พิมพ์หน้านี้
|
เช้าวันจันทร์.... วันเริ่มต้นของสัปดาห์ และเป็นวันส่งท้ายสิ้นเดือน 30 มิ.ย. นอกจากจะได้รับเงินเดือนแล้ว เมื่อไปถึงยังกระทรวงมหาดไทย ก็กลับได้รับข่าวดีอีกชั้นหนึ่ง วันพรุ่งนี้ มท.1 จะไปภูเก็ต จะไปกับเค้าหรือเปล่า เสียงแว่วมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในกองสารนิเทศกระทรวง เมื่อได้ยินเช่นนี้... มีหรือที่จะปฏิเสธ แม้ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าไปเนื่องในโอกาสอะไร และไปทำอะไรก็ตาม พลันที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินออกจากห้องทำงานด้วยท่าทีแอ็คอาทไม่ทิ้งลาย สารวัตรกองปราบ ก่อนจะเคลื่อนร่างกายอันสุดเท่ห์ของเขามาทิ้งน้ำหนักบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งกลางห้องโถงชั้น 2 ของกระทรวง เพื่อเปิดโอกาสให้นักข่าวได้สัมภาษณ์ ขณะนั้นดร.เหลิม ให้สัมภาษณ์อย่างออกรสออกชาติ ถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเยือน จ.ภูเก็ต นักข่าวถามว่า ทำไมไปปุบปับ โดยไม่บอกล่วงหน้า รมว. ผู้นี้ตอบว่า ไม่ปุบปับ คิดไว้ตั้งแต่วันเสาร์แล้ว ....นอกจากจะไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อพลิกแผ่นดินสังคยาครั้งใหญ่ในความไม่ถูกต้องบนเกาะภูเก็ตแล้ว ก็จะไปดูให้เห็นกับตาว่าที่ดิน ที่ฝ่ายค้านอภิปรายในสภาฯ บนเกาะราชาใหญ่นั้นแท้จริงเป็นเยี่ยงไร ปิดท้ายด้วยการตรวจสอบการครองพื้นที่ใน จ.พังงา กระบี่ ด้วย เพราะวันนี้เจ้าหน้าที่ยังก่ำๆ กึ่งๆ ไม่กล้าดำเนินการ ก็จะไปจัดการด้วยตัวเอง ถ้าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่กล้าดำเนินการตามกฎหมายก็ต้องออกไป มารับข้าราชการอยู่ทำไม ประโยคนี้สำทับความกระเหี้ยนกระหือรือ ของ รมว.แอ๊คอาท โดยแท้ วันนั้นกว่าจะได้รับหมายข่าว หรือหมายกำหนดการก็ปาไปเกือบพลบค่ำ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมการจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมอย่างฉุกละหุก และแล้ว... เวลานัดหมายให้คณะมาพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิก็คือ 17.00 น. ขณะที่กลุ่มคณะกำลังรอ ดร.เหลิม เดินทางมาขึ้นเครื่องอยู่นั้น ก็ดันชำเลืองเห็นภาษาอังกฤษที่ปรากฏอยู่บนตั๋วเครื่องบินว่า BANGKOK/BKK KRABI/KBV THAI AIRWAYS INTL. เที่ยวบินที่ TG259 ทำให้รู้สึกแปลกใจว่า เอ๊ะ!!! เปลี่ยนไปลงกระบี่แล้วเหรอ....แล้วทำไมถึงเปลี่ยนที่ล่ะ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตอนเก็บข้าวของยัดใส่กระเป๋าในช่วงเช้าของวันที่ 1 ก.ค. มีข่าวแว่วผ่านโสตประสาทหูว่า มีกลุ่มพันธมิตร ภูเก็ตรอต้อนรับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่ที่สนามบิน นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่สามารถคาดการณ์ได้ในขณะนั้นว่า ร.ต.อ.เฉลิม หวั่นวิตกกับม๊อบจนกระทั่งยอมเปลี่ยนเที่ยวบิน เปลี่ยนโรงแรม ตามหมายกำหนดการ ช่วงเวลาเดียวกันที่บริเวณด้านหน้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร การปราศรัยบนเวทีได้ประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมทราบพร้อมๆ กับ พันธมิตรที่ จ.ภูเก็ตว่า ดร.เหลิม ได้เปลี่ยนกำหนดการจากเยือนภูเก็ต เปลี่ยนเป็นกระบี่เรียบร้อยแล้ว เวลานั้น นักข่าวส่วนกลางที่ตาม ทั่น มท 1 และนักข่าวภูมิภาคทั้ง กระบี่ และภูเก็ต เช็คข่าวกันให้วุ่นว่า ทั่นรัฐมนตรีผู้นี้จะเดินทางไปไหน โรงแรมไหน ที่ จ.กระบี่ และแล้ว เวลาขึ้นเครื่องก็มาถึง เหลือบดูนาฬิกาพบว่า ขณะนั้น 19.30 น... เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง 20 นาที เครื่องบิน AIRBUS A300 ก็ลงแตะรันเวย์ ท่าอากาศยานนานาชาติ จ.กระบี่ ระหว่างที่เดินออกมาจากอาคารผู้โดยสาร ยิ่งใกล้ทางออกสนามบินมากเท่าไหร่ เสียงขับไล่ก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น ทันทีที่เดินพ้นจากประตู่ เสียงโห่ไล่ก็ดังจนหน้ากลัว แม้ผู้ชุมนุมจะมีเพียง 100 คนก็ตาม ช่างภาพทีวี ต่างหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ นักข่าววิทยุและนักข่าวหนังสือพิมพ์ ต่างหยิบสมุดจดข่าวขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์อย่างช่ำชอง บางคนชำนาญหน่อยไม่ต้องจด รายงานเข้าออฟฟิศได้ทันที แต่สื่ออย่างเราๆ ก็ไม่วายโดนผู้ชุมนุมตะโกนด่าด้วยเหมือกัน หนักสุดเห็นจะเป็นช่องสาม โดนด่าว่า ช่องไอ้เหลิม แต่ไม่เป็นไร เอาเถอะ เบิร์ด เบิร์ด (ขอยืมคำของ ดร.เหลิมมาใช้หน่อย) หลังจากยืนบันทึกเหตุการณ์ได้สักพัก รถนำขบวน ประกอบด้วย รถตำรวจของ สภอ.กระบี่ 3-4 คัน เคลื่อนที่ออกจากสนามบิน ทันใดนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็สลายไปในพริบตาเช่นกัน แต่ปรากฏว่า ดร.เหลิม ไม่ได้อยู่ในขบวนนั้น กลับออกด้านหลังของสนามบินไปอย่าง เบิร์ดๆ เลยทีเดียว รถตู้ของจังหวัดพาคณะมาพักโรงแรม เมอริไทม์ปาร์ค รีสอร์ทแอนสปา ซึ่งเป็นที่พักยามฉุกเฉิน เพราะอยู่ห่างจากสนามบินไม่ไกลนัก เมื่อถึงทางเข้าได้สังเกตเห็นว่า กลุ่มพันธมิตรบางส่วนได้มาดักรออยู่แล้ว บางคนนั่งอยู่บนรถกระบะ เตรียมพร้อมด้วยการโพกผ้าพันศีรษะสีเหลืองที่มีคำว่า กู้ชาติ ตัวโตๆ รวมผู้ชุมนุมวันนั้นประเมินคร่าวๆ ร่วม 200 คน ในคืนนั้น ทั่น มท1 ให้สัมภาษณ์ว่า แรกเริ่มเดิมทีจะไปภูเก็ตแต่เห็นว่ามีการประท้วง กลัวภาพลักษณ์จังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตจะเสียหาย เลยเปลี่ยนมาเป็นกระบี่แทน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะเดินทางไปภูเก็ตแน่นอน เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร!!!! ส่วนบรรยากาศด้านนอกโรงแรม กลุ่มผู้ชุมนุมต่างทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง หลายรายชวนกันปากต่อปาก บางคนเหมือนเพิ่งกลับมาจากทำงาน บางคนขับรถมาจอด เพื่อมาประท้วงการเยือนกระบี่ครั้งนี้ของ มท1การชุมนุมยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาเจรจา ผู้ชุมนุมคงคิดว่าเป็น ดร.เหลิม เลยปาน้ำแข็งและ ขวดน้ำ ให้เป็นของขวัญ ต่อมาเวลา 03.00 น. มีจอโปรเจคเตอร์จากภูเก็ตมาถ่ายทอดสดการชุมนุมของพันธมิตรใน กทม. ให้ผู้ชุมนุมที่ จ.กระบี่ได้ดู ส่วนผู้ชุมนุมก็ยังไม่ลดจำนวนลง ผู้คนยังคงยังเท่าเดิมอาจจะมีกลับบ้านไปพักผ่อนบ้าง แต่บรรยากาศก็ยังหนาตา ขณะเดียวกัน กลุ่มนักข่าวก็ประเมินว่าต้องเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา อาจจะกลับ กทม.หรือ ไปพักที่อื่นอย่างกระทันหันได้ รุ่งเช้า...ลืมตาด้วยความงัวเงีย เพราะได้นอนพักแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น พอออกจากประตูห้องกลับโดนสั่งให้รีบเก็บข้าวของโดยด่วน สาเหตุก็คือ... เตรียมกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 10 โมง ขณะนั้นยังไม่รู้ว่า ดร.เหลิม ยังอยู่ในโรงแรมหรือออกจากโรงแรมไปแล้ว ไม่นานก็ได้รับคำตอบว่า ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่ตี 5 แต่ว่าออกไปทางไหน ออกไปได้อย่างไร ยังไม่มีใครรู้ แต่เวลานั้นผู้ชุมนุมลดเหลือไม่ถึง 100 คน กระแสตอนนั้นแว่วว่า ดร.เหลิม หนีทางเรือด้านหลังโรงแรมบ้าง แอบหลบขึ้นรถด้านข้างโรงแรมบ้าง สุดท้าย ดร.เหลิม ก็มาเฉลยภายหลังว่า ผู้ชุมนุมเมา...เลยเดินออกมาขึ้นรถเบนซ์ แอร์เย็นฉ่ำได้อย่างสบายๆ แถมพลขับยังมีเงินเป็นพันล้าน...อีกด้วย แต่ข่าวที่น่าเชื่อถือได้ก็คือ ดร.เหลิม เดินลงห้องพักในเวลา 05.40 มีเจ้าหน้าที่ อ.ส. คุ้มกัน โดยเดินหลบมาทางข้างโรงแรม แล้วขึ้นรถของเจ้าหน้าที่วิทยุตำรวจ ในขณะที่มีการผลัดเวร จึงสามารถพลางตากลุ่มผู้ชุมนุมจนหลงกล จากนั้น รมต.ผู้นี้ก็มานอนพักเอาแรงที่สนามบิน ก่อนนักข่าวจะเดินทางไปสมทบเวลา 09.00 (แว่วว่าคืนนั้น ดร.เหลิม ไม่ได้นอนเพราะกลัวว่าจะมีอันตราย) การรักษาความปลอดภัยที่สนามบินนานาชาติในเช้าวันนั้น เข้มงวดมาก.....มีทั้งหน่วย ตชด. ตำรวจทั้งในจังหวัด และพื้นที่ใกล้เคียงต่างระดมกำลังมากว่า 300 นาย ทำให้มีประชาชนบางส่วนถึงกับตกใจ ชายคนหนึ่งเดินมาถามกลุ่มนักข่าวว่า ใครจะเสด็จมาเหรอ เห็นตำรวจเต็มไปหมด ไอ้เราก็นึกขำในใจว่า ถ้าตอบไปว่า เฉลิม เสด็จมา ชายคนนี้จะทำหน้ายังไง????? สุดท้ายก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยว TG250 กลับ กทม.อย่างปลอดภัย ในขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม ก็กลับมาแอ๊คอาทได้เหมือนเดิม เมื่อมาถึง สุวรรณภูมิ |