พิมพ์หน้านี้
|
ประเทศเดนมาร์ก แหล่งศึกษาดูงานระดับกระทรวง( ซึ่งไม่รู้ว่าไปดูงานหรือไปดูฟยอร์ดและพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่นอรเวย์ ) เป็นประเทศทีไม่มีแผนกผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาล เราจะไม่พบการนั่งรอแออัดที่ งานผู้ป่วยนอกหรือที่เรียกกันว่า โอพีดี เพราะทุกคนจะมีหมอประจำครอบครัว เมื่อป่วยที่ไม่รุนแรง ผู้ป่วยจะต้องไปที่หน่วยบริการทางการแพทย์ที่ถูกจัดให้ใกล้บ้าน มีหมอ๑คนต่อประชากร๔๐๐คน ไม่ถูกใจเปลี่ยนได้ในปีถัดไป เมื่อป่วยก็ไปรับการตรวจ และไม่ต้องเสียค่าบริการ เรียกว่าตรวจรักษาฟรี แต่รับใบสั่งยาไปซื้อยากินเอง เมื่อป่วยหนัก ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยจะถูกส่งตัวจากหน่วยบริการที่ใกล้บ้านไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ฟรีทุกรายการค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วย เรียกว่าผู้ป่วยในรักษาฟรี ผู้ป่วยนอกจ่ายค่ายาเอง นี่ประเทศต้นแบบประเทศหนึ่งที่เจ้าของความคิด๓๐บาทรักษาทุกโรค ไปเอาอย่าง นำมาเสนอขายให้นายทักษิณ โดยมีเงื่อนไขต้องตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติขึ้นมาเพื่อบริหารเงิน นายทักษิณซื้อความคิดนี้ และ ออกกฎหมายพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติขึ้นมา เพื่อรองรับงานนี้ ทำไมนายทักษิณซื้อสินค้าตัวนี้ เพราะงานพัฒนาสังคม งานด้านสาธารณสุข เป็นงานที่ประชาสัมพันธ์ตนเองได้ เพราะปีหนึ่งๆงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขต้องใช้ในการสงเคราะห์ผู้ป่วยรายได้น้อยก็มากมาย คิดว่าเพิ่มอีกเล็กน้อยน่าจะทำได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงกลายเป็นกระทรวงที่ประหลาดที่สุด เพราะเงินงบประมาณส่วนใหญ่ไปอยู่ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ๒๐๐๐บาทx๖๐ล้านคน คร่าวๆ๑๒๐,๐๐๐ล้านบาท อยู่ในกระทรวงไม่กี่ล้าน อยู่ที่สปสช.(สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)ร่วมแสนล้าน กระทรวงสาธารณสุขไม่มีเงินบริหารจัดการ แต่สปสช.มีรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดกับเลขาธิการสปสช. กระทรวงไม่มีเงิน โรงพยาบาลขาดทุน กระทรวงช่วยไม่ได้ โรงพยาบาลต้องหาวิธีเอาตัวรอดเอง ประชาชนเดินทางไกล ระยะทาง๗๐-๘๐กิโลเมตรรักษาใกล้บ้านไม่หาย จึงไปโรงพยาบาลจังหวัด ต้องจ่าย ๑.ค่าเดินทาง ๒.ค่ารักษาต้องจ่ายหากไม่มีหนังสือส่งตัวจากอนามัยหรือโรงพยาบาลอำเภอใกล้บ้าน ต่อให้ฟรี แต่เมื่อโรงพยาบาลต้องเอาตัวรอด ยา ชนิดเดียวกัน มีหลายเกรด หลายมาตรฐาน และหลายราคา เมื่อโรงพยาบาลต้องเอาตัวรอดจากการขาดทุน เพราะงบประมาณไม่พอ ผู้ป่วยจะได้ยาระดับใดไปกิน จึงไม่แปลก ที่เดินทางไกลแสนไกล แต่ได้แค่พาราเซตามอลกลับบ้าน แล้วก็ไปด่าหมอ ด่าโรงพยาบาล ไม่มีใครด่าทักษิณ ไม่มีใครด่าสปสช. เมื่อโรงพยาบาลให้การรักษาผู้ป่วยหายจากโรค โดยเฉพาะโรคร้ายแรงหรือความเจ็บป่วยรุนแรง ก็มีการไปทำโฆษณาว่า หายเพราะ๓๐บาทรักษาทุกโรค และ เป็นผลงานสปสช. (ไม่ใช่ผลงานของโรงพยาบาลหรอกหรือ? ปกติเขาก็รักษาผู้ป่วยแบบนี้กันมาตลอด ให้ฟรีก็เยอะแยะ ไม่ค่อยให้ฟรีคนรวยเท่านั้น) เดิมงบประมาณ๖๐,๐๐๐ล้านบาท สำหรับประชากร๖๐ล้านคน ในท่ามกลางความขาดแคลน ทรัพยากรทุกด้าน ไม่ว่าจำนวนบุคคลากรที่ปฏิบัติงาน ซึ่งควรเพิ่มตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆทั้งสำหรับช่วยชีวิตและการรักษาทั่วไป ไม่ว่าอาคารสถานที่ บุคคลากรไม่มีความเจริญก้าวหน้า ค่าตอบแทนต่ำ โดยเฉพาะไม่เหมาะสมกับการดำรงชีพ แล้วโรงพยาบาลที่กำลังขาดแคลน ก็ถูกนโยบาย๓๐บาทรักษาทุกโรคมาเพิ่มความขาดแคลน ปัจจุบันฟรีทุกคน แต่ไม่ฟรียาหลายชนิด โดยเฉพาะยานอกบัญชียาหลัก ไม่ฟรีหลายโรค ไม่ฟรีเปลี่ยนไขกระดูก ไม่ฟรีถ้าไม่มีใบส่งตัวจากอนามัยหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน ความแตกต่างจากเดิม คือ คุณภาพที่ลดลงตามงบประมาณ คนรวยก็ฟรีได้เท่ากับคนจน กระทรวงสาธารณสุขเป็นง่อย เพราะไม่มีงบบริหารจัดการ อย่างที่ควรจะเป็น หากคุณภาพการรักษาการบริการผู้ป่วย มันเลว ที่ควรด่านั้น คือ ผู้เสนอสินค้าตัวนี้ คือ เลขาธิการสปสช.คนแรก และผู้ซื้อสินค้าตัวนี้ คือ คนชื่อทักษิณ ชินวัตร ประเทศเดนมาร์ก ประชากร๕ล้านคน จ่ายภาษี๔๑% การศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี เรียนฟรี รักษาฟรีเฉพาะคนไข้ที่ต้องนอนโรงพยาบาล มีสวัสดิการค่าสาธารณูปโภคต่ำ แทบจะเป็นรัฐสวัสดิการ เพราะภาษี ๔๑% ครับ ประเทศไทยภาษี๗%ยังไม่อยากจ่าย เงินได้ปกปิด โกงใบแจ้งภาษีแทบทุกบริษัท ประชากรยังไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร รู้แค่ว่าจ่าย๕๐๐กาได้ดีกว่าจ่าย๒๐๐ โอ้ พระเจ้า ๓๐บาทรักษาทุกโรค รัฐสวัสดิการอย่างเดนมาร์กยังทำไม่ได้ คนรวยรักษาฟรี แต่ ชอบพูดว่าคนจนรักษาฟรี รัฐบาลเดนมาร์กควรจัดคณะผู้บริหารประเทศมาดูงานประเทศไทยบ้าง ขอให้ประเทศไทยจงเป็นสุขๆเถิด โดยเฉพาะพวกที่เคยโกงประเทศโกงประชาชนอย่าได้เบียดเบียนประเทศไทยและประชาชนไทยอีกเลย ขอสวัสดีปีใหม่กับพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ด้วยความจริงประเทศไทย ด้วยประการฉะนี้ แล ... ... หมายเหตุ: ข้อคิดของผม เป็นความเห็นสรุปปัญหาการดำเนินงานและการสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ประชาชน โดยส่วนตัวแล้ว ผมมีความเห็นเรื่องการสร้างหลักประกันด้านสุขภาพแก่ประชาชนนั้น"ต้อง"มี ส่วนวิธีการนั้น "ปรับ"ได้ ตามความเหมาะสม สิ่งที่ไม่เห็นด้วยคือการเร่งรีบให้การรักษาฟรีในทุกฐานะเศรษฐกิจในขณะที่ด้านสาธารณสุขไทยยังขาดแคลน และยังต้องมาแบ่งสรรสิ่งที่มีแบบขาดแคลนให้แก่คนที่ดูแลตนเองได้ สิ่งที่เห็นด้วยคือ คนไทยต้องมีหลักประกันสุขภาพและต้องมีวิธีการอย่างเหมาะสมและสถานบริการต้องมีคุณภาพ
|