• thejui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thejui@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 8447
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
thejui
วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม 2550
เมื่อประเทศไทยยึดรูปแบบ การจัดการน้ำในลุ่มน้ำของออสเตรเลีย ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งพันปี
Posted by thejui , ผู้อ่าน : 240 , 22:21:35 น.  
พิมพ์หน้านี้


ผมยังจำได้และเก็บข้อมูลไว้อยู่เลยว่า รัฐบาลไทยในยุค ...ทักษิณ ชินวัตรได้นำเข้าหนึ่งในหลายๆวิธีการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำจาก ลุ่มน้ำเมอร์เร่ ประเทศออสเตรเลีย มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออกในช่วงวิกฤติน้ำปี 2548 โดยรัฐบาลตัดสินใจสร้างเครือข่ายท่อน้ำขนาดใหญ่ เชื่อมระหว่างอ่างเก็บน้ำภายในลุ่มน้ำและเชื่อมระหว่างลุ่มน้ำต่างๆ โดยใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถสรุปได้ว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำภาคตะวันออกมากน้อยเพียงใด และมีความเท่าเทียมกันในการได้รับน้ำมากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะระหว่างภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่น่าตกใจมากที่สุดในตอนนี้คือ ลุ่มน้ำเมอร์เร่ ที่เราไปนำเข้าวิธีการแก้ปัญหาแล้งจากออสเตรเลียมานั้น ขณะนี้ประสบกับสภาวะแห้งแล้งต่อเนื่องรุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งพันปี

รูปภาพที่1 ลุ่มน้ำเมอร์เร่

 

รูปภาพที่2 สภาพแห้งแล้วในลุ่มน้ำ

รูปภาพที่3 ระดับน้ำที่ลดต่ำลงในลุ่มน้ำ

ลุ่มน้ำเมอร์เร่ มีขนาดใหญ่เท่ากับประเทศฝรั่งเศสและสเปนรวมกันคือประมาณ หนึ่งล้านตารางกิโลเมตร ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศออสเตรเลีย โดยกำลังผลิตภาคเกษตรจากลุ่มน้ำนี้มีสัดส่วนถึง 41 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ คิดเป็นมูลค่า 22,000ล้านเหรียญออสเตรเลีย ในลุ่มน้ำมีประชากรอาศัยในลุ่มน้ำถึง 3 ล้านคน  ในจำนวนนี้มีครอบครัวเกษตรกรถึง 50,000 ครอบครัว ลุ่มน้ำนี้ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายหลักถึง 3 สายใหญ่ ก่อให้เกิดกำลังการผลิตทางด้านพลังงานไฟฟ้ากำลังสูง นอกจากนั้นยังมี 2 ทะเลสาบใหญ่ที่คอยดักน้ำที่ละลายจากหิมะจากบนต้นน้ำ รวมถึงมีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติอยู่นับไม่ถ้วน ซึ่งความสมบูรณ์ของสายน้ำทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างมากของ แม่น้ำเมอร์เร่ที่มีความยาวถึง 1,500 ไมล์

 

อย่างไรก็ตามลุ่มน้ำนี้เริ่มประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนักหน่วง โดยเริ่มจากในปี 2541 โดยสถานการณ์มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี 2545 และในปีที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นปีที่แล้งที่สุดในรอบหนึ่งพันปี สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ รัฐแต่ละรัฐของออสเตรเลียอยู่ภายใต้กฎการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มจากการลดกำลังการปล่อยน้ำจาก 20 เปอร์เซนต์เป็น 32 เปอร์เซนต์ และเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้ว ไม่มีการจัดสรรน้ำให้เลย เมืองบางเมืองที่เคยจมอยู่ใต้น้ำ มากว่า 50 ปี สืบเนื่องจากผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ สภาวะแห้งเหือดทำให้เมืองกลับมาเป็นเมืองอีกครั้งหนึ่ง สภาวะแห้งแล้งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรอย่างมหาศาล เกษตรกรเป็นหนี้มากขึ้นจาก 26,400ล้านเหรียญในปี 2542 เป็น 43,300 ล้านเหรียญในปี 2548 ภาวะความเครียดของเกษตรกรได้ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น โดยอยู่ในอัตราการฆ่าตัวตาย 1 คนต่อ 4 วัน นอกจากนั้นระบบนิเวศน์ในลุ่มน้ำก็ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง โดยเห็นได้จาก ต้นไม้เป็นแสนๆต้นถูกทำลายด้วยทั้งจากเงื้อมมือมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกถางผืนป่าเพื่อเกษตรกรรมหรือ การสร้างถนนตัดผ่านป่าใหญ่และภัยธรรมชาติที่แห้งแล้ง

รูปภาพที่4 การตัดไม้ทำลายป่าในลุ่มน้ำ

 

รูปภาพที่ 5 ระดับน้ำที่ต่ำในลุ่มน้ำ

รูปภาพที่6 สภาพต้นน้ำ

จากสภาวะดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางและหน่วยงานท้องถิ่น โดยรัฐบาลกลางได้ออกกฎหมายการควบคุมการใช้น้ำจากส่วนกลางแทนการกระจายอำนาจไปยังรัฐต่างๆ ซึ่งทำให้รัฐบางรัฐอย่างวิคตอเรีย ฟ้องศาลสูง เพื่อขอสิทธิ์การบริหารน้ำกลับคืนมา

 

นี่คือตัวอย่างของประเทศพัฒนาประเทศแรกของโลกที่ได้ประสบปัญหาการตายของแม่น้ำ อันก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐในท้องถิ่นต่างๆ แต่เราต้องไม่ลืมว่า ในกรณีประเทศไทยของเราไม่ใช่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่านภายในประเทศอย่างลุ่มน้ำเมอร์เร่อย่างเดียวเท่านั้น เรายังใช้น้ำจากลุ่มแม่น้ำโขงกับประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ ซึ่งหากเกิดอะไรขึ้นกับสภาวะน้ำในแม่น้ำโขง ระดับความขัดแย้งคงไม่อยู่แค่ในศาลสูงในประเทศอย่างในกรณีของออสเตรเลียเท่านั้น มันอาจนำประเทศเราไปสู่ศาลโลก หรือ สงครามกับประเทศอื่นๆก็เป็นได้

 

ในอดีตถึงแม้บางพื้นที่ของประเทศไทยได้ประสบกับสภาวะแล้งอย่างมากโดยเฉพาะในปี 2522 และ 2548 แต่เราก็ผ่านวิกฤติมาได้ด้วยสภาพธรรมชาติต้นทุนโดยรวมของประเทศยังคงอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสภาพน้ำใต้ดิน สภาพต้นน้ำ สภาพป่า สภาพนิเวศน์ชายฝั่งทะเล ทำให้ระยะเวลาของวิกฤตินั้น ไม่ต่อเนื่องและรุนแรงเหมือนกับออสเตรเลีย 

 

สุดท้ายนี้ผมมองว่าการนำความรู้ หรือเทคโนโลยีการจัดการน้ำที่มีต้นแบบมาจากต่างประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศต่างๆประสบกับความแปรปรวนของธรรมชาติเหมือนๆกัน ซึ่งเมื่อเราพร้อมใจที่จะใช้เทคโนโลยีหรือความรู้ทางการจัดการน้ำที่เหมือนกับเค้าแล้ว และผลมันปรากฏให้เห็นปัญหาอย่างลุ่มน้ำในออสเตรเลียที่ได้กล่าวเบื้องต้นแล้ว เพราะฉะนั้นอย่างน้อยเราควรศึกษาดูว่า การจัดการน้ำของประเทศที่เราเลียนแบบการจัดการน้ำจากเค้านั้นมีข้อผิดพลาดประการใดที่เราควรเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแค่โทษสภาวธรรมชาติเพียงอย่างเดียว  อย่างน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างเค้า หรือหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราก็น่าจะสามารถเตรียมรับมือได้ในระดับหนึ่ง 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
thejui วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 00.58 น.
http://www.oknation.net/blog/thejui

ขอบคุณพี่กนิษฐ์ครับ สำหรับข้อมูล ครั้งหน้าตอนลงพื้นที่ที่ระยอง จะเข้าไปหาครับ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลครับ
ความคิดเห็นที่ 1
กนิษฐ์ วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 22.57 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

เมื่อต้นเดือน ได้ลงไปพื้นที่อำเภอปลวกแดง กับทีมสังคมของจุฬาฯ..ไปสัมภาษณ์เกษตรกร และตัวแทนกลุ่มองค์กรในพื้นที่..ได้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่นั้นมาน่าสนใจ..พื้นที่ปลวกแดงมีอ่างเก็บน้ำ สามอ่าง..ดอกกราย หนองปลาไหล คลองใหญ่ แต่ประชากรของพื้นที่ ปลวกแดงไม่เคยได้ใช้น้ำในอ่าง และเขาบอกว่าใต้ชั้นดินลึกลงไปประมาณ100 เมตร จะเป็นชั้นหินแกรนิต ประชาชนใช้บ่อน้ำตื้นเป็นส่วนมาก
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31