| ปฏิปัน | ||
มูลนิธิสถาบัน ปฏิปัน ตั้งอยู่ ณ ต.เนินมะกอก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เป็นสถานที่ที่จัดงาน คอนเสิร์ตประเพณีประจำปี ครั้งนี่เป็นปีที่ ๑๗ จากกลุ่มศิลปินอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก , กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพยุ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
บ้าน....... บ้าน...ในความหมายของข้าพเจ้าคือ สถานที่ที่อยากกลับไปทุกวัน เป็นที่อยู่ที่อยู่แล้วสบายใจ มีความสุข ไม่อยากจากไปไหนแม้ชั่วเพียงข้ามคืน เป็นสถานที่ที่เรานึกถึงเสมอเมื่อเรารู้สึกเหนื่อยล้า ท้อถอย ไม่สบายใจ ถูกทำร้ายจากโลกภายนอก เราอยากจะกลับบ้าน กลับไปซุกอยู่ในไออุ่นของบ้านที่โอบอุ้มให้เรารู้สึกสบายใจทุกๆครั้งและมีพลังที่จะต่อสู้กับโลกภายนอกต่อไป...
บ้านที่เห็นอยู่ในภาพนี้เป็นบ้านที่ข้าพเจ้าเคยอยู่มาแต่เล็กแต่น้อย....บ้านในภาพนี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิมมากนัก ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่สามารถนำรูปเก่าๆบ้านสภาพเดิมๆ มาให้ดูได้ คงทำได้เพียงบรรยายสภาพให้เห็นตามไปด้วยเท่านั้น บ้านหลังนี้เดิมไม่มีหลังคาโรงรถ ไม่มีชั้นล่าง จะเป็นใต้ถุนสูง เรือนชานด้านหน้ากว้างกว่านี้ไม่มีลูกกรงสูงมีเพียงไม้แผ่นตีกันคนตกเพียง ๑ แผ่นเท่านั้น ข้างฝาด้านหน้าไม่มีประตูจะเปิดโล่ง ที่ทำแบบนั้นได้เพราะสมัยก่อนไม่มีพวกลักเล็กขโมยน้อย หน้าต่างเป็นบานค้ำ ( คือใช้ไม้ค้ำยันเมื่อเปิด ) และในส่วนข้างฝาด้านต่ำลงมาเกือบติดพื้น เป็นหน้าต่างบานเลื่อนแบบเป็นไม้แผ่น เมื่อเลื่อน ออก ก็จะเป็น ช่องๆสลับกับแผ่นทึบ สมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้ ช่องหน้าต่างนี้ใช้รับลมยามค่ำคืน พื้นบ้านจะยกสูงกว่าตัวชานบ้านหรือเรียกว่า นอกชาน ส่วนระยะที่ยกสูงกว่ากันนั้นจะเว้นเป็นช่องไม่ตีไม้ปิดเพื่อให้ลมพัดเข้า ออกได้สะดวก ภายในตัวเรือนจะนิยมทำห้องเพียงห้องเดียวเท่านั้นและประตูเป็นประตู ๒ บานพับมาหากันและใช้ลั่นดานไม่ใช้กลอนโลหะ ภายในห้องหน้าต่างจะเป็นบานไม้เลื่อน และในห้องจะใช้เก็บของมีค่าไม่นิยมใช้เป็นห้องนอน ส่วนของที่นอน คือ บริเวณกลางบ้านที่กว้างขวางก็แล้วแต่ว่าใครชอบนอนมุมไหนเลือกกันเอาเอง ต้องใช้มุ้งกางผูกตามเสาบ้านกันยุงด้วยค่ะ เพราะบ้านนอกยุงเยอะ ตัวข้าพเจ้าและยายจะชอบนอนติดกับหน้าต่างบานเลื่อน เพื่อรับลม บางคืนถ้าไม่มีลมเลยยายก็จะใช้พัดที่สานเองจากไม้ไผ่คอยวีให้จนกว่าข้าพเจ้าจะหลับ สมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้จะมีเพียงตะเกียงกระป๋องที่ให้แสงสว่างเท่านั้น ส่วนบ้านที่มีฐานะดีหน่อยก็จะมีตะเกียงเจ้าพายุใช้เพราะต้องใช้น้ำมันก๊าดเป็นเชื้อเพลิง ฐานะธรรมดาอย่างเราๆไม่ใช้เพราะเปลืองเงิน..เมื่อเวลาถึงฤดูฝนข้าพเจ้าจะกลัวมาก เพราะหลังคาเป็นสังกะสีเมื่อฝนตกจะดังมากๆ ฝนบ้าน นอกจะตกแรงและนาน พวกผู้ใหญ่ก็จะกระวีกระวาดรองน้ำฝนไว้ใช้ไว้กิน ข้าพเจ้าก็จะมุดอยู่ในผ้าห่มเพราะกลัวเสียงฝนกระทบสังกะสี และเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ปัจจุบันนี้เมื่อข้าพเจ้าว่างก็จะไปพักผ่อนที่บ้านหลังนี้ที่ยังคงมีน้าและตาของข้าพเจ้าที่ยังอยู่ส่วนยายได้เสียชีวิตไปแล้ว ถึงแม้ว่าสภาพบ้านถูกเปลี่ยนแปลงไปแต่ความทรงจำในห่วงลึกก็ยังรู้สึกผูกพัน อบอุ่น และสบายใจเสมอเมื่อได้อยู่ที่นั่น |