| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวผมมีความยินดีกันอย่างที่สุด เนื่องจากผมซึ่งเป็นน้องคนสุดท้อง เรียนจบเสียที กว่าที่จะมีวันนี้ได้ ช่างยากลำบากเสียจริง ด้วยความที่เป็นคนเกเร เอาแต่เที่ยว ไม่ค่อยสนใจการเรียน ต้องให้เป็นที่หนักอกหนักใจคุณพ่อคุณแม่ของผมอยู่เรื่อย และต้องเคี่ยวเข็ญกันอย่างหนัก กว่าจะมีวันนี้ ในสมัยก่อน พ่อกับแม่ ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไช ให้เรียน ให้อ่านหนังสือ แต่ด้วยความไม่รักดี เลยชอบที่จะออกหนีเที่ยวกับเพื่อนๆ บางที ก็ออกไปมีเรื่องกับคนอื่นมา หัวร้างข้างแตกกลับมา บางที ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน พอแม่ถามว่า เป็นอะไรลูก หนีตำรวจมาแม่ ผมก็ตอบ พอดีเมื่อกี้ตำรวจเขาเข้ามาจับยาเสพติดหลังหมู่บ้าน และโจ้ก็ดันอยู่ที่นั่นด้วย ในเวลานั้น แม่ไม่พูดอะไร แต่ผมสังเกตเห็นสีหน้าของแม่แสดงความกังวล พ่อ แม่เริ่มบทสนทนากับพ่อ นี่ถ้าเราปล่อยลูกไว้แบบนี้ มันจะแย่นะพ่อ เราจะทำยังไงกับมันดี เอางี้ไหม พ่อผมเริ่มแสดงความคิดเห็น ให้มันเรียนทหาร อย่างน้อย มันก็จะได้มีโอกาสฝึกวินัย และมีคนคอยควบคุมดูแลอยู่ ที่พ่อผมมีความคิดอย่างนี้ ก็เป็นเพราะว่า เมื่อก่อนพ่อผมก็เคยเป็นทหารเหมือนกัน และท่านก็รู้ดีถึงระบบของมัน ว่าจะต้องสามารถเอาลูกของท่านอยู่อย่างแน่นอน แต่พ่อผมทำงานเป็นทหารอยู่ไม่นานก็ลาออก มาทำงานเอกชน เพราะฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี บวกกับมีลูกช่วยผลาญอีกสามคน โดยเฉพาะคนสุดท้อง ก็ดีเหมือนกัน แม่ผมรับคำ เดี๋ยวลองให้มันสอบเข้าเตรียมทหารดู แต่ไม่รู้ว่ามันจะได้หรือเปล่า ทำตัวอย่างนี้ แม่ผมก็ยังคงแสดงความกังวลอยู่ พ่อผมเลยบอกกับแม่ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อบอกเพื่อนให้ลองช่วยดูให้ พ่อว่ามันต้องได้ซิ ถ้าบอกว่าผมเป็นคนโชคดีก็คงใช่ เพราะผมเป็นลูกคนเดียวที่ถอดแบบพ่อผมมาทุกอย่าง ตั้งแต่รูปทรงร่างกาย หน้าตา ผิวพรรณ และหัวสมองที่แบ่งสันปันส่วนมาอย่างดี ทำให้สติปัญญาของผมอยู่ในเกณฑ์พอได้ แต่ที่ไม่เอามาเลยคือความประพฤติ ในที่สุด ผมก็สามารถสอบเข้าได้ตามที่พ่อแม่ผมหวังไว้ ทำให้ท่านดีใจมาก และนั่นคงเป็นครั้งแรกที่ผมทำให้ท่านดีใจได้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ดีใจก็ตาม ด้วยความที่ในเวลานั้น ผมมีความต้องการที่จะเข้าเรียนศิลปากรให้ได้ แต่เมื่อท่านขอร้องให้ทำ ผมก็ยินดีที่จะทำ หลังจากนั้น ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ในโรงเรียนทหาร ถือได้ว่าติดอยู่ในกลุ่มประเภทหัวโจกของโรงเรียน ก็ยังคงเป็นที่หนักใจพ่อแม่อยู่ตลอดมา จนท่านเริ่มไม่แน่ใจว่ามันจะเรียนจบได้หรือเปล่า เรียนก็เรียนแบบลุ่มๆดอนๆ เพราะมัวแต่เล่น โดดรั้วหนีเที่ยวบ้าง เกเรไปตามประสาเด็กวัยรุ่นคึกคะนอง แต่ในที่สุด วันนั้นก็มาถึง วันที่ผมจบการศึกษาและติดยศนายทหารสัญญาบัตร วันนั้น เป็นวันที่พ่อกับแม่ผมดีใจมากที่สุด เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นลูกเป็นแบบนี้ โจ้ ดูเหมือนพ่อสมัยก่อนมากเลยรู้เปล่า ตอนที่พ่อยังแต่งเครื่องแบบอยู่ นั่นเป็นคำพูดของแม่ที่ทำให้ผมดีใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้สิ ผมว่าการที่ตัวเราถูกยกไปเปรียบว่าเหมือนกับคนที่เรารัก เหมือนกับคนที่เราบูชา นั่นย่อมทำให้เราดีใจ ครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน และในวันนั้น วันที่ผมเรียนจบ พ่อก็ได้ถอยรถเก๋งใหม่ป้ายแดงให้ผมหนึ่งคันเป็นของขวัญ เพื่อที่จะได้เอาไปใช้ในการทำงาน ซึ่งรถคันนั้นได้จอดรอผมอยู่ที่บ้านแล้ว ถือว่าเป็นการเซอร์ไพรส์ผมเป็นอย่างที่สุด เพราะผมไม่เคยคาดหวังว่าพ่อจะซื้อรถให้เป็นของขวัญ ผมกอดพ่อ กอดแม่ ขอบคุณเป็นการใหญ่ พ่อกับแม่ผมก็ได้แต่ยิ้มให้กับลูกคนนี้ พ่อ เดี๋ยวโจ้ออกไปฉลองกับเพื่อนหน่อยนะ ขอเอารถใหม่ไป ได้หรือเปล่า ผมพูดเพื่อขออนุญาต ก็เอาไปสิ พ่อผมอนุญาต แต่ว่าขับรถดีๆนะ แล้วอย่ากินเหล้าหล่ะ เดี๋ยวจะมีรอยเสียก่อนที่จะได้เอาไปทำงานนะลูก พ่อผมพูดเสร็จพลางหัวเราะร่วน วันนี้ช่างเป็นวันที่มีความสุขจริงๆ ทุกๆคนในบ้านของผมต่างมีรอยยิ้ม ตัวผมเอง ก็มีความสุขอย่างที่สุด อย่างน้อยก็จบสิ้นชีวิตการเป็นนักเรียน และเริ่มต้นชีวิตการรับราชการทหาร เฮ้ยยยย....โจ้ระวังงงงง....แม่งเบียด เพื่อนของผมร้องตะโกน เอี๊ยดดดดดด.........โครมมมมมม..... รถของผมเสยเข้ากับเสาไฟฟ้าที่เกาะกลางถนน บนถนนพระรามเก้า หลังจากที่กลับออกมาจาก อาร์ซีเอ สภาพรถยับเยิน แบบไม่ต้องซ่อมกันหล่ะครับ เหตุเกิดขึ้นเนื่องจากบริเวณนั้น มีทางโค้งอยู่ แล้วด้วยความคึกคะนองของผม ไม่มีการลดความเร็ว มีเพียงแต่เร่งความเร็วเพื่อทำการแซงรถบรรทุกคันนั้นให้ได้ แต่รถบรรทุกเจ้ากรรม ดันเบียดผมเข้ามา ทำให้ผมตกใจและหักรถหลบไปอัดเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจัง สติผมหายไปในทันที อิชั้น...มาดูลูกฉันที่รถคว่ำค่ะ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ แม่ผมถามกับนางพยาบาลที่อยู่หน้าเคาเตอร์ อ๋อที่รถชนเมื่อตอนเช้ามืด และมีผู้บาดเจ็บใช่ไหมคะ พยาบาลพูดไปพลางตรวจสอบข้อมูล เอ่อ...ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินค่ะ พอพยาบาลพูดจบ พ่อกับแม่และพี่ผมอีกสองคน รีบวิ่งไปดูที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อเข้าไปก็เห็นผมนอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียง และเพื่อนผมก็นอนอยู่บนเตียงถัดๆไป ในขณะนั้น แม่ได้แต่นิ่ง และก็บอกกับพ่อ เฮ้อ...มันไม่พิการก็ดีแล้วหล่ะพ่อ แม่พูดจบพร้อมกับเสียงสะอื้น ถ้าให้มันพิการ แม่ว่าให้มันตายไปเลยดีกว่า ยังไงมันก็เสียใจแค่ครั้งเดียว แม่ผมเสริมพร้อมกับเอามือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเปื้อนแก้ม ในขณะที่ ผมได้ยินแม่พูดอย่างนั้น ก็นึกโมโหแม่อยู่ในใจ พูดเหมือนไม่รักกันเลย นี่แม่ ทำไมไปพูดอย่างนั้นหล่ะหา แล้วลูกมันจะรู้สึกยังไง พ่อผมต่อว่าแม่ อ้าวพ่อ...พ่อลองคิดดูนะว่า ถ้ามันพิการ แล้วถึงวันหนึ่งวันที่เราสองคนไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลมัน พี่สองคนเขาก็ต้องมีครอบครัว มีชีวิตของเขา แล้วเราจะทิ้งไว้ให้เป็นภาระของพี่สองคนนั้นได้ยังไง แม่ผมพูดเสริม พ่อผมได้แต่นิ่งเงียบรับ และพยักหน้า บ่ายวันนั้น ผมก็ได้กลับบ้าน กลับมาบ้านที่แสนอบอุ่น แต่มาตอนนี้ดูเหมือนว่ารอยยิ้มมันจะหายไปจากบ้านผมเสียแล้ว ผมเห็นพ่อกับแม่ยืนหน้าเศร้าอยู่ด้วยกัน พร้อมกับพี่ผมอีกสองคน ผมเรียก แม่ แต่แม่ผมไม่ตอบ สงสัยคงโกรธผมอยู่ที่เอารถของขวัญไปชนซะยับเยิน ผมเรียก พ่อ พ่อผมหันมามองแล้วก็หันกลับไป ผมเดินเข้าไป และนั่งข้างหน้าท่าน พร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าของท่าน พ่อครับ แม่ครับ โจ้ขอโทษ ที่โจ้ไม่เคยทำเรื่องดีๆให้พ่อกับแม่ได้ดีใจเลย แม้กระทั่งวันที่มันควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด และเราควรที่จะมีความสุขกันอย่างเต็มที่ พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ผมเริ่มสะอื้น และสำนึกผิด แต่ โจ้ก็ทำมันพังอีกแล้ว...พ่อ...แม่...ยกโทษให้โจ้นะ ผมพูดจบ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าท่านทั้งสองอีกครั้ง โจ้จะไม่ทำอีกแล้วครับ โจ้สัญญา... โจ้จะไม่ทำอีกแล้ว... เสียงผมหายไปในลำคอ แม่ไปเถอะ ยังไง โจ้ก็เสียไปแล้ว รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทันรดน้ำศพลูก พ่อผมกระซิบบอกแม่ พ่อว่าตอนนี้โจ้เขาคงมีความสุขอยู่ไหนสักแห่งแล้วหล่ะ เราอย่าไปกังวลเลย แล้วเราค่อยทำบุญส่งไปให้เขานะ พูดจบ พ่อค่อยๆพยุงพาร่างที่ดูเหมือนไร้ความรู้สึกของแม่ออกจากบ้านไป ทิ้งให้ผมนั่งอยู่ตรงนั้น ตรงที่ท่านทั้งสองมองไม่เห็นผม ไม่มีใครมองเห็นผม ตรงที่มีกำแพงที่มองไม่เห็นมาขวางกั้นระหว่างผมกับครอบครัวผมอยู่ ตอนนี้เราอยู่คนละภพกันแล้ว ผมคงไม่มีโอกาสได้ทดแทนคุณของพ่อกับแม่อีกแล้ว ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ ผมก็สร้างแต่เรื่องหนักใจให้ท่าน พ่อครับ...แม่ครับ...ผมขอโทษ ผมทำได้เท่านี้จริงๆ และคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว...ผมขอโทษ... ลาก่อนครับ... ************************************ ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
|