พิมพ์หน้านี้
|
หนทางสู่เกียรติศักดิ์ ตอน คนที่รออยู่ ตอนที่ 1
ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนอันสงัดสงบเงียบ ในโรงนอนของนักเรียนเตรียมทหารปีหนึ่ง มีเพียงแสงไฟจางๆจากโคมไฟถนนด้านข้างตึกนอนที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน ขณะนี้เป็นเวลาสักประมาณสี่ทุ่มกว่า นักเรียนบางนายเพิ่งพ้นจากหน้าที่เวรยามที่ได้รับมอบหมาย และกำลังกลับมานอนยังที่นอนของตัวเอง ช่วงเวลานั้น ก็มีเสียงแว่วขึ้นมาที่ข้างหูผมอย่างแผ่วเบา โจ้...โจ้...หลับยังวะ อือ...มีอะไรวะไอ้จอย ผมตอบโดยที่ไม่ได้ลืมตา กำลังเคลิ้มเลยมึงนี่ ไปดูดบุหรี่กันหรือเปล่า เพื่อนผมกล่าวชวน ในสิ่งที่พวกผมไปทำด้วยกันเป็นประจำก่อนนอน เพียงแต่ว่าวันนี้ จอยมีหน้าที่ต้องไปเข้าเวรยาม เลยไม่ได้มาร่วมวงไพบูลย์ในช่วงเวลานั้น หึ...ไม่เอาอ่ะ กูดูดแล้ว ผมตอบปฏิเสธ แต่ถ้ามึงจะเอาบุหรี่ก็เปิดตู้กู อยู่ที่ซอกตู้ที่เดิม ผมบอกต่อ เพราะรู้ว่าเพื่อนผมคงแค่ต้องการบุหรี่ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าท้ายเตียงของผม ผมจึงบอกให้มันไปหยิบตรงที่ซ่อนเดิม เมื่อเพื่อนผมได้ยินเช่นนั้น ก็จัดแจงเปิดตู้ผมอย่างแผ่วเบา แล้วก็หยิบบุหรี่ออกมา พร้อมกับกล่าวต่อ ไม่ไปจริงๆเหรอ ไอ้โจ้ ไปหน่อยดิ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย ดิ๊...นะ...ไปกับกูหน่อย เพื่อนผมคะยั้นคะยอ กูไม่อยากไปคนเดียว ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย กูหยิบออกมาเผื่อมึงแล้ว ไปเร็ว...ลุก เร็ว... ไปก็ไปวะ มึงนี่จริงๆเลยว่ะ หาเรื่องให้กูอยู่เรื่อย ผมก็เลยจำใจต้องลุกออกไปจากเตียง แล้วค่อยๆย่องเงียบอย่างแผ่วเบา ตรงมุ่งสู่ห้องน้ำไป เราสองคนปล่อยเวลาผ่านไปพร้อมกับควันสีจางๆของบุหรี่ ให้มันล่องลอยออกผ่านหน้าต่างสู่โลกภายนอก ตลอดเวลาที่ความเงียบครอบงำผมกับเพื่อนผม ผมก็ปล่อยความคิดล่องลอยไปถึงวันพรุ่งนี้ วันศุกร์ พรุ่งนี้เราก็มีโอกาสที่จะได้เจอหมวยแล้ว หลังจากที่ผมได้คุยกับเธอเมื่อวันก่อน ผมก็เริ่มวางแผนมาตลอดว่า ได้ปล่อยออกจากโรงเรียน ตอนประมาณสี่โมง ถ้าจะกลับบ้านคงไม่ทัน ต้องไปเปลี่ยนชุดที่บ้านพี่ต้อ ซึ่งอยู่แถวถนนลาดพร้าว แล้วก็รีบไปยังสถานที่นัดหมาย บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรฯ เสร็จยังมึง เพื่อนผมเรียก เพราะเห็นผมสูบบุหรี่อย่างเชื่องช้าเหลือเกิน เออๆ...ไป ผมรีบปั๊มยาว เพื่อให้มันหมดเร็วที่สุด และก็ทิ้งลงชักโครกไป หลังจากนั้น ก็ออกจากห้องน้ำอย่างระมัดระวัง ในระหว่างที่ผมกับเพื่อนกำลังเดินกลับมาที่เตียงนอน เฮ้ย...โจ้...ใครแม่งนั่งอยู่ที่เตียงมึงวะ เพื่อนผมรีบสะกิดเรียกทันทีที่เห็นเงาตะคุ่มอยู่ที่เตียงของผม ด้วยความที่ผมนอนอยู่เตียงด้านนอกสุด ดังนั้น จึงเป็นที่สังเกตได้ง่ายหากมีอะไรอยู่ตรงนั้น ซวยแล้วกู ขออย่าให้มีอะไรเลยวะ ผมภาวนาในใจ ทันทีที่เห็นเงานั้น เพราะเวลาขนาดนี้ หากเป็นคนมานั่งอยู่ที่เตียงผม ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นักเรียนบังคับบัญชา บางคน เฮ้ย...เอ็งสองคนอ่ะ มานี่ เสียงสั่งการอย่างแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะให้ผมได้ยิน และรีบกระตือรือร้นเข้าไปหาอย่างทันท่วงที ไปไหนมา เสียงของนักเรียนบังคับคัญชาที่นั่งอยู่ที่เตียงของผมถามผมสองคน ไปเข้าห้องน้ำมาครับ ผมตอบกลับด้วยเสียงที่ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ ไปกันสองคนนี่หรือ นักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นถามผมกับเพื่อน พร้อมกับกล่าวติดตลก มึงเป็นไรกันหรือเปล่าวะ ซึ่งผมกับเพื่อนไม่ได้ตลกด้วยเลย แล้วทำไมมีกลิ่นบุหรี่ ไปสูบบุหรี่มาเหรอ คำถามนี้ทำเอาผมสองคนได้แต่อึ้งเงียบ ไม่มีคำตอบใดหลุดออกจากปากของผมสองคน ว่าไง ไปมาหรือเปล่า เสียงนักเรียนบังคับบัญชาถามย้ำ ก่อนจะสั่งการให้ผมไปเปิดตู้เสื้อผ้าของผม ไม่ตอบ ไม่เป็นไร เอ็งไปเปิดตู้ สิ้นคำสั่งนั้น ผมรีบไปเปิดตู้เสื้อผ้าของผมทันที นักเรียนบังคับบัญชาทำการค้นตู้เสื้อผ้าของผม ด้วยไฟฉายกระบอกใหญ่ ที่ให้แสงสว่างได้พอสมควร ในระหว่างที่ตู้ผมกำลังถูกค้น ใจผมก็เต้นระรัว ไม่เป็นจังหวะ และลุ้นอยู่ในใจว่าบุหรี่เกือบครึ่งค้อตต้อนที่ผมซ่อนไว้จะถูกค้นเจอหรือเปล่า แต่ผมก็มั่นใจว่าบุหรี่ทั้งหมดนั้น ผมซ่อนไว้เป็นอย่างดีที่สุด ยากต่อการค้นเจอแน่นอน เว้นแต่... เฮ้ย...นี่อะไร บุหรี่ซองที่ถูกแกะออกมาสูบแล้ว ไม่ถึงครึ่งซอง อยู่ในมือของนักเรียนบังคับบัญชา ทำให้ผมต้องหันไปมองหน้าเพื่อนผมพร้อมกับทำสายตาตำหนิเล็กน้อย หลังจากนั้น นักเรียนบังคับบัญชาก็สั่งการให้เพื่อนผมไปเปิดตู้เสื้อผ้าของตัวเองบ้าง เพื่อทำการค้นเช่นกัน แต่ไม่พบอะไร เพราะบุหรี่ของมันเพิ่งหมดไปตอนกลางวัน และยังไม่ได้ซื้อใหม่ แต่ถึงกระนั้น ผมกับเพื่อนก็ยังคงโดนข้อหาเดิมคือ แอบสูบบุหรี่ เพราะกลิ่นบุหรี่แบบไทยๆหลังจากสูบเสร็จใหม่ๆ นี่มันแรงได้ที่ดีเหลือเกิน เอ็งทั้งสองคนตามมานี่ นักเรียนบังคับบัญชาเรียกผมกับเพื่อนออกจากโรงนอนไป มุ่งหน้าไปยังห้องนอนของนักเรียนบังคับบัญชา ซึ่งอยู่ในตึกเดียวกัน แต่อยู่กันคนละชั้น ......................................... เมื่อผมกับเพื่อนเข้าไปในห้องนอนของนักเรียนบังคับบัญชา ซึ่งมีนอนกันอยู่ไม่กี่คน แต่ยังไม่มีใครหลับกันสักคน บ้างก็นั่งขัดรองเท้า บ้างก็อ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะหนังสือ ตอนนี้ สายตาของนักเรียนบังคับบัญชาทั้งหมดในห้องนั้น จับจ้องมาที่ผมกับเพื่อน ใจของผมตอนนี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว หดหู่หวั่นไหว คิดแต่จะหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไร ซึ่งผมได้ประเมินดู ท่าทางจะรอดยาก เพราะหลักฐานมันคามืออยู่ตรงนั้น ว่าไง มีอะไรจะแก้ตัวไหม ทั้งมีบุหรี่ ทั้งแอบสูบบุหรี่ นักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นถามผมทันทีที่เข้ามาในห้องนอน ซึ่งผมกับเพื่อนก็ยังคงเงียบหลังจากเสียงคำถามนั้นสิ้นสุดลง ถ้าไม่มี ก็แสดงว่าเอ็งทั้งสองคนยอมรับผิด ว่าไปสูบบุหรี่มา นักเรียนบังคับบัญชาเริ่มกล่าวโทษพวกผม ส่วนเอ็ง นักเรียนบังคับบัญชาคนเดิมพูดพร้อมกับหันหน้ามาทางผม มีบุหรี่ในครอบครอง สิ้นเสียงนั้น สายตาทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมกับเพื่อน พร้อมกับคำถามใหม่จากนักเรียนบังคับบัญชาคนเดิม ในตู้ยังมีอีกไหม ไม่มีแล้วครับ ผมตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ เพราะคิดว่าหากตอบว่ามี ก็คงเป็นการง่ายเกินไป และก็จะกลายเป็นเพิ่มโทษให้กับตัวเองไปอีก แล้วอีกอย่าง หากทั้งหมดโดนยึด หลังจากนี้ผมจะเอาอะไรสูบ หากค้นเจออีก ซวยอีกหลายเท่านะเว้ย เอ็งแน่ใจนะ เสียงนักเรียนบังคับบัญชาคนที่นั่งอยู่เตียงที่ใกล้ที่สุด กล่าวแทรกขึ้นมา ครับ ผมตอบได้เพียงสั้นๆ แล้วก็ถือว่าเป็นการวางเดิมพันวัดใจไปในตัว หลังจากนั้น ผมกับเพื่อนก็ได้รับคำสั่งให้ไปเปลี่ยนเป็นชุดกีฬา ภายใน 3 นาที ให้กลับมาที่ห้องนอนนักเรียนบังคับบัญชาอีกครั้ง สิ้นคำสั่งนั้น ทำให้ผมกับเพื่อนตระหนักได้ถึงค่ำคืนอันหฤโหดกำลังจะเกิดขึ้นกับผมสองคน เพราะหากโดนทำโทษในชุดนอนยังพอคาดเดาความยาวนานได้บ้าง แต่ถ้าต้องเปลี่ยนชุด ตอนนี้ผมจินตนาการไม่ออกแล้ว ในระหว่างที่ผมกับเพื่อนรีบวิ่งลงมาเปลี่ยนชุดและกำลังจะกลับขึ้นไป ผมต้องรีบปลุกเพื่อนญัติ อย่างแรงที่สุด เพื่อให้มันตื่นในทีเดียวที่ผมเรียก ไอ้ญัติ มึงไปเอาบุหรี่ที่อยู่ในตู้กูทั้งหมดมาไว้ที่มึงเดี๋ยวนี้เลย ตู้กูไม่ได้ล็อก เพื่อนผมคนนี้ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีชั้นเชิงในการซ่อนบุหรี่ไม่เป็นรองใคร เพราะหลายครั้งที่พวกผมโดนค้นตู้ พวกผมไม่เคยถูกตรวจพบบุหรี่แม้แต่มวนเดียว นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ผมไว้ใจมันและกล้าให้มันมาเสี่ยงกับผม หลังจากนั้น ผมก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนอย่างเร็วที่สุด แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นบันไดไป ผมก็หันกลับไปมอง เห็นไอ้ญัติเดินงัวเงียไปยังตู้ของผม ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมมั่นใจว่าบุหรี่ของผมน่าจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ......................................... เมื่อผมกลับเข้าไปในห้องนอนนักเรียนบังคับบัญชาอีกครั้ง โทษต่างๆก็เริ่มประเดประดังเข้ามายังผมกับเพื่อน พวกผมต้องปฏิบัติโทษกันอย่างนับไม่ถ้วน และยากที่จะอู้ เพราะสายตาของนักเรียนบังคับบัญชาหลายคู่ในที่นั้น ต่างก็หันมาที่ผมกับเพื่อน เป็นที่รู้กันว่า โทษที่ผมกับเพื่อนโดน เป็นโทษในเรื่องของการสูบบุหรี่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโทษที่ร้ายแรงพอสมควรในโรงเรียนทหารแห่งนี้ และยังไม่รวมถึงการมีบุหรี่ไว้ในครอบครอง จะว่าไปแล้วก็คงไม่ต่างอะไรกับการมียาเสพติดร้ายแรงไว้ในครอบครอง ของสังคมภายนอก สำหรับโทษอันหลังนี้ ผมยังจินตนาการไม่ออกว่าจะโดนอะไร เวลาผ่านไปจากนาทีเป็นชั่วโมง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเอาง่ายๆ ตอนนี้ผมกับเพื่อนออกมาจากห้องนอนนักเรียนบังคับบัญชาแล้ว ด้วยอาจเป็นเพราะสถานที่คับแคบเกินไป การออกกำลังกายอย่างหนักยามดึกของผมต้องการพื้นที่มากเหลือเกิน ทั้งม้วนหน้า ม้วนหลัง ทั้งกลิ้ง ทั้งแถกไปกับพื้น สารพัดท่าที่นักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นจะคิดได้ถูกส่งต่อมายังปากถ่ายทอดมายังพวกผมสองคน ในที่สุด เวลาแห่งการสิ้นสุดก็มาถึง เมื่อผมเหลือบไปมองนาฬิกาในห้องนอนนักเรียนบังคับบัญชา ทันทีที่ผมกับเพื่อนกลับเข้ามาในห้องนั้น มันบอกเวลาตีสองกว่า ผมได้รับอนุญาตให้นั่งพักได้ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ในระหว่างนั้น ผมหันไปมองหน้ากับเพื่อนผม พร้อมกับยิ้มแหยๆ หลังจากที่เห็นสภาพเราทั้งสอง ไม่ต่างอะไรซากสกปรกอะไรสักอย่าง เนื้อตัวมอมแมม เสื้อกีฬาสีขาวของผมและเพื่อนกลายเป็นสีดำเปรอะเปื้อน หลังจากนั้นไม่นาน นักเรียนบังคับบัญชาคนเดิม กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับแก้วน้ำหนึ่งใบ เมื่อนักเรียนบังคับบัญชานั่งลงที่เก้าอี้ข้างหน้าผม ก็ยื่นแก้วน้ำให้ผม พร้อมกับบุหรี่ซองนั้น เอาบุหรี่ลงไปผสมน้ำให้หมด สิ้นคำสั่งผมเงยหน้ามองนักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นหนึ่งครั้ง และหันไปมองหน้ากับเพื่อนเหมือนกับรู้ชะตากรรมต่อไป เร็วเข้า เสียงคำสั่งย้ำ ผมจัดการเอาบุหรี่ผสมลงไปในน้ำได้ประมาณ 5-6 ตัว ยังคงเหลือในซองอีกประมาณ 6-7 ตัว กินที่อยู่ในน้ำเข้าไปให้หมด คำสั่งนี้ทำเอาผมสองคนถึงกับอึ้ง ได้แต่มองหน้าปะหลับปะเหลือก ไม่ต้องเกี่ยงกันทั้งคู่นั่นหละ กินเข้าไป นี่ด้วย พร้อมกับโยนบุหรี่ที่ยังไม่ได้ผสมน้ำอีกจำนวนหนึ่งที่เหลือในซองมาให้ผม กินให้หมด ไม่หมดไม่ต้องไปนอน ผมได้แต่หันมองหน้ากับเพื่อน แต่ก็ตกลงกันทางสายตาว่า กินก็กินวะ พวกผมพยายามกระเดือกเข้าไปอย่างยากลำบาก กว่าจะหมดแต่ละคำ ทั้งจะสำรอก ทั้งยังรู้สึกมึนกับฤทธิ์ของใบยา บ้างต้องคายทิ้งออกมาเพราะไม่สามารถกระเดือกลงคอไปได้ ไม่รู้ว่าใช้เวลากับการกินนานเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่าเป็นเวลาที่ทรมานที่สุดในชีวิตของผม เมื่อบุหรี่หมดไปเยอะพอสมควร แต่ก็ยังคงมีเหลืออยู่บ้างที่ผมกับเพื่อนกินไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ความอดทนผมเริ่มจะถึงขีดสุด ผมชักจะทนไม่ไหวกับการกระทำแบบนี้ ผมรู้สึกว่าตอนนี้สายตาของผมเริ่มที่จะไม่ปกติ ผมเริ่มจับจ้องไปยังนักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น ความแค้นเริ่มเกิดขึ้นในใจและสายตาของผม และแล้วคำสั่งสิ้นสุดการกินบุหรี่ก็ดังออกมา ก่อนที่นักเรียนบังคับบัญชาจะเรียกผมกับเพื่อนออกจากห้องนอนไปอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกผมถูกพาขึ้นไปยังดาดฟ้า ชั้น 6 พวกผมถูกสั่งให้แก้ผ้า และนอนอยู่บนดาดฟ้านี้ จนกว่านักเรียนบังคับบัญชาจะขึ้นมาตาม เมื่อนักเรียนบังคับบัญชาคนนั้นลงไปแล้ว ผมก็นอนต่อไปกับเพื่อนบนดาดฟ้านั่นสักชั่วพักเดียว ก่อนที่เพื่อนจะเริ่มสำรอกออกมา จากนั้นก็เป็นตาของผมบ้างที่จะสำรอกเอาบุหรี่ในท้องผมออกมา ผมนอนต่อไปอย่างทรมาน ทั้งเริ่มมีความรู้สึกหนาวเย็น ทั้งรู้สึกมึนหัว ความอดทนถึงขีดสุด ทนไม่ไหวแล้ว ในที่สุดผมก็บอกกับเพื่อน ไอ้จอย ไปอาบน้ำนอนดีกว่า มึงจะมานอนให้มันเป็นปอดบวมตายทำซากอะไรวะ แม่ง...กูไม่เอาแล้ว จะเอาไงกับกูก็เอา ทนไม่ไหวก็ต่อยแม่งสักที ซัดกันสักตั้ง แล้วก็ลาออกให้แม่งหมดเรื่องหมดราวไป ไอ้ห่า กูไม่ไหวแล้วเว้ย ผมลุกขึ้นทันทีที่พูดเสร็จ จะไปหรือเปล่า กูไปแล้วนะเว้ย ในสภาพนั้น เพื่อนผมดูท่าจะหนักกว่าผม เพราะมันดูเหมือนจะมีอาการเมายาด้วย ก่อนที่มันจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้น มันยังคงสำรอกออกมาอีกหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นผมก็พามันลงมาอาบน้ำ และกลับไปนอน ตอนเวลาประมาณตีสี่กว่าๆ ......................................... ตื่นเช้ามา เหตุการณ์ทั้งหมดดูเหมือนว่าจะเป็นปกติ ยกเว้นเพียง คำสั่งที่ผมจะต้องไปทำความสะอาดซากที่ผมกับเพื่อนได้ปล่อยไว้เมื่อคืน แต่เพื่อนผมดูจะยังไม่หายจากอาการมึนยา ทำให้ต้องเหนื่อยผมที่ต้องทำความสะอาดทั้งของตัวเองและเพื่อน วันนี้ทั้งวัน ผมไม่มีความต้องการบุหรี่เลย ซ้ำยังรู้สึกคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่นบุหรี่ของเพื่อนที่แอบสูบในห้องน้ำที่ตึกเรียน อีกทั้งยังกลิ่นยาสูบจากโรงงานยาสูบที่อยู่ใกล้กัน ยิ่งทำให้ผมรู้สึกคลื่นเหียนไปตลอดทั้งวัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรวันนี้ผมต้องไปหาหมวยตามนัดให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผมจะต้องไปไหว วันนี้เป็นวันที่ผมรอคอย และผมได้นัดพี่ต้อเอาไว้แล้วว่าจะขอไปที่บ้านเปลี่ยนชุดด้วย ......................................... วันนี้ขออนุญาตแยกเป็นสองตอนนะครับ เพราะรู้สึกว่ามันเริ่มจะยาวจนเกินไป รบกวนให้ติดตามตอนจบของตอนนี้ต่อไปวันจันทร์หน้านะครับ ส่วนเรื่องแท็กขอติดไว้อีกนิดนะครับ อย่าเพิ่งเคืองกันนะ J ขอบคุณครับที่ติดตามอ่านเรื่องราวครับ และต้องขอโทษด้วยที่อาจจะกลับไปเยี่ยมได้ไม่ทั่วถึงนักเพราะติดภาระในการเรียนนิดหน่อยช่วงนี้ แต่จะหาเวลากลับไปเยี่ยมเยียนเรื่อยๆครับ คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นจบในตอนที่แต่งขึ้นจากชีวิตจริงของอดีตนักเรียนทหารคนหนึ่ง และได้ทำการปรับแต่งเนื้อหาเพื่ออรรถรสในการอ่าน วิธีการใช้ : ใช้อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน อย่าคิดมากครับ ขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตครับ |