พิมพ์หน้านี้
|
หนทางสู่เกียรติศักดิ์ ตอน รองเท้ากับชีวิต
หัวค่ำของวันที่สดใส แต่บรรยากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ช่วงนี้ของทุกวันจะเป็นเวลาที่นักเรียนทุกคนถูกบังคับให้นั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะอ่านหนังสือท้ายเตียงของตัวเอง ซึ่งเหล่านักเรียนจะเรียกช่วงเวลานี้ว่า เวลาฝึกฝน นั่นคือเวลาที่นั่งอ่านหนังสือทบทวนตำราที่ได้ร่ำเรียนกันมานั่นเอง ห้ามพูด ห้ามคุย นี่เป็นคำสั่งประกาศิตของนักเรียนบังคับบัญชาที่สั่งการไว้ เมื่อเวลาฝึกฝนเริ่มขึ้น มาถึงตอนนี้ ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ได้ 2-3 เดือนแล้ว แต่รู้สึกว่าความเหนื่อย ความเซ็ง มันไม่ได้ลดลงเลย กิจวัตรต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไป การทำโทษ การฝึก การถูกบังคับต่างๆนาๆ ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมานี้ มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นกับผมมากมาย บางทีก็เหนื่อยใจแทบขาด บางทีก็สนุกจนคาดไม่ถึงว่าจะหาได้จากการเรียนที่นี่ เครื่องหมายจักรดาว ที่เป็นเครื่องหมายแห่งการยอมรับในการเป็นนักเรียนเตรียมทหารในเบื้องต้นก็มาประดับอยู่ที่หน้าอกชุดปล่อยของนักเรียนใหม่เรียบร้อย เครื่องแบบชุดศึกษาก็เปลี่ยนไปแล้ว เป็นเสื้อผ้าดิบปักชื่อ และเลขชั้นตอน อยู่กลางหน้าอก บางคนก็ลงแป้งจนแข็งเพื่อให้จับจีบได้สวยงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย เพราะมันจะรู้สึกรำคาญตัวมากๆ โดยเฉพาะเวลาเหงื่อออก แต่ก็ต้องทำ ถ้าไม่เช่นนั้น ตอนตรวจเครื่องแบบตอนเช้า ผมก็จะมีความผิดขึ้นมาอีกหนึ่งกระทง คือ ชุดไม่ลงแป้ง ซึงปกติก็โดนจนนับไม่หวาดไม่ไหว ถ้าวันไหนนักเรียนบังคับบัญชาประจำกองร้อยผม อารมณ์ดี ก็จะมีเรื่องหน้าตาเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยสองกระทง หน้าตากวนตีน นักเรียนบังคับบัญชากล่าวขึ้นระหว่างการตรวจเครื่องแบบตอนเช้า หน้าตากวนตีน หนึ่ง ผมพูดทวนคำสั่ง มีเสียงหัวเราะดังมาจากนักเรียนบังคับบัญชาคนอื่น แต่ผมไม่ขำ หน้าตาผิดระเบียบ นี่คือกระทงที่สองที่นักเรียนบังคับบัญชาคนเดิมยัดเยียดให้ผม หน้าตาผิดระเบียบ สอง ผมพูดทวนคำสั่งอีก แต่คิดในใจว่า มันผิดด้วยเหรอวะเนี่ย ไอ้หน้าตาของตูเนี่ย และก็ยังคงมีโทษฐานอื่นตามมาอีกเป็นกระบุง สรุปว่าวันที่นักเรียนบังคับบัญชาคนนั้น อารมณ์ดี ผมไม่สามารถปฏิบัติโทษได้หมดภายในตอนเช้า เพราะติดที่ต้องไปเข้าห้องเรียน เลยต้องมาใช้หนี้ในช่วงที่แถวไปทานข้าวตอนเที่ยงต่ออีก แต่จะมีอยู่ข้อหาหนึ่งที่โดนเป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่เคยว่างเว้นแม้แต่วันเดียว ถ้าวันไหนผมไม่โดนเรื่องนี้ จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตผมขาดอะไรไป จนมันดูเหมือนเป็นสิ่งเติมเต็มชีวิตผมไปแล้ว ในช่วงตลอดเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมานี่ นั่นก็คือเรื่องการ ขัดรองเท้า นี่ถือเป็นจุดอ่อนของผมอย่างแท้จริง ผมไม่เคยขัดรองเท้าหนัง ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าทัชชู หรือรองเท้าคอมแบตได้มันวาวเลยตั้งแต่เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เฮ้ย ทำไมเอ็งขัดรองเท้าให้ มัน ไม่ได้วะ เสียงของนักเรียนผู้บังคับหมวดผมถามขึ้นระหว่างการตรวจเครื่องแบบในเช้าวันหนึ่ง พร้อมกับบรรจงวางเท้าที่ใส่รองเท้าคอมแบตที่ถูกขัดจนมันวาว ใสเหมือนกระจก จนผมสามารถมองเห็นเงาของตัวเองบนรองเท้านั้น ลงมาบนเท้าของผม โห เหยียบลงมาอย่างนี้เลยเหรอ กว่าจะขัดให้มันได้ขนาดนี้รู้ไหมเนี่ยว่ามันยากขนาดไหน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใสเหมือนกระจกก็เถอะ ผมมองหน้านักเรียนบังคับบัญชาคนนั้น และก็นึกในใจ ทำไม มีปัญหาเหรอ นักเรียนบังคับบัญชาถามผม หลังจากที่เห็นมองหน้าและก้มมองเท้า และก็กลับขึ้นมามองหน้าอีกที เปล่าครับ ผมตอบเสียงดังฟังชัด นี่ถ้าพรุ่งนี้เช้ารองเท้าไม่มันขึ้นกว่านี้ กักบริเวณ ทราบ? นักเรียนผู้บังคับหมวดสั่งการผม วันนี้ไปพุ่งหลัง* 100 ก่อนไป เป็นโทษเหมารวมความโทรมของเอ็ง คำพูดนี้ทำเอาผมเหวอไปชั่วขณะ ก่อนที่จะตั้งสติ และทวนคำสั่ง ทราบ พุ่งหลัง 100 และก็เดินออกจากแถวไปปฏิบัติโทษหลังแถว ด้วยความหงุดหงิดใจเล็กๆ ...................................... เฮ้ย ไอ้กา ช่วยกูหน่อยดิ นี่ถ้าพรุ่งนี้รองเท้ากูไม่มัน กูซวยแน่ ผมกระซิบขอร้องเพื่อนที่นอนอยู่เตียงข้างผมในระหว่างที่นั่งฝึกฝนอยู่ ด้วยความที่เห็นว่ามันเป็นคนขัดรองเท้าได้มันเงามาก โจ้ มึงไปมีปัญหาอะไรกับพี่เขาหรือเปล่าวะ กาถามถึงเรื่องระหว่างผมกับนักเรียนผู้บังคับหมวดคนที่จะกักฯผม ไม่รู้ว่ะ แต่แม่งจ้องจะล่อกูอย่างเดียวเลย หลายครั้งแล้ว โดนนู่นนี่อยู่เรื่อยเลย ไม่เข้าใจเหมือนกัน นี่ถ้าถึงตอนรับชุดปกติ กูต้องโดนไอ้นี่เล่นตายแน่มึง ผมอธิบายพร้อมกับพูดความในใจให้ฟัง ถึงเรื่องในอนาคต เพราะอีกไม่นานผมก็จะได้รับชุดปกติ ที่เป็นชุดนักเรียนเตรียมทหารสมบูรณ์แบบเสียที แต่ก่อนที่จะได้ มันจะผ่านกระบวนการที่เขาเรียกกันว่า ขุดชุด ซึ่งจะเป็นวันที่รุ่นพี่แต่ละคนจะเข้ามาเรียกนักเรียนใหม่ไป และทำโทษกันแบบตัวต่อตัวตลอดทั้งบ่าย ผมนึกถึงภาพนั้นทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก เออ เดี๋ยวกูสอนให้ ไอ้กาตอบผม ดีๆ รองเท้านี่ขัดยังไงให้ มัน วะ ผมยิงคำถามไปยังเพื่อนผม เออน่า เดี๋ยวตอนเขานอนกันแล้วไปนั่งขัดในห้องน้ำกัน เอาสำลีกับกีวี**ไปด้วย กานัดผมถึงสถานที่ที่จะไปแอบขัดรองเท้า คืนนั้น ไอ้กาสอนเคล็ดลับในการขัดรองเท้ามันให้ผม ใช้สำลีปาดกีวีหนาๆ ทาไปบนรองเท้า และใช้ไฟลน ก่อนที่จะใช้สำลีชุบน้ำปาดกีวีบางๆ แล้วก็วนไปที่รองเท้าในส่วนที่ได้ใช้ไฟลน แล้วก็จุ่มน้ำอีกที แล้วค่อยๆวนไป ทำไปเรื่อย บางทีก็เพิ่มกีวีเข้าไปหน่อย ทำแบบนี้กับทุกส่วนของรองเท้า แต่การใช้ไฟลนนี่ไม่ต้องทำบ่อย นานๆทำที นี่คือที่ไอ้กาสอนผม เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงกว่า ความพยายามเริ่มเห็นผล รองเท้าผมเริ่มมันวาวขึ้นแล้ว ทำไมมันยากอย่างนี้หว่า ไอ้การขัดรองเท้านี่ ผมกล่าวด้วยความท้อใจ ถึงแม้ว่าจะเห็นรองเท้ามันเป็นมันวาวขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มันเป็นเงาเหมือนของนักเรียนบังคับบัญชาคนนั้น หรือแม้กระทั่งไอ้กาเพื่อนผมเลย ก็รองเท้ามึงมันไม่เคยถูกขัดจนขึ้นเงาเลยนี่หว่า มันเลยยากหน่อย พอมันเงาขึ้นมาครั้งนึงแล้ว ต่อไปก็ง่ายแล้ว เพื่อนกาผมอธิบายให้ฟังถึงเหตุผล ของการขัดรองเท้าให้มันวาว ตอนนี้ ผมคิดว่า รองเท้าของผมมันน่าจะ มัน ได้ที่แล้วนะ ผมจึงกล่าวขอบคุณกับไอ้กาเพื่อนผม เออ ขอบใจมากนะเว้ย อุตส่าห์มาช่วยกู ไม่งั้นกูตายแน่ แต่ตอนนี้กูว่าเรารีบกลับไปนอนดีกว่า เดี๋ยวมีใครมาเจอตอนนี้ ซวยอีกกู แทนที่จะไม่โดนกักเรื่องรองเท้า ดันมาโดนเรื่องไม่ยอมนอน พอผมพูดจบก็เดินนำไอ้กากลับไปที่เตียงด้วยความระมัดระวัง ...................................... เช้าวันต่อมา เป็นวันที่นักเรียนผู้บังคับหมวดคนเดิมมาตรวจเครื่องแบบของผมเฉกเช่นเดียวกับทุกๆวัน เพียงแต่วันนี้จะค่อนข้างกดดันผมมากกว่าปกติ ตรงที่ว่า ถ้ารองเท้าผมไม่มันวาว เป็นที่ถูกใจเขา ผมอาจจะต้องอยู่โรงเรียนเพื่อขัดรองเท้าในวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่า การกักฯของนักเรียนเตรียมทหาร จะเป็นเพียงการต้องมาโรงเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ โดยที่จะต้องเข้ารายงานตัวตอนเช้าวันเสาร์เวลา 0830 และสามารถกลับบ้านได้ในตอนเย็น และค่อยมาใหม่ในเช้าวันอาทิตย์เวลาเดิม แต่มันก็คงจะดีกว่าที่ไม่ต้องมาเหยียบที่โรงเรียนเลย ในระหว่างที่พักผ่อนอยู่บ้านสุดสัปดาห์ ตอนนี้นักเรียนผู้บังคับหมวดมายืนอยู่ข้างหน้าผม และกำลังตรวจตราการแต่งกายของผมอย่างละเอียด ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยระทึกว่ารองเท้าผมจะ มัน เป็นที่พอใจของเขาไหม เสื้อลงแป้งไม่เรียบร้อย นี่ถือเป็นกระทงแรก ที่นักเรียนผู้บังคับหมวดกล่าวโทษผม ผมทวนคำสั่งทันทีเมื่อสิ้นเสียงนั้น กันจอนไม่เรียบร้อย กระทงที่สองออกมาแล้ว และก็ยังมีความผิดต่างตามออกมาเป็นระยะไล่มาตั้งแต่หัวจนกระทั่งถึงรองเท้า ดึงขากางเกงขึ้น ผมรีบดึงขากางเกงขึ้นทันทีเมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง ขณะนี้ นักเรียนผู้บังคับหมวด มองรองเท้าผมอย่างละเอียด และก็สั่ง ยกส้นเท้าขึ้น เพื่อที่จะดูว่าผมขัดรองเท้าได้ มัน ทั้งคู่ไหม เมื่อดูจนเป็นที่พอใจแล้ว นักเรียนผู้บังคับหมวด ก็สั่งให้ผมเอาขากางเกงลง และก็เงยหน้ามามองหน้าผมก่อนที่จะพูดออกมาว่า เออ ทำดีก็ทำได้นี่หว่า เอ็ง ก่อนที่จะสั่งให้ผมไปปฏิบัติโทษอื่นๆที่โดนก่อนหน้านี้ และก็เดินไปตรวจคนต่อไป ผมทวนคำสั่ง พร้อมกับเดินออกมาที่ด้านหลังแถวด้วยความโล่งอก อย่างน้อยวันหยุดนี้ผมก็ได้นอนอยู่บ้านสบายๆ ไม่ต้องมาทนลำบากอยู่ที่โรงเรียนนี้ เฮ้ย ไอ้กา ขอบใจมากว่ะ กูนึกว่าจะไม่รอดแล้ว ผมกล่าวขอบใจเพื่อนผมระหว่างที่เดินอยู่บนระเบียงตึกหน้าห้องเรียนก่อนเข้าห้องเรียน ...................................... หมายเหตุ *พุ่งหลัง หมายถึงท่าที่ใช้ในการทำโทษของนักเรียนทหารท่าหนึ่ง โดยเริ่มต้นจากการยืนตรง หลังจากนั้น ให้ย่อตัวลงเอามือทั้งสองวางกับพื้น และถีบเท้าทั้งสองไปทางด้านหลัง โดยที่มือทั้งสองยังวางอยู่บนพื้น หลังจากนั้นให้ดึงเท้ากลับมาที่เดิม และลุกขึ้นมายืนตรงอีกครั้ง เป็นการจบครั้งที่ 1 **กีวี เป็นชื่อยี่ห้อน้ำยาขัดรองเท้าที่ฮิตมากในหมู่นักเรียนทหาร จึงถูกใช้เป็นสรรพนามแทนน้ำยาขัดรองเท้า ถึงแม้ว่าจะใช้ยี่ห้ออื่นก็เถอะ ...................................... ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวครับ คำเตือน : เรื่องสั้นนี้ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของอดีตนักเรียนทหารคนหนึ่ง และได้มีการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อได้อรรถรสในการอ่าน วิธีการใช้ : ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน บันเทิงใจนะครับ ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ |