พิมพ์หน้านี้
|
ผมไม่ได้เขียนบล็อกมาหลายเดือนเนื่องด้วยผมต้องกลับมาเขียนงานวิจัยของผมในปีสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องน้ำที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งปีสุดท้ายนี้ส่วนใหญ่แล้ว ก็จะได้มีโอกาสนำความรู้จากปีแรก และประสบการณ์ภาคสนามจากปีที่สอง มาบรรยาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนและนักวิชาการท่านอื่นๆจากประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในหัวข้อสนทนาที่ผมสนใจมากที่สุดและ เกี่ยวข้องกับผมมากที่สุดก็คือ หัวข้อการสัมมนา การจัดการทรัพยากรน้ำเชิงบูรณาการในลุ่มแม่น้ำโขง โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่จะมาจากประเทศในยุโรปเป็นหลัก โดยมมีนักเรียนและนักวิชาการจากเอเชียเพียง 2 คน คือผมจากประเทศไทยและอีกคนจากจีน
โดยการบรรยายนั้นนำโดย Dr.Philip Hirsch ซึ่งมาทำวิจัยเรื่องน้ำในลุ่มน้ำโขงหลายสิบปี ที่สำคัญมาอยู่เมืองไทยบ่อยมากและออกสำเนียงไทยได้ชัดเจน โดยหลังจากการบรรยายแล้ว ท่านก็ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยผมและหลายๆคนก็ได้พูดกันในวงกว้างถึงผลกระทบของการจัดการน้ำบนต้นน้ำของจีน โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เองของจีน เพื่อเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง กันน้ำท่วม และนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยอาจส่งผลกระทบ ต่อประเทศที่อยู่ปลายน้ำอย่าง ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนามได้
ซึ่งหลังจากได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสักพักหนึ่ง นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการนโยบายน้ำ จากประเทศจีน ก็ยกมือขึ้นแล้วพูดขึ้นว่า ดิฉันตกใจเป็นอย่างมากที่ได้ทราบถึงปัญหาเรื่องการจัดการน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นจากการกระทำของประเทศของดิฉัน ดิฉันไม่เคยรู้เลยว่าแม่น้ำที่พวกท่านกล่าวถึงกัน จะสร้างผลกระทบในวงกว้างได้ขนาดนี้ ดิฉันมองว่ารัฐบาลจีนอาจจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับแม่น้ำแถวนั้นซักเท่าไหร่ เพราะมันไม่ค่อยมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจมากนัก เมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ดิฉันตระหนักจากการพูดคุยวันนี้ว่าการกระทำใดๆของประเทศจีนอาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่อยู่ปลายน้ำได้
ในความคิดเห็นของผมนั้น ผมมองว่า นักวิชาการหรือนักศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของจีนในอังกฤษ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้นมีให้เห็นมากขึ้น แต่เมื่อเทียบสัดส่วนกับประเทศอื่นๆหรือในสาขาวิชาอื่นๆแล้วนักศึกษาจีนด้านนี้ เมื่อเทียบกับสาขาวิชาด้านอื่นๆนั้น มีน้อยมาก คือประมาณ 1 คน ต่อนักเรียน 30 คน เท่านั้น เพราะฉะนั้น ในมุมมองกลับกันหากบุคคลเหล่านี้ที่มีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะยังไม่ทราบถึงปัญหาที่ผู้คนพูดถึงกันทั่วโลกอย่างเช่น ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีนที่มีต่อประเทศอื่นๆในลุ่มน้ำโขง แล้วนั้น แล้วผู้ใช้น้ำในประเทศจีนทั่วไป ซึ่งอยู่บนต้นแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็น เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ โรงพยาบาล โรงแรม ร้านอาหาร เกษตรกร ชาวประมง และอื่นๆ จะตระหนักถึงปัญหานี้ได้อย่างไร
หากผู้ใช้น้ำบนต้นน้ำไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้น้ำของตนที่มีต่อผู้คนหลายล้านคนที่อยู่ใต้น้ำ ที่ยังต้องดำรงชีวิตและหาเลี้ยงชีพภายใต้สายน้ำนี้ ปัญหาที่จะตามมา คือ การใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองเนื่องด้วยปริมาณน้ำบนต้นน้ำ มีปริมาณมากเมื่อเทียบกับปลายน้ำ การปล่อยกากสารพิษ กากของเสียทั้งที่เป็นพิษและไม่เป็นพิษลงสู่แม่น้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถ้าประกอบเข้าด้วยกันกับโครงการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ของจีนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนแทนที่จะปล่อยให้ไหลลงมาตามธรรมชาติ แล้วนั้น ผู้คนหลายล้านคนในหลายประเทศที่อยู่ใต้น้าก็จะถูกผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในเรื่องของปริมาณที่ลดต่ำลงและคุณภาพน้ำที่ย่ำแย่ ตามที่นักวิชาการน้ำหลายๆท่านได้คาดการณ์กันเอาไว้
แต่หากมองในแง่ดี นักศึกษาจากประเทศจีนคนนั้นอาจไม่ค่อยสนใจเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมืองก็เป็นได้ครับ ถึงไม่รู้ความเป็นไปของโลกซักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าจะหมดห่วงไปได้นิดนึงครับ |
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||