พิมพ์หน้านี้
|
พระเจ้าบอกว่าในไม่ช้านี้โบว์ลิ่งจะกลับมาฮิตอีกครั้ง ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ฮิตกระจาย โบว์ลิ่งฮิตมากๆ ในยุค 1970-80 ฮิตขนาดที่ใครไม่เคยเข้าโรงโบว์ลิ่งถือกันว่าเชยเฉิ่ม แต่พระเจ้าไม่ได้บอกว่า ในปี 2008 นี้ โบว์ลิ่งยังฮิตอยู่หรือไม่ เห็นที่ฮิตกันมากๆ ก็มีแต่โบว์ลิ่งการกุศล เล่นโบว์ลิ่งแล้วได้กุศลเนี่ยนะ จริงสิ จะมามดเท็จปั้นน้ำเป็นตัวทำไม ไม่เชื่อตามไปดูที่นี่สิ http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1 แล้วจะรู้ว่าได้กุศลเป็นไง
------------------------ "รถมารับตอนหกโมง กลับบ้านสี่ทุ่ม พ่อไม่ว่าหรอก" เสียงเพื่อนลูกลุงข้างบ้านร้องบอกหลังจากเตะบอลกลางสนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน ผมกับน้องชายรีบกลับบ้านไปบอกพ่อ ซึ่งเพิ่งกลับมาจาก ทำงาน และกำลังจะเข้านอน พ่อนอนไม่เป็นเวลาเลย เพราะพ่อทำงานเป็นกะ และพ่ออนุญาต บริษัทที่พ่อทำงานมีสวัสดิการด้านกีฬาให้พนักงาน และเผื่อแผ่มายังลูกหลานด้วย เย็นวันนั้นผมรีบอาบน้ำอย่างเร็ว แต่งตัวด้วยชุดธรรมดาๆ ที่สุด คือกางเกงขาสั้น เสื้อยืด ดูมอมๆ ไม่สมกับการไปเที่ยว "พัทยา" -------------------------- รถวิ่งวนรอบหมู่บ้าน รับน้าคนโน้น ป้าคนนั้น ลุงคนนี้ และกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน วัยทีน เกือบสิบคน กองอยู่หลังรถ และรื่นเริงไปกับสายลมเย็น ยามแดดร่มลมทะเลโชยพัด ไม่นานถึงชั่วโมงจากศรีราชาไปพัทยา เสียง โป๊งเป๊ง โครม แคร๊ง ครืน ปึกปัก โป้ง แปะ (อันนี้ไม่มี) ตึง ตุบ ล้วนอึกทึกอยู่ในเลนยาวไม่กี่สิบเมตร เป็นเสียงของพิณล้ม ลูกกระทบพื้น กระทั่ง ไหลลงท่อข้างทาง เราคว้าเงิน 20 บาทส่งไปให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วบอกเบอร์รองเท้า พร้อมกับไปเลือกลูกกลมๆ สีดำ แดง เขียว หนักสิบปอนด์กว่าๆ คว้าลูกโน้น ลูกนี้ ตามกำลังแขนถือไหว โควตาของเด็กๆ มีคนละสองเกม ไม่ต้องจ่ายสตางค์ ถ้าเพิ่มขึ้นมาต้องจ่ายครึ่งหนึ่ง และลุงเริ่มสอนให้เราจับลูก ด้วยการใช้นิ้วโป้ง ชี้ นาง เสียบลงไปในรูสามเหลี่ยม ยกขึ้นมาเสมออก ไปยืนอยู่ข้างแท่นวางลูก มองซ้ายขวาว่า อย่าให้มีคนอื่นยืนก่อน ถ้ามี เราอย่าเพิ่งไปยืน มันเสียมารยาท มองเลนไว้ให้ดี มันจะมีสามเหลี่ยมเล็กๆ พุ่งตรงไปที่พินสิบลูก ก้าวเท้าซ้ายขวาซ้าย พร้อมกับแกว่งบอลไปข้างหลังให้สูงเลยหลัง แล้วแกว่ง กลับมาพร้อมปล่อยมันออกจากนิ้ว เล็งให้ลูกวิ่งตรงทางสามเหลี่ยม ตรงไป ตรงไปที่ประมาณ กึ่งหนึ่งของเลน อย่าให้กลางจนชนพินหนึ่ง ไม่ อย่างนั้นมันอาจจไม่ล้มทั้งหมด ไม่สไตรค์ แต่ความสะใจไม่ได้อยู่ที่สไตรค์ติดกันสักสี่หน แต่อยู่ที่ได้เก็บฟินฟันหลอ สองมุมได้ด้วยการส่งบอลกระทบพินด้านใดด้านหนึ่งแล้วชิ่งไปโดน อีกด้านหนึ่ง มันสะใจกว่า
------------------------------- ลูกแรกในชีวิตของเด็กหัดเล่นโบว์ลิ่ง แต่ถ้าจะคุย หลังจากนั้นไม่นานวันเราคุ้นเคยกับเกมส์ เริ่มต้นจากคะแนนต่ำร้อย ไปจนมากกว่า 200 ผมไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ คิดถึงเกมส์กีฬาแบบนี้ ไปเดินหาโรงเล่นโบว์ลิ่ง เจออยู่แถบไนท์บาซาร์ แต่ไม่กล้าเล่น ไม่มีสตางค์ จนเรียนจบมหาวิทยาลัย ผ่านมานานหลายปี โบว์ลิงกลับมาฮิตอีกหรือเปล่าไม่รู้ ------------------------------- ขออนุญาตไม่ "แถก" ต่อนะครับ เหนื่อย เกรงใจคนอื่นเกินไปนิด ที่เขียนจบได้นี่ก็สามรอบครับ เมื่อเช้าเขียนมารอบแล้ว แต่อยู่ๆ ส่งไปแล้วหายจ้อย เลยไปทำงานให้เสร็จ แล้วก็เลยแวะมาส่งใหม่ งานนี้ โดน น้อง kate และน้อง pencil wirte permit (ดินสอขอเขียน แปลเข้าไปได้ไงเนี่ย ฮา) แถกมาทั้งสองคน ผมเลยไม่กล้า เป็นปลาหมอต่อไป เพราะคิดว่าคงจะโดนกันครบ สามหมื่นกว่าคนเรียบร้อยแล้ว (ฮา) โอกาสหน้า ผมจะขอแทกมั่ง ระวังไว้นะครับ ------------------- ขอเชิญ Blogger OK Nation และผู้ที่สนใจร่วมเข้า กติกาการส่งแทกสำหรับผู้ที่ได้รับค่ะ 1. ส่งต่อไปอีก 5 ท่าน โดยแต่ละท่านเมื่อได้รับแล้วให้ตอบกลับภายใน 3 วันนะค่ะ เนื่องจากเรามีเวลาน้อยมากค่ะ 2. แทกนี้มีชื่อว่า "โบว์ลิงค์ในความทรงจำ เพื่อรวมพลังช่วยน้องพรุชิง ชวนกันไปเล่นโบว์ลิงค์การกุศลกับ Blogger OK Nation" 3. เขียนเรืองเกี่ยวกับความทรงจำที่ท่านมีเกี่ยวกับกีฬาโบว์ลิงค์ ไม่ว่าจะเป็นระสบการณ์การเล่น การพูดคุย การได้รับฟังมา การรับรู้ข่าวคราว ฯลฯ ขอให้มันเกี่ยวกับโบว์ลิงค์เห้อค่ะได้หมด จะลงรูป ลงคลิปอะไรก็ได้ทั้งนั้นค่ะ 4. ให้ท่านเชิญชวนเพื่อน ๆ ชาว Blogger OK Nation ไปร่วม "เข้าแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง" ตามรายละเอียดที่ http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1 ในตำแหน่งท้ายเรืองของท่าน (ตามตัวอย่างตัวสีแดงค่ะ) 5. ร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่วมเข้าแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง ไว้ใน Comment ที่ http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1 6. คัดลอกกติกาแปะท้ายแทกของท่านด้วยนะค่ะ เพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกัน |