• สายล่อฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : theerapong_bh@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 14499
  • จำนวนผู้โหวต : 193
  • ส่ง msg :
เรื่องเล่าของ...โจโจ้...
เรื่องเล่า...เรื่องสั้น...ในเชิงประสบการณ์...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/theerapongbh
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551
รักแห่งสายลม...
Posted by สายล่อฟ้า , ผู้อ่าน : 520 , 00:41:35 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องเล่า...พาเพลิน  
พิมพ์หน้านี้



ตึง...ตึง...ตึง...เสียงเคาะประตูปานฟ้าถล่มของแม่ ทำให้ผมต้องจำใจ ลุกขึ้นจากเตียง แล้วไปเปิดประตู

“นี่ จะไม่ไปเรียนหรือไงวันนี้” ประโยคแรกที่แม่ถามผม “ไป...ไปอาบน้ำ” แม่ผมขึ้นเสียงไล่

“ไปเรียนวันแรกไม่ใช่หา แล้วยังจะไปสายอีก เร็วๆเข้า” แม่ผมเริ่มบ่นต่อไปไล่หลังผม ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำ

ผมก็จัดแจงอาบน้ำ แต่งตัว แต่งชุดนักเรียนใหม่ โรงเรียนใหม่ ที่ผมเพิ่งมาเข้าตอน ม.4 นี้ และที่ผมต้องมาเข้าที่นี่ก็เพราะแม่ต้องการให้เรียนโรงเรียนรัฐ ที่เก่ามันเป็นโรงเรียนราษฎร์ แพงและเด็กก็ค่อนข้างเกด้วย แม่ผมเลยบังคับให้ไปสอบอีกที่หนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่นี่แหล่ะครับ และวันนี้ก็เป็นวันแรกของการเปิดเรียน

“เฮ้ย...จะไปทันไหมวะนี่” ผมบ่นไปพลางดูนาฬิกา และก็รีบแต่งตัว รีบออกจากบ้าน เพื่อเดินทางไปเรียนที่ใหม่ที่ลาดพร้าว




“นี่เธอ...วันแรก นี่ก็เกือบสายเลยนะ” อาจารย์ปกครองที่ยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของโรงเรียนพูดออกมา

“สวัสดีครับอาจารย์” ผมกล่าวสวัสดีอาจารย์ท่านนั้น และก็รีบวิ่งไปเข้าแถว ในนาทีสุดท้ายก่อนที่อาจารย์ท่านนั้นจะปิดประตูโรงเรียน

ผมวิ่งตรงไปที่ป้ายที่เขียนบอกว่า ม.4/8

“โทษที...โทษที...” ผมกล่าวขอโทษเพื่อนผมที่ต้องมาแทรกแถว ด้วยเหตุว่าหุ่นของผมอยู่ในเกณฑ์ที่สูงพอสมควร เลยทำให้แถวค่อนข้างวุ่นวายไปสักนิดนึง

กระเป๋าผมเลยไปชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวหน้า เธอหันมามอง “ขอโทษครับ” ผมกล่าวเสร็จ เธอก็ค้อนหันกลับไป

“อ้าว...อะไรวะนี่ ขอโทษแล้วทำเป็นค้อนขวับ” ผมมองเธอและบ่นกับตัวเอง พร้อมกับส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจ




“เอาหล่ะ ห้อง 8 จ๊ะ เดี๋ยวตามครูมาทางนี้นะ” เสียงอาจารย์ประจำชั้น เรียกนักเรียนในชั้นให้เดินตามไปเข้าห้องเรียน หลังจากที่แถวเสร็จ

เมื่อเราเดินมาถึงห้อง จัดแจง จัดที่นั่ง หาที่นั่งกัน ผมซึ่งเป็นคนตัวสูง ประกอบกับเป็นนิสัย เมื่อเข้าห้องเรียนได้ แถวท้ายใกล้ประตูเท่านั้นที่ผมจะเดินไปนั่ง ผมก็เลยได้นั่งแถวรองสุดท้าย เพราะไม่ทันไอ้เพื่อนผมอีกคน ที่มันชิงเก้าอี้แถวสุดท้ายไปก่อน

เมื่อจัดที่นั่งกันเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มมีการแนะนำตัวกัน ห้องนี้มีทั้งเด็กใหม่เข้าตอน ม.4 และเด็กเก่าที่ต่อมาจาก ม.3 ปะปนกัน

การแนะนำตัวก็ดำเนินไปเรื่อย จนมาถึงคนที่นั่งข้างหน้าเยื้องกับผม “อ้าวเฮ้ย! นี่มันที่ค้อนตูเมื่อกี้นี่หว่า ทำไมต้องมานั่งตรงนี้ด้วย...” ผมนึกบ่นในใจ เพราะผมเริ่มไม่ชอบหน้าตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

เธอบอกเธอชื่อ “หมวย” เพิ่งมาเข้าตอน ม.4 นี่

ส่วนผมหรือครับ ผมก็ชื่อ “โจ้” ไงครับ เพิ่งมาตอน ม.4 เหมือนกัน ในระหว่างการแนะนำตัวของผม เพื่อนๆก็หันมามอง แล้วซุบซิบๆ กัน ทำให้ผมงงเล็กน้อย จนเพื่อนที่นั่งข้างผมบอกว่าผมลืมรูดซิป “อุ๊...ตั้งแต่เมื่อไหร่วะนี่ หรือตั้งแต่ออกจากบ้าน ตอนนั้น ยิ่งรีบๆอยู่ด้วย” ผมเริ่มนึกในใจ “นี่ต้องหน้าแตกตั้งแต่วันแรกเลยหรือเรา”

นั่น...นั่น...น่าน...หันมามองตูแบบเหยียดหยามอีกแล้ว “นังหมวย”  สายตานั้น ทำให้ผมคิด “ตูไปทำกรรมอะไรกับนังนี่มาวะนี่ หันมามองแบบนี้ ไม่รู้จักกันซะหน่อย” ระหว่างนั้น อายก็อาย โกรธก็โกรธ แต่ต้องทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวเสียฟอร์ม

การเรียนวันแรกของผมก็ผ่านไปได้ด้วยดี ได้รู้จักเพื่อนใหม่อยู่หลายคน ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกผู้ชายที่นั่งอยู่หลังๆห้องด้วยกันแหล่ะครับ




หลังจากวันนั้น ผมก็เจอ “หมวย” ก่อนเข้าเรียนในตอนเช้าเป็นประจำเกือบทุกวันเลยครับ ในโรงอาหารตอนเช้าบ้าง ในห้องเรียนตอนทำเวรเช้าบ้าง บางทีก็หน้าโรงเรียน ลงรถสองแถวมาด้วยกัน แต่ทุกวันที่เจอ ผมไม่เคยทักเธอหรอกครับ ก็เธอมองผมด้วยสายตาน่ารังเกียจ ซะขนาดนั้น  

จนในที่สุด ผมก็มาถึงบางอ้อ ว่าทำไมที่เธอมักจะมองผมแบบนั้น

ในระหว่างที่นั่งเรียนอยู่นั้น ผมก็นั่งเรียนอยู่ข้างหลังเยื้องกับเธอ และก็เขียนข้อความคุยกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ บ้าง วาดรูปเล่นบ้าง เธอหันมามองผม ด้วยความจงเกลียดจงชัง แล้วก็พ่นออกมาเบาๆว่า “โคตรเกลียดเลยหว่ะ”

“อ้าว...” ผมหันมองหน้ากับเพื่อนที่นั่งข้างๆ งงครับ เพื่อนผมก็งงแทนเหมือนกันว่าทำไม เพื่อนมันก็ถามว่าไปทำอะไรเขาหรือเปล่า แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก นอกจากครั้งแรกนั้น ก็ไม่มีแล้วนี่หว่า ไม่อยากยุ่งด้วยซ้ำ

ผมนึกงงปนโกรธจึงพ่นออกไปเบาๆพอให้เธอได้ยิน “ยัยหมวยบ้า”

เธอหันมามอง แล้วค้อนกลับไป

นั่นถือว่าเป็นประโยคแรกที่เราได้คุยกันครับ หลังจากที่เปิดเทอมมาได้สองเดือน และก็เป็นประโยคเดียวที่ได้คุยกันในเทอมแรกนั้น ทั้งๆที่นั่งห่างกันไปแค่มือเอื้อมแตะ แต่ไม่เคยคุยกันเลย มีแต่ส่งสายตาที่น่ารังเกียจนั้นมา




เทอมสองเปิดขึ้นมา เทอมนี้มีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ และยังมีงานกลุ่มอีก

ครั้งหนึ่ง ผมก็บังเอิญจับพลัดจับผลู ต้องมาทำกิจกรรมกลุ่มเดียวกับเธอ ซวยจริงๆครับ

เย็นวันนั้น วันที่ผมต้องทำงานกลุ่ม ผมดันนัดกับกลุ่มเพื่อนว่าจะไปซ้อมดนตรีกัน หลังเลิกเรียน และผมก็อยากไปเสียด้วย เพราะไม่อยากจะทำกิจกรรมบ้าๆบอๆอะไรนี่ กับยัยหมวยนรก

ผมก็เลยหนีงานกลุ่มเสียเลย แต่ยัยหมวยเจ้ากรรม เธอฟ้องอาจารย์ครับ นั่นทำให้ผมโดนหักคะแนน “โห...มันจะอะไรกับตูนักวะเนี่ย” ผมคิด “ทำไมตูต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกับยัยคนนี้ด้วยนะ ไม่เข้าใจจริงๆ” นึกโทษด้วยความโกรธแค้น




ต่อมา ในช่วงกลางเทอมสอง โรงเรียนเราก็มีกีฬาสีกัน ผมก็ดันอยู่สีเดียวกันกับยัยคนนี้อีกแล้ว และยังโดนให้มาช่วยเตรียมงานด้วยกันอีก

“นี่โจ้ เธอจะไปไหนหน่ะ” เสียงยัยหมวยถามผม ระหว่างที่เรากำลังช่วยพี่ ม.6 เตรียมงานกีฬาสีกันอยู่

“ไปห้องน้ำ” ผมตอบห้วนๆ “ไม่หนีไปไหนหรอกน่า ไม่ต้องเอาไปฟ้องใครด้วย เดี๋ยวมา” ผมพูดต่อไปด้วยความรำคาญ

พอผมกลับมา “เฮ้ย!...นี่เธอไปดูดบุหรี่มาใช่ไหม กลิ่นมันถึงได้เหม็นอย่างนี้” เธอถามผมเสียงแข็ง

“อ้าว แล้วจะยุ่งไรด้วยเนี่ย ฉันจะดูดหรือเปล่ามันก็เป็นเรื่องของฉัน เกี่ยวไรกับเธอ ทำงานไป...ไป” ผมต่อว่าเธอไป ด้วยความรำคาญ แล้วก็หันไปทางอื่น

ช่วงนี้หล่ะมั้งครับ ที่เราได้คุยกันแบบจริงๆจังๆ




เช้าวันหนึ่ง ผมต้องรีบมาโรงเรียนแต่เช้า เพราะการบ้านยังไม่ได้ทำเลยครับ และต้องการเอาของเพื่อนมาลอกด้วย เลยต้องรีบมาดักกันไว้ก่อน แต่คนที่ผมเจอดันเป็นคนที่ผมไม่อยากเจอนี่สิครับ “เจออีกแล้ว เดี๋ยวแม่บ่นตูอีก” ผมคิดในใจ

ก่อนที่จะหันไปหาเพื่อนอีกคนเพื่อขอยืมสมุดการบ้าน แต่กรรมครับ เพื่อนผมคนนั้นก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน และก็กำลังหาคนให้ลอกอยู่

“ปึ้กก” เสียงสมุดลอยมากระแทกโต๊ะผม ทำให้ผมต้องหันไปมอง ก็เห็นเธอนั่นแหล่ะเป็นคนโยนสมุดนั้นมา ก่อนที่เธอจะพูดว่า “อ่ะ เอาไปดิ” ตอนนั้นผมงงเล็กน้อย แต่ไม่มีเวลางงนานเพราะต้องรีบทำเดี๋ยวส่งไม่ทัน

“เออ ขอบใจ” ผมตอบเธอกลับไป ก่อนที่จะลงมือปั่นการบ้านจนเสร็จก่อนที่ออดเข้าแถวจะดัง




หลังจากนั้น เธอก็ได้ให้ความช่วยเหลือผมอีกหลายครั้ง ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งๆที่ลักษณะการพูดก็ยังกวนอยู่เหมือนเดิม “แต่ก็โอเค” ผมคิด อย่างน้อยก็มีคนให้ลอกการบ้าน บางทีเธอก็โยนสมุดจดมาให้ผม และบอกให้เอากลับไปลอก ด้วยเธอคงเห็นว่าผมไม่เคยจดอะไรเลยระหว่างการเรียน

เราเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ไปกินข้าวที่โรงอาหาร ถ้าเจอกันตอนเช้าผมก็จะเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกับเธอ แต่เธอไม่เคยเป็นฝ่ายเข้ามาหาหรอกครับ เพราะผมไม่เคยไปเช้ากว่าเธอเลยสักวันเดียว

ตอนนี้เวลาผมทำอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่มันไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไปแอบสูบบุหรี่หลังห้องน้ำ เธอก็บ่นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือเรื่องที่ผมไปชอบเด็กที่เรียนห้องข้างๆ เธอก็บอกว่า “เรียนให้มันรอดก่อนเถอะ”




จนวันหนึ่ง วันนั้น ผมดันไปมีเรื่องกับแก็งค์เด็ก ม.3 เข้า แล้วเกิดการท้าดวลกันขึ้นตอนเลิกเรียน หลังโรงช่อป เธอเกิดรู้เรื่อง แล้วไปตามอาจารย์ฝ่ายปกครองมา ทำให้ผมกับเพื่อนในกลุ่มและก็น้องฝ่ายตรงข้ามโดนตีซะก้นลาย พร้อมกับภาคฑัณท์ไว้ก่อน ยังไม่เรียกผู้ปกครอง

วันนั้น ผมรู้สึกโกรธเธอมาก ว่าจะมาวุ่นวายอะไรกับชีวิตหนักหนา

“เฮ้ย นี่มันจะอะไรกันเนี่ย หา” ผมตะคอกใส่เธอขณะที่เธอยืนอยู่หน้าห้องเรียน “ไม่ต้องมายุ่งมากก็ได้นะ คราวก่อนก็ทีแล้ว ฟ้องอาจารย์ทำให้ฉันโดนตัดคะแนน คราวนี้อีก ไปเรียกอาจารย์มาทำให้ฉันต้องโดนตี และก็ภาคฑัณท์ ทีหลังนะ ไม่ต้องมายุ่งอีกเลยนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งนั้นหน่ะ ไปเลยไป” ผมขึ้นเสียงและก็ไล่เธอไปด้วยความโกรธ

แต่คราวนี้เธอเงียบ เธอไม่เถียง แต่น้ำตาซึม และเธอก็ตอบมาสั้นๆว่า “เออ” แล้วเธอก็หันเดินไป

ทิ้งให้ผมยืนงงๆ “ปกติมันต้องมีเถียงดิ คราวนี้เป็นไร ไม่เถียง” ผมยืนบ่นกับตัวเอง

เมื่อผมกลับบ้านไป ผมคิดไปตลอดทาง “ทำไมมันไม่เถียงตูสักคำวะ”

“หรือว่าเราแรงไป” ผมคิดต่อ “มันก็ไม่น่าใช่ ก็ดันมายุ่งวุ่นวายกับเราก่อนนี่หว่า” ผมคิดเข้าข้างตัวเอง




หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เธอไม่พูด ไม่สนใจผมเลย เกือบสองอาทิตย์แล้ว มันทำให้ผมคิดไปคิดมา จนกระทั่ง ตัดสินใจที่จะง้อเธอ และนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่จะง้อหญิง

“แล้วมันต้องทำไง” ผมคิดไม่ตก ไม่รู้จะทำยังไง ผมก็เลยตัดสินใจใช้วิธีที่เคยดูในหนัง ก็คือเขียนข้อความฝากไปกับเพื่อนของเธอ โดยใจความบอก “ที่เราทำไปวันนั้น เราขอโทษนะ เราโมโหไปหน่อยนะ ขอให้หายโกรธเราได้ป่ะ” และผมก็เขียนคำว่า “ขอโทษ” ตัวโตๆ แล้วก็ตามด้วย “ถ้าหายโกรธ เดี๋ยวตอนเรากลับจาก รด.เราจะพาไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงเรียนเอาป่ะ เป็นการขอโทษ รอแล้วกันนะ” นั่นคือข้อความที่ผมเขียนส่งถึงเธอ แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าเธอจะรอ ก็ถือว่าเป็นการวัดใจ

และวันนั้น ตอนบ่ายผมก็ต้องไปเรียน รด. ส่วนผู้หญิงที่อยู่ก็เลิกเรียนแค่ครึ่งวัน แต่ก็ยังมีพวกที่อยู่เล่นกีฬาอยู่บ้าง

หลังจากที่เลิกเรียน รด. ผมก็กลับมา ที่หน้าห้องเรียน ด้วยคิดว่าเธอควรจะอยู่ที่นั่น เพราะผมดันลืมบอกเธอไปว่าจะให้ไปรอที่ไหน

แต่เธอก็ไม่อยู่ตรงนั้น และก็ไม่รู้ว่าเธอจะรอเราหรือเปล่า เพื่อนที่ห้องก็ไม่มีใครอยู่แล้ว “สงสัยเธอคงจะกลับบ้านไปแล้วหล่ะ เธอคงจะไม่หายโกรธแหงเลย” ผมคิดในขณะที่นั่งอยู่ตรงตีนบันได ที่อยู่ข้างห้องเรียน

ตอนนั้น ผมก็ยังคงนั่งต่อไป ด้วยหวังเผื่อไว้ลึกๆว่าเธออาจจะมาที่นี่ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก และก็นึกสมน้ำหน้าตัวเอง

“โจ้” มีเสียงผู้หญิงเรียกผม ทำให้ผมต้องหันไปดู “นี่จะให้รอนานขนาดไหนเนี่ย ฉันรออยู่หน้าโรงเรียนตั้งนานแล้วนะ นี่ดีนะที่ไปเจอเต้ยเข้า เขาบอกว่าเธอเข้ามาที่ห้องเรียน ฉันก็เลยลองเดินมาดูนี่ แล้วดันไม่บอกด้วยว่าจะให้รอที่ไหน ตอนแรกว่าจะไม่รอแล้ว แต่กลัวจะมีคนงอแง” เธอเริ่มบ่นและแขวะผมอีกแล้ว

“เออ ก็เราลืมบอกไปหน่ะ โทษทีนะที่ให้รอนาน และก็เรื่องที่ต่อว่าเธอด้วยด้วย” ผมกล่าวขอโทษเธอเสียงอ่อยๆ และก็ไม่ตอบโต้ที่เธอแขวะผม

“จะไปกันยัง” ผมพูดกับเธอ ด้วยหวังว่าจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงเรียน

แต่เธอกลับตอบว่า “ใครจะไปกับเธอ ไม่ทราบ”

“เอ้า...ก็เธอนั่นแหล่ะ” พูดเสร็จผมก็ฉุดมือเธอไปกับผม ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวนั้น




วันนั้นหลังจากที่เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเธอเสร็จ ผมก็นั่งรถเมล์ไปส่งเธอที่บ้าน ตลอดทางเราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องที่ทะเลาะกัน เรื่องเรียน เรื่องในอนาคต

เธอถามผม “จบ ม.6 แล้วจะไปต่อไหนหล่ะ”

“คงอยู่ไม่ถึง ม.6 หรอก” ผมตอบเธอไป “เพราะเดี๋ยวจบ ม.4 แม่เราเขาให้เราไปสอบเข้าเตรียมทหาร”

“เหรอ” เธอตอบเสียงเจื่อนๆลงมาหน่อย “อืมมม...เราว่า เราจะลองไปสอบเทียบดู จะได้ไม่ต้องเรียน ม.5-6 ต่อ” เธอเล่าแผนการอนาคตของเธอให้ผมฟัง

จากวันนั้นเป็นต้นมา ดูทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งการพูดคุย ทั้งน้ำเสียง เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น แต่ความประพฤติผมยังเหมือนเดิม และเธอก็ยังคงบ่นผมเหมือนเดิม เพียงแต่ใช้น้ำเสียงที่ดูดีขึ้น สายตาแบบนั้นหายไปแล้ว




หลังจากจบเทอมสอง ผมก็ต้องไปทำตามที่แม่ผมต้องการ ไปสอบเข้าเตรียมทหาร แล้วก็สอบติดเสียด้วย เมื่อเธอรู้ข่าว เธอก็ดีใจกับผม และเธอก็บอกว่า เธอก็จะตั้งใจสอบเทียบให้ได้เหมือนกัน

แต่เธอต้องผิดหวังในปีนั้น เธอจึงต้องเรียน ม.5 ที่นั่นต่อไป ก่อนที่จะสอบเทียบได้หลังจากจบ ม.5 แล้ว เธอก็ไปเข้าเรียนมหาลัย โดยที่ไม่ต้องเรียน ม.6 สมใจเธอ

ตลอดระยะเวลาที่เรียน ม.5 เพื่อนผมเล่าว่า เธอไม่กวนเหมือนก่อน ตั้งใจเรียนมากขึ้น ทั้งๆที่ปกติก็เป็นคนตั้งใจเรียนอยู่แล้ว ก็คงเป็นเพราะเธอต้องการที่จะสอบเทียบให้ได้

ในช่วงที่ผมเรียนเตรียมทหาร ก็ได้โทรไปหาเธอบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยมากนัก เวลาโทรไปทุกครั้ง ก็จะถามสารทุกข์กันอยู่นานสองนาน กว่าจะวางสาย

ผมออกมาจากโรงเรียนมาได้เกือบ 2 ปี จึงได้มีโอกาสเจอเธออีก ที่งานวันเกิดเพื่อนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ในพวกที่เรียนห้องเดียวกัน มีแต่ผมกับเธอเท่านั้น ที่ออกไปเรียนที่อื่น นอกนั้น ยังคงอยู่ครบจนจบ ม.6

วันนั้น วันที่เราได้มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง เราคุยกันตลอดเวลาที่อยู่ในงาน และผมก็ขับรถไปส่งเธอที่บ้านหลังจากงานเลิก

หลังจากนั้น เราก็ยังคงติดต่อกันเรื่อย แล้วก็เริ่มห่างไป ด้วยวิถีการเรียนที่แตกต่างกัน จนขาดการติดต่อไปในที่สุด



ผมมาได้ข่าวอีกทีก่อนที่ผมจะเรียนจบไม่นาน ว่าเธอจากไปได้เกือบปีแล้ว จากอุบัติเหตุทางรถยนต์

ซึ่งในวันนี้ วันวาเลนไทน์ เป็นวันที่เธอจากไปพร้อมกับแฟนของเธอ

ขอเธอจงมีความสุข ในสถานที่ที่ควรจะอยู่ด้วยเถิด

ระลึกถึงเสมอ...


สุขสันต์วันวาเลนไทน์...



*****************************


ขอบคุณครับที่ติดตามอ่านจนจบ (ยาวไปหน่อยหรือเปล่า)


คำเตือน : เรื่องเล่านี้ได้ปรับปรุงเนื้อหาเพื่อความเพลิดเพลินของเนื้อเรื่องในบางส่วน

วิธีการใช้ : ใช้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น


ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 133
สายล่อฟ้า วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 22.29 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

เหยยยยย.....คห.132...

เสียวแวบเลยนะเนี่ย...

ทักอย่างนี้...


ม่ายช่าย...ต้องรีบแก้ข่าว...เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดหมด...เอ๊อออ...



ความคิดเห็นที่ 132
vickie วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 21.37 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

จะว่าไป...เรื่องที่เล่ามานี้...
มันก็ไม่ใช่รักครั้งแรกของผมนะครับ...
แต่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...
และทำให้ผมจดจำไม่เคยลืมในเกือบทุกรายละเอียด...
ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเป็นคู่รักกันเลยก็ตาม...
..............................................................

ง๊า แสดงว่ารักแรก มะช่ายปู้หญิงเหรอคร๊า
ความคิดเห็นที่ 131
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 06.14 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ความทรงจำ ไม่ว่าจะเศร้า หรือ สุข มันก็ยังอยู่กับเราวันยังค่ำ
ความคิดเห็นที่ 130
เพชรชมพู วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 00.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
ห า ก แ ม้ น มี ว า ส น า .. ไ ม่ ต้ อ ง ห า ก็ เ จ อ

ฝันดีค่ะคุณโจ้
ความคิดเห็นที่ 129
เจเจค่ะ วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 22.09 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 

หลายวันแย้วนะคร้า

ธุระเยอะจังเยย
ความคิดเห็นที่ 128
red_ant วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 21.38 น.
http://www.oknation.net/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

ผิดหวังเลย
ความคิดเห็นที่ 127
salisa_j วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 20.48 น.
http://www.oknation.net/blog/salisa
ฉันคนนี้...กับความรู้สึกดีดีที่อยู่ในใจ.....

ขอบคุณสำหรับดอกไม้ที่นำไปฝากนะคะ
สำหรับเรื่องนี้ริสาไม่มีคอมเม้นท์
แต่อยากโหวตให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 126
veerin วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 19.28 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin


สุขสันต์วันอาทิตย์นะคะคุณโจ้..
ความคิดเห็นที่ 125
hooknoi วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 17.57 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

เศร้าจังครับ ขอบคุณกับการแบ่งปันความทรงจำดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 124
kamolnum วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 10.55 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

อืมม์ ความทรงจำดีๆ แม้จบด้วยความเศร้า
เขียนดีจังครับ
ความคิดเห็นที่ 123
roselobster วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 08.44 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 


มาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 122
ลุงไมยราพ วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 07.38 น.
http://www.oknation.net/blog/lungmai

รัก เพื่อจากพรากอย่างแท้จริง
จงจดจำไว้ในหัวใจชั่วนิรันดร์

ฝากแนะนำบล็อกผลไม้พื้นบ้าน แปลก อร่อย
http://www.oknation.net/blog/wetwin/2008/02/13/entry-1/comment
ความคิดเห็นที่ 121
เป๊ปซี่ วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


อือมมม์....ซึมครับซึม....เป็นความรักระหว่างเพื่อนที่ซึ้งใจมาก...แต่ไม่น่าจบลงด้วยโศกนาฏกรรมอย่างนั้นเลย...เสียใจกับการจากไปของเธอด้วยครับ.....
ความคิดเห็นที่ 120
เพชรชมพู วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
ห า ก แ ม้ น มี ว า ส น า .. ไ ม่ ต้ อ ง ห า ก็ เ จ อ

ตื่นอีกรอบรึยังคะ

มาทักทาย ... ก่อนจะไปนอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 119
คนช่างเล่า วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 19.33 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


เศร้านะ ถึงแม้นว่าเธอจากไปแต่ยังคิดถึง

แต่ผมไม่อยากให้คิดมากกับผลไม้นี้
ความคิดเห็นที่ 118
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 19.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pimeiei
....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......

+1
ความคิดเห็นที่ 117
HalfMoon วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...




ขอบคุณที่ไปทาน ละแซ ที่บ้านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 116
zuni วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 19.07 น.
http://www.oknation.net/blog/zuni

ผู้เยี่ยมชมล้นหลามมิน่าเข้าไม่ได้สักที นึกว่าเอายันต์แปะไว้ซะอีก55555
เศร้าจัง! ชีวิตคนเราไม่แน่นอน อยากทำอะไร บอกอะไรใครก็รีบเข้า อย่ารอจนสายนะคะ ใส่ใจห่วงใยคนใกล้ตัว รักและทำดีต่อกันเข้าไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เนอะ เอาบุญมาฝากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 115
สายล่อฟ้า วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

จะว่าไป...เรื่องที่เล่ามานี้...

มันก็ไม่ใช่รักครั้งแรกของผมนะครับ...

แต่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...

และทำให้ผมจดจำไม่เคยลืมในเกือบทุกรายละเอียด...

ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเป็นคู่รักกันเลยก็ตาม...



ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่เข้ามาเยี่ยมเยียน...

และอ่านเรื่องราวครับ...




ความคิดเห็นที่ 114
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 17.58 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

อ่านจบตั้งแ่ต่ตัวแรกถึงตัวสุดท้าย...
ว่าแล้ว...นายโจ้...ก็สมหวังตามระเบียบ...แต่ถ้าเราต้องสูญเสียใครคนหนึ่งไปตลอดกาลนี้มันแย่จริง ๆ นะคะ

หวังว่าเรื่องนี้...เป็นแค่เรื่องที่เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก้อ...เศร้าจริง ๆ ค่ะ

เพลงเพราะมากค่ะ...ชอบเพลงนี้เหมือนกันจ้ะ
สุขสันต์วาเลนไทน์ย้อนหลัง...ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันเสมอ
ความคิดเห็นที่ 113
กิต วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 17.51 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณสำหรับเพลงนะครับ


วันนี้เวลาน้อยครับ

ถ้ามีเวลาจะแวะมาใหม่นะครับ

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 112
หมีปิศาจ วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เป็นเรื่องรักครั้งแรกที่เศร้านะครับ


เพลงนี้ก็เพราะ เพลงอื่นๆ ก็เพราะ
เลือกไม่ถูกเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 111
มะอึก วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 16.30 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

เศร้าครับ.....
ชีวิตผมก็เศร้านัก......ผมรักและหลงไหล"น้องบุหรี่" มา 30 กว่าปี
เราต้องเลิกร้างจากกันเมื่อวันวาเล็นไทม์นี้เอง
โกรธชนิดที่เรียกว่า ไม่ยอมเผาผีกันเชียวครับ
.
ความคิดเห็นที่ 110
HOF วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

จบแบบเศร้าเลยน่ะครับ บางทีคนเรามักคิดถึงคนที่ไม่อยู่น่ะ ผมก็กำลังเศร้ากับสิ่งที่จากไปเหมือนกัน ยังทำใจไม่ได้เลย
ความคิดเห็นที่ 109
TaTee วันที่ : 16/02/2008 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

อ่านแล้วเศร้าจัง