พิมพ์หน้านี้
|
หนทางสู่เกียรติศักดิ์ ตอน เพื่อน...กูขอ
ค่ำคืนวันศุกร์ที่แสนสุข กับบรรยากาศสบายๆของร้านเหล้าแห่งหนึ่งย่านเสนานิคม วันนี้เป็นวันที่ผมนัดกับพี่ต้อ รุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า แต่กลายมาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เตรียมทหาร มานั่งสังสรรค์หาความเฮฮากันที่นี่ พร้อมกับเพื่อนสนิทของพี่เขาอีกคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนคนนี้ ตอนที่เรียนอยู่ ผมก็ไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ และเคยมีเรื่องกันมาแล้วด้วย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะพี่ต้อเขารับประกันกับผมว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เรื่องราวต่างๆสมัยที่โรงเรียนเก่าก็จบกันไปแล้ว แล้วยิ่งตอนนี้ผมกับพี่ต้อค่อนข้างที่จะสนิทกันพอสมควร ดังนั้นจึงไม่เห็นเหตุผลใดที่จะมีปัญหาอะไรกันอีกต่อไป เฮ้ย ไอ้โจ้ เสียงรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า ซึ่งเป็นเพื่อนกับพี่ต้อเรียกผม อ้าว พี่เอก ผมหันมาตามเสียงและกล่าวทักทายรุ่นพี่คนนั้น ไอ้ต้อยังไม่มาอีกเหรอ เมื่อถามเสร็จพี่เขาก็นั่งลงตรงข้ามกับผมพร้อมกับจัดการชงเหล้าให้ตัวเอง เป็นไงบ้างวะ เรียนที่นั่น สนุกไหม เห็นไอ้ต้อแม่งบ่นฉิบหาย ยังไงมึงดูแลมันหน่อยนะเว้ย อุตส่าห์เข้าไปได้แล้ว มาตกม้าตายล่ะเสียหมาเลยนะมึง บทสนทนาระหว่างผมกับพี่คนนั้นเริ่มขึ้นหลังจากที่เขาจัดการกับแก้วของตัวเองเสร็จ ไม่รู้ใครจะดูแลใคร ผมเองยังแย่เลยพี่ ท้อแล้วท้ออีก บ่นจะออกแม่งวันละร้อยหน ผมบ่นออกไปพร้อมกับค่อยละเลียดกับเครื่องดื่มตรงหน้า ยังไม่ทันที่พี่เอกจะพูดอะไรต่อ เสียงของพี่ต้อก็ดังขึ้น อ้าว มากันเร็วจังวะ เฮ้ย มึงนัดกูตอนสองทุ่ม นี่มันปาไปเกือบสามทุ่มแล้ว มึงเพิ่งมาเนี่ยนะ ปล่อยให้กูกับน้องรออยู่ตั้งนาน พี่เอกพูดเสร็จก็หันมาพยักหน้ากับผม เพื่อเป็นการเตี้ยมกันไปในตัว เพราะพี่แกเพิ่งมาก่อนที่พี่ต้อจะเดินเข้าร้านมาได้ไม่นานนี้เอง อ้าวแล้วมึงสองคนดีกันแล้วเหรอ พี่ต้อถามขึ้น เมื่อนั่งลงและจัดการกับแก้วเปล่าของตัวเอง แล้วมึงจะฟื้นหาพระแสงอะไรล่ะครับ ไอ้คุณต้อ กูดีกับน้องมันก็ดีแล้ว มาหาเรื่องให้กูอีก พี่เอกตอบออกไป แต่ก็ไม่แน่นะถ้ามันไม่ยอมดูแลมึง เมื่อพี่เอกพูดเสร็จก็หัวเราะร่วน แสดงให้เห็นว่าความบาดหมางระหว่างผมกับพี่เขาเมื่อสมัยเรียนที่โรงเรียนเก่าได้จบสิ้นแล้วจริงๆ การสนทนาดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องในสมัยที่ยังอยู่โรงเรียนเก่า และก็เรื่องราวทั่วไปที่เป็นอยู่ในตอนนี้ พี่เอกก็สรรหามาเล่าสู่กันฟัง ให้ผมกับพี่ต้อได้ตื่นหูตื่นตา และรู้สึกมีความสุขเมื่อมีคนพูดถึงผมบ้าง โดยเฉพาะ พี่จอ รุ่นพี่ผมคนหนึ่ง ที่มักจะคอยมาห้ามไม่ให้พี่เอกจ้องมองผมอย่างหาเรื่องเวลาเจอกันในห้องน้ำ หรือเวลาที่เดินผ่านห้องเรียนผม ด้วยเพราะพี่จอรู้สึกถูกโฉลกกับผมอย่างมาก ด้วยความที่เรามีลักษณะอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆกัน ในขณะที่พี่เอกรู้สึกไม่ค่อยชอบหน้าผม แต่จริงแล้วเขาก็ไม่ขอบพวกผมทั้งกลุ่มนั่นแหละ หลังจากที่มีเรื่องกันมาครั้งหนึ่ง ในระหว่างที่ผมกำลังนึกถึงเรื่องเก่าๆกับโรงเรียนเก่า ที่แม้จะเรียนได้แค่ปีเดียว ก็ต้องย้ายที่เรียนใหม่อีกแล้ว แต่ก็มีความรู้สึกผูกพันกันพอสมควร เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนั้น มีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งน่าจดจำและไม่น่าจดจำ โดยเฉพาะกับผู้หญิงคนนั้น เพื่อนร่วมห้องผม ผมยังจำเธอได้ไม่เคยลืม กับเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งปีที่เรียนอยู่ด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยเป็นแฟนกัน แต่ทำไมผมถึงคิดถึงเธอตลอดเวลาก็ไม่รู้ ในใจยังนึกอยู่ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้เจอกันอีก เฮ้ยโจ้ อาทิตย์นี้กลับเข้าโรงเรียนไปก็จะมีพิธีรับชุดปกติ*แล้วนะเว้ย เสียงของพี่ต้อปลุกผมขึ้นมาจากห้วงความคิดของผม เตรียมตัวเตรียมใจแล้วหรือยังวะ ยังเลยพี่ แต่ว่า จะเอาไงก็เอา มาถึงขนาดนี้แล้ว ถอยไม่ได้แล้วว่ะ ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเบื่อหน่าย เมื่อต้องพูดถึงเรื่องที่โรงเรียน และเรื่องที่จะต้องเผชิญในอนาคต แล้วพี่อ่ะ ว่าไง เห็นว่าพี่อะไรจะมาเรียกไป ขุด** ไม่ใช่เหรอ อืม ก็เดี๋ยวจะมีพี่มาเรียกไปจัดการเอง คนนี้กูรู้จักดี กูว่าเราไม่น่าเหนื่อยมากหรอกมั้ง พี่ต้อพูดถึงความคาดหวังของเรา เราหวังว่ารุ่นพี่คนนั้นจะมาเรียกเราไปขุดชุด และก็ไม่ทำให้เราเหนื่อยจนแทบขาดใจ เพราะทั้งผมกับพี่ต้อกลายเป็นที่หมายตาของนักเรียนบังคับบัญชาบางคนไปเรียบร้อยแล้ว รอให้ถึงวันขุดชุดก่อนเถอะมึง มึงทั้งสองคนเดี้ยงแน่ นี่คือคำข่มขู่ที่ผมได้รับ ในระหว่างที่นักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นเจอผมกับพี่ต้อโดยบังเอิญที่ใต้ตึกเรียน เฮ้อ... ผมถอนหายใจ พูดถึงเรื่องนี้ ผมไปห้องน้ำดีกว่า พูดเสร็จผมก็ลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ .................................. อึกกก เสียงฝ่ามือใครบางคนกระทบกับหลังของอย่างแรง ทำให้ผมเซไปเล็กน้อย ก่อนที่จะหันมามองอย่างงงๆ เฮ้ย เป็นไงบ้างวะ ไม่เจอกันนานเลยนะมึง ตั้งแต่ออกไปเนี่ย ไอ้แป๊ะเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกับผมกล่าวทักทายผมอย่างดีใจ อ้าว เฮ้ย เสียงผมก็ดีใจไม่แพ้กัน เพราะผมหันไปเห็นเพื่อนร่วมห้องผมหลายคนมาด้วยกันที่โต๊ะตรงหน้าห้องน้ำ อีกฟากฝั่งกับที่ผมนั่งอยู่นั้น โห เป็นไงมาไงเนี่ย ทำไมมากันเยอะอย่างนี้วะ ผมถามด้วยความประหลาดใจ วันนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดไอ้อาร์ทมัน พอเสร็จจากกินข้าวที่บ้านมันก็ออกกันมาเนี่ย แล้วมึงอ่ะ เป็นไงมาไงเนี่ย แล้วมากับใคร เพื่อนผมเริ่มยิงคำถาม อ๋อ กูมากับพี่ต้อกับพี่เอก โจทก์เก่ามึงอ่ะ ผมตอบเสร็จก็หันไปทักทายเพื่อนๆที่โต๊ะ พร้อมกับมองหาใครบางคน ด้วยหวังว่าเขาคงจะมาด้วย แต่ก็ไม่มี พี่เอก พี่ต้อ เหอ เพื่อนผมทวน มึงสนิทกับแกแล้วเหรอวะ เพื่อนผมถามด้วยความสงสัย อ้าว ก็กูเรียนอยู่ด้วยกันพี่ต้อนี่หว่า แล้ววันนี้ก็นัดกันมานั่งกินเหล้าที่นี่แหล่ะ ผมตอบเพื่อนไป ก่อนที่จะพูดต่อ เฮ้ยเดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะมาคุยด้วย .................................. เมื่อผมเดินกลับมาที่โต๊ะ พี่เอกก็พูดขึ้นมา เฮ้ย กูว่ากูเห็นไอ้แป๊ะ แว่บๆ มันมากับใครวะ พี่ ผมขอนะ มีเรื่องอะไรก็ให้มันจบๆไปเหอะ อย่างน้อยเราก็รุ่นพี่รุ่นน้องกันนะพี่นะ หรือถ้าที่ผ่านมามันกวนตีนอะไรพี่ ผมก็ขอโทษแทนพวกผมด้วยแล้วกัน ให้มันจบไปนะ ผมพูดขึ้นเพราะผมเห็นแววตาของพี่แกแล้วเลยไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่ กลัวว่าวันนี้จะเที่ยวไม่สนุก เออ...กูก็ว่างั้นว่ะ จบไปเถอะ ตอนนี้กูก็เบื่อที่จะมีเรื่องแล้วด้วยว่ะ กูมีเรื่องอะไรที่ต้องคิดมากกว่านั้น พี่ต้อช่วยพูดสมทบให้อีกแรง ตอนนี้ดูท่าพี่เอกจะค่อยคลายความเคืองใจลงบ้างแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมีความไม่ชอบใจพวกผมมากมายขนาดนั้น พอพูดคุยกันรู้เรื่องแล้ว ผมก็บอกกับพี่ทั้งสองของผม เดี๋ยวผมไปนั่งคุยกับเพื่อนมันหน่อยนะ แล้วผมก็ลุกจากโต๊ะไป .................................. เฮ้ย โจ้เป็นไงบ้างวะ เสียงเจ้าอ้อ สาวห้าวประจำห้องกล่าวทัก เมื่อผมลงนั่งที่โต๊ะนั้น เรื่อยๆว่ะ ผมตอบพร้อมกับมองไปรอบๆ แกไม่ต้องหาหรอก ไม่มา รายนั้นออกจากบ้านดึกๆยาก อ้อ สาวห้าวคนเดิมตอบผม เหมือนกับว่าจะอ่านใจผมออก วันก่อนเห็นมีพวกเตรียมทหารกลับไปที่โรงเรียน แกไม่ได้กลับมาด้วยเหรอ หึ เปล่า พอดีวันนั้นฉันอยากกลับบ้านว่ะ พอเขาปล่อยออกจากโรงเรียน ก็เลยกลับบ้านเลย ผมกล่าวถึงสาเหตุที่ไม่ได้กลับไปที่โรงเรียนเก่าในวันไหว้ครู ซึ่งทางโรงเรียนเตรียมทหารอนุญาตให้นักเรียนทุกคนได้กลับไปที่โรงเรียนเก่า เพื่อไหว้ครู-อาจารย์ ณ โรงเรียนที่เราจากมา วันนั้น แกทำให้ใครบางคนต้องคอยืดคอยาวด้วยหวังว่า จะมีไอ้บ้าบางคนกลับมา แต่ก็ต้องผิดหวังไป เพราะไอ้บ้านั่นมันไม่กลับมา เพื่อนผมคนเดิมเล่าให้ฟัง เฮ้ยจริงเหรอวะ ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจ อย่างงั้นจริงเหรอ แกรู้เหรอว่าฉันหมายถึงใคร ถึงได้แสดงท่าดีใจขนาดนั้น เพื่อนผมพูดแซว ผมรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ไม่รู้จักเก็บอาการไว้หน่อย ก่อนจะตอบออกไป ฉันว่าฉันเดาถูกนะ แกรู้อะไรหรือเปล่า อ้อเริ่มเรื่องจะเล่าให้ฟังต่อ หลังจากที่แกย้ายไปนะ เจ้าหมวยเรียนอย่างเดียวเลยว่ะ ปีที่แล้วฉันก็ว่าตั้งใจเรียนแล้วนะ ปีนี้แม่งยิ่งกว่าอีก ตั้งใจอย่างสุดๆ แล้วก็เฮฮาน้อยลงด้วย อ้าว ก็เท่าที่ฉันรู้ เขากำลังจะสอบเทียบนี่หว่า ก็ต้องอย่างนี้หละ ผมพูดเดาสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนั้นให้เพื่อนผมฟัง อ้อนั่งนิ่งไปชั่วแว่บหนึ่ง ก่อนที่จะพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เออ...อีกสองอาทิตย์ข้างหน้า จะวันเกิดหมวยเขา แล้วเรานัดกันว่าจะไปกินเลี้ยงวันเกิดกันแถวๆบ้านของหมวยนั่นแหล่ะ เมื่อพูดถึงตรงนี้ อ้อก็ทำหน้ากระหยิ่ม มาดิ มาเซอร์ไพรซ์เป็นของขวัญวันเกิด มานะ ตกลงแล้วนะ ก่อนที่จะโดนใครบางคนในโต๊ะเราตัดหน้าไปนะเว้ย เพื่อนผมจัดการพูดเองเออเอง พร้อมกับข่มขู่ผมเล็กน้อย ด้วยว่ามีเพื่อนผมในห้องเดียวก็หลงชอบหมวยอยู่เหมือนกัน ยังไม่ทันที่ผมจะทันได้ตอบอะไร ไอ้แว่น เพื่อนในกลุ่มที่มาด้วยกันกับโต๊ะเพื่อนผม ก็วิ่งมาหน้าตาตื่น โจ้...โจ้...ไปดูที่หน้าร้านหน่อย ไอ้แป๊ะ ไอ้เต้ย ไอ้อาร์ท กับพี่เอก พี่ต้อ กำลังมีเรื่อง พอผมฟังจบ ผมก็รีบลุกออกจากโต๊ะไปทันที อะไรวะ เมื่อกี้ก็ตกลงกันแล้วนี่หว่า เผลอแป๊บเดียว ผมนึกในใจระหว่างที่รีบเร่งออกไปที่หน้าร้าน พี่ทำอะไรกันน่ะ ไหนตกลงกันแล้วไง ผมวิ่งเข้าไปตรงกลางระหว่างเพื่อนผมกับรุ่นพี่ทั้งสอง มึงไปถามเพื่อนมึง ไอ้โจ้ พี่ต้อตอบผมมาด้วยสีหน้าแสดงความโกรธอย่างมาก เฮ้ย มีอะไรกันวะ ผมหันไปถามเพื่อนผมทั้งสาม ที่ดูลักษณะเหมือนว่าจะเมาได้ที่แล้ว มึงแน่นักก็มาตัวตัวกับกูดีกว่า เพื่อนผมไม่ตอบคำถามผม แต่ตะโกนท้าทายไปยังรุ่นพี่ทั้งสองนั้น เฮ้ย เดี๋ยว ผมหันไปห้ามพี่เขา เพราะเห็นท่าทางเหมือนจะเข้ามาวางมวยกับเพื่อนผม โจ้ มึงเป็นเพื่อนกูหรือเปล่าวะ เพื่อนผมถามผม ถ้ามึงเป็นเพื่อนกูก็หลบไป หรือมึงจะเข้าข้างไอ้สองตัวนั้นด้วย ดีเลยจะได้ตัวตัวกันไปเลย คำถามนี้ทำเอาผมอึ้งไปชั่วขณะ เฮ้ย อย่ามีเรื่องเลย กูขอ ผมพูดขอร้องเพื่อนผม เพราะผมมีความรู้สึกว่างานนี้เพื่อนผมเป็นหาเรื่องก่อนแน่ๆ พร้อมกับพยายามกันเพื่อนผมออกไปจากบริเวณนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ โจ้มึงหลบไป เพื่อนตะคอกผมมา อย่ามีเรื่องเลย นี่ก็เพื่อนกู นั่นก็พี่กู กูขอเหอะนะ ผมพูดขอร้องเพื่อนอีกครั้ง มึงไม่หลบใช่ไหม เพื่อนผมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมยังยืนขวางมันอยู่ หลังจากนั้น ผมก็มีความรู้สึกเหมือนหน้าชาๆ พร้อมกับตัวเซไปเล็กน้อย ก่อนที่จะมองไปที่เพื่อนผม ที่ดูจะตกใจกับการกระทำของตัวเองเล็กๆเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดหรือตอบโต้อะไร เพื่อนผมที่มาด้วยกันกับกลุ่มนั้น ก็เข้ามาแยกและพาเพื่อนผมทั้งสามออกจากที่ตรงนั้นไป ปล่อยให้ผมยืนงงกับการกระทำของคนเมาคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนผม แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะดูเหมือนว่าเรื่องบาดหมางนั้นจะจบลงอย่างง่ายดาย เพื่อนถูกแยกออกไป ในขณะที่รุ่นพี่ผมก็เข้ามาพูดคุยปลอบใจผมแทน และดูจะเย็นลง เพื่อนอ้อผมก็เข้ามาหาผมแล้วก็บอกกับผม เป็นไงบ้าง...อย่าไปถือมันเลยนะเว้ย ผมพยักหน้าตอบหลังจากจบประโยคที่อ้อพูด แต่ว่าอย่าลืมนะ อีกสองอาทิตย์เจอกัน เซอร์ไพรซ์ๆ เมื่ออ้อพูดเสร็จก็เดินจากไป ทำให้ความรู้สึกชาที่ใบหน้าผมหายไป กลายมาเป็นความตื่นเต้นแทน ตอนนี้ผมกลับมานั่งที่โต๊ะ ความรู้สึกต่างๆหายไป ใจเริ่มจดจ่อกับเหตุการณ์ในวันข้างหน้า ไม่ใช่ในอาทิตย์ที่จะถึง แต่เป็นอีกสองอาทิตย์ที่จะถึงต่างหาก โจ้ กลับได้แล้ว นั่งเงียบเลยนะมึง เสียงพี่ทั้งสองพูดกับผม นั่นเป็นประโยคแรกที่พูดกัน หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น กูขอโทษ ที่ทำให้มันเป็นเรื่อง พี่ต้อพูดต่อ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ช่างมันเถอะพี่ เรื่องมันแล้วไปแล้ว กลับบ้านเหอะ พูดเสร็จพวกผมทั้งสามก็แยกย้ายกันกลับบ้าน วันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับผมเหมือนกัน อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจขึ้นบ้างในภาวะกดดันเช่นนี้ และมีกำลังใจที่จะอดทนรอเพื่ออะไรบางอย่างต่อไป... .................................. *ชุดปกติ เป็นเครื่องนักเรียนเตรียมทหารที่ใช้แต่งเมื่อต้องออกนอกพื้นที่โรงเรียน เพื่อกลับบ้านหรือร่วมกิจกรรมต่างๆ **ขุด เป็นคำพูดของนักเรียนทหาร หมายถึงการที่รุ่นพี่จะมาทำอะไรที่ดูเหมือนรับน้อง มีการลงโทษให้ออกกำลังกายต่างๆนาๆ อย่างหนัก ด้วยเหตุผลที่ว่านักเรียนรุ่นน้องกำลังจะได้รับของสำคัญ นั่นคือ เครื่องหมายจักรดาว ชุดปกติ และก็แหวนรุ่นเตรียมทหาร .................................. ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ คำเตือน : เรื่องสั้นนี้ได้ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของอดีตนักเรียนทหารคนหนึ่ง วิธีการใช้ : ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน อย่าคิดมากครับ ไม่ได้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณใดๆทั้งสิ้น หากผู้ใดอ่านแล้วเกิดความหมั่นไส้ ก็คงจะไม่ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ เพราะนั่นมันเป็นปัญหาของคุณ ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต ส่วนเรื่องแถก...พรุชิงที่ได้รับยังไม่ลืมนะครับ...แต่ว่าเดี๋ยวรวบรวมข้อมูลแป๊บนึง แล้วจะเขียนนะครับ น่าจะเป็นคราวหน้านี่หล่ะครับ |