• thirak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thirak99@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 7773
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม 2551
ตำนานเสือไท ตอนที่ 3
Posted by thirak , ผู้อ่าน : 348 , 11:19:47 น.   | หมวดหมู่ : ตำรวจ-อาชญากรรม  
พิมพ์หน้านี้


ตำนานเสือไท  ตอนที่ 3

เสืออบ  ขยันกิจ

นักฆ่า 4 คิงส์

เสืออบตั้งตัวเป็นเอเย่นต์รับจ้างฆ่าคน ! ไม่ว่าเหยื่อจะเป็นใคร ถ้ามีเงินงามๆ เสืออบจะรับจ้างฆ่าทั้งนั้น อย่างไม่ละเว้น หรือหวั่นเกรงใดๆทั้งสิ้น !

            เส้นทางขุนโจร 4 คิงส์ นาม อบ หรือ ตี๋ ขยันกิจ  ผู้เขียนได้เคยบันทึกไว้ในเรื่องราวอันเป็นเส้นทางผ่านทั้งนอกคุก ในคุกจนแทบไม่ต้องเกริ่นถึงฤทธิ์เดชของเขามากมายนัก ยิ่งแฟนๆที่มีตัวเลข 4 นำอายุ ย่อมคงได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ตลอดจนเสียงโจทย์ขานถึงขุนโจรรูปงามผู้เข้ามาอาละวาดในเมืองหลวง และเกิดปะทะกับตำรวจหลายครั้ง แต่ไม่เคยพลาดท่าแก่มือกฎหมายเลย

แต่ก็มีเสียสมุนมือดีไม่น้อยกว่า 1 ศพ ที่เกิดการปะทะ   

            ผู้เขียนรู้จักเขาจากการแนะนำของสหาย ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นบางคล้า ฉะเชิงเทรา  คืนนั้น ราวปี พ.ศ. 2501 – 2502 เรานอนสูบฝิ่น กับสนทนากันหลายเรื่อง กระทั่งต่างทราบที่มาที่ไปของกันเป็นอย่างดีนับแต่คืนนั้น  เราก็เป็นน้ำมิตรกันโดยไม่ต้องใช้มีดกรีดเนื้อ เอาเลือดใส่เหล้าดื่มแทนน้ำสาบาน

            ต่อมา  เราร่วมกันเป็นลูกมือ ผู้มีอิทธิพลค้าของเถื่อนในพื้นที่ อรัญประเทศ แต่ความร่ำรวยรุ่งเรืองไปอยู่ที่ “ นาย ” จึงบอกกับเขา จะลองเข้าไปเสี่ยงโชคที่  ตำบลบ่อทอง ซึ่งขณะนั้น “ แร่พลวง ” อุดมสมบูรณ์ไปทั้งตำบล ผานรถไถกรุยไปที่ใด จะกระทบเข้ากับก้อนแร่ ขนาดย่อมสุดไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม

            อบ เห็นดีด้วย วางมือจากของเถื่อน จับรถเข้า อำเภอพนัสนิคม ซึ่งผู้เขียนได้บันทึกไว้ในชุด

 “ เส้นทางเลือดเจ้าพ่อตะวันออก ” จากนั้นในปี พ.ศ. 2504 ก็พบเขาในลหุโทษ ( เรือนจำพิเศษกรุงเทพปัจจุบัน ) ต่อมา พบที่บางขวาง และลาดยาว จวบได้รับการปลดปล่อยตัวเมื่อ พ.ศ. 2518 จึงพบกันเป็นครั้งสุดท้าย ที่ จังหวัดระยอง

            ล่าสุด ผู้เขียนอ่านพบข่าวหนังสือพิมพ์ พาดหัวตัวยักษ์................

            ล่าสังหาร พ.ต.อ. ยิงดับคาเก๋ง !

            เป็นมือขวามนต์ชัย

            สะสางคดีอิทธิพล

            นั่นคือ ข้อความพาดหัว 3 ชั้นของหนังสือพิมพ์ “ ไทยรัฐ ” ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2519......

            นับเป็นข่าวอาชญากรรมใหญ่ ในห้วงเวลานั้น ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและสนใจแก่ประชาชนเป็นอันมาก เนื่องจากผู้ตายหาใช่ชาวบ้านธรรมดา หากแต่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และคนสนิทของ รองอธิบดีกรมตำรวจ ในขณะนั้นเสียด้วย

            คดีนี้....    เบื้องหลังมิใช่คดีอาชญากรรมธรรมดา หากแต่มีเงื่อนงำที่ซับซ้อน...เกี่วโยงไปถึงบุคคลในเครื่องแบบสีกากี ระดับพันตำรวจเอกอีกคนที่กำลังต้องคดีอยู่ในขณะนั้นด้วย

            และ...ข้อสำคัญ ตามทางสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ภายหลังระบุว่าคนร้าย 1 ในทีมสังหารนายตำรวจใหญ่ผู้นี้

            มีเสืออบ  ขยันกิจ รวมอยู่ด้วย !

            ก่อนอื่น...เราลองย้อนมาดูรายละเอียดเรื่องราวนี้กันเสียก่อน เพื่อความเข้าใจในการลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวพันกับเสืออบ ขยันกิจ หรือ “ อบ  สี่คิงส์ ” ได้อย่างไร

            รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 20 น. เศษ ของวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2519 ขณะที่ พ.ต.อ.นรินทร์  วิทยาวุฒิกุล  อายุ 45 ปี รองผู้บังคับการกองวิชาการกรมตำรวจ และเป็นเลขาฯของ พล.ต.ท.มนต์ชัย  พันธุ์คงชื่น  รองอธิบดีกรมตำรวจ ( ยศ – ตำแหน่งขณะนั้น ) ขับรถเก๋งโตโย ต้า คราวน์ สีไข่ไก่ หมายเลขทะเบียน กท.ฎ. 3698 ไปตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ มุ่งหน้าจะกลับบ้านเลขที่ 119 หมู่บ้าน ซ. อมรพันธ์ 2 แขวงลาดยาว เขตบางเขน กรุงเทพฯ  เมื่อ พ.ต.อ. นรินทร์ ขับรถไปถึงบริเวณ สี่แยกทุ่งสองห้อง ขณะจอดรถรอจังหวะรถว่างอยู่ตรงเกาะลอยกลางถนน เพื่อจะเลี้ยวไปยังฝั่งตรงข้ามจะเข้าในซอยทางเข้าบ้าน

            ทันใดนั้น..  คนร้าย 2 คน ซึ่งมานั่งคอยทีอยู่บนราวกั้นกลางถนนบนเกาะลอย ได้ปราดเข้าไปใช้ปืนพกทั้ง 2 กระบอก จ่อยิง พ.ต.อ. นรินทร์  วิทยาวุฒิกุล  ผ่านกระจกด้านหน้ารถ ถึง 8 นัดซ้อนๆ กระจกแตกละเอียด

            ขณะถูกยิง เป็นจังหวะเดียวกับที่ พ.ต.อ. นรินทร์ เข้าเกียร์เตรียมจะออกรถ พอดี พอถูกยิงรถจึงเสียหลัก พุ่งตกลงไปในคูน้ำข้างถนนฝั่งตรงข้าม...

            หลังจากลั่นกระสุนสังหารเหยื่อแล้ว มือปืนทั้งสองได้วิ่งไปขึ้นรถเก๋งโตโยต้า ขนาดเล็ก ซึ่งมีพรรคพวกอีกคนหนึ่งติดเครื่องรออยู่ แล้วขับหลบหนีบ่ายโฉมหน้าเข้ากรุงเทพฯ

            ขณะเกิดเหตุ นายกมล  พวงงาม  นักเรียนโรงเรียน โยธินบูรณะ  นายอนุรักษ์  แก้วผลึก  นักเรียนโรงเรียนไทยสุริยะ และนายเศียร  ใบทอง  ซึ่งยืนคอยรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถใกล้บริเวณนั้น ทั้งสามได้วิ่งไปช่วยกันนำร่างโชกเลือดของ พ.ต.อ. นรินทร์  ส่งยังโรงพยาบาลเปาโล สะพานควาย

            แต่ปรากฏว่า พ.ต.อ. นรินทร์  วิทยาวุฒิกุล  ได้เสียชีวิตตั้งแต่ที่เกิดเหตุแล้ว

            หลังจากเกิดเหตุ...ความทราบถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.อ. มนต์ชัย  พันธุ์คงชื่น  รองอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.ท. ณรงค์  มหานนท์  ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต. วิเชียร  แสงแก้ว  รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  พล.ต.ต. ชลิต  บุลสุวรรณ  ผู้บังคับการเหนือ  พ.ต.อ. ชูสิทธิ์  สุชาโต  ผ.ก.ก.น.  4.  พ.ต.ท. ฉัตรชัย  อักษรพันธ์  พ.ต.ท. ประสงค์  วาสิกานนท์  พ.ต.ท. วิเชียร  เทียบจริยวัฒน์  รอง ผ.ก.ก.น. 4.  พ.ต.ท. ชูเดช  มัชฌิมานนท์  สวญ.สน.บางเขน  พ.ต.ต. สมชาย  ศรศรีทอง  สวส. ได้รุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ  ตรวจพบปลอกกระสุนจากปืน คอลท์ซุปเปอร์ ออโตเมติก ขนาด 9 มม.จำนวน 5 ปลอก ตกอยู่บนถนน

            จากนั้น...เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพลเมืองดีทั้งสาม คือ นายกมล  พวงงาม  นายอนุรักษ์  แก้วผลึก  และนายเศียร  ใบทอง ซึ่งเห็นเหตุการณ์ และเป็นผู้นำ พ.ต.อ. นรินทร์ ส่งโรงพยาบาล มาสอบปากคำยังสถานีตำรวจ พลเมืองดีทั้งสามให้การตรงกันว่า ระหว่างที่พวกเขากำลังยืนคอยรถเมล์อยู่นั้น ได้เห็นรถเก๋ง ยี่ห้อ โต โย ต้า ขนาดเล็ก สีขาว ซึ่งจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาจอดที่บริเวณใกล้ปั๊มน้ำมันสามทหาร

            ต่อมามีชาย 2 คนลงจากรถ คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน หัวเถิกหน้าตาคล้ายฝรั่ง ใส่เสื้อลายดำแขนสั้น อีกคนรูปร่างปานกลางใส่เสื้อเชิ้ตลายดำเช่นกัน ชายทั้งสองคนเดินไปนั่งที่ราวเหล็กกั้นถนนตรงหัวเกาะลอยกลางถนน แล้วควักบุหรี่ออกมาจุดสูบ โดยมีเพื่อนอีกคนหนึ่งนั่งคอยอยู่ในรถ

            และชั่วเวลาไม่นานต่อมา...พ.ต.อ. นรินทร์ ก็ขับรถมาและชะลอความเร็วจอดที่ตรงหัวเกาะเพื่อหาจังหวะรถว่างเพื่อจะเลี้ยวเข้าซอยฝั่งตรงข้าม คนร้ายทั้งสองก็ปราดเข้ายิงใส่ทางกระจกหน้ารถแล้ววิ่งไปขึ้นรถที่จอดรถอยู่ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

            จากการตรวจสภาพศพผู้ตายพบ พ.ต.อ. นรินทร์  ถูกกระสุนจำนวน 8 นัด เข้าที่สะบักขวาและกระสุนทะลุเข้าไปฝังอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย

            สำหรับสาเหตุการถูกสังหารครั้งนี้ นางลาวัลย์  วิทยาวุฒิกุล  อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภรรยาของ พ.ต.อ. นรินทร์ ซึ่งร่ำไห้ไปดูศพสามี พร้อมด้วย ด.ช. วุฒินันท์  บุตรชายวัย 13 ปี ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า สงสัยว่าสามีจะถูกฆ่าเพราะการทำงานเกี่ยวกับคดี ซึ่งสามีเป็นคนซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และตรงไปตรงมา จึงอาจทำให้มีศัตรูมาก

            ทางด้าน พล.ต.ท.มนต์ชัย  พันธุ์คงชื่น  รองอธิบดีกรมตำรวจ เผยก่อนเกิดเหตุในตอนบ่าย วันที่ 2 ตนได้ไปสอบปากคำนายปัญจะ  เกสรทอง ส.ส.เพชรบูรณ์ ซึ่งถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเลิศสิน ซึ่ง พ.ต.อ. นรินทร์ ได้ติดตามไปด้วย หลังจากนั้นได้แยกกัน โดย พล.ต.ท. มนต์ชัย ได้เดินทางไปรายงานผลการสอบสวนต่อ ม.ร.ว. เสนีย์  ปราโมช  นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วน พ.ต.อ. นรินทร์ กลับไปทำงานต่อที่หน้าห้อง พล.ต.ท. มนต์ชัย ที่กรมตำรวจ และได้ออกจากกรมตำรวจเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. เศษ จนกระทั่งมาถูกยิงตาย

            พล.ต.ท.มนต์ชัย รอง อตร. เผยอีกว่า สาเหตุอาจจะเกิดจากการที่ พ.ต.อ.นรินทร์ เป็นคน “ ตงฉิน ”

การทำงานไม่เคยบกพร่องมีประโยชน์ต่อราชการมาก เคยแนะแนวทางการติดตามจับกุมคนร้ายมานับไม่ถ้วน

            นอกจากนี้ พ.ต.อ.นรินทร์ ยังเคยร่วมทำคดีใหญ่ๆร่วมกับ พล.ต.ท.มนต์ชัย หลายคดี  เช่น คดีอิทธิพล ที่ราษฎรร้องเรียนเกี่ยวกับการฆ่าเพื่อฮุบที่ดินในจังหวัด เพชรบูรณ์ คดีที่สำคัญ คือ ร่วมกับ พล.ต.ท.มนต์ชัย ตามล่าแก๊งค์คนร้ายลักพาตัว นางนงนุช  ตันสัจจา  เศรษฐีนีเจ้าของโรงภาพยนตร์และบริษัทเอแพ็กซ์ไปเรียกค่าไถ่

            ในการสะสางคดีต่างๆนั้น ได้เคยมีผู้มีอิทธิพลทางการเงินวิ่งเต้นเพื่อให้ล้มคดีใหญ่ๆหลายราย แต่ พ.ต.อ.นรินทร์ ไม่เล่นด้วย จึงอาจเป็นสาเหตุให้ถูกตามสังหารก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้จะต้องใช้เวลาวางแผนไปดักยิงขณะกำลังจะเลี้ยวรถที่หัวเกาะกลางถนนเพื่อจะขับเข้าซอยบ้าน ดังกล่าว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 15.32 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

คำนำหน้าว่า เสือ แลดูน่ากลัว
แม้จะมีเสือดำ เสือมเหศวร อย่างที่เคยสร้างหนัง
ก็ตามที

ลุยงานไปถึงไหนแล้ว ฝนตกหนักจังวันนี้ รักษาสุขภาพด้วยนะ
ความคิดเห็นที่ 1
chedtha วันที่ : 25/05/2008 เวลา : 14.55 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

เส้นทางกรรมเวรของคนเรา
เลือกทำบาปเอง แทนที่จะเลือกทำความดี


ชมสวนพฤกษศาสตร์ เมืองมิวนิค
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2008/05/24/entry-2

ดอกไม้ปลายฤดูใบไม้ผลิ กับเสียงนกร้อง
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2008/05/25/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน