*/
  • ni_gul
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 242
  • จำนวนผู้ชม : 708034
  • จำนวนผู้โหวต : 110
  • ส่ง msg :
  • โหวต 110 คน
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2552
Posted by ni_gul , ผู้อ่าน : 64557 , 03:14:29 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

ต่อเนื่องจาก กลอนแปดสุภาพ ว่าด้วยเรื่องฉันทลักษณ์

กลอนแปด, กลอนแปดสุภาพ - ฉันทลักษณ์ ; เสียงวรรณยุกต์

21 พ.ย. 2552

สวัสดีมิตรสหายทุกท่าน

อย่าได้คิดว่า ni_gul อหังการ นำแบบแผนกวีมาอวดข่ม
มิได้ค่ะ หาใช่เช่นนั้นไม่

เอาเป็นว่าจากการศึกษางานและประวัติของสุนทรภู่ครูกวีเอกของโลกมาบ้าง และได้วิเคราะห์จากบรรยากาศในรั้ววังและบ้านเมืองในยุคที่ครูกวีสุนทรภู่เติบโตมานั้น

...ni_gul รู้สึกว่าสุนทรภู่มิใช่แค่กวีกลอนแปดเท่านั้น ท่านยังได้ถวายงานแก่พระมหากษัตริย์มามากกว่า ๑ พระองค์ ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน นับว่าช่วยให้พระมหากษัตริย์ได้ทรงสำราญกับงานอดิเรกของพระองค์ ถือว่าได้ถวายรับใช้ให้พระองค์ได้ปฏิบัติพระราชภารกิจได้อย่างราบรื่น (ก็คนเราในยุคนี้ก็คิดแก้ปัญหาทางการงานออกก็จากงานอดิเรกนี่แหละ บางคนก็ทำสวน บางคนก็ตีกอล์ฟ...การแก้ไขปัญหาในโครงการหลายพันล้านบางอย่างก็คิดได้ในสนามกอล์ฟก็มี)

..นับว่าตำแหน่งกวีในราชสำนักก็มีคุณแก่บ้านเมืองเช่นกัน อันพวกเราไม่ควรดูถูก กับทั้งยังต้องสำนึกในบุญคุณของกวีเหล่านั้นให้จงหนักด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านั้นท่านสุนทรภู่อยู่ในรั้ววังของเจ้าของวังผู้ผูกพันและสร้างงานเรื่องไซซี...ในสถานที่แห่งนั้นคงอบอวลไปด้วยนักเลงกวีและนักอ่าน นักร้องเล่นเพลงกลอนและเพลงไทยมากมาย

...ท่านสุนทรภู่จึงน่าจะได้เสพงานกวีมากมายหลายแนว...

ในยุคที่ท่านยังเด็ก อันเป็นยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ต่อเนื่องจากยุคกรุงธนบุรี นิทานคำกลอนนับว่าเฟื่องอยู่มาก

อันนิทานคำกลอนนับว่ามีรูปฉันทลักษณ์ใกล้เคียงกับกลอนแปดมาก...น่าจะมีอิทธิพลต่องานกลอนแปดที่สุนทรภู่ได้นำมาใช้แต่งในงานของท่าน..(แล้วจะนำมาเล่าเก็บไว้ในภายหน้า)

และอีกอย่างหนึ่งฉันทลักษณ์ของกลอนแปด ni_gul เชื่อว่าน่าจะเป็นวัฒนาการสร้างสรรค์งานกานท์กลอนของไทย อันผูกพันนับเนื่องมาตั้งแต่ ร่าย ฉันท์ กาพย์ฉบัง กาพย์ยานี โคลง กลอนหก ฯลฯ จนมาลงตัวที่กลอนแปด อันท่านสุนทรภู่หยิบมาใช้เป็นลักษณะประจำตัวที่แสนถนัด

...และกลอนแปดสุภาพในแนวของครูกวีสุนทรภู่ที่มีสัมผัสนอก สัมผัสในที่แพรวพราย นับว่าเป็นเลิศโดดเด่น

อีกยังมีผลงานวรรณกรรมที่ลือลั่นในโครงเรื่อง เนื้อหา และอารมณ์กวีอันยากจักหาใครเทียบ...หากจะนับจากผลงาน และนับจากการคัดลอกลงสมุดไทยที่หอสมุดแห่งชาติเก็บรวมรวมไว้ ก็นับว่ามีผลงานของสุนทรภู่มากกว่าผู้ใด นั้นแสดงว่าผลงานของท่านมีผู้ยอมรับกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาแต่สมัยของท่าน ลือเลื่องไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว และเขมรทีเดียว...นี้คือความยิ่งใหญ่ของท่าน
ni_gul จึงพยายามรวบรวมไว้เพื่อบันทึกเตือนใจตัวเอง กันลืม

ทั้งนี้เป็นการรวบรวมที่ยังไม่เป็นระบบจึงอาจจะมีถูกๆ ผิดๆ ก็เป็นได้...

ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถ้าหากจะทำให้ใครรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์

หากมิตรสหายใครผู้ใดได้แวะเวียนเข้ามาอ่านและพบเห็นสิ่งใดควรแก้ไขก็โปรดชี้แนะ และแจ้งไว้ที่นี่ด้วย จักขอบคุณมากๆ เลยละค่ะ

ยังรู้สึกรักภาษาไทย และรู้สึกขอบคุณในความโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ขอบคุณบรรพบุรุษของไทยที่สร้างสรรค์และสืบสานงานกวีมาให้พวกเราได้เพลิดเพลิน

จากใจจริง

ni_gul


เสียงวรรณยุกต์ ใน กลอนแปดสุภาพ

 


กลอนแปดสุภาพคณะหนึ่ง จะมี  4 วรรค ทุกวรรคมีแปดคำ

วรรคแรก เรียกว่า วรรคสดับ หรือ วรรคสลับ 
วรรคสอง เรียกว่า วรรครับ
วรรคสาม เรียกว่า วรรครอง
วรรคสี่ เรียกว่า วรรคส่ง

ที่พิเศษของกลอนแปดสุภาพนั้นอยู่ที่ใช้เสียงวรรณยุกต์ตามแบบแผนที่กำหนดชัดเจนต่างจากของกลอนเดิม

เสียงวรรณยุกต์ ที่นิยมว่าไพเราะ ใช้ดังนี้

วรรคสดับ หรือ สลับ ใช้ได้ทุกเสียงวรรณยุกต์ ควรเลี่ยง เสียงสามัญ ด้วยไพเราะน้อยที่สุด
วรรครับ นิยมใช้เสียง
เอก โท จัตวา ห้ามใช้เสียงสามัญ
วรรครอง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท
วรรคส่ง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท

ทบทวนเสียงวรรณยุกต์

เสียงสามัญ     รอง กลอน เรียง การ เอย บุญ
เสียงเอก        แห่ง เยี่ยง ผัด หย่อน ปราด หมด สนุก
เสียงโท         ต้อง ถ้า เข้า แผ้ว
เสียงตรี          ร้อง รับ นับ รู้ ชก นก น้อย
เสียงจัตวา      เหลือ สาย เสียง เหมา สูง โผงผาง


 ขอหยิบยกกลอนครูระดับรางวัลมาอ้างอิงไว้เป็นตัวอย่างสอน


ตัวอย่างบทประพันธ์ที่ควรจำ

กลอนแปดสุภาพ

        กลอนสุภาพพึงจำมีกำหนด       กลอนหนึ่งบทสี่วรรคกรองอักษร
วรรคละแปดพยางค์นับศัพท์สุนทร         อาจยิ่งย่อนจ็ดหรือเก้าเข้าหลักการ
ห้าแห่งคำคล้องจองต้องสัมผัส            สลับจัดรับรองส่งประสงค์สมาน
เสียงสูงต่ำต้องเรียงเยี่ยงโบราณ            เป็นกลอนกานท
์ครบครันฉันท์นี้เอย

ฐะปะนีย์ นาครทรรพ
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ประพันธ์

 เพชรน้ำหนึ่ง

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพ"เราะ" 
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำหนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน"กลึง"
กลอนจะ"ซึ้ง"ติดใจและให้คุณ

คำสุดท้ายวรรคแรกแยกพิ"เศษ"
สามัญ"เขต"หวงห้ามตามเกื้อหนุน
ท้ายวรรคสองต้องรู้อยู่เป็น"ทุน"
เอก-โท"จุน"จัตวาประ"พนธ์"

ท้ายวรรคสามวรรคสี่นี้จำ"มั่น"
เสียงสามัญ-ตรีใช้ได้ทุก"หน"
สัมผัสซ้ำจำจดงดปะ"ปน"
จงคิด"ค้น"ถ้อยคำที่จำ"เป็น"

ไม้ไต่คู้ใช้กับไม้ไต่"คู้"
เมื่อฟังดูเด่นดีทั่งที่"เห็น"
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหลายประ"เด็น"
อย่าบำ"เพ็ญ"พ้องกันนิรัน"ดร

อย่าเขียนให้ใจความตามเพ้อ"นึก"
จงตรองตรึกตระหนักเรื่อง"อักษร
คติธรรมนำใส่ให้สัง"วร"
รวมสุน"ทร"ถ้อยไว้ให้งด"งาม"

จุดจบก็ขอให้กินใจหน่อย
มิควร"ปล่อย"เปะปะเหมือนสะ"หนาม"
จบให้เด่นเห็นชัดจำกัด"ความ"
ให้ตรง"ตาม"เค้าโครงเรื่องโยง"ใย"

เขียนเสร็จสรรพกลับมาตรวจตราผิด"
ตรวจชนิดเรียงตัวทั่วกันใหม่
เมื่อเห็นเพราะเหมาะดีจี้หัว"ใจ"
จึงเผย"ให้"ประชาชนตรา"ตรึง"

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพเราะ
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำ"หนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน"กลึง"
ผู้อ่าน"จึง"จะชอบชมขอบคุณ

ส.เชื้อหอม...นักกลอนรางวัลพระราชทาน


ฉันทลักษณ์ อัปลักษณ์ หรือ?

โคลงฉันท์กาพย์กลอนร่ายหลายหลากรส
ล้วนมีกฏเกณฑ์กลมนต์อาถรรพ์
ส่วนร้อยแก้วแน่วแน่แต่ปางบรรพ์
กฏเกณฑ์พรรณาว่าไม่มี

เขียนได้ตามความเห็นเป็นอิสระ
ขาดฉันทลักษณ์เช่นเร้นศักดิ์ศรี
ไม่ต้องคล้องสัมผัสจัดวลี
ไม่พิถีพิถันกันจริงจัง

ส่วนร้อยกรองต้องเคร่งเพลงสัมผัส
ข้อความจัดจะแจ้งแฝงมนต์ขลัง
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายให้ระวัง
จักถูกชังกระฉ่อนกลอนลิเก

สมัยเก่าเบาราณท่านมิเคร่ง
ปล่อยตามเพลงพาไปเหมือนไฉเฉ
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหมายคะเน
จักหันเหอย่างไรไม่พะวง

 สมัยนี้มีแปลกแหวกแนวหนัก
ฉันทลักษณ์เลื่อลอยปล่อยลืมหลง
บ้างเอาอย่างต่างชาติคาดคั้นลง
แล้วทะนงว่าแบบใหม่แสบทรวง

โบราณว่า"รู้มากยากนาน"แน่
เฉกคนแก่เรียนรู้เหมือนอยู่สรวง
แต่ใจต่ำทำว่าข้าเด่นดวง
เหมือนกับพวงมะเดื่อเน่าเนื้อใน

ส.เชื้อหอม...นักกลอนรางวัลพระราชทาน

ภาษาวิบัติ 

ฟังเขาอ่านกลอนกันทุกวันนี้
แล้วอยากหนีไปนอนตายก่อนเพื่อน
อักขระวิบัติสัมผัสเลือน
ดูเสมือนไร้ความรู้ตามกัน

ฉันอ่าน"ชั้น" สรรหาเอามาอ่าน
คำว่าท่านก็เหวี่ยงเป็นเสียง"ทั่น"
ไหมอ่าน"มั๊ย" ไม่คิดจิตผูกพัน
อารมณ์ผันฟุ้งเพลินจนเกินความ

ไม้อ่าน"ม้าย" กลายกลับเปลี่ยนศัพท์แสง
ได้ก็แผลงเป็น"ด้าย" คล้ายหยาบหยาม
ใต้อ่าน"ต้าย" กลายหมดไม่งดงาม
น้ำอ่าน"น้าม" น่าคิดเสียงผิดไป

เจ้าอ่าน"จ้าว" ร้าวฉานสถานหนัก
เขาก็ยักอ่าน"เค้า" เศร้าไฉน
เช้าอ่าน"ช้าว" ร้าวรวดปวดหัวใจ
เท้าก็ไพล่เป็น"ท้าว" ก้าวตามมา

เก้าอ่าน"ก้าว" ยาวออกไปนอกเสียง
เปล่าก็เบื่ยงเป็น"ปล่าว" ใช่กล่าวหา
เล้าอ่าน"ล้าว" ยาวข้ามไปสามวา
เหลาท่านว่า"หลาว" เลยเชยกันจริง

เต้าอ่าน"ต้าว" ราวกับศัพท์วิตถาร
ร้องให้อ่าน"ร้องห้าย" ทั้งชายหญิง
หรืออ่าน"รึ" ครึคระไม่ประวิง
ปล่อยใจดิ่งดักดานจึงทานทัด

ทั้งร้อยกรองร้อยแก้วต้องแน่วแน่
อย่าเอาแต่ตามใจให้วิบัติ
ขอวอนวานอ่านกันให้มันชัด
เพื่อช่วยพัฒนาภาษาไทย

ส.เชื้อหอม....นักกลอนรางวัลพระราชทาน




ขอฝากข้อมูลไว้เพียงนี้ก่อน

ขอขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน

และขอขอบคุณผู้รักการร้องเล่นและแต่งกลอนสืบต่อกันมาทุกคน

ni_gul


อ้างอิง

ส. เชื้อหอม  จาก บลอกเกอร์ กันตวีโร http://www.oknation.net/blog/tomnon/2009/08/06/entry-1

กลอนแปดสุภาพ http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/07/13/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 02/09/2017 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ณ เวลานี้ 43452 แล้วค่พี่นิกุลขา

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ni_gul วันที่ : 02/09/2017 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ยอดผู้อ่าน! ณ วันนี้ 43425

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ni_gul วันที่ : 23/05/2016 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

แต่แม้สุนทรภู่เองก็มีที่ไม่เคร่งครัดนัก
บางวรรคก็อนุโลมใช้วรรณยุกต์

ให้ได้เห็น ดังที่ยกตัวอย่างมา

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ni_gul วันที่ : 23/05/2016 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ตัวอย่างกลอนสุนทรภู่

จากการศึกษาของนายเทพ สุนทรศารทูล ได้กล่าวว่า ลักษณะเด่นเป็นพิเศษ ของคำกลอนของสุนทรภู่ ที่ทำให้กวีนิพนธ์ของท่าน ต่างจากกวีท่านอื่นๆ มีอยู่ด้วยกัน 12 ประการ คือ

1. หลั่งไหล
2. ไว้สง่า
3. ภาษาตลาด
4. สัมผัสพราว
5. กล่าวความหลัง
6. ฟังแจ่มแจ้ง
7. แสดงอุปไมย
8. ใช้คำตาย
9. ระบายอารมณ์
10. คำคมสุภาษิต
11. แนวคิดของกวี
12. ลีลาการเดินกลอน


1.หลั่งไหล จะเห็นได้ว่า คำกลอนของท่านสุนทรภู่ จะมีลักษณะหลั่งไหลเหมือนสายน้ำไหล ไม่ติดขัด ไม่สะดุด ไม่หยุดชะงัก ไม่ขาดสาย ไม่มีลักษณะกลอนพาไป หรือพยายามพากลอนไปอย่างฝืนๆ เหมือนกวีที่ไม่ชำนาญ แต่ท่านจะแต่งตรงพุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายให้เข้าใจความได้อย่างชัดเจน เช่น

"แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน"

2. ไว้สง่า ท่านจะแต่งกลอนอย่างโอ่อ่า ภูมิฐาน แบบครูกลอนครูกวี ไม่ไหว้ครู ไม่มีการออกตัว ไม่เคยถ่อมตัว มักขึ้นต้นคำกลอนอย่างโอ่โถง เช่น

“แต่ปางหลังครั้งว่างพระศาสนา

เป็นปฐมสมมุตินิยายมา ด้วยปัญญายังประวิงทั้งหญิงชาย
ฉันชื่อภู่รู้เรื่องประจักษ์แจ้ง จักสำแดงความประดิษฐ์คิดถวาย
ตามสติริเริ่มเรื่องนิยาย ให้เพริศพรายพริ้งเพราะเสนาะกลอน”

3. ภาษาตลาด ภาษาในกลอนของท่านจะใช้ภาษาตลาด หรือภาษาที่ชาวบ้านใช้พูดกันอยู่ ไม่ใช่ภาษาสูงหรือภาษาราชการ ทำให้ฟังเข้าใจง่าย แต่มิใช่เป็นภาษาที่หยาบ เช่น

“แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” หรือ

“ยกกระบัตรคัดช้อนทุกเช้าเย็น เมียที่เป็นท่านผู้หญิงนั่งปิ้งปลา”

คำว่า “คัดช้อน” หมายถึง “คัด” ที่แปลว่า คัดคันยอ ได้แก่การยกยอที่ดักกุ้งริมคลอง และ “ช้อน”คือ ใช้ตะแกรงช้อนกุ้ง คำว่า คัดช้อน จึงหมายถึง ยกยอช้อนกุ้ง ซึ่งเป็นภาษาชาวบ้าน และเมียที่เป็นท่านผู้หญิง ก็หมายถึง เมียหลวงยกกระบัตรเมืองแกลง ที่ยังไม่ใช่คุณหญิง และยังไม่ได้เป็นท่านผู้หญิง แต่ชาวบ้านชาวเมือง มักจะเรียกยกย่องเช่นนั้น ท่านจึงนำมาเรียกบ้างว่า “เมียที่เป็นท่านผู้หญิง”นั่งปิ้งปลา

4. สัมผัสพราว ลักษณะคำกลอนของท่าน จะมีทั้งสัมผัสนอก สัมผัสใน สัมผัสอักษร สัมผัสสระหรือสัมผัสเสียง สัมผัสซ้าย สัมผัสขวา แพรวพราวเต็มไปหมด บางครั้งท่านถือเสียงเป็นสำคัญ จนทำให้บางคนตำหนิว่า กลอนของท่านความอ่อนไปก็มี เช่น

“อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่ไว้ในฝัก
สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย”

5. กล่าวความหลัง เนื่องจากท่านเป็นคนมีความรัก ความหลังฝังใจ ทำให้อดไม่ได้ที่จะกล่าวพาดพิง ถึงความรักความหลังของตนในการแต่งกลอนทุกเรื่อง แม้แต่สุภาษิตที่น่าจะมีแต่คำสอนล้วนๆ ท่านก็ยังอดแวะเวียนกล่าวถึงความหลังจนได้ เช่น

“อันหม่อมฉันที่ดีและที่ชั่ว ถึงลับตัวแต่ชื่อเขาลือฉาว
เป็นอาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองละคร”

6. ฟังแจ่มแจ้ง คำกลอนของท่านจะแจ่มแจ้ง กระทัดรัด ชัดเจน ไม่พร่ามัว และพิถีพิถันในการเลือกใช้ถ้อยคำ เพราะท่านเป็นกวีที่รุ่มรวยคำ จึงเลือกใช้คำได้อย่างเหมาะเจาะ เช่น

“ถึงคลองนามสามสิบสองคดคุ้ง ชวากวุ้งเวียนซ้ายมาฝ่ายขวา
ให้หนูน้อยคอยนับในนาวา แต่หนึ่งมาถ้วนสามสิบสองคด
อันคดอื่นหมื่นคดกำหนดแน่ เว้นเสียแต่ใจมนุษย์สุดกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน”

7. แสดงอุปไมย ซึ่งท่านจะถนัดมากในเชิงอุปไมยโวหาร โดยกล่าวคำนี้ขึ้นเป็นหลักก่อนแล้วยกเอาสิ่งอื่นมาเปรียบเทียบ ทำให้คำกล่าวมีน้ำหนัก และมองเห็นภาพได้ชัดเจนหรือเห็นเป็นเหตุเป็นผล มิใช่แบบอุปมาโวหาร อันหมายถึง ยกเอาสิ่งนี้ไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ซึ่งการแต่งอุปไมยโวหารจะแต่งได้ยากกว่า แต่ท่านสุนทรภู่มักจะใช้ อันแสดงให้เห็นถึงภูมิรู้ของท่านที่มีอย่างกว้างขวาง เช่น

“ประเพณีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง
จระเข้ใหญ่ไปถึงน้ำมีกำลัง อันเสือขังเข้าถึงดงก็คงร้าย
อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า ต่อภายหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย
ต้องตำรับจับให้มั่นคั้นให้ตาย จะทำภายหลังยากลำบากครัน”

8. ใช้คำตาย ท่านสุนทรภู่ จะถนัดใช้คำตายลงท้ายกลอน และใช้ได้อย่างไม่ติดขัด แสดงให้เห็นถึงความเป็นกวีที่ยอดเยี่ยม หาคนเทียบไม่ได้ เพราะแต่งยาก ซึ่งกวีมักจะอวดฝีปากกันตรงการใช้คำตายนี่แหละ เช่น

“ซึ่งครั้งนี้พี่พาเจ้ามาไว้ หวังจะได้สนทนาวิสาสะ
ให้น้องหายคลายเคืองเรื่องธุระ แล้วก็จะรักกันจนวันตาย”

9. ระบายอารมณ์ คำกลอนของสุนทรภู่จะอบอวลด้วยอารมณ์ศิลปิน ทำให้มีชีวิตชีวา เข้าถึงใจคน และกินใจ เพราะระบายอารมณ์อันแท้จริงออกมา ไม่เสแสร้งแกล้งว่า จนดูดัดจริต และช่างเปรยเปรย ซึ่งคำกลอนของท่านมักจะเป็นอารมณ์รัก อารมณ์หลง อารมณ์สงสาร อารมณ์น้อยใจในโชคชะตาของตนเอง เช่น

“นิจจาเอ๋ยกายเราก็เท่านี้ ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
ล้วนหนาวเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา”

10. คำคมสุภาษิต กวีนิพนธ์ของสุนทรภู่ มักจะสอดแทรกสุภาษิตคำคมอยู่เสมอ ทำให้ท่านได้ยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ เพราะคำสุภาษิตที่ยกมามักจะกินใจคน เพราะท่านช่างสังเกตความเป็นจริงของชีวิต แล้วนำมาผูกเป็นถ้อยคำขึ้นอย่างกระทัดรัด สอดคล้องทั้งถ้อยคำสำนวน และมีความไพเราะ เช่น

“เขาย่อมเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน
ครั้นจืดจางห่างเหินไปเนิ่นนาน แต่น้ำตาลก็ว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล”

11. แนวคิดของกวี แนวคิดของกวีมักเกิดจากประสบการณ์ชีวิต การศึกษาสังคม และชะตาชีวิตของกวีนั้นๆ ซึ่งท่านสุนทรภู่เองก็มีแนวคิดในเรื่องความไม่แน่นอน ความไม่ซื่อตรงของมนุษย์ และวาจาของมนุษย์นั้นก่อให้เกิดคุณหรือโทษได้ เช่น

“ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้พูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา”

12. ลีลาการเดินกลอน โดยทั่วไปคำกลอนจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความรู้สึกนึกคิดของกวีที่เป็นความอหังการ มมังการ (ความทะนงตน / ความถือว่าเป็นของตน) ซึ่งกวีบางคนอาจจะรู้สึกว่าตนยังต่ำต้อย ไม่ค่อยเก่งกาจอะไรนัก ยังไม่มั่นใจในตัวเอง จึงต้องมีการไหว้ครู หรือแต่งกลอนตามแบบครู เดินกลอนไปตามแบบแผน มีการถ่อมตน ยึดเอาครูอาจารย์เป็นที่พึ่ง แต่ท่านสุนทรภู่นั้นมีความอหังการ มมังการในทางบทกลอน จึงว่ากลอนอย่างโอ่โถง ไว้สง่า ภาคภูมิ เชื่อมั่นในตนเองอย่างเต็มที่ แต่งกลอนฉาดฉาน เดินกลอนอย่างสง่า เช่น

“สุนทรทำคำประดิษฐ์นิมิตรฝัน
พึ่งพบเห็นเป็นวิบัติมหัศจรรย์ จึงจดวันเวลาด้วยอาวรณ์
แต่งไว้เหมือนเตือนใจจะให้คิด ให้นิมิตรเมื่อภวังค์วิสังหรณ์
เดือนแปดจันทร์ทิวาเวลานอน เจริญพรภาวนาตามบาลี”

จะเห็นว่า ไม่มีใครเดินกลอนอย่างสง่าเหมือนเช่นท่าน อีกทั้งมักจะแสดงความรู้ประกอบไว้อย่างผ่าเผย ไม่อ้อมค้อม เช่น

“ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคกเป็นเมืองตรี ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว....”

ทั้งหมดนี้ คงจะทำให้เราได้เห็นความพิเศษ ที่ทำให้ท่านสุนทรภู่ ได้รับการกล่าวขานด้วยนามต่างๆ เช่น รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กวีเอกของไทย และบรมครูกลอนตลาดแห่งกรุงสยาม เป็นต้น อันล้วนเป็นการยกย่อง ในความสามารถของท่าน ซึ่งเป็นความน่าภาคภูมิใจของเราชาวไทยที่มีกวี ที่ไม่ด้อยไปกว่าชาติใดในโลก

ที่มา: บทวิเคราะห์เจาะลึก....เหตุใดสุนทรภู่จินตกวีเอก....จึงเป็น "บรมครูกลอนแปด"
http://www.kroobannok.com/blog/14627

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ni_gul วันที่ : 23/05/2016 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ขอแก้ไขค่ะ ทบทวนดูแล้ว
กลอนแปดสุภาพ บังคับรูปวรรณยุกต์ พิเศษกว่ากลอนแปดทั่วไปค่ะ
ลองย้อนอ่าน "กลอนแปดสุภาพ ว่าด้วยเรื่องฉันทลักษณ์" http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/07/13/entry-1

บทวิเคราะห์เจาะลึก....เหตุใดสุนทรภู่จินตกวีเอก....จึงเป็น "บรมครูกลอนแปด" /ครูบ้านนอกดอทคอม
http://www.kroobannok.com/blog/14627

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ni_gul วันที่ : 22/02/2010 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ขอบคุณนะคะคุณคมเย็น

กลอนแปดสุภาพมีบังคับเรื่องเสียงวรรณยุกต์ ไม่ได้ บังคับรูปวรรณยุกต์ ตกลงแก้ไขตามนี้แล้วนะคะ


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
วิถีรัตนา วันที่ : 29/11/2009 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

เขียนยากน่ะกลอนแปด
พออ่านดูยิ่งยากหนัก


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ni_gul วันที่ : 21/11/2009 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

สวัสดีมิตรสหายทุกคนที่แวะมาอ่านนะคะ
ขอบคุณทุกๆ ความเห็นค่ะ

รักสุนทรภู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

วางผังมาแบบนี้
กวีสมัครเล่นเกร็งเลย
แหกกฎตลอดเลยครู

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คมเย็น วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

ขอบคุณที่เผยแพร่ครับ
ขอเสริมนิดหน่อย
กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ
บังคับเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรค
ไม่ได้บังคับรูป
กฎเกณฑ์ก็ดังเช่นที่คุณนิกุลค้นคว้ามา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
driftworm วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เห็นความตั้งใจนะ
เมื่อมีโอกาส และความสามารถ ก็จะช่วยหาข้อเขียนในแนวทางนี้มาช่วยสร้างบรรยากาศครับ
เพราะฉันทลักษณ์จะอยู่หรือไป ขึ้นอยู่กับว่ามันถูกใช้มาก ใช้บ่อย ใช้ประจำหรือไม่
เมื่อถูกใช้มากมันก็มีที่ยืนที่กว้าง ... ทำให้หมดอายุช้า
แม้ว่าอย่างไรมันก็ต้องมีวันเสื่อมตามหลักอนิจจังก็ตาม

ข้อดีของฉันทลักษณ์สำหรับบล๊อกเก้อร์คือ ฉันทลักษณ์สามารถซ่อนความรู้สึกจริงข้างใน แฝงความนัยฝากบอกให้รู้ ได้อย่างแนบเนียน ไม่ประเจิดประเจ้อ ไม่ทำให้สองฝ่ายรู้สึกเสียหน้า .... ฮา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด[email protected]

ฟ้าสีครามยามเย็น..
ปลาดาวเวิ้งกว้างนอนนับดาว...
ซันเซสฉันรักเธอ..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Supawan วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ...

ตามมาอ่านดีกว่า แต่งเองไม่เป็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
J1214 วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 06.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

ว่าจะเขียนกลอนแปดโชว์พี่นุกูล
เจอสิดพี่นิล...ถอย..ดิหว่า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
nilsamai วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 06.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ยามเช้าสวัสดีพี่นุกูล
นิลทาตื่นมากาแควแก้หาว
ประสาหลานสุนทรภู่ปู่เรา
นับนิ้วเอาแปดคำ..ขำเอย..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 04.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

จำแม้นจำได้แต่แต่งไม่เป็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธนเดชจตุคามฯ วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanadech
.."ปัญญาสมาธิ..ย่อมพึงมีอยู่ในตน..ของเหล่าบัณฑิตชนเสมอ?"..

..ขอชื่นชมกับเนื้อหาที่สร้างสรรค์ ของคุณนิกูลที่กรุณาค้นคว้านำมาเผยแพร่ครับ..
..ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ ในการแต่งบทกวีครับ..




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน