| ตามรอยครูซัน สานฝันเด็กน้อย | ||
เป็นโครงการ ตามรอยครูซันสานฝันเด็กน้อย ที่เหล่าสมาชิก เว็บไซด์บ้านครูซัน , บล๊อกเกอร์ โอเคเนชั่น , พอช. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร , ชุด จ.นครสวรรค์ และ สถานีวิทยุ คลื่นใจมวลชน โดย พี่สมบัติ , ทีมแมงปอล้อค |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
คู่หมั้นเสืออบ สลัดรัก สำหรับ เสืออบ ขยันกิจ นั้น นอกจากจะมีเมียคนหนึ่ง ชื่อ แหม่ม แล้ว คนใกล้ชิดและสนิทกับ อบ ยังรู้อีกว่าเขามีคนรักอยู่อีกคนหนึ่ง ซึ่งหมั้นหมายกันไว้แล้วด้วยที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ชื่อ น.ส.พรรณี ปาทาน วัย 26 ปี
น.ส.พรรณี เป็นหญิงสาวที่รูปร่างหน้าตาสวยสะดุดตา ผิวขาว อาชีพเป็นแม่ค้าเนื้ออยู่ในตลาดบางคล้า เป็นคู่หมั้นของ อบ ขยันกิจ แต่ยังไม่มีกำหนดแต่งงาน เพราะต้องการจะดูความประพฤติของฝ่ายชาย จะกลับตัวเป็นคนดีได้อย่างที่รับปากหรือไม่ นางบีซ่า มารดา เล่าว่า การหมั้นนางก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรอบ ขยันกิจ เอาสร้อยคอทองคำหนัก สองบาทมามอบให้ แต่เวลานี้ ถ้าหากพบนายอบ นางจะคืนสร้อยให้เพื่อเป็นการถอนหมั้น เพราะนายอบ ไม่รักษาคำพูด ยังประพฤติตัวก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น และก่อคดีฆ่านายตำรวจ นางจะไม่ให้ลูกสาวยุ่งเกี่ยวกับนาย อบอีกอย่างเด็ดขาดเพราะแค่นี้ก็เสียชื่อตระกูล ปาทาน มากแล้ว ส่วน น.ส.พรรณี คู่หมั้นคนสวยของเสืออบ กล่าว ถึงแม้จะยังรักนายอบอยู่ แต่ก็ไม่อาจจะติดต่อคบหากันต่อไปได้ เพราะคนที่ประพฤติตัวเป็นนักเลง สร้างความเดือดร้อนแก่สังคมและบ้านเมืองจะคบกันได้อย่างไร และโดยเฉพาะอดีตเสือร้ายผิดสัญญาที่ให้กับเธอไว้ด้วย ทิพย์เจริญ หนีเข้าคุก ในขณะที่ตำรวจคณะสืบสวนคดีฆ่า พ.ต.อ.นรินทร์ กำลังสืบเสาะควานหาตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ชูเวช กับ น.ส.ถมยา ภัทรมุข อย่างแทบจะพลิกแผ่นดินนั้น พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ก็เล่นกลกับตำรวจอย่างคาดไม่ถึง ? ทั้งนี้คงอาจได้คิด ขืนยังหลบหนีอยู่เช่นนี้คงไม่รอดมือกฎหมาย และชีวิตจะไม่ปลอดภัยก็ได้ พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ จึงให้นางกุหลาบ กิตติศรีวรพันธุ์ และ น.ส.อัญชลี ไทยยานนท์ ซึ่งเป็นนายประกัน วางหลักทรัพย์ 8 แสนบาท ประกันตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ผู้ต้องหาลักทรัพย์สินค้า พี.เอ็กซ์ ไปยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนประกันตัว พร้อมกันนั้นได้นำตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ส่งต่อศาลด้วย ศาลจึงอนุญาตให้ถอนประกัน พร้อมกับออกหมายขัง พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ชูเวช เมื่อเวลาประมาณ 8.30 ของวันที่ 21 มิถุนายน 2519 จากนั้น นายอำนวย จุลภาพ ผู้คุมเรือนจำคลองเปรม จึงได้คุมตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ผู้ต้องหาไปส่งยังเรือนจำคลองเปรมเมื่อเวลา 9.00 น. วันเดียวกัน เป็นอันว่าตำรวจไม่ต้องเหนื่อยยากตรากตรำในการความหาตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ อีกต่อไป กรณีนี้ พล.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น รอง อตร.ปป.เผย จะทำหนังสือไปขออายัดตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ในคดีจ้างวานใช้ผู้อื่นฆ่า พ.ต.อ.นรินทร์ อีกคดีหนึ่ง นอกเหนือจากคดีร่วมกันลักทรัพย์สินค้า พี.เอ็กซ์ และได้พาผู้ต้องหาคดีฆ่า พ.ต.อ.นรินทร์ไปชี้ตัว พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ในเรือนจำ รวมทั้งส่งพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำ พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ในคุกด้วย ขังทิพย์เจริญ คนละแดนกับมือปืน ทางด้านนายหาญ พันธุ์สมบูรณ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกรุงเทพฯ ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับการกักขัง พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ชูเวช ได้จัดให้อยู่ที่เรือนขัง 4 อันเป็นเรือนขังสำหรับผู้ต้องขังใหม่ โดย พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างใดทั้งสิ้น ส่วนผู้ต้องขังในคดีเดียวกันอีกหลายคนซึ่งมีกำหนดจะส่งตัวฝากขังในวันต่อไปจะแยกขังคนละแดน ไม่ให้มีโอกาสพบกับ พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือความยุ่งยากที่อาจจะเกิดขึ้น บรรดากลุ่มมือปืนกับ พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ จะพบกันก็ต่อเมื่อถูกส่งตัวไปพิจารณาคดีที่ศาลเท่านั้น และในคดีนี้ จะไม่อนุญาตให้ใครไปเยี่ยมผู้ต้องขังด้วย นายหาญ ผู้บัญชาการเรือนจำกรุงเทพฯ ได้ชี้แจงต่อทางเรือนจำมีระเบียบรัดกุมอยู่แล้วในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังไปสร้างอิทธิพลขึ้นในเรือนจำ จึงคิดว่าไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับผู้ต้องขังในคดีฆ่า พ.ต.อ.นรินทร์ อย่างที่วิตกกัน ส่วนการเยี่ยม พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ นั้น เจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ใครเยี่ยมแม้แต่ลูกเมีย โดย พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำไว้เป็นหลักฐานแล้ว ผู้ที่จะเข้าเยี่ยมได้ก็มีเพียงทนายความ อบ หนีรอดหวุดหวิด 22 มิถุนายน 2519 เวลา 20.00 น. พ.ต.ท.อดุลย์ กาญจนพัฒน์ พ.ต.ท.จินดา อุดมรัตน์ รองผ.ก.ก.ปราจีนบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 40 นาย นำหมายค้นจากนาย ดิเรก โสตสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ไปค้นบ้านนายผ่อง ( ไม่ทราบนามสกุล ) หมู่ที่ 7 ต.บางปลาร้า อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากสืบทราบ เสืออบ ขยันกิจ หลบซ่อนตัวอยู่ เวลา 2 ทุ่ม ในท้องถิ่นชนบท อย่างตำบลบางปลาร้า อำเภอบ้านสร้างนั้น ไม่ใช่ 2 ทุ่มอย่างในกรุงเทพฯ ซึ่งยังสว่างไสวด้วยแสงสีและพลุกพล่านด้วยผู้คน แต่จะมืดและเปล่าเปลี่ยวแม้แต่ในบริเวณหมู่บ้านก็ตาม เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะพักผ่อนอยู่ในบ้านเรือนของตน บ้างหลับนอนไปแล้วเพราะอ่อนเพลียจากภารกิจหรืองานอาชีพประจำวัน ขณะที่ พ.ต.ท.อดุลย์ และ พ.ต.ท.จินดา รองผ.ก.ก.ปราจีนบุรี นำกำลังตำรวจไปถึงบ้าน นายผ่องนั้น บริเวณลานบ้านมืดสนิท บนเรือนก็ปราศจากแสงไฟ รองผู้กำกับปราจีนฯ ทั้งสองสั่งให้ตำรวจกระจายกำลังออกซุ่มประจำจุดต่างๆเพื่อเตรียมพร้อมหากเสือร้ายต่อสู้ เสียงสุนัขใต้ถุนบ้านเห่ากรรโชก ขณะที่ พ.ต.ท.อดุลย์ ตะโกนเรียกนายผ่องให้เปิดประตู... บนบ้านแม้จะมืดสนิทปราศจากแสงไฟแต่ชายสองคนมิได้อยู่ในสภาพหลับไหล คนหนึ่งอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ปืนอาร์ก้ากระชับมั่นอยู่ในอุ้งมือทั้งสองข้าง เข็มขัดกระสุนคาดรอบเอวเต็มอัตราเหมือนทหารกำลังจะออกรบ เขา...เสืออบ ขยันกิจ ! อบ แง้มหน้าต่างมองฝ่าความมืดลงไปที่บริเวณลานบ้าน ด้วยสัญชาตญาณ และสายตาที่ชินกับสภาพความมืด เขามองเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังอยู่เต็มลานบ้าน
นายผ่อง เจ้าของบ้านยังเงอะงะ เพราะความตื่นตระหนกต่อการจู่โจมเข้ามาของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เสืออบ สะกิดแขนผ่อง ผู้เป็นสหาย ชะโงกหน้าเข้าไปกระสิบสั่งความที่ข้างหู...นายผ่องพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วครู่นั้น... อบเสือร้ายที่ตำรวจกำลังต้องการตัวก็ผละจากนายผ่องไปที่หน้าต่างด้านหลังเรือน ค่อยๆผลักบ้านหน้าต่างให้เปิดออกโดยพยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง พร้อมกระโดดลงสู่พื้นดิน... แหละเพราะบ้านของนายผ่อง เป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งยกพื้นไม่สูงนัก อบจึงกระโดดลงไปอย่างไม่เกิดเสียงดังผิดปกติ ประกอบกับความมืดที่เป็นฉากบังตาได้เป็นอย่างดี เสืออบ กระชับปืนอาร์ก้าในมือ เหลียวมองไปทางด้านหน้าเรือนเพื่อดูเจ้าหน้าที่จะเห็นตนหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่า ปลอดภัย เสือร้ายเจ้าของฉายา อบ สี่คิงส์ วิ่งแฝงกายเข้าไปในป่าละเมาะหลังบ้านอย่างรวดเร็ว เป็นขณะเดียวกับที่ผ่องเปิดประตูรับตำรวจ และเมื่อตำรวจแสดงหมายค้นต่อเจ้าของบ้านแล้ว พ.ต.ท.อดุลย์ และ พ.ต.ท.จินดา กับกำลังตำรวจส่วนหนึ่งได้เข้าตรวจค้นบ้าน โดยนายผ่องจุดไฟขึ้น และจากการตรวจค้น... นอกจากไม่พบร่องรอยของเสืออบและสิ่งของผิดกฎหมายแล้ว... นายผ่องตีหน้าตายปฏิเสธอย่างหนักแน่น เสืออบ ไม่ได้มาที่นี่ และเขาได้พบกับเสืออบนานเป็นปีแล้วด้วย ผล... เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องยกกำลังกลับโรงพักตามระเบียบ ไม่มีข่าวเสืออบ นับแต่คืนนั้น... ข่าวคราวของเสืออบ สี่คิงส์ เงียบหายไปอีก แม้สายสืบทั้งในกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดทางภาคตะวันออก จะพยายามซอกซอนสืบเสาะ เพื่อควานหาตัวเสือร้ายแทบจะพลิกแผ่นดิน สำหรับ พ.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น รองอตร.ปป.ผู้คุมคดีนี้ ท่านรองมนต์ชัย ได้บอก ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ออกไปตามล่าเสือร้ายผู้นี้ ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.มนต์ชัย ก็ได้ปฏิเสธข่าวที่ น.ส.ถมยา ภัทรมุข ส่งคนมาติดต่อกับตนขอมอบตัวนั้นไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีที่ถูกคุกคามจากกลุ่มผู้บงการฆ่า พ.ต.อ.นรินทร์ โดยมีการส่งคนแปลกหน้าไปวนเวียนแถวหน้าบ้าน รองอตร.ปป. บ่อยครั้งตลอดจนการที่ตำรวจสืบสวนทราบฝ่ายผู้บงการพยายามส่ง มือปืน มาสังหาร พ.ต.ท.มนต์ชัย เป็นการล้างแค้น พ.ต.ท.มนต์ชัย กล่าว ไม่ขอพูดเรื่องนี้ แต่ถ้าจะถามกลัวหรือไม่ ขอตอบ ไม่กลัว เพราะถ้ากลัวก็ควรถอดฟอร์มลาออกไปไม่ต้องมาทำคดีนี้แล้ว พร้อมกันนั้นได้กล่าวถึงเหตุผลที่ไม่ขอตอบเรื่องถูกคุกคาม เพราะเป็นผู้รักษากฎหมายจึงพูดเรื่องนี้ไม่ได้ สงสัยถมยาหนีไปกับเสืออบ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา ว่าเสืออบ ขยันกิจ ซึ่งหลบหนีจากบ้านนายผ่อง ไปอย่างหวุดหวิดเมื่อคืนวันที่ 22 มิถุนายน นั้น ต่อมา มีผู้พบเสืออบมีผู้หญิงสาวคนหนึ่งร่วมทางหลบหนีไปด้วย ซึ่งทั้งสองคนมีปืนกลมือ อาร์ก้า พร้อมกระสุนเต็มอัตราคนละกระบอก เข้าใจว่าหญิงสาวที่ร่วมทางกับเสืออบ นั้น คงจะเป็น น.ส. ถมยา ภัทรมุข ทั้งสองได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังคลองหาด ห่างจากอรัญประเทศทางทิศใต้ประมาณ 60 กม. ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเขมร โดยมรพรรคพวกนำทาง อย่างไรก็ตาม... ข่าวหรือเบาะแสเกี่ยวกับตัวเสืออบ ขยันกิจ ยังค่อนข้างสับสน เพราะมีรายงานเข้ามาหลายกระแส บ้างก็ว่ามีผู้พบเห็นเสืออบ ที่โน่น บางรายก็บอกว่าเจอที่นั่น ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยกกำลังติดตามไปกลับก็ต้องคว้าน้ำเหลวทุกครั้ง ล่าสุด... พ.ต.ท.มนต์ชัย รองอตร.ปป. ได้รับรายงานจาก พ.ต.ต.โกวิทย์ สิทธิ์บุตร สารวัตรใหญ่ สภ.อ.อรัญประเทศ ปราจีนบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สมทบกับชุดตามล่า ไปล้อมบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณกลางป่าติดชายแดนเขมร อยู่ห่างจากตัวอำเภออรัญประเทศ ประมาณ 40 กม. โดยเจ้าหน้าที่ได้บีบลงล้อมกระชับเข้าไปทุกขณะแต่ยังไม่มีรายงานผล สำหรับการติดตามล่าตัวเสืออบที่หมู่บ้านกลางป่าลึกติดชายแดนเขมรดังกล่าว ตามทางสืบสวนของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับรายงานจากสายสืบที่ส่งออกควานหาแหล่งกบดาน ทราบว่าเสืออบพยายามหลบหนีการล่าชีวิตของฝ่ายผู้บงการซึ่งว่าจ้างมือปืนระดับ พระกาฬ จากจังหวัดนครปฐมติดตามล่าตัวแข่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อ ปิดปาก อย่างชนิด พลิกแผ่นดิน ! เป็นเหตุให้เสืออบ ขยันกิจ ขวัญเสีย จึงหนีเตลิดอย่างไม่คิดชีวิต ทำให้การติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจยากลำบากยิ่งขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ก็มิได้ละความพยายาม โดยตั้งความหวังจะ จับเป็น เสืออบให้ได้ เพื่อการสอบสวนจะได้สาวลึกไปถึงตัวผู้บงการ เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป ผู้ช่วย อตร.พัวพัน คดีสังหาร พ.ต.อ.นรินทร์ วิทยาวุฒิกุล รองหัวหน้ากองวิชาการกรมตำรวจ นายตำรวจคนสนิทของ พ.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น รองอตร.ปป. นับเป็นคดีฆาตกรรมที่อื้อฉาวและบานปลายพัวพันกับผู้ใหญ่ในกรมตำรวจด้วย หลังจากวันเกิดเหตุ เมื่อ 2 มิถุนายน 2519 เป็นต้นมา พ.ต.ท.มนต์ชัย ได้สั่งให้ตำรวจติดตามสืบสวนจับกุมคนร้ายในคดีนี้อย่างกวดขันกระทั่งได้ตัวนายเพชร โชติช่วง นายธวัช หรือ ไช้ คงแสง นายอ๊อด หรือสมยศ แซ่ซิ้ม ส.ต.อ.สมัคร หรือขวัญชัย ฉันทวัฒน์ และอีกคนคือ นายเหล็ก โชติช่วง ซึ่งเป็นพี่ชายของนายเพชร ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตาย เพราะขัดขืนการจับกุมและต่อสู้ตำรวจ ผู้ต้องหาคนสำคัญอีกคน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งค์ คือ เสืออบ ขยันกิจ ยังคงหลบหนีตำรวจซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ใช้ความพยายามติดตามล่าตัวอย่างไม่ลดละ ด้านการสอบสวนผู้ต้องหาที่จับได้ และได้ให้ปากคำซัดทอดไปถึง พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ชูเวช อดีตรองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ซึ่งโดนจับในคดีลักทรัพย์สินค้า พี.เอ็กซ์ ก่อนหน้าที่จะเกิดคดีสังหาร พ.ต.อ.นรินทร์ วิทยาวุฒิกุล ปรากฎว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบผู้ต้องหาทุกคนเสร็จเรียบร้อย และได้ส่งสำนวนการสอบสวนผ่านไปถึงอัยการ ส่งฟ้องผู้ต้องหาเหล่านั้นไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ทางอัยการได้ตรวจสอบสำนวนคดีนี้ พบว่าคำให้การของผู้ต้องหาบางคนได้พาดพิงไปถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง คือ พล.ต.ท.กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายบริการ ด้วยเหตุนี้... ทางพนักงานอัยการจึงได้มีคำสั่งให้ทางตำรวจดำเนินการสอบสวน พล.ต.ท.กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ ในฐานะมีส่วนพัวพันกับคดีนี้ กรณีนี้เป็นข่าวเกรียวกราวและอื้อฉาวเป็นอย่างมาก เพราะสื่อมวลชนต่างพากันเสนอข่าวทุกฉบับ ขณะเดียวกันทางด้านพนักงานสอบสวนได้เสนอเรื่องไปยัง พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจ เพื่อขออนุมัติทำการสอบสวน พล.ต.ท.กริช ในฐานะที่ถูกให้การพาดพิงถึง พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจ ได้ตรวจสำนวนสอบสวนแล้ว มีคำสั่งให้ระงับเรื่องนี้เสีย อัยการ ยืนยันให้สอบกริช ต่อมา นายอุทัย กัปปิยะบุตร อธิบดีกรมอัยการ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชน กองคดีกรมอัยการได้มีความเห็นเสนอแนะหลังจากได้ตรวจสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแล้ว ควรให้มีการสอบสวน พล.ต.ท.กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ ในฐานะผู้ต้องหาด้วย เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยตามสำนวนการสอบสวน และขณะนี้ตนได้มีหนังสือเสนอไปยัง อธิบดีกรมตำรวจในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน หนังสือดังกล่าวได้ส่งไปยังอธิบดีกรมตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2519 อธิบดีกรมอัยการได้เปิดเผยต่อเท่าที่ได้ ตรวจสำเนาการสอบสวนแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหา เช่น พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ชูเวช เป็นต้น ได้ให้การพาดพิงไปถึง พล.ต.ท.กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจด้วย และเมื่อพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวน พล.ต.ท.กริช เสร็จแล้วให้ส่งสำนวนคืนให้กรมอัยการเพื่อดำเนินการต่อไปด้วย ส่วนทางฝ่ายตำรวจจะดำเนินการตามข้อเสนอแนะของกรมอัยการหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของฝ่ายตำรวจ อัยการไม่มีอำนาจไปสั่งการตำรวจได้ กรมอัยการจะทำได้เพียงแต่แนะนำเท่านั้น ซึ่งการกระทำแบบนี้อัยการเคยกระทำมาแล้วแต่ไม่มากรายนัก ต่อมา พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจ ได้เผยกับสื่อมวลชน ได้รับหนังสือเสนอแนะจากกรมอัยการแล้ว ซึ่งได้สั่งไปยัง พล.ต.ต.สม จารักษ์ หัวหน้ากองคดีกรมตำรวจให้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนทางด้าน นางเตี้ย หรือ อัมพร โชติช่วง วัย 34 ปี เมียของเหล็ก หรือ เสือเหล็ก ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตายเพราะต่อสู้และขัดขวางการจับกุม ซึ่งได้พูดโวยวายขึ้นในระหว่างที่สามีถูกยิงตายว่า มาจับทำไมกันตัวเล็กๆอย่างนี้ ทีตัวใหญ่นั่งอยู่ที่กรมตำรวจทำไมไม่จับ นอกจากนี้ นางอัมพร ยังได้กล่าวเสริม ตนจะเปิดโปงให้หมดซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่าระบุถึง พล.ต.ท.กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ต่อมาสื่อมวลชนได้พบกับ นางอัมพร หรือ เตี้ย อีกครั้ง นางอัมพรได้ต่อว่าผู้สื่อข่าว ทำไมถึงต้องออกข่าวเช่นนั้น ตนได้ฟังข่าวจากสถานีวิทยุแห่งหนึ่ง ออกข่าว พล.ต.ท.กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ จะติดคุกหรือไม่ ก็อยู่ที่เมียเสือเหล็ก แต่นางอัมพรบอกกับผู้สื่อข่าว ที่ตนพูดออกไปในวันนั้น เพราะความโมโหที่ผัวถูกยิงตาย ขณะเดียวกัน นางอัมพร ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดให้ไปสอบถาม นางนันทพร หรือ นิดหน่อย ซึ่งเป็นเมียน้อยของ เสือเหล็ก เพราะได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางตำรวจได้อัดเทปคำพูดไว้แล้ว โดยบอก นางนันทพร ได้ระบุว่า พล.ต.ท.กริช กับ พ.ต.อ.ทิพย์เจริญ ได้สั่งให้มือปืนฆ่า พ.ต.อ.นรินทร์ วิทยาวุฒิกุล และได้ไปเล่าในงานศพของเสือเหล็ก เกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ในซอย อ่อนนุช ซึ่งเป็นญาติของเสือเหล็ก เรื่องนี้ พล.ต.ท.กริช จะเกี่ยวข้องหรือเปล่า ฉันไม่รู้ แต่นางนิดหน่อยได้ระบุเช่นนั้น นางอัมพร หรือ เตี้ย สรุป อ.ต.ร.เผย ไม่ปกป้องคนผิด ต่อมา พล.ต.อ.ศรีสุข มหินทรเทพ อธิบดีกรมตำรวจ ได้เร่งให้หัวหน้ากองคดีกรมตำรวจตรวจสอบสำนวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เมื่อหัวหน้ากองคดีมีความเห็นอย่างไร ตนจะสั่งการต่อไปทันที หากกองคดีแทงเรื่องมาสมควรจะสอบสวนหรือจับกุม พล.ต.ท.กริช ตนก็จะเสนอต่อนายชลอ วนะภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการ กรมตำรวจจะจัดการเองไม่ได้ ถ้าใครทำผิด ก็ว่าไปตามผิด ผมไม่ปกป้องใคร อ.ตร.กล่าว นอกจากนี้ พล.ต.อ.ศรีสุข ยังกล่าวต่อไปอีก การที่จะทำตามคำแนะนำของกรมอัยการหรือไม่นั้น จะต้องดูว่าหลักฐานชัดเจนแค่ไหน ถ้าชัดเจนจริงๆ ก็จะปฏิบัติตามคำแนะนำของฝ่ายอัยการทันที คือดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.กริช ในฐานะผู้ต้องหา ส่วนการสั่งพักราชการหรือดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.กริช นั้น เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะสั่งการในเรื่องนี้ |