• เสือจุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 64
  • จำนวนผู้ชม : 21063
  • จำนวนผู้โหวต : 110
  • ส่ง msg :
ณ บ้านสวนพุทธมณฑล
เที่ยวท่องไปในโลกกว้าง ศึกษาธรรมชาติผ่านหมู่นก และกล้วยไม้ เดินทางไกลในความรักและรื่นรมย์บนอานจักรยาน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/tigerjun
วันศุกร์ ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551
บนถนนสายเจ้าหญิงสู่ชายหาดใต้ # พริตตี้บีช Singing Stone และจิงโจ้ฝูงนั้น
Posted by เสือจุ่น , ผู้อ่าน : 299 , 10:31:53 น.   | หมวดหมู่ : walking in Sydney  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อลงจาก "รังนกพิราบ" แล้ว เราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ในแถบนั้น ตามชั้น ผมคว้าเนื้อมาครึ่งกิโล เดินวนหาสะระแหน่ ต้นหอม ผักชี หอมแดง และมะนาว รวมถึงคว้า โหระพาฝรั่ง สวีตเบซิล กับหน่อไม้กระป๋องมาด้วย


เพราะ คืนนี้เราจะมี "ลาบปาร์ตี้"
  หลัง

ปกติชาวต่างประเทศจะไม่กินอาหารเป็นสำรับ แบบของคนไทย เขาจะกินอาหารเป็นคอร์ส ดีที่ลุงเวนย์ และญาติ เป็นฝรั่งที่ไม่เหมือนฝรั่ง เพราะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมแบบไทย ที่กินข้าวร่วมมื้อ กินอาหารร่วมจานได้

อย่างไรก็ดี เราแปลนไว้ว่า เราจะมี ส้มตำไทย เป็นสลัด (แน่นอนว่ามะละกอ อร่อยสู้เมืองไทยไม่ได้) มีลาบเป็นเมนดิช กินกับข้าวเหนียว  (ลาบนี้มีให้เลือกทั้ง ลาบไก่ ลาบปลา และลาบเนื้อ)  และแกงหน่อไม้ไก่ใส่กะทิ เป็นซุบ (ผมแกงแบบไม่เผ็ดร้อนมาก และไม่กระหน่ำกะทิให้ข้นเกินไป และแน่นอน ไม่หวานเหมือนอาหารไทยเอาใจฝรั่ง มีเผ็ดร้อนแทรกนิดหน่อย เสียดายไม่มีมะเขือเปราะหรือกระชาย ลดคาวไก่)

การปรากฏว่า เราลืม ขนมของขบเคี้ยวเรียกน้ำย่อย ดีที่แกรมม์ เอาชีส รสต่างๆ มาให้กินกับแครกเกอร์  แถมหิ้วเบียร์หมักปรุงเองโดยคนแถวนั้นมาหลายลัง

คืนนั้นอาหารอร่อยหรือไม่ เราไม่รู้ แต่ลาบหมดเกลี้ยง ไม่เหลือเลย


-------------------------

พระอาทิตย์อันอบอุ่นยังไม่สาดแสง ออกมาจากกลุ่มเมฆเลย เมื่อตอนที่ผมตื่นขึ้นมาชงกาแฟ พร้อมกับขนมปังปิ้ง และผลไม้ออกมานั่งจิบริมระเบียงหน้าบ้าน


นกแก้วเจ็ดสี (ความจริงชื่อ rainbow lorikeet) บินมากินแอ๊ปเปิลจากมือเลยทีเดียว

ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวที่ออสเตรเลีย ทั้งบริสเบน ซิดนีย์ แคนเบอร์รา เมลเบิร์น กิจกรรมอย่างหนึ่งที่น่าสนุกมากอย่างหนึ่งคือการให้อาหารนกแก้ว  เพียงแค่ฝานแอปเปิ้ลเป็นชิ้นๆ วางไว้ตามระเบียง ไม่นานจะมีนกแก้วเจ็ดสีลงมากินผลไม้
ผมลองเอาผลไม้วางไว้บนมือนกก็ยังไม่กลัว กระโดนขึ้นมือมาจิกกินอย่างเอร็ดอร่อย

เช้าวันแรกเรายุ่งๆ กับการจะไปปีนเขา เลยไม่ทันสังเกต
แต่เช้าวันนี้ ยังไม่ทันตั้งตัว นกก็ประชิดมาถึงมือ ไม่เขินอายกันบ้างเลย


วันนี้เราจะไปฟังเสียง "หินร้องเพลง" กันครับ

จากหาดที่พักของเรานั่งรถไปประมาณยี่สิบนาที ก็จะพบกับ ป้ายของอุทยานแห่งชาติ มูรังมารัง  อุทยานนี้มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งที่เป็นเนินเขามาจนจรดหาดทราย
น่าอิจฉาคนที่โน่น ทะเลของเขาลุ่มลึก มองไปได้ไกลจนสุดขอบโลก เพราะว่ามันเป็นชาดหาดของมหาสมุทร มีแนวหาดทรายยาวเหยียดนับร้อยกิโลเมตร แค่หาดทรายที่เรากำลังจะเดินไปฟัง "หินร้องเพลง" เดินกันเหนื่อยแล้ว


ทรายสีออกแดงจากหินทราย และหินอัคนีหลากหลายรูปทรง บนผืนหาดของอุทยานแห่งชาติ มูรังมารัง ที่ตั้งของ พริตตี้บีช และซิงกิ้งสโตน ที่บางทีอาจไม่อยู่ในหนังสือนำเที่ยวเล่มไหน

เราค่อยๆ เดินผ่านหาดทรายที่มีนักท่องเที่ยวนั่งๆ นอนๆ อาบแดด บ้างลงไปเล่นเซิร์ฟ ว่ายน้ำ  ทรายที่นี่เป็นเม็ดละเอียดแต่ไม่นวลนุ่มเท้าเหมือนทะเลแถบหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นเพราะวัสดุก่อกำเนิดคนละอย่างกัน เพราะส่วนใหญ่เป็นหินทราย แต่ของไทยเรามีหลายอย่างมากกว่านั้น

อย่างไรก็ดี เราค่อย ๆ เดินผ่านชายหาดที่แสงแดดแรง แต่อุณหภูมิแค่ 15 องศา เป็นประสบการณ์ที่แปลกดีเหมือนกัน เพราะปกติหาดทรายบ้านเราจะร้อนกว่า 30 องศา เดินเท้าเปล่าทีไร แทบจะทำให้ "ตีน" พอง ไปเสียทุกที

เดินเลียบชายหาดไป ปีนข้ามแหลมไปสองแหลม เราก็ไปถึง "singing stone"

ผมมองหานกทะเลบางชนิดที่อยากจะได้เห็น (เรื่องนก ไว้จะเล่าอีกที ผมคิดชื่อตอนไว้แล้ว) แล้วก็ได้พบสมใจ เป็นนกจับหอยนางรม Oyster catcher ตัวสีดำปากสีแดงสด เคยมีข่าวร่ำลือว่าพบในเมืองไทยที่แหลมปะการัง จ. พังงา แต่นั่นยังไม่มีใครถ่ายภาพยืนยัน 

จะให้ผมบรรยายเกี่ยวกับทะเลยังไงดี ทะเลที่อ้างว้าง คลื่นลมที่รุนแรง แดดใส ฟ้าสดจัด และอากาศที่แสนสบาย ผมชอบจริงๆ

เมื่อเราเดินไปถึงสุดปลายแหลมด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นแผ่นหินทรายขนาดใหญ่ ตรงกลางมีร่องลึกเหมือนโดนสายน้ำซัดเซาะจนเป็นร่องยาวหลายสิบเมตร ร่องใหญ่ขนาดที่จะส่งหญิงสาวตัวเล็กๆ บางๆ ลงไปด้านล่างได้  แล้วลุงเวนย์ก็ประกาศ

"นิ่ง และฟัง"

เสียงน้ำที่คลื่นพัดพาวิ่งเขามาจนสุดร่องหลืบ เสียง "กราว ว วว" ดังกึกก้องสะท้อนยาวนานนับนาที ส่งเสียงทุกครั้งที่คลื่นพาน้ำพัดคืนกลับสู่ทะเล

เรานั่งฟังอยู่อย่างนั้น "แกรบบบบบ กราวววววววววว" 
มันช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ นี่หรือหินร้องเพลง  หินบรรเลงเพลงตามการกำกับของคลื่น และ น้ำ

คราแรก ผมนึกว่า ต้องเป็นหินก้อนใหญ่ด้านในกลวง แล้วเราใช้ไม้หรือมือเคาะออกมาเป็นเสียง  นั่นเป็นความคิดตื้นเขิน

เสียงครางครืน นั่นเป็นเสียงบริสุทธิ์แห่งธรรมชาติ สำเนียงจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามปริมาณและกำลังแรงของสายน้ำ และวัตถุที่กำเนิดเสียงก็คือก้อนหินอัคนี กลมมันจำนวนนับพันนับหมื่น ที่แต่ละก้อนมีขนาดเล็กตั้งแต่หัวแม่โป้ง เท่ากำปั้น ไปจนถึงก้อนใหญ่ขนาดแคนตาลูป

กรวดหินเคลื่อนไหวตามทำนองคลื่น ส่งเสียงให้ตื่นเต้น เร้าใจ

แค่นี้ก็มหัศจรรย์แล้ว

ภาพนี้อยู่ตรงเลยลานจอดรถมานิดเดียว ขอให้สังเกตว่าเขาจัดทำเส้นทางเดินอย่างดี มีการปูพื้น และทำราวจับให้ ส่วนหนึ่งเพื่อกันไม่ให้คนเป็นอันตราย และบังคับไม่ให้เดินออกนอกเส้นทาง มองไปไกลลิบๆ โน้น ครับ กว่าจะไปถึง "หินร้องเพลง"

ขากลับ ผมอยากสารภาพตรงนี้ว่า ผมอยากเล่นน้ำทะเลที่นี่บ้างจัง แต่ทำฟอร์ม ไม่ยอมลงเล่น ประการหนึ่งแต่งตัวอย่างกับมาเดินป่า ไม่ได้เตรียมกางเกงขาสั้นไว้ให้พร้อม เพราะไม่คาดว่าจะมากระโดดลงทะเลที่หนาวนี้อย่างไร

แต่กระนั้นก็ตามมีกระเหรี่ยงไทยใจกล้าอยู่สามคน เสื้อยืด กางเกงขาสั้นครบครัน นึกครึ้มใจอยากเล่นน้ำทะเล เอ๊ะไม่ใช่ น้ำมหาสมุทร ให้สมกับที่ได้มาเที่ยว ตอนแรกก็ค่อยๆ เดินเอาเท้าลุยน้ำ แกว่งไกวให้เปียกเล่น แล้วก็ค่อยๆ เดินเข้าไป เดินเข้าไปในทะเล

แล้วก็กระทำการซึ่งหนุ่มสาววัยรุ่นปัจจุบันคงไม่ทำกันแล้ว นั่นคือกระโดดหันหลังกระแทกสู้คลื่น เคยเล่นกันไหมครับ  กระโดดเข้าหาคลื่นให้คลื่นตีกลับ สนุกแบบที่วัยรุ่นสมัยนี้ไม่เข้าใจ  ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นพร้อมรบ 

เหล่าเธอทั้งหลายคงค่อนในใจ เดี๋ยวนี้เขาใส่วันพีช ทูพีช ลงไปอาบแดดเล่นน้ำ กันแล้วนะป้า เสื้อยืดกางเกงขาสามส่วน น่ะโบราณเต็มที

เห็นแล้วผมก็ได้แต่นึกขำในใจทุกทีไป (เสียดายไม่กล้านำภาพมาลง เพราะคนหนึ่งในนั้นเป็นคนที่บ้านผมเอง)

กระโดนตัวลอยให้คลื่นโยนกลับเข้าฝั่งกันสักครึ่งชั่วโมงก็หมดแรงกันแล้ว เลยเดินกลับมาที่บริเวณ "ปาร์ค" หรือป่าริมชายหาดใกล้กันกับที่จอดรถ

แถวนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นนิวาสสถานถิ่นอาศัยของจิงโจ้ (ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นจิงโจ้พันธุ์อะไร ใครจะไปนึกว่าจิงโจ้มีตั้งหลายชนิด นึกว่ามีชนิดเดียว)

เรามองหาอยู่ไม่นานก็เห็นฝูงจิงโจ้ ค่อยๆ กระโดดออกจากที่กำบัง แล้วก็กระโดดมาใกล้ๆ กันกับพวกเรา ลุงเวนย์ชาวซิดนีย์ผู้มีประสบการณ์มากที่สุด งัดผลไม้วิเศษ แอ๊ปเปิ้ลออกมาอีกแล้ว ทั้งยังหั่นเป็นชิ้นๆ แต่คราวนี้ จิงโจ้เมิน  เล่นตัวไม่เดินเข้ามาเหมือนนก

ตอนแรก พวกมันก็อยู่ห่างไกลหลายเมตร พอๆ กับที่เราก็สงวนท่าที ทำตัวกลัวมันเป็นตัวผู้ จิงโจ้นักชกมวย  ค่อยๆ ย่อง ค่อยๆ เดินเข้าไปหา จนเกือบจะลูบตัวได้

จิงโจ้ที่นี่คงไม่ตื่นคนเท่าไร เพราะมันอยู่ในอุทยานแห่งชาติ และแถบนี้ก็ไม่ค่อยนิยมกินเนื้อจิงโจ้เท่าไร (เนื้อจิงโจ้มีขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตในเมืองด้วย แต่ผมไม่ได้ชิม เพราะอย่างอื่นมีกินเยอะแล้ว)

เราเดินไปอีกนิดจึงพบว่า มีคนทำถุงอะไรตกไว้ ด้านในมีธัญพืชหลากหลายชนิด นี่เองอาหารเสริมที่เจ้าตัวกระโดดชอบใจ  แค่เอาใส่มือแล้วยื่นออกไปตรงหน้า จิงโจ้หนุ่มใจกล้า ก็ยอมแลบลิ้นสากๆ มาเลียอาหารไปจากฝ่ามือ

ไปคราวนี้ได้ให้อาหารสัตว์ท้องถิ่นตั้งหลายชนิด
แต่ไม่รู้ว่า มันผิดกฏเขาหรือเปล่านี่สิ ผมยังสงสัย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30
manop26 วันที่ : 15/03/2008 เวลา : 18.05 น.
http://www.oknation.net/blog/manop26
 

เรื่องของคุณก็เขียนดีหลายเรื่องน่าอ่านมาก....เรื่องพาแม่เที่ยวเหนือตอน 2 เสร็จแล้วครับ....ตอนนั้นเกิดข้อผิดพลาด
ความคิดเห็นที่ 29
หมีปิศาจ วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 09.13 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ลืมบอกไปครับ ว่าโหวตให้ความน่ารักของเจ้า นกแก้ว7สี กับ จิงโจ้
ที่ไม่กลัวมนุษย์เลย

รวมทั้งเจ้า นกจับหอยนางรม ด้วย

สวัสดีตอนเช้าครับ
ความคิดเห็นที่ 28
หมีปิศาจ วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 08.26 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

น่าทึ่งมากครับ ก้อนหินร้องเพลง เสียดายไม่มีคลิปเสียงมาให้ฟังนะครับ
คงหาโอกาสไปในที่แบบนี้ได้ยากน่ะครับ

ที่น่าทึ่งมากกว่า ก็ลุงเวนย์นี่แหละ พูดไทยชัดแจ๋ว
นิ่ง และ ฟัง อิอิอิ

กระโดดหันหลังโต้คลื่น ผมก็ชอบทำบ่อยครับ
แต่ส่วนใหญ่จะพยายามกระโดดให้ข้ามลูกคลื่นครับ

ความคิดเห็นที่ 27
ย่าดา วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 20.57 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

คุณเสือจุ่นลองภูมิย่าฤ อิอิ
ดอกไม้ที่ลงท้ายด้วยพฤกษ์
มีอยู่หลายตัวด้วยกัน เดี๋ยวขอนับดูก่อนนะ
ราชพฤกษ์ (คูน) ดอกสีเหลือง
กัลปพฤกษ์ ดอกสีชมพู (ที่ย่าพรีวิวอยู่ในบล๊อกตอนนี้)
กาฬพฤกษ์ ดอกนี้ก็สีชมพูเหมือนกัน แต่ดอกเล็กกว่า
เป็นตุ้มๆ ลักษณะคล้ายตุ้มหู ไว้เอามานำเสนอดีม๊ะ
ส่วนพฤกษ์ เฉยๆ ก็คือจามจุรีสีทอง,ถ่อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Albizia lebbeck (L.) Benth.
วงศ์ Leguminosae-Mimosoideae
ความคิดเห็นที่ 26
แม่หมี วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 15.53 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

อยากได้ยินก้อนหินร้องเพลง......คงน่าฟังมาก
ความคิดเห็นที่ 25
พราวนภา วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 01.54 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
ไม่เคยไปเลยค่ะ..
ได้ความรู้จากที่นี่..ขอบคุณมากค่ะ..

..
ความคิดเห็นที่ 24
cozy วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
dextropropoxyphene, methadone,nalbuphine, pethidine, pentazocine buprenorphine, dextromoramide,chlormethiazole. f**k it, we would've injected vitamin C if only they'd made it illegal.

โอ้ อยากไป อยากไป

ขอบพระคุณคร้าบบบบ
ความคิดเห็นที่ 23
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 19.39 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

กลับมาอีกครั้งเพื่อฟังหินร้องเพลง
ความคิดเห็นที่ 22
delicoco วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

กลับมาเอ็นทรี่นี้อีกรอบค่ะ

พอจะมีตอนต่อไปให้อ่านอีกมั้ยคะ ไม่เคยได้ไปออสเตรเลีย ถ้าได้อ่านก็น่าจะดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
เป๊ปซี่ วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

ขอบคุณคุณเสือจุ่นมากครับที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง "สะพานหิน" และ "อนุสาวรีย์หอย" ผมอยู่ตรงนั้น ถามใครต่อใครก็ไม่มีใครรู้เคยเปิดเข้าเว็บไซด์ของภูเก็ตเองก็ไม่เจอ.....ดีใจมากครับที่ได้รู้ซะทีในวันนี้.....ผมทราบแต่ว่าคลองที่ว่านั้นเป็นคลองที่อยู่หลังด่านศุลกากรภูเก็ตที่ผมอยู่นี่เอง....โบราณคงเป็นท่าเรือแล้วให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรลงไปตรวจเรือได้...ปัจจุบันคลองเล็กลงเหลือนิดเดียว...แล้วก็มีวิทยาลัยอาชีวะและบ้านเรือนราษฎรมาขวางกั้นจนเดินลงไปไม่ได้ถึงคลองแล้วครับ.......
ความคิดเห็นที่ 20
ย่าดา วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 11.51 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ตามมาอ่านค่ะ อยากไปเที่ยวจัง
ความคิดเห็นที่ 19
INDYLOVE วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

เข้ามาอ่านต่อจนจบแล้วค่ะ
สนุกจังเลยค่ะ บรรยายเก่งมากเลยค่ะ
นึกถึงตอนให้อาหารนกแก้วกับจิงโจ้
ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเชื่องขนาดนั้นนะคะ
เรื่องกระโดดน้ำทะเลอ่านแล้วสนุกไปด้วยเลยค่ะ
เพราะนึกถึงตอนไปเล่นน้ำทะเลก็จะชอบโดดแบบนั้นเหมือนกัน
ดีจังนะคะได้ไปเที่ยวไกลๆแบบน้ำแล้วเอามาบอกเล่าให้ฟัง
ทำให้คนไม่มีโอกาสได้อ่านแล้วเหมือนไปเที่ยวด้วยเลยค่ะ
อย่างนี้ต้องโหวตให้แล้วค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 18
feng_shui วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

มาเก็บภาพสวย ประทับใจด้วยคนค่ะ

สวัสดีบ่ายๆวันอาทิตย์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
naijoe วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 02.31 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

มีจิงโจ้ด้วยครับ...


ชอบ...




ความคิดเห็นที่ 16
ครูส้ม วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 18.47 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

นกแก้วสีสวยมาก
เชื่องๆอย่างนี้น่าแอบเอามาเลี้ยงบ้านเราเน๊อะ

กลับจากงานพฤกษาตะวันออก
เอารูปมาฝากกันบ้างนะคะ
ความคิดเห็นที่ 15
BlueHill วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 17.47 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

rainbow lorikeet สีสวยบาดตามาก เขาร้องเสียงดังไหมครับนี่ตอนกินอาหารใกล้ ๆ เรา


Oyster catcher หาชมได้ยากจริง ๆ วันนี้นับว่าเป็นบุญตานาย BlueHill
ความคิดเห็นที่ 14
แมวเหมียว วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

จิงโจ้น่ารักจังเลยค่ะ
ดีเนาะได้ทำอาหารไทยด้วย
ความคิดเห็นที่ 13
คนช่างเล่า วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 16.51 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


แวะมาเที่ยว

สนุกดียามนี้
ความคิดเห็นที่ 12
ก.รัตนไตรมิตร วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 13.25 น.
http://www.oknation.net/blog/album
กิ่ง..รัตนาไตรมิตร

แวะมาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 11
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 12.27 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

ตามมาเที่ยวด้วยคะ เล่าเรื่อง พร้อมภาพแบบนี้

เพลินเชียวคะ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยอย่างไร อย่างนั้นเลยคะ
ความคิดเห็นที่ 10
เป๊ปซี่ วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ผมว่าความงดงามของชายหาดและทะเลของเขาสู้ของเราไม่ได้....แต่ระบบการจัดการของเราก็สู้ของเขาไม่ได้เหมือนกัน....เฮ้อ!!!ของเรามีของดีแต่ไม่ค่อยจะรู้จักรักษา....
ความคิดเห็นที่ 9
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ชอบจิงโจ้มากครับ ก็ชื่อเล่นผมชื่อจิงโจ้ นี่นา
ความคิดเห็นที่ 8
Yai_Nid วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

อืม...เล่าซ้า..อย่างกับได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองเลยค่ะ
จะติดตามค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 19.04 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เรื่องอยากรู้ ภาพอยากดูทั้งนั้นเลย
+1 ครับถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 6
delicoco วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

ทึ่งกับหินร้องเพลงค่ะ




ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 15.40 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

อยากเห็นนกแก้วเจ็ดสีครับคุณเสือจุ่น

ความคิดเห็นที่ 4
kate วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kate2007
 มามะ มาดูบอลไทยกันเถอะ

ว่าแล้วเชียววันนี้สั้นผิดปกติ เดี๋ยวตามมาอ่านต่อ มาเขียนต่อให้จบไวๆ นะคะ อยากไปเที่ยวเมืองนอกเหมือนกันแต่ต้องเที่ยวไทยให้ทั่วก่อน
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 11.58 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวนะครับ..ชายหาดสงบดีครับ
ความคิดเห็นที่ 2
INDYLOVE วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

อ้าว!! กำลังอ่านเพลินเลยค่ะ ไปซะแล้ว
จองที่ไว้ก่อนแล้วกันนะคะเดี๋ยวมาอ่านใหม่ค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 11.03 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันสุขค่ะ ...

นานถึง 4 ปีครั้ง จึงจะมีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เวียนมาให้ชื่นชมกัน ..

ขอให้วันพิเศษนี้ นำมาซึ่งความสดใส สดชื่น .. มีความสุขมากๆในวันพิเศษนี้นะคะ

รออ่านต่อค่ะ ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29