| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
พิมพ์หน้านี้
|
อาชญาวิทยาลึกลับอย่างไร? (ภาคต่อ)
ตามที่เกริ่นไว้ว่าจะนำงานเขียนของเด็ก ๆ มาลงต่อไว้ให้อ่านกันในตอนที่ 2 กว่าแม่สีไฟจะพอมีเวลาอัพบล็อก มด ปลวก ก็เริ่มแทะบล็อกซะแล้ว อย่างไรก็มาแล้วนะคะ ... หลายคนผ่านมาเห็นงานเขียนในเอนทรี่นี้แล้ว อาจเกิดคำถามในใจ แม่สีไฟนำงานเขียนของเด็ก ๆ มาลงทำไม? แค่ปัญหาในชีวิตประจำวันก็มากพอแล้ว บวกกับปัญหาทางการเมืองเข้าไปอีก เรื่องการเรียนการสอนก็เป็นเรื่องของสถาบันการศึกษา เรื่องของครูบาอาจารย์ไปสิ ทำไมต้องให้มารับรู้ด้วย....ไม่ใช่เรื่องเล๊ยยยยยยย!..... อยากจะบอกว่า... สิ่งหนึ่งที่แม่สีไฟมองเห็นมาตลอดตั้งแต่เริ่มชีวิตการทำงานกับเด็ก ๆ และเมื่อมามีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนก็คือ ศักยภาพของเด็กไทยนั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้ด้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่หรอกค่ะ ขึ้นอยู่กับความพร้อมหลาย ๆ อย่างถ้าสังเกตงานเขียนของพวกเขา จะเห็นว่าสไตล์การเขียนจะไม่เหมือนกัน แม้บางครั้งข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าอาจมาจากเล่มเดียวกันนั่นเองเพราะเขาได้ผ่านการเรียนรู้ ผ่านการสังเคราะห์ด้วยตนเองมาระดับหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะถ่ายทอดมาเป็นงานเขียนชิ้นเล็ก ๆ ของแต่ละคน....ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมาจากพื้นฐานการเรียนรู้และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน คุณค่าของศาสตร์จึงอยู่ที่การสร้างคนต่างหาก การสร้างคนจึงไม่ใช่การให้เฉพาะความรัก การมอบน้ำใจ การปฏิบัติที่ดีต่อเด็ก ๆ หรือนักศึกษาเพียงประการเดียว แต่หมายถึงการเอาใจใส่ ที่จะช่วยกันพัฒนาระบบการศึกษา ให้มีความเหลื่อมล้ำกันน้อยที่สุด ไม่ใช่สอนให้เด็กแข่งขันกัน รึแข่งกันนับแต้มกิจกรรม เพื่อมุ่งให้ผ่านระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่ใช้มาตรฐานเดียวกันหมดทั่วประเทศ อย่างที่ประเทศไทยใช้อยู่ (ในขณะที่การจัดสรรงบประมาณมีความแตกต่างกันลิบลับ) สถาบันที่แม่สีไฟทำงานอยู่เราไม่มีห้องปฏิบัติการทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยานะคะ ต้องไปอาศัยเรียนกายวิภาคศาสตร์และแล็บอาชญาวิทยา รวมถึงวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องด้วยข้อจำกัดว่า ในเมื่อมหาวิทยาลัยต้องทำมาหาเลี้ยงตัวเอง สาขาวิชาใดที่มีนักศึกษาน้อย (ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ในความเป็นจริงไทยเรายังขาดแคลน) ก็น่าสงสาร ขาดความพร้อมไปเสียทุกอย่าง รายได้น้อยก็ต้องทำอะไรแบบจำกัดจำเขี่ย เกิดคำถามเป็นเครื่องหมาย ??? ก็หลายครั้งในสมองอันมึนงงน้อย ๆ ของแม่สีไฟ ....นี่มันอะไรกันฤา ? คนที่รับผลกระทบใหญ่หลวงไม่ใช่ใครเลย เด็กรุ่นใหม่ที่จะสานต่อความอยู่รอดของประเทศชาตินั่นเอง ในฐานะเป็นคนหนึ่งที่เฝ้าดูสิ่งที่คนรุ่นใหม่ถูกกระทำจากระบบการศึกษา เราจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นจริง ๆ (รวมสาขาวิชาอื่นที่จำเป็นต่อท้องถิ่นด้วยนะคะ) ได้เรียนรู้ในสถานการณ์ที่พร้อมมากขึ้น แผ่นดินนี้ยิ่งใหญ่ จะมีใครสักกี่คนที่จะให้โอกาส.... ความรักก็จำเป็นนะคะ แต่โอกาสจำเป็นมากกว่าสำหรับคนรุ่นต่อๆไป ที่จะช่วยดูแลและพัฒนาแผ่นดินแม่ของเรา ต่อไปนี้เป็นผลงานของเด็ก ๆ อีกไม่กี่คน เพราะช่วงที่เขียนเปิดเรียนใหม่ ๆ แต่ละคนยังจัดการภาระส่วนตัวไม่ค่อยเรียบร้อย จึงได้มาเฉพาะคนที่พร้อมแล้วที่จะลุยวิชาอาชญาวิทยากับแม่สีไฟ...ที่เหลือก็วิ่งตามเอาละกัน...
อาชญาวิทยาเป็นศาสตร์ที่ลึกลับอย่างไร???
นายเคณ :
หนูมด :
เจ้าโอ : ความเข้าใจถึงหลักของปัญหาทางสังคมนั้น อาชญาวิทยาก็เป็นศาสตร์ที่เข้าใจพฤติกรรมลึก ๆ ของตัวบุคคลไม่ได้เข้าใจเพียงพฤติกรรมที่แสดงออกมาเพียงตรงนั้น แต่เข้าใจพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตสำนึก ที่ต้องทำความเข้าใจและอธิบายพฤติกรรมเหล่านั้นออกมา ว่าเกิดจากปัจจัยอะไรที่ทำให้บุคคลนั้นแสดงพฤติกรรมที่สร้างปัญหาการอธิบายพฤติกรรมของบุคคล ถึงแม้เราจะทำความเข้าใจ แต่ก็มีข้อจำกัดของตัวบุคคล กล่าวได้ว่า ต้องละทิ้งอคติของตัวเอง เราก็จะอธิบายพฤติกรรมที่แท้จริงของบุคคลที่ทำผิดได้ อาชญาวิทยาเป็นศาสตร์ที่สร้างความเข้าใจ ในมุมมองพฤติกรรมที่ซ่อนไว้ในจิตใจ หาความหมายในพฤติกรรมเหล่านั้น และหาทางป้องกัน
เจ้าตือ : จากข้อมูลข้างต้น ทำให้รู้ว่าอาชญาวิทยาเป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าหาผู้กระทำผิดจะต้องรอบคอบมีความรู้ ความสามารถ มีไหวพริบ และนำเอาวิทยาศาสตร์และวิทยาการอันล้ำสมัยมาช่วยในการค้นหาสืบค้น การศึกษาทางด้านอาชญาวิทยาเป็นการศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นแล้ว จึงยากจะหาสาเหตุได้ง่าย จึงเป็นที่มาของอาชญาวิทยาเป็นศาสตร์ที่ลึกลับ
เจ้าต้น : ในการศึกษาอาชญาวิทยามีการศึกษาถึงวิวัฒนาการของกฎหมายอาญา การศึกษาของอาชญาวิทยาจึงเป็นการศึกษาที่มีความลึกลับ เมื่อมองดูจากการศึกษาที่เหตุผลของการกระทำความผิด เป็นการศึกษาที่มีมุมมองแตกต่างออกไปจากเดิม เป็นการศึกษาในสิ่งที่มองเห็นหรืออธิบายจากเหตุผล อาชญาวิทยาจึงเป็นศาสตร์ที่มองถึงต้นกำเนิดของการกระทำความผิด ที่ไม่สามารถมองเห็นหรืออธิบายได้ ต้นเหตุหรือสาเหตุของการกระทำความผิดนั้นเป็นสิ่งที่มาจากจิตใจหรือความขัดแย้งที่อยู่ภายในตัวของบุคคล อันเป็นสาเหตุของการกระทำความผิดโดยอธิบายถึงการเกิดเหตุอาชญากรรม เพราะตัวบุคคลไม่เจริญเติบโตตามธรรมชาติหรือขาดการควบคุมสัญชาตญาณของมนุษย์ เช่น การขาดความรัก ความอบอุ่น และเก็บกดความรู้สึก หรือมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมและมีจิตใจผันผวน (สุดสงวน สุธีสร, ๒๕๔๗ : ๕๕) จึงทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดอาชญากรรม โดยมีสาเหตุมาจากสภาพครอบครัวซึ่งเป็นมุมหนึ่งที่ทำให้มองอาชญาวิทยาเป็นศาสตร์และลึกลับ เพราะเป็นศาสตร์ที่ศึกษาถึงความเข้าใจของคนที่มีการแสดงออกในพฤติกรรมของคนที่ก่ออาชญากรรม จึงทำให้มองศาสตร์นี้เป็นการศึกษาที่มีความลึกลับ เพราะเป็นการศึกษาถึงสาเหตุของการกระทำความผิดของแต่ละบุคคลที่แสดงออกผ่านการก่ออาชญากรรม โดยมีการศึกษาถึงต้นกำเนิดพฤติกรรมที่มีผลจากทางด้านร่างกาย จิตใจ หรือสังคมที่จะเป็นการศึกษาในแง่มุมของต้นกำเนิด จึงมีการศึกษาเพื่อที่จะนำมาป้องกันหรือแนวทางแก้ไขกับปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้น โดยการศึกษาและแก้ไขปปัญหาจากจุดกำเนิด เพื่อป้องกันเหตุที่จะกิดขึ้นได้ล่วงหน้า
หนูแคท : อาชญาวิทยาเป็นการศึกษาอาชญากรรมและอาชญากรในสังคม วิเคราะห์สาเหตุอาชญากรรมอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ การศึกษาสาเหตุแห่งอาชญากรรมอาศัยแนวทางสังคมวิทยาเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าอาชญากรรมมีสาเหตุมาจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือกลุ่มกับบุคคลอาชญาวิทยาจะเน้นการศึกษาเรื่องที่สำคัญสองประการ ที่แยกออกจากกันได้ ในขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์กันคือ อาชญาวิทยาจึงเป็นการศึกษาเรื่องราวที่มีตัวแปรมาก และมีผู้เรียกว่าเป็นศาสตร์ที่ปราศจากค่านิยม และเป็นวิชากึ่ง ดังนั้น อาชญาวิทยาจึงเป็นศาสตร์ที่มีความลึกลับ เพราะในกระบวนการที่ทำให้เกิดอาชญากรรมนั้นมีความลึกลับซับซ้อนอาชญาวิทยานั้นเป็นศาสตร์ที่ศึกษาถึงสาเหตุและกระบวนการที่ทำให้เกิดอาชญากรรมขึ้น และสาเหตุของการเกิดอาชญากรรมก็มีปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านตัวบุคคล ลักษณะนิสัย สภาพแวดล้อม สังคม และประสบการณ์ของบุคคลที่ก่ออาชญากรรมซึ่งลักษณะพฤติกรรมที่ทำให้เกิดลักษณะนิสัยของบุคคลนั้น มีความซับซ้อน และมีความแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและสังคมที่บุคคลนั้น ๆ อาศัยอยู่ อาชญากรรมนั้นมีมานานมากแล้ว มีวิธีในการก่ออาชญากรรมที่ต่างกันไปตามยุคสมัย กาลเวลา ตามสภาพสังคมวัฒนธรรม ซึ่งอาศัยจิตวิทยาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวนสอบสวนและไขปริศนาอาชญากรรมที่เกิดขึ้น อาชญาวิทยาเป็นศาสตร์ที่รวมศาสตร์ต่างๆ นำมาเชื่อมกันเพื่อนำมาประกอบเป็นเหตุผลและหลักฐานในการสรุปเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เมื่อการเกิดขึ้นของอาชญากรรมนั้นมีความซับซ้อนของวิธีการประกอบอาชญากรรม มีสาเหตุของการประกอบอาชญากรรมที่แตกต่างกันและซับซ้อน ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการที่จะค้นหาความจริงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้น โดยใช้กระบวนการที่ซับซ้อนเช่นกัน และอาชญาวิทยาก็เป็นศาสตร์ที่ใช้ในการค้นหาความจริงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นว่ามีความเป็นมาและสาเหตุ วิธีการก่ออาชญากรรมอย่างไร ดังนั้น อาชญาวิทยาจึงเป็นศาสตร์ที่มีความลึกลับซับซ้อนในการค้นหาความจริง (เฮ้อ! กว่าจะจบลงได้นะน้องหนู อาจารย์นี่มึนเลยนา ไม่ตัดออกเพราะทราบว่าได้มีความพยายามที่จะนำวิชาจิตวิทยาที่กำลังเรียนอยู่ด้วยมาช่วยน่ะนะ)
หนุ่มหล่อ เบส : ปัญหาอาชญากรรมมีหลายประเภทและซับซ้อนมาก ดังเช่น อาชญากรรมอาชีพ อาชญากรรมองค์กร อาชญากรรมทางเพศ อาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ชั่วคราว อาชญากรรมการทำร้ายร่างกายชีวิตชั่วคราว เป็นต้น ดังนั้นรูปแบบการลงโทษ การป้องกันและการควบคุมอาชญากรรมจึงซับซ้อนตามไปด้วย สาเหตุของอาชญากรรม มีมากมายหลายสาเหตุ ดังแนวคิดต่าง ๆ เช่นแนวคิดของสำนักคลาสสิค (Classic School) ของ Cesare Baccariaw ได้จำกัดความถึงสาเหตุของอาชญากรรมไว้ว่า มนุษย์มีอิสระที่จะเลือกตัดสินใจในสิ่งที่เห็นว่าได้ประโยชน์มากกว่าสิ่งที่เสียประโยชน์ "มนุษย์มีเจตจำนงอิสระ (Free Will) ในการเลือกการกระทำ" ผู้กระทำผิดเนื่องจาก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษที่เคยได้รับไม่มีความรุนแรง และแนวคิดสำนักปฏิฐานนิยม (Positive School) ของ Cesare Lombroso ได้จำกัดถึงสาเหตุของอาชญากรรมไว้ว่า คนกระทำผิดเนื่องจากถูกสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ บีบบังคับให้ประกอบอาชญากรรม "อาชญากร เปรียบเสมือน ผู้ป่วย จำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา" สิ่งแวดล้อมที่บังคับให้คนต้องกระทำผิด ได้แก่ สิ่งเหล่านี้จึงนำไปสู่สาเหตุของพฤติกรรมเบี่ยงเบน และพฤติกรรมอาชญากร ดังนั้นการป้องกันอาชญากรรมจึงทำได้โดย 1. การบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายต้องมีความแน่นอน ความเสมอภาค รวดเร็ว และมีบทลงโทษที่เหมาะสม ทัณฑวิทยา หมายถึงการศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด โดยมีวัตถุประสงค์ในการลงโทษคือ ทัณฑวิทยามี 2 ระดับ คือ กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ การใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดเป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนฐานคติของระบบงานยุติธรรมให้มีรูปลักษณ์ใหม่ที่แตกต่างไปจากฐานคติเดิมซึ่งเน้นการลงโทษ สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาชญาวิทยา ดังนั้น อาชญาวิทยาจึงมีความลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก เช่น ถ้าเกิดมีคดีขึ้นมา อ้างอิง http://www.polsci.chula.ac.th/sumonthip/cri2547-coursesallybus.htm
สุดท้าย หน้าที่ของแม่สีไฟก็คือ ช่วยจัดระบบความรู้ ความคิด ของพวกเขาค่ะ เพื่อให้มีหลักในการนำไปใช้ได้สะดวกขึ้น ประการสำคัญ ที่ต้องย้ำแล้วย้ำอีกคือ... ไม่ว่าจะเขียนอะไรขอจงอย่าลืมเรื่องการอ้างอิง เพราะนอกจากเป็นการให้เกียรติผู้เขียนหรือแหล่งข้อมูลแล้ว ยังถือเป็นการต่อยอดทางวิชาการอีกด้วย หากใครมีข้อเสนอแนะอย่างไรในกระบวนการเรียนการสอน แม่สีไฟและเด็ก ๆ ยินดีน้อมรับนะคะ เพราะนี่เป็นรายวิชาหนึ่งที่เปิดให้มีการเรียนการสอนเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพในอนาคตของเด็ก ๆค่ะ เพราะสาขาที่ผลิตนักวิจัยบางสาขายังได้รับการสนับสนุนในภาพรวมน้อยเหลือเกิน ขอบคุณด้วยใจค่ะ
เครดิตภาพ : ภาพที่ 1 จาก FW เมลล์ ขอบคุณต้นตอของภาพและคุณพวงชมพู รามเมือง ที่ส่งต่อมาให้ค่ะ ภาพที่ 2 ภาพ Police Line Do Not Cross มาจากเว็บไซด์ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ นะคะ |