• สายล่อฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 17992
  • จำนวนผู้โหวต : 203
  • ส่ง msg :
วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
ทางออก...
Posted by สายล่อฟ้า , ผู้อ่าน : 398 , 00:21:42 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องเล่า...พาเพลิน  
พิมพ์หน้านี้


“คำเตือน : หากท่านไม่ชอบเรื่องผี หรือเรื่องทำนองนี้ กรุณาอย่าอ่านเอนทรี่ย์นี้ แค่เม้นท์ทักทายก็ดีใจแล้วครับ”





“พี่โจ้ สวัสดีครับ” เสียงรุ่นน้องผมคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ทักทายในระหว่างที่ผมกำลังกินอาหารเช้าอยู่ในโรงอาหาร ของที่ทำงานผม ซึ่งในขณะนั้นผมไปประจำอยู่ที่เมืองสงขลา

“พี่เห็น ‘ไอ้แมน’ ไหมพี่” น้องคนนั้นถามหาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ด้วยสีหน้าเป็นกังวล หลังจากที่ผมตอบรับการทักทายเรียบร้อย

“หึ...ไม่เห็นอ่ะ” ผมตอบกลับไป พร้อมส่ายหน้า “เอ็งมีไรกับมันวะ ‘โต’” ผมถามกลับด้วยความสนใจ เพราะเห็นหน้าตาของน้องคนนี้ มันไม่ปกติ เชื่อว่ามันน่าจะต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง

“เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังพี่ แต่ผมไปตามหามันก่อน” พอน้องคนนั้นพูดเสร็จ ก็เดินออกจากโรงอาหารไป


เวลาผ่านไป จนกระทั่งตอนเที่ยง ผมได้เจอกับน้องโตอีกครั้ง ที่โรงอาหารเดิม ซึ่งในขณะนั้น ผมนั่งอยู่กับรุ่นพี่รุ่นน้องคนอื่นๆ กันอีกหลายคน

ผมก็เลยถามมันไป “เฮ้ย...ไอ้โต ตกลงเจอไหม แล้วเอ็งตามหามันทำไม”

“พี่โจ้ เมื่อเช้า ไอ้แมนมันโทรมาหาผม มันถามผมเสียงแปลกๆว่า ‘ถ้ากูตายไป มึงจะอโหสิกรรมให้กูรึเปล่าวะ’ พี่ดูมันถามผมดิ แล้วจะไม่ให้ผมเป็นห่วงมันได้ไงหล่ะ” โตเล่าให้ฟังด้วยสีหน้าพร้อมเสียงที่เป็นกังวลยิ่งนัก ก่อนจะหันไปถามคนอื่นๆ “แล้วคนอื่นๆเห็นบ้างหรือเปล่า”

แต่ปรากฏว่าไม่มีใครเจอ “ไอ้แมน” ตั้งแต่เช้าแล้ว แม้กระทั่งรุ่นพี่ผมชื่อ ”พี่ตุล” ที่เป็นนายของแมนเองก็ตาม

“เนี่ยกูก็ตามหามันอยู่เหมือนกัน โทรไปที่บ้านก็ไม่รับ เมื่อเช้าก็ไม่มาทำงาน” พี่ตุลพูดออกมา แล้วก็ถามต่อว่า “ไอ้โต มึงไปดูที่บ้านพักมาหรือยัง”

“ไปมาแล้วพี่ แต่ไม่อยู่ ไม่รู้มันไปไหน ผมหล่ะเครียดกับมันจริงๆเลย พับผ่าสิ” พอโตพูดเสร็จ ก็เดินออกจากโรงอาหารไป

ผมเลยตะโกนไล่หลังไป “เฮ้ย ถ้าเอ็งเจอมัน พามาเจอพี่ๆหน่อยนะเว้ย มีอะไรจะได้ว่ากัน”

จากนั้นผมก็หันไปหาพี่ตุล แล้วถามแกว่า “พี่ตุล แล้วพี่ไม่ได้คุยกับไอ้แมนมันเลยเหรอ  แล้วคนอื่นหล่ะ ได้คุยบ้างป่าว”

“ไม่รู้หว่ะ เห็นมันก็เงียบๆอ่ะนะ แต่มันก็เป็นคนเงียบๆอยู่แล้วนี่หว่า” พี่ตุลตอบผมกลับมา

“ผมก็ว่าพี่แมนแกแปลกไปเหมือนกันนะพี่ แต่ผมไม่กล้าถามแกหรอกครับพี่” รุ่นน้องอีกคนตอบผม

คำตอบเหล่านั้น ทำให้ผมรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก


จนกระทั่งตอนเย็น  อยู่ดีๆ “แมน” ก็เดินซึมๆมาที่บ้านที่ผมพักอยู่ ซึ่งอันที่จริงแล้วบ้านผมกับบ้านของแมนก็ไม่ห่างกันนัก

“พี่โจ้ ขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิครับ” แมนพูดเสียงอ่อยๆ เพื่อขอยืมโทรศัพท์ผม ระหว่างที่ผมนั่งอยู่โต๊ะม้าหินหน้าบ้าน

แต่กรรมครับ พอดีผมเพิ่งคุยโทรศัพท์จนแบตฯหมดไปก่อนที่แมนจะเดินมาได้ไม่ถึงห้านาที

“เอ่ออ...แบตฯมันหมดพอดีเลยหว่ะ แต่เอ็งเอาไปเสียบคุยในบ้านดิ” ผมบอกน้องเขาไป

เมื่อแมนได้ยินคำตอบนั้น ก็ดูจะจ๋อยๆลงไปอีกนิด แล้วก็ตอบผมกลับมาว่า “ไม่เป็นไรครับพี่ ผมไปแล้วครับ”

“เฮ้ย! แมนเดี๋ยว ผมเรียกน้องเขาให้หยุดก่อน แล้วก็ถามว่า “เอ็งมีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ ทำไมมันดูไม่ค่อยสบายเลยวะ เกิดอะไรขึ้น มาคุยกันหน่อยดิ”

“เดี๋ยวก่อนแล้วกันครับพี่ เดี๋ยวผมมาเล่าให้ฟัง” แมนตอบผม แล้วก็หันหลังเดินไป

“เออ! นี่พี่นัดน้องๆไว้จะมากินอะไรกันที่บ้านพี่ตุลเนี่ย เอ็งมาด้วยนะโว้ย” ผมตะโกนไล่หลังไป แต่แมนไม่ตอบรับใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่เดินก้มหน้าก้มตาออกจากบ้านไป

จากนั้น ผมจึงเดินไปที่บ้านพี่ตุลที่อยู่ข้างๆกัน เพื่อคุยกับพี่เขา “พี่เมื่อกี้แมนมันมาที่บ้านผม มันจะยืมโทรศัพท์ แต่ซวยหว่ะพี่ แบตหมด” ผมก็เลยเล่าให้พี่ตุลฟังถึงเหตุการณ์ที่ผมคุยกับแมนเมื่อสักครู่

“แล้วมึงบอกมันหรือเปล่า ว่าเราจะมีกินกันตอนเย็น” พี่ตุลถามผมหลังจากที่ฟังผมเล่าเสร็จ

“เรียบร้อยแล้วพี่ แต่ไม่เห็นมันตอบไรเลย ผมเสียวหว่ะพี่ ดูมันหมองมากเลย” ผมพูดพลางมองไปทางที่น้องเขาเดินออกไป


ตอนค่ำ โตก็มาที่บ้านพี่ตุล เพื่อที่จะมาร่วมกินข้าวเย็นกัน ผมก็เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อตอนเย็น และก็บ่นกับพี่ตุลถึงว่าทำไมน้องคนอื่นๆ “หายไปไหนกัน ยังไม่มากันอีก”

ทันใดนั้นเอง “พี่โจ้ พี่ตุล มานี่เร็ว มาดูพี่แมนหน่อยพี่ พี่แกเป็นอะไรไม่รู้” น้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาที่บ้านที่ผมกำลังนั่งกันอยู่

ทำให้ผมต้องรีบลุกออกที่นั่งตรงนั้น แล้วรุดไปยังบ้านของแมนทันที เมื่อเดินเข้าไป ผมเห็นแมนนอนอยู่บนเตียง หน้าซีด ปากซีด ผมจึงเดินเข้าไปเขย่าตัว พร้อมกับร้องเรียก “แมน เป็นไรวะ เฮ้ย! แมน” แต่ปรากฎว่าตัวเย็นเฉียบ ทำให้ผมต้องสะดุ้งและชักมือกลับทันที

“พี่โจ้ ปืน!” เสียงของโต ที่ยืนอยู่ข้างๆบอกผม ทำให้ผมเหลือบไปเห็นปืนที่มือขวาของแมน และรอยเลือดที่ศีรษะของแมน ทำให้ผมต้องผงะถอยกลับมา

พี่ตุลซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตู ถามผมว่า “มันตายแล้วเหรอ”

ผมหันกลับมา พยักหน้า พร้อมกับรีบหาโทรศัพท์ แต่ลืมไปว่าชาร์ตแบตไว้ที่บ้าน เลยถามหาของคนอื่นว่ามีใครพกติดตัวมาบ้าง เพื่อที่จะได้โทรแจ้งเจ้านายผม นายทหารเวร และก็ตำรวจ แต่ปรากฏว่า ไม่มีใครพกมาสักคน ทำให้ผมต้องรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อที่จะเอาโทรศัพท์มาโทร


ไม่นาน ทั้งเจ้านายผม นายทหารเวร และตำรวจ ก็มาถึงที่เกิดเหตุ และก็ทำการเก็บหลักฐานต่างๆ ก็ไปพบกับสมุดโน็ตเล่มหนึ่ง ซึ่งได้บันทึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาในช่วงไม่กี่เดือนมานี้

ในบันทึกได้กล่าวถึงความน้อยใจแฟนตัวเองที่ไม่ค่อยลงมาหาตัวที่สงขลา โดยอ้างว่าติดงานมาไม่ได้ จึงทำให้มีปัญหาทะเลาะกันอย่างต่อเนื่อง และก็เรื่องที่ถูกรุ่นพี่ผมอีกคนด่าในระหว่างการฝึกเมื่อเดือนก่อน รวมไปถึงเรื่องที่โตไม่ให้มันยืมเงิน เพราะมันร้อนเงินจริงๆ จนต้องทะเลาะกัน ซึ่งเท่าที่ดูแล้วมีหลายเรื่องมาก แต่ก็ทำนองนี้ จึงทำให้พวกผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องคิดสั้นอย่างนี้ด้วย ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรมากกว่านี้หรือเปล่า

เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง ผมเดินกลับบ้านพร้อมกับพี่ตุล แล้วก็คุยกันต่างๆนาๆในเรื่องที่เกิดขึ้น

แล้วอยู่ดีๆพี่ตุลก็ถามผมว่า “เฮ้ย! มันบอกมึงว่ามันจะมาหรือเปล่าวะ”

“ก็เปล่านะพี่” ผมตอบกลับไป “เออ...แต่มันบอกผมว่า ‘เดี๋ยวมันจะมาเล่าให้ฟัง’ หน่ะพี่” ผมเสริมต่อ

“คืนนี้ได้มีนอนเสียวกันบ้างหล่ะวะมึง” พี่ตุลพูดขึ้น เหมือนจะแกล้งขู่ให้ผมกลัว ซึ่งมันก็ได้ผลเสียด้วย ความรู้สึกที่ได้จับร่างกายของแมนเมื่อสักครู่ยังคงติดอยู่ที่มือผม ทำให้ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว


เมื่อกลับไปถึงบ้าน ผมก็เดินเลยไปที่บ้านพี่ตุลก่อน เพื่อที่จะได้ทำให้ตัวเองเมา และหลับให้ง่ายที่สุด แต่มันไม่ง่ายดังว่าเช่นนั้น เพราะเมื่อผมเข้าบ้านไป ผมอาบน้ำล้างหน้าล้างตา ไหว้พระ สวดมนต์ ทำทุกวิถีทางที่คิดว่าจะเป็นที่พึ่งทางใจได้ในขณะนั้น

แต่ในระหว่างนั้น ผมมีความรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรมาอยู่ที่หน้าห้องที่ผมนอน ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว สักพักมีเสียง “กึกๆๆๆ” ขึ้นที่หน้าประตูห้องผม และสิ่งที่ตามมาคือ ลมเย็นแบบที่ผมบอกไม่ถูก และคงไม่ใช่ลมหนาวตอนหน้าร้อนแน่ สิ่งนั้นมันทำให้ผมขนลุก และผมก็ต้องพยายามข่มตาให้หลับให้ได้

คืนนั้น ทั้งคืนผมนอนแทบไม่หลับเลย ขนาดผมว่าผมก็เมาได้ที่แล้วด้วยนะ เพราะยกดกหมดแก้วตลอด ผมมีความรู้สึกว่ามีคนอยู่กับผมในห้องนั้นจริงๆ ผมนึกในใจ “ถ้าเอ็งจะมาเล่าอะไรให้ฟังตอนนี้ กูไม่อยากรู้แล้ว กูว่ากูรู้เยอะแล้วจากบันทึกของมึง จงไปในที่ที่เอ็งชอบเถอะ แต่กูว่ามันคงไม่ใช่ที่นี่หรอก” และพยายามข่มตาให้หลับ


เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นนอนอย่างยากลำบาก และรู้สึกอ่อนเพลียอย่างที่สุด แต่ก็ต้องรีบไปทำงานเพราะต้องไปพบกับเจ้านายพร้อมกับพี่ตุล เพื่อรายงานเรื่องทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่สุดและรองในขณะนั้น

เมื่อผมกับพี่ตุลออกมาจากห้องนาย ก็เจอกับน้องโตเข้า มันวิ่งมาหน้าตาตื่น “พี่โจ้ พี่ตุล เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” น้องมันมาถึงผมสองคน พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า “ไอ้แมนพี่ ไอ้แมน...” เสียงมันขาดหายไปด้วยอาการหอบ

“แมน...ทำไมวะ” ผมถาม “มีไรก็เล่ามาดิ” ผมเร่งเร้าต่อ

“แฟนมันโทรมา บอกว่า ‘แมนไปหาเมื่อคืนนี้ แล้วพูดแปลกๆ ทำหน้าแปลกๆ แล้วก็เดินหายไป’ แฟนมันเลยโทรมาหาผมว่า ไอ้แมนมีอะไรหรือเปล่า เห็นมาหาแล้วก็หายไป” ไอ้โตเล่าพร้อมกับทำหน้าตื่น

ผมก็ทำหน้าตื่นไม่แพ้กัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน พร้อมกับนึกในใจ “มันไปสองที่เลยเหรอวะ” แต่แค่นึกเท่านั้น ไม่กล้าเล่าให้คนอื่นฟัง ด้วยกลัวว่าคนอื่นจะพลอยกลัวกันไปด้วย


เย็นวันนั้น หลังจากงานรดน้ำศพแล้ว ผมก็เดินทางกลับมาที่บ้านพัก แล้วจัดแจงจัดกระเป๋า เมื่อพี่ตุลเดินเข้ามาเห็นจึงถามผม “มึงจะไปไหน”

“หาดใหญ่พี่ ผมว่าจะไปนอนที่นั่น พอดีนัดเพื่อนไว้ แล้วเดี๋ยวค่อยมาตอนสวดพรุ่งนี้พี่” ผมตอบ และจริงแล้วนั่นคือคำตอบที่กลบเกลื่อนของผม จริงแล้วผมไม่ได้นัดใครหรอก เพียงแต่ไม่อยากอยู่บ้านนี้เท่านั้นเอง ขอไปนอนสบายๆที่อื่นก่อนแล้วกัน แล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาร่วมงานสวด ซึ่งมีกำหนดถึงวันอาทิตย์ แล้วจะลำเลียงศพกลับภูมิลำเนาของน้องคนนั้น เพื่อฌาปนกิจต่อไป

วันต่อมา ตอนโพล้เพล้ ผมก็กลับมาจากหาดใหญ่ แล้วก็ได้ขับรถผ่านหน้าบ้านของผมกับพี่ตุล ตอนแรกว่าจะเข้าไปเอาของในบ้าน แต่บังเอิญว่าเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ตรงกลางลานจอดรถของบ้านผม ตอนแรกผมก็นึกถึงตุ่มที่วางไว้ บริเวณเสาโรงรถ แต่นั่นมันอยู่ที่เสาโรงรถ ไม่ใช่กลางบ้านอย่างนี้ อย่างที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้ ผมจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่วัดเลย และก็กลับไปนอนหาดใหญ่อีกในคืนนั้น


นับจากเหตุการณ์ในวันนั้น มันทำให้ผมต้องกลายเป็นหนุ่มพเนจรอยู่พักหนึ่ง ด้วยยังมีความกังวลอยู่ลึกๆ ผมไม่กลับไปนอนบ้านพักของผมเกือบเดือน ยอมให้เพื่อนผมที่ผมไปขอมันอยู่ด้วยหาว่าผมกลัวผี ดีกว่าผมอยู่รอเจอผี

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า เพราะผมไม่กล้าลืมตามาดู เผื่อมันจะใช่ แต่ความรู้สึกของผมคือมัน “ใช่” ใครจะว่าผมจิตหลอนก็เอา แต่ผมรู้สึกอย่างนั้น


***********************************




ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

คำเตือนที่ 2 : เรื่องที่เล่ามานี้ ได้รับการปรับปรุงเนื้อหาเพื่ออรรถรสในการอ่าน และเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

วิธีการใช้ : ใช้อ่านเพื่อความบันเทิง

ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ

 

  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 79
KwAna วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe

เรื่องผีไม่กลัวค่ะ สะเทือนใจมากกว่า
ทางออกมีเยอะแยะ..
...แต่ ณ เวลานั้นเค้าได้คุยกับใครสักคน
วันนี้ เรื่องจะไม่จบแบบนี้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 78
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 02.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

ผียังไม่จบเหรอจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 77
Sudteerak วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 02.27 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


แวะมาทักทายก่อนเข้านอนคะ เพลงเพราะนะคะ ฟังแล้วน่าจะฝันดี
ความคิดเห็นที่ 76
พราวนภา วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 01.24 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
ตะเอ๋..

ไม่อัปหรอ..

..
ความคิดเห็นที่ 75
beckyblooms วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 22.39 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms

น่ากลัวอ่ะค่ะ.. เป็นฉันก็ไม่กลับเหมือนกัน ใครจะว่าก็ว่าไป ก็มันไม่ได้มาเจอกับเรานี่หว่า 555
ความคิดเห็นที่ 74
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

ลงชื่อ
มาแวะแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 73
PhoenixMan วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 19.39 น.
http://www.oknation.net/blog/phoenixman
Reborn Elegant, The Return of Fabulous gal !!!

ผมไม่ชอบเรื่องผีๆเลย กลัวๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 72
thesaint วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 18.21 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


---อ่านจากเรื่องที่คุณเล่า ...คำตอบอยู่ในใจครับ ---
ความคิดเห็นที่ 71
raksanok วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 11.51 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 รักสนุก เพราะสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

มาแปะไว้ก่อน

ขอไปกินข้าวก่อนกลับมาเร็วจะได้อ่าน

มาช้าก็ต้องไปอ่านที่บ้านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 70
เพชรชมพู วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
... เมาน้อยๆ แต่เมาคลานๆ ...

สวัสดีค่ะ

ตามมาฟังเพลง

แรงดึงดูด

อ้าวผิดบล๊อก !!!






.
ความคิดเห็นที่ 69
Nozz วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 08.04 น.
http://www.oknation.net/blog/nozzila
http://www.oknation.net/blog/xinchaovietnam บ้านหลังนี้.....เวียดนามล้วนๆ http://www.oknation.net/blog/testblog หลังล่าสุดที่ไม่มีอะไร

ขอบคุณนะคับคุณสายล่อฟ้า ที่มาแสดงความยินดีกับ 10000 คลิ๊กที่บ้าน nozzila คับ
ความคิดเห็นที่ 68
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 07.28 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai


สวัสดียามเช้า
มีความสุขมากๆนะคะ
ของขวัญวันนี้มีแต่คิดถึงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 67
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 05.06 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit


เดี๋ยวแสบท่อง โซ้ยย..มาม่าต่อนะ
ความคิดเห็นที่ 66
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 04.47 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit


ไปส่งคนอื่นลงรถแล้ว เราเข้าไปต่อในร้านที่คุณโจ้แนะนำนะ

ยันสว่างแล้วกัน
ความคิดเห็นที่ 65
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 04.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit


เอ้าไม่ต้องบ่น ไม่ต้องเดิน เอารถมารับเลย นั่งกันไปไห้หมดนี่แหละ ใครตัวเล็กตัวโตก็เบียดๆๆกันนะ
ความคิดเห็นที่ 64
กิต วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 03.48 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

กำลังค้นเพลง แปบนึง

ได้เจิมส์ แน่ๆ

เพื่อนบ้านผม


ความคิดเห็นที่ 63
naijoe วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 01.26 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe


ความคิดเห็นที่ 62
เพชรชมพู วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 00.19 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
... เมาน้อยๆ แต่เมาคลานๆ ...

ฝันดีค่ะ ... กุ๊ก กุก กรู๋
ความคิดเห็นที่ 61
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 23.41 น.
http://www.oknation.net/blog/soodkhet

นึกไม่ถึง
เล่าเรื่องผีได้เก่งเหมือนกันนะเรา
ความคิดเห็นที่ 60
เพชรชมพู วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 22.50 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkdiamond
... เมาน้อยๆ แต่เมาคลานๆ ...


ความคิดเห็นที่ 59
อิมกุดั่น วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/im
ผูกมิตรด้วยอักษร ...ปล่อยป่า...ปล่อยป่า...ปล่อยป่า...ป้าขอร้อง

วิญญาณอยู่รอบๆ ตัวเราจ้ะ
ความคิดเห็นที่ 58
vickie วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 21.55 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

อืมมมม แต่ป๋มอ่านแล้วเศร้าหว่ะ

บางครั้งคนเรามันทุกข์หนักซะจนไม่รู้จะหาทางออกยังไง
ความคิดเห็นที่ 57
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 21.06 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

จ้างให้ก็ไม่กลัวจ้า...

เขียนอีกดิ...เขียนเลย...ไม่กลัวหรอกค่ะ

มีคราย...อยู่...ข้างหลัง...หรือ...เปล่า...จ้า

รา...ตรี....ซา....หวัด....นะ...555

พอจะมีเวลามาทักทายบ้างค่ะ...แล้วจะแวะมาใหม่
ความคิดเห็นที่ 56
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 20.46 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ผมก็กลัวผีครับ แต่เผลออ่านจนจบไปแล้ว
ทำไงดีล่ะ ผมไม่มีเพื่อนอยู่หาดใหญ่ซะด้วยซิ
ความคิดเห็นที่ 55
fonyukyik วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 20.34 น.
http://www.oknation.net/blog/fonyukyik

แวะมาเยี่ยมกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 54
กิต วันที่ : 18/02/2008 เวลา : 20.30 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ช่วงนี้ ยุ่งเหรอ


ใจเย็นๆเน้อ

ค่อยๆ สะสาง


เดี๋ยวก้เสร็จ

เอิ๊กๆๆๆ


ความคิดเห็นที่ 53
TheQueenofNostalgia