ง มีบำเหน็จความดีความชอบ จึงได้โปรดเกล้าฯ เลื่อนตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการ ผู้สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชร แต่ยังคงมีหน้าที่ในการป้องกันพระนคร ขณะที่ข้าศึกกำลังล้อมเมืองอยู่นั้น มีประกาศแก่พลประจำปืนว่า ใครจะยิงปืนใหญ่ในกรุงต้องขออนุญาตก่อน เพราะชาววังและเจ้านายผู้หญิงกลัวเสียงปืน พระยาตาก ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระยาวชิรปราการ ทำการรักษาการณ์ด้านตะวันออกอยู่ที่วัดเกาะแก้ว เห็นข้าศึกเคลื่อนกำลังเข้ามา ก็ยิงปืนใหญ่โดยไม่ได้ขออนุญาต ด้วยความที่พระยาวชิรปราการมีความดีความชอบมามาก จึงได้ถูกภาคทัณฑ์ไว้ก่อน และเป็นเหตุให้เริ่มมีความท้อใจในการรับราชการ นอกจากนี้ เมื่อคราวที่พระยาวชิรปราการออกรบร่วมกับพระยาเพชรบุรี แต่ด้วยความที่ทัพพม่ามีกำลังมากกว่า และสามารถสังหารพระยาเพชรบุรีตายในสนามรบ ปรากฎว่าพระยาวชิรปราการก็ยังถูกกล่าวหาว่าทอดทิ้งพระยาเพชรบุรี หลังจากนั้น พระยาวชิรปราการจึงได้วางกำลังอยู่วัดพิชัย ครั้นแล้วเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2309 พระยาวชิรปราการเห็นว่าไม่สามารถป้องกันเมืองได้แล้ว จึงรวบรวมพรรคพวกเป็นจำนวน 500 คน ตีฝ่าวงล้อมออกจากค่ายวัดพิชัย โดยตามพงศาวดารกล่าวไว้ว่า พระยาวชิรปราการ ได้หนีออกจากค่ายไปตามเส้นทาง บ้านโพธิ์สังหาร บ้านพรานนก นครนายก ปราจีนบุรี ย้อนกลับมาข้ามปากน้ำเจ้าโล้ที่ฉะเชิงเทรา และเข้าสู่เมืองชายทะเลทางด้านตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และเมืองตราด ในที่สุดเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2310 กรุงศรีอยุธยาได้เสียกรุงแก่พม่า พระยาวชิรปราการใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการเตรียมไพร่พล เสบียง ศาสตราวุธ และกองเรือ เพื่อทำการกอบกู้เอกราชคืนจากพม่า เมื่อสิ้นมรสุมก็ได้เคลื่อนขบวนเรือพร้อมทหารไทย จีน 4,000 คน เข้าสู่ปากน้ำเจ้าพระยา สู่เมืองธนบุรี จับนายทองอินซึ่งพม่าตั้งให้รักษาเมืองประหารชีวิตเสีย แล้วเคลื่อนทัพสู่กรุงศรีอยุธยา ยกกองทัพเข้าตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้นแตก สุกี้แม่ทัพตายในสนามรบ และยึดเอากรุงศรีอยุธยากลับคืนมา พระยาวชิรปราการสามารถกอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2310 หรือภายใน 7 เดือนหลังจากที่เสียกรุง .................................................................... หลังจากนั้น ได้อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศซึ่งพม่าฝังไว้ที่วัดโคกพระเมรุ มาถวายพระเพลิงตามราชประเพณี เมื่อเสร็จจากพระบรมศพแล้ว พระยาวชิรปราการคิดจะปฏิสังขรณ์พระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานีดังเดิม แต่ด้วยความเสียหายอย่างมาก ประกอบกับ พระยาฯฝันเห็นพระเจ้าแผ่นดินแต่ก่อนมาขับไล่ไม่ให้อยู่ ดังนั้น พระยาฯจึงตัดสินใจย้ายราชธานีไปอยู่ที่กรุงธนบุรีแทน และปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน ต่อมาในภายหลังได้ถูกขนานนามว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ....................................................................
อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ เฉลิมพระบรมราชกฤดาภินิหาร แห่ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ทรงเป็นมหาวีรบุรุษของชาติไทย ประสูติ พ.ศ.2277 สวรรคต พ.ศ.2325 รัฐบาลไทยพร้อมด้วยประชาชนชาวไทย ได้ร่วมกันสร้างขึ้นประดิษฐานไว้ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พุทธศักราช 2497 เพื่อเตือนใจให้ประชาชนไทยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงเพียรพยายามปราบปรามอริราชศัตรู กอบกู้เอกราชของชาติไทยให้กลับคืนดำรงอิสรภาพสืบมา .................................................................... ข้อมูลเพิ่มเติมจากอนุสาร อสท. เว็บไซต์วีกีพีเดีย และบางเว็บไซต์เพิ่มเติม รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต |