พิมพ์หน้านี้
|
บางทีผมก็ค้นพบว่า ความทรงจำของมนุษย์ช่างมหัศจรรย์เสียเหลือเกิน บางอย่างรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เรากลับจำได้อย่างเหลือเชื่อ แต่หัวใจหลักของเรื่องราว เรากับหลงลืม แต่กับความทรงจำบนเส้นทางสายเจ้าหญิง สู่ชายหาดใต้ในนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย แม้ผ่านมาหลายเดือน แต่ก็ยังแจ่มกระจ่างในความทรงจำ แต่บางเรื่องสารภาพตามตรงผมก็หลงลืมไปหมดสิ้นเหมือนกัน
หลังจากนั่งรถจากแคนเบอร์รามาถึงเกือบเที่ยงคืน เรามีเวลาอีกวันเพื่อเตรียมตัวสู่ชายหาดภาคใต้ (แต่วันว่างนั้นเป็นวันเสาร์ และเราเตรียมใจที่จะไปลุยตลาดนัดหลายแห่งในซิดนีย์ - ซึ่งจะเอาไว้เล่าคราวหลัง) เพิ่งเก็บของจากกระเป๋าออกมาซัก อีกวันเราก็แพคกระเป๋ากันอีกครั้ง ครั้งนี้เพื่อนชาวซิดนีย์ของเราขอเป็นสารถี ขับรถบริการเพื่อนคนไทยสี่ห้าคน เราเรียกการเดินทางครั้งนี้เป็นรหัสว่า TTT อันย่อมาจาก ทีมไทยทัวร์ หรือทัวร์ไทยทีม ก็ได้ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว รถตู้ของเพื่อนชาวญี่ปุ่นเจ้าของบ้านที่ทิ้งไว้ให้พร้อมให้เราพักที่บ้านของเขา (ซึ่งเจ้าบ้านก็หนีกลับไปญี่ปุ่น ทิ้งบ้าน สวน และแมวหนึ่งตัวไว้ให้เราดูแล) ไปใต้คราวนี้ เราส่งคุณหลานๆ ไปเรียนพิเศษ คุณน้าคุณอาจะขอไปเที่ยวทะเลกันให้ชุ่มฉ่ำ เสียอย่างเดียวแม้ในเดือนเมษายน น้ำทะเลในออสเตรเลียก็ยังเย็นเกินกว่าที่คนไทยจะลงไปว่ายเล่นได้ง่ายๆ
บริเวณใกล้ๆ กับป้ายบอกจุดชมวิว มีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติของเส้นทางต่างๆ บริเวณแถบนั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ ผมถ่ายมาเพื่อที่ได้ระลึกว่า ป้ายสื่อความหมายในเมืองไทยนั้นเล็กเหลือเกิน ป้ายนี้บอกทั้งเส้นทางที่จะต้องเดิน มีระยะทางกี่ชั่วโมง จะพบอะไรได้บ้างในเส้นทาง พร้อมทั้งตัวอย่างพืชและสัตว์ ป้ายมีขนาดใหญ่กว้างเกือบสองเมตรสูงกว่า 1.50 ม.โดยประมาณ อยากให้เมืองไทยมีป้ายสื่อความหมายในอุทยานแห่งชาติแบบนี้บ้างจัง เราใช้เส้นทางเจ้าหญิง หรือ Princess Highway ที่วิ่งจากซิดนีย์บ่ายหน้าลงไปสู่ทางใต้ ระยะการเดินทางครั้งนี้ประมาณสามถึงสี่ร้อยกิโลเมตร ระยะเวลาที่จะใช้จริงน่าจะประมาณ 4 ชั่วโมงเศษๆ เพื่อไปสู่ที่พัก kioloa Beach Holiday Park (แล้วค่อยมาว่าเรื่องที่พักแบบนี้กันอีกครั้ง) หลังจากนั่งรถมาเกือบชั่วโมง ตื่นเต้นกับเส้นทางเลาะเลียบหนาผาหิน มองไปเห็นท้องฟ้าสีครามสวย อากาศเย็นสด แล้วลุงเวนย์ที่เราเรียกชื่อนี้ตามหลาๆ ก็หักรถปีนขึ้นเขา แวะขึ้นไปบนจุดชมวิวชื่อว่า suplime point บนความสูง 415.41 ม. เหนือระดับหน้าผานี้เอง ที่เรามองเห็นเมืองวูลลองกอง อยู่ใต้ฟ้าสีคราม และเห็นโค้งอ่าวไปไกลแสนไกล
โบสถ์ฟ้าตะวันตกนับได้ว่าเป็นวัดพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่มากในแถบนี้ ทางวัดได้จัดให้มีการเรียนการสอบทางศาสนา ทั้งการฝึกปฎิบัตธรรม สมาธิ และเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาพุทธ ทั้งยังมีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พอสมควร
บริเวณบันไดทางขึ้นไปยัง โบสถ์ของวัดน่านเทียนซึ่งพอขึ้นบันไดไปถึงหน้าปากประตูแล้ว เราจึงพบว่า นี่เป็นเพียงชั้นแรกเท่านั้น
จากชั้นแรกเดินเข้าไปอีกจะผ่านลานกว้างใหญ่ ก่อนที่จะต้องขึ้นบันไดไปยังโบสถ์ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ที่ด้านหน้ามีกระถางธูปใบใหญ่ มีลวยลายมังกรและตัวหนังสือ ทำให้ผมนึกถึงหนังจีนกำลังภายในสมัยก่อน พวกสิบแปดอรหันต์มนุษย์ทองคำ ที่ใครจะผ่าด่านไปได้ ด่านสุดท้ายต้องเป็นกระถางธูปขนาดใหญ่ ยกขึ้นมาแล้วท้องแขนจะมีตรามังกร ยังงั้นเลย โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่นับถือและชื่นชอบในการเที่ยวชมโบสถ์ วัด วัง เลยรู้สึกสนุกสนานไปด้วย ตัวโบสถ์สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน มองเห็นได้แต่ไกล
องค์เจ้าแม่กวนอิมพันมือ พระโพธิสัตว์ที่ไม่ยินยอมนิพพานเพราะจะอยู่โปรดสัตว์ให้ค้นพบความสุข
พระพุทธรูปสางสมาธิอยู่ในช่องผนัง นับสิบนับร้อยองค์ ตอนแรกผมไม่ทราบว่าในโบสถ์ห้ามถ่ายภาพ ตอนแรกจะมีแม่ชีมาห้าม แต่พอดีผมไม่ได้ใช้แฟลช ท่านเลยไม่ได้ว่าอะไร
เราใช้เวลาอยู่ที่วัดนี้ประมาณเกือบสองชั่วโมง ด้วยความสงบร่มเย็น แล้วจึงระลึกได้ว่าถ้าใช้เวลามากกว่านี้ เราจะผ่านเวลาเที่ยงโดยไม่ถึงตัวเมืองข้างหน้า และนั่นจะทำให้เกิดอาการ "หิว" ขึ้นมาแน่ๆ
ก็เลยรีบขึ้นรถเพื่อไปยังจุดหมายต่อไป เพื่อไปชม kiama Blowhole |
| New South Wales Panorama | ||
บางความทรงจำจากเมืองที่น่ารัก |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||