พิมพ์หน้านี้
|
หนังสือเล่มบางๆ สีขาวๆ หน้าปกมีรูปรถจักรยานสีแดง ล้อสีดำ ในพื้นสีเขียว ตัวหนังสือตัวใหญ่ เขียนคำว่า จักรยานแดงในรั้วสีเขียว ผมจำได้ว่าหยิบมันขึ้นมาอ่านในวันเวลาที่หนังสือกำลังภายในของห้องสมุดโดนคนอื่นจับจองไปหมด เหลือแต่หนังสือสีแปลก แต่น่าสนใจ ก็เลยหยิบมาอ่าน ไม่นึกเลยว่าอีกสิบปีต่อมา หนังสือเล่มนี้จะมีอิทธิพลต่อผมมากขึ้นไปอีก
"ถ้ามีใครสักคนหนึ่งตั้งคำถามว่า ที่ไหนมีจักรยานมากที่สุดในประเทศไทย คุณๆ บางคนอาจตอบว่าบริเวณท้องสนามหลวง หลายคนคิดว่าน่าจะเป็นกรมไปรษณีย์โทรเลข ขณะที่อีกหลายๆ คนคิดไกลไปถึงโรงงานทำจักรยาน มาถึงตอนนี้ ผมก็จะลุกขึ้นชี้แจงให้ทราบเสียเลยว่า นั่นเป็นข้อคาดคะเนที่ผิดพลาดหมด เพราะที่ถูกต้องก็คือ บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่างหากเล่า" นั่นเป็นคำประกาศของพี่ ดำรง อารีกุล ต่อความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของจักรยานในเกษตร ในปีที่หนังสือตีพิมพ์คือปี พ.ศ. 2524 นั้น บอกเราไว้ว่า สนามหลวงยังมีจักรยานให้เช่าขี่ กรมไปรษณีย์โทรเลขยังมีผู้ขี่จักรยานส่งจดหมาย (นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตามกันต่อไป)
ผมถูกโรคภัยแพ้อากาศ ส่งไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ ทว่าโชคชะตาก็พาผมกลับมายังดินแดนที่ผมไม่เคยแม้แต่จะฝันใฝ่ ด้วยใจอยากเรียนที่ตึกโดมริมน้ำเจ้าพระยา กระนั้นโชคชะตาก็ถีบผมมาอยู่ในที่ที่ต้องร้องว่า "เขียว -เกษตร- เข้มแข็ง- อดทน" ในปีที่ผมไปอยู่ในบางเขนนั้น ท้องฟ้าที่นั่นดูกว้างใหญ่ สีฟ้าใสสุดลูกหูลูกตา และแน่นอนว่าจักรยานนับร้อยนับพันคันยังมีโอกาสจอดอยู่ตามประตูต่างๆ ตั้งแต่บริเวณแปดเหลี่ยมหน้าหอประชุมใหญ่ หน้า ถ. พหลโยธิน บริเวณลานจอดจักรยานทั้งประตูหนึ่ง และประตูสอง และตอนนั้นยังไม่มีประตูวิภาวดี (ซึ่งมาสร้างเสร็จเอาก่อนที่ผมจะเรียนจบไม่นาน) หนังสือเล่าเกี่ยวกับหนุ่มนิสิตที่เข้าใจผิดว่าจักรยานของรุ่นพี่เป็นจักรยานของเพื่อน และกลายเป็นโศกนาฎกรรมของผู้มีความรัก เรื่องสปิริต เรื่องโลตัส เอ้ย โซตัส (ระบบรับน้องที่ผมเชื่อว่าเป็นระบบที่มีการกลั่นกรองและเตรียมการในเรื่องต่างๆ ไว้อย่างดียิ่ง แต่นั่นมันเป็นอดีตอันเนิ่นนานมาแล้ว)
วันแรกที่เข้ามาในพื้นที่บางเขนอันกว้างใหญ่นั้น ตะลัยยังไม่เปิดเรียนดี ผมเดินเข้าไปอยู่ในตึกพักอย่างเป็นสุข (คนเดียว) นอนฟังเสียงเครื่องบินจนใจเปลี่ยว ก็เลยเดินออกมาจนถึงสระขจี เดินเลยไปจนถึงที่ทำการองค์การบริหารองค์การนิสิต (อบ. ก.) และที่นั่นมีกองดอกไม้ พร้อมจักรยานคันเล็กๆ มัดจากลวดสายไฟฟ้า เตรียมไว้รับน้อง (ซึ่งผมก็เป็นน้องใหม่ไง) วันพรุ่งนี้ แต่วันนี้พี่รับผมเข้าไปให้ช่วยงานริดหนามแหลมของกุหลาบ มิตรภาพเกิดขึ้นง่ายๆ ตรงนั้น และผูกพันกันมาเนิ่นนาน
ภาพผ่านความทรงจำนั้นไม่เคยลืม ในเมื่อคติของเราเมื่อเก่านานมานั้น พี่บอกว่าเมื่อเราสุจริตใจ เป็นคนดีของสังคม อย่าเกรงอย่ากลัว และผมอยากจะบอกว่า ผมอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับจักรยานไปเรื่อยๆ เพราะนอกจากจักรยานจะช่วยให้เราได้ออกกำลังกายแล้ว ยังช่วยลดมลพิษ ช่วยให้เราได้มิตร และที่สำคัญทำให้ผมเป็นคนอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้ เป็นคนที่
หมายเหตุ ผมชอบรูปนี้ มันเหงาดี สมัยเรียนอยู่บางเขน เวลาจะชวนกันไปดูหนังสยาม เขาเรียกว่า "เข้าเมือง" ต้องนั่งรถไฟตั๋วกระดาษแข็งๆ สามบาท ไปลงหัวลำโพงแล้วนั่งรถเมล์มาลงสยาม แล้วแต่งหล่อ สะอาดที่สุด (กางเกงยีนมันซีดขาดเสียทุกตัวไป) บันทึกไว้ตรงนี้ เพราะอีกไม่นานปีหน้า ผมจะตามหาเพื่อนมาร่วมฉลองในการที่ได้รู้จัก และรักเกษตร ครบรอบ ๒๐ ปี |