| ตามรอยครูซัน สานฝันเด็กน้อย | ||
เป็นโครงการ ตามรอยครูซันสานฝันเด็กน้อย ที่เหล่าสมาชิก เว็บไซด์บ้านครูซัน , บล๊อกเกอร์ โอเคเนชั่น , พอช. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร , ชุด จ.นครสวรรค์ และ สถานีวิทยุ คลื่นใจมวลชน โดย พี่สมบัติ , ทีมแมงปอล้อค |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ตำนานเสือไท ตอนที่ 5 เสืออบ นำทีมมือปืน จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าในวันเกิดเหตุนั้น...นาย หวาน หอมสมบัติ กับ นายเพชร โชติช่วง ขับรถโตโยต้าโคโรน่า คันเล็ก ไปดักรอที่ใกล้บริเวณปากซอยเข้าบ้าน พ.ต.อ. นรินทร์ ส่วน เสือ อบ สี่คิงส์ พานายเหล็ก โชติช่วง นั่งรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า โดยนายไช้ พงษ์แสงไทย เป็นคนขับไปที่หน้ากรมตำรวจเมื่อเวลา 17.00 น.เศษ ของวันเกิดเหตุ พอไปถึงหน้ากรมตำรวจ นายไช้ ได้ขับรถเลี้ยวเข้าไปจอดในวัดสระประทุม ตัวเสืออบ กับนายเหล็ก ลงจากรถไปเตร่ดูลาดเลาแถวบริเวณหน้ากรมตำรวจ ส่วนนายไช้รออยู่ที่รถ กระทั่งเวลาประมาณ 19.45 น. เสืออบ กับนายเหล็ก ก็วิ่งมาที่รถ บอกเห็น พ.ต.อ.นรินทร์ ขับรถออกจากกรมตำรวจแล้ว จากนั้น...นายไช้ก็ขับรถพาเสืออบกับ นายเหล็ก ไปทันกันที่สี่แยกราชประสงค์ เพราะรถของเลขาฯรอง อตร.ติดไฟแดงพอดี พอได้สัญญาณไฟเขียว...เสืออบ ก็สั่งนายไช้ ให้ขับรถสะกดรอยตาม พ.ต.อ.นรินทร์ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหน้า สน.บางซื่อ เสืออบ สั่งให้นายไช้รีบขับแซงรถ พ.ต.อ.นรินทร์ และบึ่งด้วยความเร็วไปยังจุดนัดพบทันที เมื่อไปถึงก็เห็น นายหวาน กับ นายเพชร ยืนพิงรถรออยู่ที่ริมถนน เสืออบ จึงให้นายเหล็ก ลงจากรถ เพราะได้วางแผนกันไว้ล่วงหน้า โดยนายเหล็ก จะต้องร่วมกับ นายหวาน ลงมือยิง พ.ต.อ.นรินทร์ จากนั้น นายไช้ ก็ขับรถเลยจุดยิงตรงหัวเกาะกลางถนนไปเล็กน้อย แล้วจอดรอดูเหตุการณ์อยู่ โดยเสืออบ นั่งคอยอยู่บนรถด้วย หวาน กับเหล็ก...สองทรชน ซึ่งถูกกำหนดตัวให้ทำหน้าที่มือสังหารเดินข้ามถนนไปนั่งคอยบนรั้วเหล็กที่เกาะกลางถนน อากัปกิริยาของทั้งสองกระสับกระส่าย ควักบุหรี่ออกมาแบ่งกันจุดสูบ... เหลียวมองไปทางถนนด้านที่มาจากกรุงเทพฯบ่อยครั้ง...ถึงจะโหดเพียงไร...แต่การที่ต้องมาคอยเหยื่ออยู่กลางชุมชนเช่นนั้น สองมือปืนก็ไม่อาจระงับความกระวนกระวายได้ ผิดกับ อบ ขยันกิจ...เขานั่งสงบอยู่ภายในรถซึ่งจอดหันหัวไปทางดอนเมือง อย่างพร้อมที่จะออกรถบึ่งกลับไปยังถิ่นของเขาที่อำเภอ บางคล้าได้ทันที และ...อีกไม่กี่นาทีต่อมารถของ เหยื่อ ก็วิ่งมาถึงมาถึงตรงหัวเกาะกลางถนน ขณะที่จอดรอจังหวะรถว่างเพื่อจะเลี้ยวเข้าซอย...ฑูตมรณะทั้งสอง... เหล็กและหวาน ก็พุ่งปราดเข้าไป บัดดล... เสียงปืนก็แผดสนั่นถี่ยิบขึ้นนับสิบๆนั้น อบ สี่คิงส์ เอี้ยวตัวหันไปมอง ริมฝีปากเผยอรอยยิ้ม ออกมาอย่างพอใจ...เขาหันมาสบตากับไช้ ซึ่งทำหน้าที่โชเฟอร์... พยักหน้าอย่างรู้กัน แล้วครู่นั้น... มาสด้าเก๋งคันนั้น ก็พุ่งปราดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว... จุดหมายปลายทางคือ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เสืออบ ไม่จำเป็นต้องอยู่ดูผลงานของสองมือปืนอีกให้เสียเวลา เพราะระยะเผาขนอย่างนั้น...กับฝีมือคนสนิทอย่างเหล็ก โชติช่วง และ หวาน หอมสมบัติ ยังไงเสียย่อมไม่มีวันพลาด
คืนนั้น... อบ ขยันกิจ กลับไปถึงบางคล้า ด้วยความปลอดโปร่งโล่งใจ เพราะงานที่ได้รับมอบหมายมาซึ่งใช้เวลาวางแผนมานับเดือนได้ลุล่วงไปด้วยดี อบสั่งให้ไช้ นั่งแท็กซี่ป้ายดำกลับกรุงเทพฯ ส่วนเขาเอารถมาสด้าคันนั้นไว้ใช้งานต่อไป ล้อมจับมือปืน ค่ำของคืนวันที่ 16 มิถุนายน 2519 พล.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปรามได้รับรายงานจาก สาย ได้พบ นายหวาน หอมสมบัติ 1 ใน 2 มือปืนที่ยิง พ.ต.อ.นรินทร์ วิทยาวุฒิกุล ที่บ้านพักในเขตอำเภอโคกปีบ จังหวัดปราจีนบุรี ทันทีที่ได้รับรายงาน พล.ต.ท.มนต์ชัย จึงสั่งให้ พ.ต.ต.ธวัช เดชกำแหง สวป. สภ.อ.บางใหญ่ นนทบุรี กับ ร.ต.ท.สมศักดิ์ ทิวถนอม รองสวป. สน.บางขุนเทียน สองนายตำรวจมือปราบซึ่งเคยรับราชการอยู่ในท้องที่ดังกล่าวและรู้จักตัว นายหวาน มาก่อน เดินทางไปขอความร่วมมือกับ พ.ต.ท.พโยม ยาวะประภาษ สวญ. สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี ในกลางดึกคืนวันนั้นทันที หลังจาก พ.ต.ท.พโยม ยาวะประภาษ สวญ. สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี ทราบเรื่องจึงรีบวิทยุเรียกตัว ร.ต.ท.ประชา เอกวรรณัง หัวหน้ากิ่ง สภ.อ.โคกปีบ มาร่วมวางแผนจับกุมนายหวาน หอมสมบัติ มือปืน วัย 43 ปี ณ บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 5 บ้านม่วงขาว ต.โคกปีบ กิ่งอำเภอโคกปีบ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 50 ก.ม. โดยมี ร.ต.อ.ระวิ พึ่งโต สวป.สภ.อ.โคกปีบ ร.ต.ท.ประภากร ผดุงพจน์ รองสวป. และตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง โดยกำหนดแบ่งกำลังตำรวจจำนวน 30 นาย ออกเป็นสายๆเข้าล้อมบ้าน นายหวานไว้ พ.ต.ท.พโยม ร.ต.อ.ระวิ พ.ต.ต.ธวัช ร.ต.ท.สมศักดิ์ และร.ต.ท.ประชา นำตำรวจคืบคลานเข้าไปอย่างเงียบๆ ช่วงนั้น เป็นเวลา 05.30 น. ขณะที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังคืบคลานเข้าไป เหลือระยะทางอีกประมาณ 40 เมตร จะถึงตัวบ้านไม้ชั้นเดียว หลังคามุงจาก ด้านหลังเป็นไร่มันสำปะหลัง กับกอไผ่และป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดสลัวยามใกล้รุ่งนั้น สุนัขในบ้าน นายหวาน เห็นคนแปลกหน้าบุกเข้าไปจึงส่งเสียงเห่าขึ้น ทันทีที่ได้ยินเสียงหมาเห่า...สัญชาตญาณมือฆ่านอกกฎหมายอย่าง นายหวาน หอมสมบัติ บอกให้เขารู้สึกตัวตื่นทันที พอแง้มหน้าต่างมองฝ่าความสลัวยามอรุณรุ่งออกไป หวานมองเห็นกลุ่มตำรวจกำลังย่องกริบใกล้เข้ามาทุกขณะ! มือปืนหวาน ตาสว่างทันควัน หันไปคว้าปืนพกออโตฯ 11 ม.ม. ซึ่งบรรจุกระสุนไว้เต็มแม็กฯโดดลงทางหน้าบ้าน แล้ววิ่งออกทางด้านหลังเพื่อจะหนีเข้าป่าละเมาะ... พลันเสือร้ายได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อ หวานหันขวับไปก็เห็น พลฯพยูน วันทอง ตำรวจประจำ สภ.อ.เมืองปราจีนฯ ซึ่งรู้จักนายหวานดี.. หวานยิงเข้าใส่ตำรวจถี่ยิบ พร้อมกับรีบกระโจนพรวดเข้าบังต้นมะขาม เป็นจังหวะเดียวกันที่ คาร์บินจาก พลฯพยูน ระเบิดกระสุนสวนกลับมา 4 นัดซ้อน !! 1 ใน 4 นัด ...เจาะเข้าที่บริเวณท้องน้อยทะลุไปออกด้านหลัง หวานทรุดฮวบทันที... แต่ความทรหดยังทำให้มือปืนหวานไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เขาสาดกระสุนสกัดเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนัด จากนั้นก็วิ่งกระเสือกกระสนแหวกป่าละเมาะหนีไปกระทั่งหมดแรงฟุบอยู่ที่แคร่หน้าเรือนของชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ถูกยิงประมาณ 150 เมตร หลังจากเสียงปืนสงบลง... ขณะนั้นท้องฟ้าสว่างแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่และพบปืนพก 11 ม.ม. หมายเลขทะเบียน ปจ.-3/90 ตกอยู่ บนบ้านมีเพียงนางเพียร มองสมบัติ อายุ 30 ปี ภรรยากับลูกๆของนายหวานอีก 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นภายในบ้านไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับคดี คงพบแต่ซองปืนพก กับหมวกสีดำอีก 1 ใบ ส่วนวิกผมสีแดง ซึ่งตามทางสืบสวนระบุว่า นายหวานสวมวิกผมไปยิง พ.ต.อ.นรินทร์ นั้นหาไม่พบ เหตุที่ต้องสวมวิกผมยิง เนื่องจากนายหวานมือปืนเหี้ยมผู้นี้ผมแหว่ง และมีแผลเป็นที่ศรีษะหลายแห่ง เป็นที่สังเกตและมองเห็นได้ชัด ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังค้นบ้านอยู่นั้นได้มีชาวบ้านวิ่งมาแจ้ง พบนายหวานนอนร้องครวญครางอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปควบคุมตัวมือปืนหวานและนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ทันที นายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ตรวจบาดแผลแล้วรีบนำนายหวานเข้าห้องผ่าตัดดูดเอาเลือดซึ่งตกในออก กระทั่งอาการของนายหวานพ้นขีดอันตราย และรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด หลังจากนั้น...พ.ต.ท.ธวัช เดชกำแหง และ พล.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น รองอตร.ฝ่ายปราบปรามทราบทันที มือปืนหวานปากแข็ง 11.20 น. ของวันที่ 17 มิถุนายน 2519 พล.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น รองอตร.ฝ่ายปราบปราม ได้เดินทางโดย เฮลิคอปเตอร์ พร้อมด้วย พล.ต.สุวรรณ รัตนชื่น รองผบ.ช.น. พล.ต.ต.ชลิต บุลสุวรรณ ผบก.เหนือ พ.ต.อ.ยงยุทธ อินทหลั่น รองผบก.น.เหนือ และ พ.ต.ท.ไกรสิงห์ พิมลศรี รองผ.กก. 2ป.ไปถึง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จังหวัดปราจีนบุรี จากการสอบปากคำในเบื้องต้น นายหวาน หอมสมบัติ ผู้ต้องหาซึ่งมีอาการพ้นขีดอันตรายแล้วได้ปฏิเสธกับ พล.ต.ท.มนต์ชัย ว่าตนไม่ได้เป็นคนยิง พ.ต.อ.นรินทร์ และไม่ยอมซัดทอดไปถึงผู้จ้างวานด้วย อย่างไรก็ตาม ประวัติของนายหวาน ที่มีอยู่ในแฟ้มตำรวจ ปรากฏว่าเคยต้องคดีปล้นทรัพย์ฝรั่ง จี.ไอ. ที่สัตหีบ ชลบุรี นอกจากนั้นยังเคยต้องคดีปล้น ถูกจำคุก 6 ปี ตามทางสืบสวนของตำรวจทราบว่าในแผนสังหาร พ.ต.อ.นรินทร์ ครั้งนี้ นายหวานถูกเสืออบ จัดให้เป็นมือปืนหมายเลข 2 แต่ทว่าเป็นคนลงมือยิง พ.ต.อ.นรินทร์ คนแรก ส่วนนายเหล็ก เป็นมือปืนหมายเลข 1 |