• สายล่อฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 17992
  • จำนวนผู้โหวต : 203
  • ส่ง msg :
วันพฤหัสบดี ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551
พ่อครับ...แม่ครับ...ผมขอโทษ...
Posted by สายล่อฟ้า , ผู้อ่าน : 531 , 05:09:47 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องสั้น...พาฝัน  
พิมพ์หน้านี้






วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวผมมีความยินดีกันอย่างที่สุด

เนื่องจากผมซึ่งเป็นน้องคนสุดท้อง เรียนจบเสียที

กว่าที่จะมีวันนี้ได้ ช่างยากลำบากเสียจริง

ด้วยความที่เป็นคนเกเร เอาแต่เที่ยว ไม่ค่อยสนใจการเรียน

ต้องให้เป็นที่หนักอกหนักใจคุณพ่อคุณแม่ของผมอยู่เรื่อย

และต้องเคี่ยวเข็ญกันอย่างหนัก กว่าจะมีวันนี้




ในสมัยก่อน พ่อกับแม่ ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไช ให้เรียน ให้อ่านหนังสือ

แต่ด้วยความไม่รักดี เลยชอบที่จะออกหนีเที่ยวกับเพื่อนๆ

บางที ก็ออกไปมีเรื่องกับคนอื่นมา หัวร้างข้างแตกกลับมา

บางที ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน พอแม่ถามว่า “เป็นอะไรลูก”

“หนีตำรวจมาแม่” ผมก็ตอบ “พอดีเมื่อกี้ตำรวจเขาเข้ามาจับยาเสพติดหลังหมู่บ้าน และโจ้ก็ดันอยู่ที่นั่นด้วย”

ในเวลานั้น แม่ไม่พูดอะไร แต่ผมสังเกตเห็นสีหน้าของแม่แสดงความกังวล




“พ่อ” แม่เริ่มบทสนทนากับพ่อ “นี่ถ้าเราปล่อยลูกไว้แบบนี้ มันจะแย่นะพ่อ เราจะทำยังไงกับมันดี”

“เอางี้ไหม” พ่อผมเริ่มแสดงความคิดเห็น “ให้มันเรียนทหาร อย่างน้อย มันก็จะได้มีโอกาสฝึกวินัย และมีคนคอยควบคุมดูแลอยู่”

ที่พ่อผมมีความคิดอย่างนี้ ก็เป็นเพราะว่า เมื่อก่อนพ่อผมก็เคยเป็นทหารเหมือนกัน และท่านก็รู้ดีถึงระบบของมัน ว่าจะต้องสามารถเอาลูกของท่านอยู่อย่างแน่นอน

แต่พ่อผมทำงานเป็นทหารอยู่ไม่นานก็ลาออก มาทำงานเอกชน เพราะฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี บวกกับมีลูกช่วยผลาญอีกสามคน โดยเฉพาะคนสุดท้อง

“ก็ดีเหมือนกัน” แม่ผมรับคำ “เดี๋ยวลองให้มันสอบเข้าเตรียมทหารดู แต่ไม่รู้ว่ามันจะได้หรือเปล่า ทำตัวอย่างนี้” แม่ผมก็ยังคงแสดงความกังวลอยู่

พ่อผมเลยบอกกับแม่ “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อบอกเพื่อนให้ลองช่วยดูให้ พ่อว่ามันต้องได้ซิ”

ถ้าบอกว่าผมเป็นคนโชคดีก็คงใช่ เพราะผมเป็นลูกคนเดียวที่ถอดแบบพ่อผมมาทุกอย่าง ตั้งแต่รูปทรงร่างกาย หน้าตา ผิวพรรณ และหัวสมองที่แบ่งสันปันส่วนมาอย่างดี ทำให้สติปัญญาของผมอยู่ในเกณฑ์พอได้ แต่ที่ไม่เอามาเลยคือความประพฤติ




ในที่สุด ผมก็สามารถสอบเข้าได้ตามที่พ่อแม่ผมหวังไว้ ทำให้ท่านดีใจมาก และนั่นคงเป็นครั้งแรกที่ผมทำให้ท่านดีใจได้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ดีใจก็ตาม ด้วยความที่ในเวลานั้น ผมมีความต้องการที่จะเข้าเรียนศิลปากรให้ได้ แต่เมื่อท่านขอร้องให้ทำ ผมก็ยินดีที่จะทำ

หลังจากนั้น ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ในโรงเรียนทหาร ถือได้ว่าติดอยู่ในกลุ่มประเภทหัวโจกของโรงเรียน

ก็ยังคงเป็นที่หนักใจพ่อแม่อยู่ตลอดมา จนท่านเริ่มไม่แน่ใจว่ามันจะเรียนจบได้หรือเปล่า เรียนก็เรียนแบบลุ่มๆดอนๆ เพราะมัวแต่เล่น โดดรั้วหนีเที่ยวบ้าง เกเรไปตามประสาเด็กวัยรุ่นคึกคะนอง

แต่ในที่สุด วันนั้นก็มาถึง วันที่ผมจบการศึกษาและติดยศนายทหารสัญญาบัตร

วันนั้น เป็นวันที่พ่อกับแม่ผมดีใจมากที่สุด เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นลูกเป็นแบบนี้

“โจ้ ดูเหมือนพ่อสมัยก่อนมากเลยรู้เปล่า ตอนที่พ่อยังแต่งเครื่องแบบอยู่” นั่นเป็นคำพูดของแม่ที่ทำให้ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูก

ไม่รู้สิ ผมว่าการที่ตัวเราถูกยกไปเปรียบว่าเหมือนกับคนที่เรารัก เหมือนกับคนที่เราบูชา นั่นย่อมทำให้เราดีใจ ครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน

และในวันนั้น วันที่ผมเรียนจบ พ่อก็ได้ถอยรถเก๋งใหม่ป้ายแดงให้ผมหนึ่งคันเป็นของขวัญ เพื่อที่จะได้เอาไปใช้ในการทำงาน

ซึ่งรถคันนั้นได้จอดรอผมอยู่ที่บ้านแล้ว ถือว่าเป็นการเซอร์ไพรส์ผมเป็นอย่างที่สุด

เพราะผมไม่เคยคาดหวังว่าพ่อจะซื้อรถให้เป็นของขวัญ

ผมกอดพ่อ กอดแม่ ขอบคุณเป็นการใหญ่

พ่อกับแม่ผมก็ได้แต่ยิ้มให้กับลูกคนนี้




“พ่อ เดี๋ยวโจ้ออกไปฉลองกับเพื่อนหน่อยนะ ขอเอารถใหม่ไป ได้หรือเปล่า” ผมพูดเพื่อขออนุญาต

“ก็เอาไปสิ” พ่อผมอนุญาต “แต่ว่าขับรถดีๆนะ แล้วอย่ากินเหล้าหล่ะ เดี๋ยวจะมีรอยเสียก่อนที่จะได้เอาไปทำงานนะลูก” พ่อผมพูดเสร็จพลางหัวเราะร่วน

วันนี้ช่างเป็นวันที่มีความสุขจริงๆ ทุกๆคนในบ้านของผมต่างมีรอยยิ้ม

ตัวผมเอง ก็มีความสุขอย่างที่สุด อย่างน้อยก็จบสิ้นชีวิตการเป็นนักเรียน และเริ่มต้นชีวิตการรับราชการทหาร




 “เฮ้ยยยย....โจ้ระวังงงงง....แม่งเบียด”  เพื่อนของผมร้องตะโกน

“เอี๊ยดดดดดด.........โครมมมมมม.....” รถของผมเสยเข้ากับเสาไฟฟ้าที่เกาะกลางถนน บนถนนพระรามเก้า หลังจากที่กลับออกมาจาก อาร์ซีเอ

สภาพรถยับเยิน แบบไม่ต้องซ่อมกันหล่ะครับ

เหตุเกิดขึ้นเนื่องจากบริเวณนั้น มีทางโค้งอยู่ แล้วด้วยความคึกคะนองของผม ไม่มีการลดความเร็ว มีเพียงแต่เร่งความเร็วเพื่อทำการแซงรถบรรทุกคันนั้นให้ได้

แต่รถบรรทุกเจ้ากรรม ดันเบียดผมเข้ามา ทำให้ผมตกใจและหักรถหลบไปอัดเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจัง

สติผมหายไปในทันที




“อิชั้น...มาดูลูกฉันที่รถคว่ำค่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ” แม่ผมถามกับนางพยาบาลที่อยู่หน้าเคาเตอร์

“อ๋อที่รถชนเมื่อตอนเช้ามืด และมีผู้บาดเจ็บใช่ไหมคะ” พยาบาลพูดไปพลางตรวจสอบข้อมูล

“เอ่อ...ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินค่ะ”

พอพยาบาลพูดจบ พ่อกับแม่และพี่ผมอีกสองคน รีบวิ่งไปดูที่ห้องฉุกเฉิน

เมื่อเข้าไปก็เห็นผมนอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียง

และเพื่อนผมก็นอนอยู่บนเตียงถัดๆไป

ในขณะนั้น แม่ได้แต่นิ่ง และก็บอกกับพ่อ “เฮ้อ...มันไม่พิการก็ดีแล้วหล่ะพ่อ” แม่พูดจบพร้อมกับเสียงสะอื้น

“ถ้าให้มันพิการ แม่ว่าให้มันตายไปเลยดีกว่า ยังไงมันก็เสียใจแค่ครั้งเดียว” แม่ผมเสริมพร้อมกับเอามือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเปื้อนแก้ม

ในขณะที่ ผมได้ยินแม่พูดอย่างนั้น ก็นึกโมโหแม่อยู่ในใจ “พูดเหมือนไม่รักกันเลย”

“นี่แม่ ทำไมไปพูดอย่างนั้นหล่ะหา แล้วลูกมันจะรู้สึกยังไง” พ่อผมต่อว่าแม่

“อ้าวพ่อ...พ่อลองคิดดูนะว่า ถ้ามันพิการ แล้วถึงวันหนึ่งวันที่เราสองคนไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลมัน พี่สองคนเขาก็ต้องมีครอบครัว มีชีวิตของเขา แล้วเราจะทิ้งไว้ให้เป็นภาระของพี่สองคนนั้นได้ยังไง” แม่ผมพูดเสริม

พ่อผมได้แต่นิ่งเงียบรับ และพยักหน้า




บ่ายวันนั้น ผมก็ได้กลับบ้าน กลับมาบ้านที่แสนอบอุ่น

แต่มาตอนนี้ดูเหมือนว่ารอยยิ้มมันจะหายไปจากบ้านผมเสียแล้ว

ผมเห็นพ่อกับแม่ยืนหน้าเศร้าอยู่ด้วยกัน พร้อมกับพี่ผมอีกสองคน

ผมเรียก “แม่” แต่แม่ผมไม่ตอบ สงสัยคงโกรธผมอยู่ที่เอารถของขวัญไปชนซะยับเยิน

ผมเรียก “พ่อ” พ่อผมหันมามองแล้วก็หันกลับไป

ผมเดินเข้าไป และนั่งข้างหน้าท่าน พร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าของท่าน

“พ่อครับ แม่ครับ โจ้ขอโทษ ที่โจ้ไม่เคยทำเรื่องดีๆให้พ่อกับแม่ได้ดีใจเลย แม้กระทั่งวันที่มันควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด และเราควรที่จะมีความสุขกันอย่างเต็มที่ พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว” ผมเริ่มสะอื้น และสำนึกผิด

“แต่ โจ้ก็ทำมันพังอีกแล้ว...พ่อ...แม่...ยกโทษให้โจ้นะ” ผมพูดจบ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าท่านทั้งสองอีกครั้ง

“โจ้จะไม่ทำอีกแล้วครับ โจ้สัญญา... โจ้จะไม่ทำอีกแล้ว...” เสียงผมหายไปในลำคอ




“แม่ไปเถอะ ยังไง โจ้ก็เสียไปแล้ว รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทันรดน้ำศพลูก” พ่อผมกระซิบบอกแม่

“พ่อว่าตอนนี้โจ้เขาคงมีความสุขอยู่ไหนสักแห่งแล้วหล่ะ เราอย่าไปกังวลเลย แล้วเราค่อยทำบุญส่งไปให้เขานะ” พูดจบ พ่อค่อยๆพยุงพาร่างที่ดูเหมือนไร้ความรู้สึกของแม่ออกจากบ้านไป

ทิ้งให้ผมนั่งอยู่ตรงนั้น ตรงที่ท่านทั้งสองมองไม่เห็นผม ไม่มีใครมองเห็นผม

ตรงที่มีกำแพงที่มองไม่เห็นมาขวางกั้นระหว่างผมกับครอบครัวผมอยู่

ตอนนี้เราอยู่คนละภพกันแล้ว ผมคงไม่มีโอกาสได้ทดแทนคุณของพ่อกับแม่อีกแล้ว

ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ ผมก็สร้างแต่เรื่องหนักใจให้ท่าน

“พ่อครับ...แม่ครับ...ผมขอโทษ  ผมทำได้เท่านี้จริงๆ และคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว...ผมขอโทษ...” 

ลาก่อนครับ...





************************************

ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต



 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 127
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 06.05 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

จริงๆเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัวนะคะ
ใช่เลย ตอนที่ทุกคนเป็นเด็ด ก้ใฝ่ฝันอยากเรียนโน่น เรียนนี่
แต่ บางคนจบมา ก็ไม่ได้ใช้สาขาวิชาที่เรียนมาจริงๆ มีถมไป
จบอักษร ไปทำร้านกาแฟ จบมัณฑนศิลป์ไปทำเสื้อยืดขาย จบถาปัดดันไปทำเครื่องประดับฯ
เพราะจุดเริ่มต้น กับ กลางทาง มันทีมันต่างกัน

จริงๆแล้วพ่อแม่รักเราเสมอ ไม่ว่าทานจะแสดงออกมาในรูปแบบไหน

: )
ความคิดเห็นที่ 126
เจเจค่ะ วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ไม่มีคำร่ำลา



ความคิดเห็นที่ 125
HalfMoon วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 22.25 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...

ความคิดเห็นที่ 124
คนกุลา วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมเยียน ครับ

อ่านแล้วเศร้าและน่ากลัว นะครับ

ความผิดพลาด ระหว่าง ลุกกับ พ่อ และ แม่ หลายครั้งจบ

ลงด้วย.... พ่อ ครับ แม่ครับ ผมเสียใจ และพ่อ กับ แม่ก็จะ

ตอบว่า ไม่เป็นไร หรอก ลูก คราวหลัง ระวังอย่าทำอีก ก็

แล้วกัน

จนกว่า จะถึง วันที่ ไม่มีโอกาส จะกล่าว แม้ คำว่าเสียใจ

และคำลา สุดท้าย ...อีกเลย ..
ความคิดเห็นที่ 123
AJ.p วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

แวะมาหาเด้อ
ความคิดเห็นที่ 122
hey_you วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 14.15 น.
http://www.oknation.net/blog/lov2allyou
ช่างแม่ง!! Let It Be

Thinking before saying...
Thinking before doing...

บางที คำ "ขอโทษ" มันไร้ค่า
เพราะว่า "สายเกินแก้"...

have fun
ความคิดเห็นที่ 121
ThailandNeverDie วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/thailandneverdie

หักมุมได้ดีเลย........เข้าเสาไฟฟ้า

ไม่มีใครรักเราเท่าแม่ กับพ่อของเราหรอกครับ

+1 เลยหล่ะกัน

ความคิดเห็นที่ 120
นายชิกุวะ วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 02.50 น.
http://www.oknation.net/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม

เขียนได้ดีมากๆ ครับ ตอนอ่านนั่งนึกภาพตามครับ

เบื่อๆเหงาแวะไปได้ครับ
http://www.oknation.net/blog/chikuwa/2008/02/10/entry-2
ความคิดเห็นที่ 119
ป.ประพันธ์ วันที่ : 11/02/2008 เวลา : 02.48 น.
http://www.oknation.net/blog/in-my-place
My Heart always leads my Head  

เขียนเรื่องสื่อถึงความรู้สึกได้ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 118
chedtha วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


http://www.oknation.net/blog/chedtha2/2008/02/10/entry-9

ขอบคุณมากครับโจ้
ขอให้โจ้มีความสุขมากๆเช่นกันครับ
ความคิดเห็นที่ 117
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.24 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


สวัสดีตอนเช้าครับพี่...

วันนี้ค่อนข้างโล่งหน่อยครับ...

เพิ่งปั่นรายงานเสร็จเมื่อคืนดึกเลย...

เลยไม่ได้เข้าไปเที่ยวบล็อกมากนัก...

แค่...โผล่ๆไป...ชะแว่บ...เท่านั้นหน่ะครับ...

แต่เดี๋ยวว่าจะไปเดินเล่นโคเปนฯสักแป็บ...หน่ะครับ...

นั่งรถไฟไปประมาณ 20 นาทีครับ...

แล้วค่อยกลับมาเดินเล่นในบล็อกต่อ...

และก็ขอให้พี่มีความสุขกับวันอาทิตย์ที่สดใสอย่างนี้ด้วยครับ...

แดดออกดีไหมครับที่นั่น...ที่นี่แดดจัดมา 2-3 วันแล้วครับ...

ความคิดเห็นที่ 116
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ใช่เลยครับ...

ตามไปครับ...

ความคิดเห็นที่ 115
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ด้วยความยินดีครับ...

ความคิดเห็นที่ 114
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ใช่ครับ...

คนเราต้องไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตครับ...

และก็ขอให้มีความสุขสุดสัปดาห์เช่นกันครับ...

ความคิดเห็นที่ 113
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ใช่เลยครับ...

และก็ขอบคุณที่เข้ามาแวะเยี่ยมเยียนเช่นกันครับ...

ความคิดเห็นที่ 112
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.09 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ครับ...

ยังมีพรุ่งนี้เสมอครับ...

ความคิดเห็นที่ 111
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 110
สายล่อฟ้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


มันก็คงใช่หน่ะครับ...

แต่คิดว่ามันคงเป็นความรักที่มีให้ลูกด้วยมั้งครับ...

ความคิดเห็นที่ 109
chedtha วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 14.53 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

แวะมาทักทายโจ้ แต่เช้าวันอาทิตย์เลย
โจ้สบายดีนะ วันอาทิตย์เหงาไหมครับ

ขอให้วันอาทิตย์นี้เป็นวันสบายๆ
ไปเดินเล่นไหม ขอให้มีความสุขมากๆในวันหยุดพักผ่อนนะ
ความคิดเห็นที่ 108
นาราด้า วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 12.32 น.
http://www.oknation.net/blog/tarot
Seeress

ครอบครัวคือรากฐานของชีวิตค่ะ
มาชวนไปเลือกดอกกุหลาบให้สาวๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 107
ญาใจ วันที่ : 10/02/2008 เวลา : 10.32 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ขอบพระคุณมากๆค่ะ สำหรับคำอวยพร
ความคิดเห็นที่ 106
veerin วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 16.05 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

ความรักของพ่อกับแม่ยิ่งใหญ่เสมอนะคะ..หาเปรียบได้ยากยิ่งนัก

คนเป็นลูก..กว่าจะรู้ตัว..ว่าทำผิดพลาดไปแล้ว..ก็อาจจะสายเกินไป..

เรื่องนี้นับเป็นอุทธาหรณ์ค่ะ ชีวิตที่มีอยู่ไม่ควรใช้ด้วยความประมาท..^_^
ความคิดเห็นที่ 105
veerin วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 16.01 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

วันนี้วันเสาร์ คุณโจ้ยังทำงานอยู่เหรอคะ..

มีความสุขกับงานมากๆนะคะ..
ความคิดเห็นที่ 104
fonyukyik วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 15.34 น.
http://www.oknation.net/blog/fonyukyik

พ่อแม่ ...ไม่เคยลืมลูกไม่ว่าจะตอนไหน .. เราอยู่ตรงนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้ท่านได้เหมือนกัน แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง ขอบคุณนะคะที่แวะไปอ่านเรื่องราวนี่หรือ....ของ คำว่า รัก ที่ทุกคนต้องการหนักหนา
ความคิดเห็นที่ 103
พระจันทร์สีเก่า วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 15.33 น.
http://www.oknation.net/blog/graticnumkaeng
เช้าวันหนึ่งการเดินทางของดอกไม้และรอยเท้า


บางทีคำว่าขอโทษมันก็มาพร้อมๆกับคำว่า
สายเกินไป

แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ยังไงพระอาทิตย์ก็ยังต้องขึ้นอยู่ดี
ความคิดเห็นที่ 102
เจ้าชายเย็นชา วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/aiem

เป็นเรื่องราวที่อ่านแล้วให้แง่คิดหลายแง่มุมแก่ผมมากทีเดียวครับ
ความคิดเห็นที่ 101
AJ.p วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
- - กระต่ายตัวนี้...มิมีพิษมีภัยนะจ๊ะ!!! - -

ความคิดเห็นที่ 100
อธิฏฐาน วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 10.28 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
เพราะคุณเป็นมากกว่าเพื่อน

ถึงยังไงโจ้ก็เคยให้พ่อแม่มีความสุขค่ะ ไม่งั้นจะซื้อรถยนต์ใหม่ให้ทำไม
ความคิดเห็นที่ 99
สายล่อฟ้า วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 04.19 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ครับ...พลาดครั้งเดียว...

นั่นอาจจะหมายถึงชีวิตเลยก็ได้ครับ...

ความคิดเห็นที่ 98
สายล่อฟ้า วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 03.50 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


บางที...คนเรา...

ก็ไม่มีโอกาสให้กลับตัวมากนักหน่ะครับ...

ความคิดเห็นที่ 97
musachiza วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 03.15 น.
http://www.oknation.net/blog/musachiza
Bin humzah

โหจบกันไม่ทันกลับตัว วิญญาณมาถึงลูกกระเดือกเสียก่อน
ความคิดเห็นที่ 96
สายล่อฟ้า วันที่ : 09/02/2008 เวลา : 03.10 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


ขอบคุณครับ...คุณแสงจันทร์...