พิมพ์หน้านี้
|
หนทางสู่เกียรติศักดิ์ ตอน จุดเริ่มต้นทางเดิน
ตอนสายของวันที่อากาศแจ่มใส อากาศเป็นแบบช่วงเวลาหน้าร้อน แดดร้อนกำลังได้ที่ กลางลานปูนหน้าเสาธง หรือที่เขาเรียกกันว่า ลานสวนสนาม ของโรงเรียนนายเรือ มีบอร์ดติดประกาศ ตั้งเรียงรายอยู่หลายบอร์ด นั่นเป็นบอร์ดติดประกาศรายชื่อผู้ที่สอบผ่าน ได้เป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ มีผู้คนเบียดเสียดเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ปกครอง ทั้งเด็กนักเรียน พยายามมองหาชื่อตัวเองหรือชื่อลูกของตนบนบอร์ดเหล่านั้น ผมก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังมุงดูตามบอร์ดต่างๆ เลข 0058 0060 0068 0082 ผมอ่านไล่เลขที่ติดอยู่บนบอร์ด อ้าว แล้วเลขเราหล่ะอยู่ไหนวะ ตอนนั้นผมมีเลขประจำตัวสอบ 0071 แต่บนบอร์ดไม่มีเลขของผม ในตอนนั้น ใจหนึ่งผมก็ดีใจ เพราะจะได้ไม่ต้องเป็นทหาร แต่ใจหนึ่งก็เสียใจ เพราะพ่อกับแม่อยากให้เป็น ในระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะบอกพ่อกับแม่ผมที่ยืนรออยู่อย่างไร เสียงของเพื่อนผมที่มาดูผลสอบด้วยกันก็ดังขึ้นมา เฮ้ย! โจ้เป็นไงบ้างเจอชื่อตัวเองหรือยัง เพื่อนผมถาม ไม่มีหว่ะ ผมตอบเพื่อนเสียงอ่อยๆ เพื่อนผมจึงเริ่มเล่าต่อ โดยไม่เห็นสนใจคำตอบผมเลย เนี่ยกูไปดูบอร์ดนู้นมา แม่งไม่มีชื่อกู กูก็ตกใจ แต่ปรากฏว่ากูดูบอร์ดผิด เลขกูเป็นเลขคู่ แต่กูดันไปดูบอร์ดเลขคี่ พูดจบมันก็หัวเราะร่วน ด้วยความที่มันมีความมั่นใจมาก ว่าจะต้องติดแน่นอน หา! ผมร้องตกใจ กับสิ่งที่เพื่อนมันเล่ามา อ้าว มันมีบอร์ดเลขคู่กับเลขคี่ด้วยเหรอวะ ผมถามเพื่อนผม เออ สิวะ มึงเลขประจำตัวอะไรหล่ะ เพื่อนผมถาม 0071 ผมตอบเพื่อนไป นู่น ไปเลยไป มึงไปดูบอร์ดนู้นเลยไป แต่ไม่คุ้นเลยหว่ะ เลขมึงนี่ เพื่อนผมบอก และไล่ให้ไปดูที่บอร์ดอีกด้าน ก่อนเดินไปผมก็เลยถามเพื่อนผม แล้วมึงเลขอะไรวะ 0080 มึงเห็นหรือเปล่าวะ เพื่อนผมตอบมา เมื่อผมได้คำตอบอย่างนั้น ผมจึงไม่อยากที่จะพูดอะไรต่อแล้ว ปล่อยให้มันหาเอาเองแล้วกัน ไม่อยากบอกไป กลัวทำร้ายจิตใจ เพราะเพื่อนผมคนนี้หวังมากจริงๆกับการที่จะได้เป็นนักเรียนนายเรือ ต่างกับผม ที่ไม่ได้หวังอะไรมากมาย เมื่อดูรายชื่อที่บอร์ดอีกด้านหนึ่งเสร็จ ผมก็เดินออกมาไปหาแม่ที่รออยู่รอบนอกของบอร์ดประกาศ ไม่ได้มีท่าทางแสดงการดีใจอะไรมากมาย จนมาเจอกับเพื่อนคนนั้น ยืนซึมและเริ่มร้องไห้ทันที ที่ผมถามถึงผลการสอบ ผมก็ทำได้แค่ปลอบใจให้มันใจเย็นลงเท่านั้น และก็ค่อยกลับมาสอบใหม่อีกปีหนึ่งก็ได้ เพราะตอนนี้พวกผมเพิ่งจบ ม.4 มาเท่านั้นเอง เรายังสอบได้จนถึงจบ ม.6 นะเว้ย เหลือโอกาสอีกตั้ง 2 ครั้งนะเว้ย ผมพูดปลอบใจเพื่อน ซึ่งดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลอะไรมากมาย แล้วมึงหล่ะ เป็นไงติดหรือเปล่า เพื่อนผมถามเสียงยังสะอื้นอยู่ ติดหว่ะ ผมตอบโดยที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากมาย อย่างมึงยังติดเลยหรือวะ แล้วทำไมกูไม่ติดวะ เพื่อนผมเริ่มปากเสีย อ้าว! มึงพูดงี้ หมายความว่าไงวะ ไปเลยมึง กูจะไปหาแม่กูแล้ว ผมพูดจบก็เดินแยกออกมาทันที โดยไม่คิดจะสนทนาต่อด้วย เพราะเห็นว่าเพื่อนผมเริ่มพาลแล้ว ทิ้งให้มันยืนซึม ก่อนที่มันจะเริ่มหันเดินอย่างเชื่องช้ากลับไปหาแม่มัน เมื่อผมเดินมาถึงแม่ผม เป็นไงบ้างโจ้ แม่ถามถึงผลการสอบ ติดครับ เดี๋ยวก็ต้องไปรายงานตัว และก็รับกำหนดการต่างๆ ที่อีกตึกหนึ่งหน่ะครับ ผมตอบแม่ผม พ่อกับแม่ผมก็ยิ้มรับอย่างมีความสุข แล้วก็เดินไปเอากำหนดการต่างๆ เรียบร้อยก่อนที่จะกลับบ้าน ด้วยอาการชื่นมื่น ............................................ โจ้ เสร็จหรือยังลูก นี่ต้องไปรายงานตัวก่อนเที่ยงนะ เดี๋ยวก็ไม่ทันจนได้ วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะได้ใช้ชีวิตนักเรียนเตรียมทหารจริงๆเสียที วันนี้เปิดเทอมเข้าโรงเรียนวันแรก ผมรีบแต่งชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมตอน ม.4 และก็เก็บข้าวของ เพื่อเตรียมเดินทางไปโรงเรียนเตรียมทหาร ย่านพระราม 4 บรรยากาศที่โรงเรียนเตรียมทหาร วันนี้มันช่างคึกคักเสียยิ่งกระไร เพราะมีบรรดาผู้ปกครอง นักเรียน มาเป็นจำนวนมาก บางครอบครัวนักเรียนคนเดียว แต่คนมาส่งมากันทั้งตระกูล ด้วยความดีใจที่จะได้มีลูกหลานเป็นทหารตำรวจ เมื่อผมเข้ามาในโรงเรียนกับพ่อแม่ของผม ก็จัดแจงไปดำเนินการเรื่องทางธุรการต่างให้เรียบร้อย และก็รอเวลาที่จะเรียกรวมพลกัน ซึ่งเขาจะเรียกรวมพลกันตอนประมาณบ่ายโมง ในระหว่างที่ยืนรออยู่นั้น ผมก็พยายามมองไปทั่วๆว่ามีใครที่รู้จักสอบเข้ามาได้บ้างหรือเปล่า เฮ้ย!โจ้ ผมได้ยินเสียงเรียก จึงหันไปตามเสียงนั้น ก็เจอกับรุ่นพี่ของผมที่โรงเรียนเก่า เขาก็สอบติดรุ่นเดี่ยวกันกับผมเหมือนกัน แต่ว่าอยู่คนละเหล่าทัพกัน อ้าว พี่ต้อ...ติดด้วยเหมือนกันเหรอ ผมถามด้วยความสนใจ และอยู่เหล่าไหนหล่ะพี่ ผมถามต่อด้วยความดีใจ เพราะอย่างน้อยตอนนี้ผมก็มั่นใจแล้วผมมีเพื่อนแล้ว ไม่ต้องเหงาแล้ว นี่พ่อแม่ผม ผมแนะนำพ่อแม่ผมต่อโดยไม่ได้รอคำตอบจากพี่เขา สวัสดีครับ พี่ต้อกล่าวสวัสดีพ่อกับแม่ผม อ้าว แล้วมึงติดเหล่าไหนวะ เสร็จพี่เขาก็หันมาถามผม โดยที่ไม่ได้ตอบคำถามของผมเลย ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำถามนั้น ผมก็ได้ยินเสียงเรียกให้ไปรวมพลแล้ว ตอนนี้ผมคงต้องกล่าวคำอำลากับพ่อและแม่ของผมแล้ว คราวนี้คงถึงเวลาเราเปลี่ยนชีวิตจากพลเรือนมาสู่การเป็นทหารแล้วสินะ ผมคิดในใจ พร้อมกับกล่าว สวัสดีครับ กับพ่อและแม่ของผม และหันวิ่งไปทางที่เขาเรียกให้ไปรวมพล ทั้งหมดเตรียมตัวยึดพื้น เสียงคำรามจากหัวหน้านักเรียนรุ่นพี่ ที่มาทำการเรียกแถวรวมพล ทำไมถึงได้ชักช้ากันอย่างนี้ เสียงเหล่านี้ทำให้ผมงง นี่มันอะไรกันวะ ยังไปไม่ถึงไหนเลย ผมหันไปบ่นกับพี่ต้อ และค่อยๆลงไปอยู่ในท่าเตรียมวิดพื้น ในขณะที่มือผมยังไม่ถึงพื้น เสียงเดิมก็คำรามออกมาอีก ลุก จัดแถว งงครับ นี่เขาทำอะไรกันวะ นี่มันคืออะไรกันวะ คำถามเหล่านี้ดังขึ้นมาหัวทันที แล้วกูกำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย แต่ร่างกายมันไปตามคำสั่งนั้นทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมาก เมื่อผมไปถึงแถว เข้าแถวเรียบร้อย เสียงเดิมคำรามมาอีกแล้ว กอดคอกัน นี่จะให้กูทำอะไรนักหนาวะเนี่ย ผมได้แต่งง กับสิ่งที่กำลังขึ้นอยู่ และก็หันไปบ่นกับพี่ต้อที่ยืนอยู่ข้างกัน ลุกนั่ง 20 ปฏิบัติ เสียงคำรามสั่งจากหัวหน้าคนเดิม ตอนนั้น ผมว่านักเรียนใหม่ทุกคนคงเริ่มตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้ว แต่ก็ยังทำกันไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ หยุด เสียงออกคำสั่งมาให้หยุด ตอนนี้ผมเริ่มไม่เข้าใจว่าเขากำลังเล่นอะไรอยู่ เสียงนับไปไหน ทำไมไม่มีเสียงเลย นั่นเป็นอีกประโยคหนึ่งที่ออกมา อ่อ...ไม่มีเสียงนับนี่เอง ผมนึกบ่นในใจ พร้อมกับเริ่มหันไปมองทางพ่อกับแม่ผม เพื่อจะเรียกร้องและขอความเห็นใจ แต่เมื่อหันไป ก็ต้องผิดหวัง เพราะนอกจากจะไม่ได้ความเห็นใจแล้ว พ่อกับแม่ผมยืนหัวเราะร่วนอยู่ตรงที่ๆ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยืนอยู่ ตอนนี้ชีวิตได้เริ่มขึ้นแล้ว ก้าวแรกของการเป็นทหารได้เริ่มขึ้นแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ผมรู้สึกงงๆไปบ้าง รู้สึกสับสนว่าจะเดินออกกลับบ้านหรืออยู่สู้ต่อไปอย่างนี้ แต่ผมต้องสู้ต่อไป ผมหันไปมองเพื่อนๆทั้งหลายที่ร่วมชะตากรรมกับผมในขณะนี้ และผมก็คิดว่า ถ้าพวกนี้ทำได้ ผมก็ต้องทำได้เหมือนกัน ตอนนี้พ่อกับแม่ผมกลับออกไปแล้ว ก็คงเหลือแต่ผมแล้วที่จะต้องทำต่อไป เดินต่อไป หากตัวยังมีแรง ก็ต้องสู้ต่อไป ดังคำที่ว่า หนทางสู่เกียรติศักดิ์ จักโรยด้วยกลีบกุหลาบไซร้ ไป่มี ............................................
ขอบคุณที่ติดตามนะครับ... คำเตือน : เรื่องสั้นนี้ เป็นเรื่องที่ดัดแปลงจากชีวิตจริง ชื่อที่ปรากฏอยู่ในเรื่องตั้งแต่นี้ต่อไป หากไปพ้องกับใคร ก็อย่ามาว่ากันนะครับ... วิธีใช้ : ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน ถ้าอ่านแล้วไม่เพลิน กลับไปอ่านใหม่ครับ... ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ |