• เสือจุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 75
  • จำนวนผู้ชม : 31527
  • จำนวนผู้โหวต : 134
  • ส่ง msg :
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551
บนถนนสายเจ้าหญิงสู่ชายหาดใต้ # Pigeon House Mountain
Posted by เสือจุ่น , ผู้อ่าน : 365 , 18:08:27 น.   | หมวดหมู่ : walking in Sydney  
พิมพ์หน้านี้


เช้าวันนี้ทุกคนตื่นขึ้นมาเกือบจะพร้อมๆ กันเลย เมื่อวานเรามีไส้กรอกเหลือ เตรียมส้ม ขนมปัง แล้วก็น้ำดื่มอีกเล็กน้อย ชงกาแฟสดใส่กระติกอีกนิด แล้วเราก็ออกเดินทางไปยัง รังนกพิราบ

 Pigeon House Mountain หรือรังนกพิราบนี้ ได้รับการขนานนามโดย กัปตันเจมส์ คุก (Captain James Cook) เมื่อครั้งที่เขาเดินทางสู่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียในปี 1770 ทว่าชื่อดังเดิมของชาวอะบอริจิน ให้ชื่อยอดเขานี้ว่า Didhol หรือ Dithol ซึ่งหมายความถึงหน้าอกของหญิงสาว บนยอดเขาสูงนั้นเป็นยอดเขาหินปูน ยอดสูงสุด สูง 720 ม. เหนือระดับน้ำทะเล ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติมอร์ตัน

โน่นแหละครับ พีเจียนเฮาส์ อยู่ไกลลิบๆ นั่น

จากที่พักของเราลุงเวนย์ใช้เส้นทางเล็กๆ ซึ่งมีแต่คนที่คุ้นเคยเท่านั้นแหละที่จะรู้ เพราะเส้นทางวิ่งผ่านบ้าน สวน ฟาร์ม และภูเขาเล็กๆ ก่อนที่จะไปเชื่อมกับเส้นทางที่วิ่งตรงไปยังเชิงเขา เราใช้เวลาบนรถไปชั่วโมงกว่าๆ ก็ไปถึง จุดเริ่มต้นของการเดินป่าขึ้นเขา

สงสัยว่าวันที่เราไปนั้นคงเป็นวันที่ไม่ค่อยมีใครสนใจจะมาปีนพิชิตยอดรังนก เพราะว่าบริเวณจุดเริ่มต้นเดินเท้าซึ่งทำเป็นลานจอดรถไปด้วยกันนั้น มีรถจอดอยู่เพียงคันเดียว และรถของเราก็เป็นคันที่สอง จะว่าเรามาเช้าไปก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเราไปถึงเชิงเขาก็เกือบเก้าโมงเช้าแล้ว

อากาศบริเวณนี้เย็นสบายมาก ต้นไม้ที่พบเห็นส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้เฉพาะถิ่นออสเตรเลียจำพวก กัมทรี หรือยูคาลิปตัส ป่าเป็นป่าโปร่งๆ โล่ง เราค่อยๆ เดินไปตามทางที่มีการจัดการอย่างดี เขาใช้ไม้ท่อนใหญ่ๆ ทำเป็นขั้นๆ ให้เดินตอนที่ชันๆ เส้นทางช่วงแรกจะค่อยๆ ไต่เนินขึ้นไปเรื่อยๆ  เราหกคนแบ่งเป็นสองทีม ทีมหนึ่งสี่คน อีกทีมสอง เดินกันไปเรื่อยๆ ช้าๆ

จากจุดที่เราแวะพัก (ขวาล่าง) จะได้เป็นผืนป่าทางด้านตะวันตก (บน) และอีกช่วงหนึ่งเราต้องปีนบันไดสูงกว่าร้อยเมตรขึ้นไป เรียกว่าขาสั่นเป็นช่วงๆ เลยทีเดียว

ทีมสองคนรั้งท้ายมีผมอยู่ด้วย เพราะไหนๆ ได้มาเดินป่าที่นี่แล้ว ของัดกล้องดูนกมาด้วยพร้อมกัน รวมถึงขอเวลาพิจารณา เฟิน ดอกไม้ ใบไม้ และแวะถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ พอให้ได้ชื่อว่าเป็น "นักนิยมธรรมชาติ" กับเขาบ้าง  เท่าที่สังเกตการเดินขึ้นเขานั้น เขาถือว่าเป็นเสมือนกีฬาชนิดหนึ่ง เคยชวนเพื่อนชาวต่างชาติไปเดินป่าบนอุทยานแห่งชาติแม่วงก์  เราก็เดินดูนกชมไม้ไปเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ 1 กม. เราเดินเสียครึ่งวัน แต่เขาเดินไปถึงจุดหมายเลย เรียกว่าเดินกันจริงๆ จังๆ

ดอกไม้สีขาวที่เราไม่รู้ชื่อ แน่นอนดอกไม้สีแดงด้วยเช่นกัน สองชนิดนี้เป็นไม้พื้นถิ่น ต้นแรกเป็นไม้ล้มลุก แต่ต้นหลังเป็นไม้ยืนต้น ส่วนเฟินยอดอ่อนสีแดงๆ นั้น จับใจดีครับ  นี่แหละสีสันของธรรมชาติ

ลุงเวนย์บอกว่า ถ้าเราเดินกันจริงๆ จังๆ ก็จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้นในการเดินขึ้นถึงยอดและเดินกลับลงมาด้วยเราต่อรองว่าขอสัก 5 ชั่วโมงละกัน เพราะในกระเป๋าแพคของกินกันมาเต็มที่ เรียกว่าเตรียมมาปิกนิกกันเลยทีเดียว

ราวเหล็กและเส้นทางเดินสู่ยอด ซึ่งมั่นคงแข็งแรงและเห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้ที่จัดสร้าง และบำรุงรักษาดูแล

สองขาของมนุษย์นี่ช่างทรงพลังจริงๆ ที่เมื่อค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ เดิน มันก็จะป่ายปีนและดุ่มเดินไปได้เรื่อยๆ ถ้าใจยังไม่ท้อไปเสียก่อน เช่นกันกับการเดินของเรา มีช่วงสำคัญอยู่สองช่วง โดยช่วงแรกเป็นทางชันที่เราจะเดินไปถึงหน้าผาที่สามารถมองชมทิวทัศน์ของยอดนกพิราบได้

เราเดินไปพักไป จนถึงช่วงสำคัญอีกช่วง คือการปีนบันไดสูงเพื่อขึ้นสู่ยอด ตอนที่เห็นบันไดเรารู้สึกอัศจรรย์ใจในการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติของเขามาก เพราะเขาขนราวเหล็ก บันได เครื่องมือต่างๆ มาสร้างบันไดให้เราได้เดินขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคงและแข็งแรง และให้ความปลอดภัยสูง แม้มันจะชันกว่า 60 องศาเลยก็ตาม

เมื่อปีนบันไดผ่านมาแล้วก็เดินอีกเพียงสิบนาที เราก็ถึงจุดหมาย ยอดรังนกพิราบที่สามารถมองเห็นทิวเขารอบๆ สลับซับซ้อน ท่ามกลางฟ้าสีเข้ม และบนยอดเขานั้นก็มีป้ายบอกระยะทางว่าจากจุดที่เรายืนอยู่นี้ถ้าจะไปซิดนีย์ มีระยะทางกี่กิโลเมตร จะไปแคนเบอร์รากี่กิโลเมตร (ซึ่งชาวต่างประเทศนิยมกันมากจริงๆ เมืองไทยตอนหลังก็นิยมทำเหมือนกัน)

ป้ายบอกทิศ ที่มีหลายคนมาช่วยเขียน คนช่างเขียนนี่มีเหมือนกันทั้งโลกมั๊งครับ ไม่ว่าจะที่ไหนก็เจอได้

เมื่อยืนอยู่บนจุดสุดยอดของภูเขา สิ่งที่เราเห็นคือแนวเทือกเขาสูงต่ำ สลับซับซ้อน เห็นโตรกหิน เรียงรายเป็นหลืบชั้น โลกกว้างแผ่ขยายออกไปจนสุดขอบโลก วินาทีนั้นเราเหมือนเป็นหนึ่งเดียวของโลก ขณะเดียวกันก็ตัวเล็กที่สุดด้วย

 ณ ที่จุดที่สูงที่สุด เรากลับไม่ได้มองสิ่งที่อยู่ใต้เท้าของเรา แต่เรามองไกลออกไปยังสุดขอบฟ้า  แล้วก็เริ่มต้นคิดถึงสิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปอีกนี่กระมังความหมายของการเดินทาง ที่เมื่อไปถึงจุดหมายหนึ่งแล้ว เราก็คิดถึงจุดหมายอื่นอีก

จากจุดยอดเขาเรามองไปทางตะวันออก และเห็นภาพนี้และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกที่แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างไกล

แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุด เหมือนสมัยวัยรุ่นชอบใช้คำนี้ "ที่สุดทางกลับก็คือการเดินทางต่อ" เก๋ไหมล่ะ

จริงๆ แล้วทีมแรกขึ้นไปนอนรอทีมเราอยู่นานเหมือนกัน พอขาลง เราก็เลยค่อยๆ ปีนไต่บันไดเหล็กลงมากันอย่างช้าๆ คราวนี้มีครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งเดินมาพร้อมๆ กันมั้งพ่อแม่ลูก เด็กๆ อายุน้อยๆ ไปจนถึงวัยรุ่น  เขาปลูกฝังเรื่องการเดินป่า การศึกษาธรรมชาติกันแต่เด็กๆ ให้เดินลำบากกันเอง ของคนไทยเราอย่าว่าแต่ให้เดินเองเลย บางคนขึ้นรถแล้วลงในศูนย์การค้า จากศูนย์การค้าขึ้นรถ ลงอีกทีก็ถึงบ้าน ไม่เคยได้เห็นธรรมชาติ ไม่เคยได้สัมผัสแสงแดด และสายลม  ความคิดก็เลยแคบ ไม่กว้างไกล

เส้นทางเดินกลับ คือเส้นทางเดิมที่เราเดินขึ้นมา พักกินกลางวันยามบ่าย แล้วเราก็ค่อยๆ เดินลง บ่ายนี้เรากะว่าจะไปพายคายักกัน

ที่สำคัญต้องไปซื้อวัตถุดิบเพื่อทำอาหาร เพราะเย็นนี้เรามีปาร์ตี้เล็กๆ ตอบแทนโทนี และแกรมม์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 57
แม่หมี วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

ภาพสวยมากค่ะ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจัง
ความคิดเห็นที่ 56
ทรายรุ้ง วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

ลูกเสือทะเลเหรอครับ
น่าจะมีการส่งเสริมเรื่อง สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ การอนุรักษ์ฯ ดูแล ไว้ในหลักสูตรลูกเสือด้วย
เห็นเข้าค่ายกันที มีรอบกองไฟเสียงดังลั่นกันเลย
*************************************
ลูกเสือทะเลอย่างเราไม่เคยทำลายสิ่งแวดล้อมนะค่ะ..การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เรามีค่ะ..ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะนะค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 55
คนช่างเล่า วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 04.42 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


ครับแวะมายามอรุณรุ่ง

คงไม่ว่ารบกวนนะครับ

เมื่อว่าน ไปนั่งรื้อๆค้นๆ ไปพบสำเนา การก่อตั้ง บริทไปรษณีย์ ไทย พี่คิดว่าน่าจะเป็นเอกสารประกอบการเขียน สารคดีได้นะ

คือ การขอจัดตั้งบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด

หนังสือประทับรับรองจากกระทรวงพาณิชน์ และเอกสารอื่นๆอีก ปลดเกษียณแล้วจะเขียน หรือเริ่มตอนนี้แหละได้คุณครูเสือจุ่นนี้แหละ สอนสั่ง
ความคิดเห็นที่ 54
shibuki วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 12.34 น.
http://www.oknation.net/blog/shibuki
Life is short and beauty transient

หนีนกเพนกวินมาดูนกพิราบด้วยคนค่ะ ภาพถ่ายสวยมากเลย
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ
ความคิดเห็นที่ 53
วิตามินบี วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 00.30 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ชาวโอเคคะ…ช่วยเหลือกันหน่อย

เนื่องจากน้องรี (กิตติ ขำวิไล)แม็สเซ็นเจอร์ เพื่อนร่วมงานของคุณตาทุย ที่สายการบินเอทิฮัท แอร์เวย์ส ประสบเหตุถูกทำร้ายร่างกาย(ลูกหลง)โดนฟันที่แขน โดยเฉพาะที่ขาเป็นแผลฉกรรณ์มาก เส้นเลือดใหญ่ขาดไปหลายเส้น เสียเลือดมากอาการสาหัส รักษาตัวอยู่ที่ รพ.รามาตั้งแต่คืนวันเสาร์ ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากกรุ๊บเลือดของเขาหายาก(a/b RH ลบ) เพื่อนๆชาว okคนไหนที่มีเลือด กรุ๊ปนี้ โปรดช่วยบริจาค หรือช่วยถามไถ่เพื่อนฝูงให้ด้วยนะคะ
ติดต่อกับบล็อกเกอร์ตาทุยที่เบอร์083-6045233ด่วนมาก
ความคิดเห็นที่ 52
แพนด้ามหาภัย วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 22.24 น.
http://www.oknation.net/blog/pandapanda
+ + My Life as a Bitter Sweet Chocolate + +

ไปเที่ยวด้วยคนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 51
คนช่างเล่า วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

คำสั่งที่1/2463
ลงวันที่ 6 เมษายน พระพุทธศักราช 2463

พระยาราชดรุณรักษ์ หัวหมื่น

ให้เก็บเงินค่าฝากส่งพัสดุ ที่ส่งไปแม่สอด
เพิ่ม 40 สตางค์ ต่อน้ำหนัก 500 แกรม หรือเศษ ของ 500แกรม
ความคิดเห็นที่ 50
หนาแป้นปีก วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 18.35 น.
http://www.oknation.net/blog/hanpanpeek

แวะมาเยือนครับ
ความคิดเห็นที่ 49
ชาลี วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/chaleejang
This land taught me the value of life.

ป้ายบอกทิศ กับคนช่วยเขียน

เห็นภาพแล้วอยากไปบ้างจัง

จริงสินะ ที่สุดทางกลับก็คือการเดินทางต่อ

เราเดินทางกันอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด

"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 48
ครูส้ม วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 15.27 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ทำได้แล้วค่ะ
ป้าส้มแก้ไขลายเซ็นต์ได้แล้ว
ถึงจะเว้นช่องไฟยังไม่สวย
แต่ก็โอเคแล้วค่ะ

ขอบคุณมากกกกๆ
แล้วค่อยพบกันที่ พุทธมณฑล
หากเป็นไปได้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 47
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 12.39 น.
http://www.oknation.net/blog/nnnnnn
_ข้าพเจ้าเป็นสุขกับทางโลก...เสมอด้วยทางธรรม_

ทุกภาพที่ปรากฎสวยงามมากๆเลยค่ะ

ของจริงคงงดงามกว่านี้หลายเท่า ชอบมากค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 46
เจเจค่ะ วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 02.58 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ดอกสีแดงแจ๊ดเยย

สดใสจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
chabaphai วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 01.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kumhomdoi

ขอบคุณเจ้าตี่ช่วยแนะนำ.........บางครั้งเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลย..เมื่อเขามาเยือน..บางคณะก็มาเยือนเฉยๆ
บางคณะก็เอาของมาแจก
ส่วนkumhomdoi....ก็ได้ส่งเสริมแนวคิดอย่างหลังเหมือนกันค่ะ.......เป็นกิจกรรมเล็กๆบนดอย..วันที่28นี้จะมีพิธีเปิดไงจะเอารูปมาฝากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 44
Sudteerak วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you


แอบตามมาเกาะเป้เที่ยววคะ
ความคิดเห็นที่ 43
lost-in-space วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)" Change >> New Politic ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี

"ที่สุดทางกลับก็คือการเดินทางต่อ" คงจะเหมือนกัน จุดเริ่มต้น กับจุดสิ้นสุด ก็คือจุดเดียวกัน มั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 42
แมวเหมียว วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok


ขี่จักรยานมาฝากจากอินโดนีเซียค่ะ
ความคิดเห็นที่ 41
คนช่างเล่า วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

รัชกาลที่ 5 ครองราช 2411-2453

รัชกาลที่ 6 ครองราช 2453-2468

รัชกาลที่ 7 ครองราช 2468-2477

ครับผมนำมาเปรียบเทียบ ช่วงรัชกาล เพื่อวิเคราะห์โยงให้ดู

ดังนั้น เมื่อจักรยานยนต์นำมาใช้ ช่วง ร.6

จักรยาน จึงต้องเป็นตอนปลายรัชกาลที่ 5 นะครับ
ความคิดเห็นที่ 40
คนช่างเล่า วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


คำสั่งที่ 24/2469

เรื่อง ให้จัดการไปรษณีย์โทรเลข รับเสด็จพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คำสั่งลงวันที่ 28 พฤศภาคม พระพุทธศักราช 2469

ความว่าด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะได้เสด็จประทับแรม ที่ตำบลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในวันที่ 30 พฤศภาคม 2469

1. ให้นายไปรษณีย์ ที่ทำการไปรษณีย์ฦฦฦฦฦโทรเลขที่ 4 กรุงเทพฯ จัดส่งพนักงาน 1 นาย ไปรษณีย์บุรุษ 1 นาย รถจักรยานยนต์ 1 คัน ไปรับเสด็จในขบวน

ครับตรงนี้วิเคราะห์ จับประเด็นอะไรได้ใช่ไหม
ความคิดเห็นที่ 39
ครูส้ม วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 20.00 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ตามมาขอบคุณค่ะ
เห็นคุณทำให้แล้วดีใจมากๆเลย
เรียกเพื่อนพ้องน้องพี่
มาดูที่คอมฯกันหมดบ้าน

วันที่ 1 มีนา ก็ไปได้แล้วค่ะ
แต่พวกเรากำลังจัดสวน..จัดซุ้ม
คงยังไม่เรียบร้อย

ขอบคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 38
คนช่างเล่า วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 19.58 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


คำสั่งที่ 4/2469

ว่าด้วยเลิกการรับจ่ายเงินธนาณัติ ที่จังหวัดกระบินทร์บุรี

ความว่า เนื่องจากประกาศ ทางราชการ ในหนังสือราชกิจจนุเบกษา เล่ม 43 ตอนที่ ลงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2469 ให้เลิกคลัง จังหวัด กระบินทร์บุรี ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2469 เปนต้นไป

เปน เขียนเช่นนี้ ครับ

จังหวัดกระบินทร์ ถูกยุบไป
ความคิดเห็นที่ 37
Ch.Minivet วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 


มาส่ง Postcard อีกแล้วจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 36
Dogstar วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 19.27 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

คุณเสือจุ่นคะ เวลาวาดบางครั้งไม่ค่อยทราบเรื่องกายวิภาคของนกหรอกค่ะ ไม่เคยเรียนวาดรูปกะเขาเลย
ว่าแต่ปากนกกระเต็นนี่ปากมันเล็กไปหรือคะ คราวหน้าเอาใหม่
ความคิดเห็นที่ 35
Kibangkok วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 14.48 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

wow.........ภูเขาสวยมากๆๆๆครับ
อยากไปเที่ยวดูของจริงมั่งจัง
ความคิดเห็นที่ 34
คนช่างเล่า วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 13.17 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

คน ทำงาน ไปรษณีย์

อยู่กับอุปกรณ์ต่างๆ

เรมไม่เห็นคุณค่าครับ
ความคิดเห็นที่ 33
แม่น้องฯ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 22.06 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD


พูดถึงเรื่องเดินเนี่ย
ตอนอยู่เมืองไทยเจ้าลูกชายแม่น้องก็เดินแทบจะไม่เป็น
แล้วตอนมาอยู่เยอรมนีใหม่ๆ
เวลาพ่อแม่พาไปเดินเที่ยวเล่น ลูกชายเดินไปบ่นไป
บางวันเดินไปร้องไห้ไปก็มี
เดี๋ยวนี้เดินจนชินไม่ร้องไห้แล้ว
ความคิดเห็นที่ 32
ครูส้ม วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.50 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ว่าแต่ว่า....
ตอนนี้อยู่ประเทศไทยหรือเปล่า

กลับมาแล้ว...แจ้งที่บ้านป้าส้มด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 31
ครูส้ม วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

คุณเสือจุ่นจ๋า
ช่วยตามไปดูโฆษณาและช่วยเชียร์
งานกล้วยไม้ที่พุทธมณฑลใกล้ๆบ้านเรา
ให้หน่อยนะคะ

ครูส้มอยากมีเขียนโฆษณาใต้"ความคิดเห็นที่..."
ที่คุณเสือจุ่นเคยช่วยโฆษณาให้
เวลาเราไปเม้นท์บ้านใครเขาก็เห็น
ใต้ชื่อเม้นท์ของเรานะคะ
เขาทำกันอย่างไงค่ะ
สอนหน่อยซิ


http://www.oknation.net/blog/mokara/2008/02/25/entry-1
ความคิดเห็นที่ 30
คนช่างเล่า วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.13 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

มาชวนไปโคราชครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nakornrajsima
ความคิดเห็นที่ 29
คนช่างเล่า วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


พี่พยายามตามหารถจักรยาน

ที่ไปรษณีย์นำมาใช้ เพื่อขี่ไปจ่ายจดหมายครับ

ไปเจ่อคำสั่งที่ 25/2463 ลงวันที่ 21 กรกฏาคม พระพุทธศักราช 2463(สั่งเกตุนะครับ พ.ศ. เขาเขียนเต็มเลย)

ว่าด้วย การ ขอ อนุญาตใช้ ยาน พาหนะ สำหรับราชการภายในกรุงเทพฯ

มีแบบฟอร์มพร้อม แต่ไม่ชัดเจน เป็นยานพาหนะประเภทใดครับ
ความคิดเห็นที่ 28
chabaphai วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 17.07 น.
http://www.oknation.net/blog/kumhomdoi


สวัสดีเจ้า...อ้ายเสือจุ่น
ขอคุณที่มาเยือนเป๋นกำลังใจ๋เจ้า...แฮ่มือใหม่หัดแป๋ง
ดอยบ้านเปิ้นเมืองเปิ้น...หยังมางามแต๊ๆ..เน้อเจ้า
กึดเติงหาพะเยา...ก้อมาแอ่วพะเยาเน้อเจ้า..ยินดีต้อนฮับ
แล้วจะปาไปแอ่วบนดอย..ไปเต้นจะคึ..กับชนเผ่าลีซอเจ้า
ความคิดเห็นที่ 27
หมีปิศาจ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 16.55 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

พี่เสือจุ่น ขอโทษที ผมไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลย
แต่ที่บ้านคนอื่นๆ คงมีให้ดูแล้วนะครับ
ความคิดเห็นที่ 26
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 21.50 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ชอบลีลาการเขียนเรื่องนี้ครับ สบายอารมณ์ชะมัด

มอบให้ 1 คะแนนครับ
ความคิดเห็นที่ 25
TheQueenofNostalgia วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 11.13 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

หวัดดีค่ะพี่เสือจุ่น
ึคุณพ่อยังดูนกอยู่ค่ะ
แกอยู่ที่เชียงใหม่ด้วย มีให้ดูเต็มเลย
ความคิดเห็นที่ 24
เจริญขวัญ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

ถ้าจะมาเมื่อไหร่ หรือตั้งใจจะมา เชิญนะคะ

มาได้ตลอดเวลา ดิฉันนี่ตั้งใจจะไป Yellow Stone

แต่มันก็ไกลจริงๆ แต่ต้องไปแหละ ตั้งใจแล้ว

อยากไปมากๆ

ป่าเมืองไทยที่ไปเดินมาแห่งสุดท้ายก็ป่าท่าชนะค่ะ

ชายแดนสุราษฏร์ชุมพร

อ่านเอ็นทรี่นี้แล้ว คิดถึงการเดินป่ามากๆ เลย
ความคิดเห็นที่ 23
เดกน้อยพริม วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 20.03 น.
http://www.oknation.net/blog/camsune
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม

สวัสดีค่ะคุณอา

ขอบคุณที่คุณอาเข้าไปเยี่ยมบ้านของพริมนะคะ

ภาพ วิว สวยมากเลยค่ะ

น่าไปมั่งจัง

พริมก็ศึกษาเรื่องธรรมชาติอยู่ค่ะคุณอา^-^
ความคิดเห็นที่ 22
ปณาลี วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/iisu

ภาพสุดท้ายนี่สวยจังเลยค่ะ...
ชอบๆ ให้ไปดูเอง คงจะไม่ได้เห็นแน่ๆ
ความคิดเห็นที่ 21
หมีปิศาจ