• forgive
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-08
  • จำนวนเรื่อง : 776
  • จำนวนผู้ชม : 92920
  • จำนวนผู้โหวต : 142
  • ส่ง msg :
ทูแคร์
คำว่า 'to care' เป็นที่รวมของคำอีกสองคำคือ 'careful' ซึ่งมีความหมายทางด้านสติและการระมัดระวัง กับ 'caring' ซึ่งมีความหมายทางด้านความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/tocare
วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน 2551
เข้าซอยให้ถูก
Posted by forgive , ผู้อ่าน : 188 , 08:35:11 น.   | หมวดหมู่ : คำสอนครูบาอาจารย์  
พิมพ์หน้านี้


    

เข้าซอยให้ถูก
โดย พระอาจารย์อำนาจ โอภาโส

เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในสังคม บ่อยครั้งเราเลือกไม่ได้ว่า
วันนี้จะมีคนดีหรือคนไม่ดีผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา
เหมือนกับทุกการงานหรือความฝันใฝ่ของเรา
เราก็เลือกไม่ได้ที่จะราบรื่นหรือมีอุปสรรค

แต่สิ่งหนึ่ง เราสามารถเลือกได้และกำหนดได้ด้วยตนเอง
คือเราเลือกที่จะขุ่นมัว หรือเลือกที่จะรักษาสันติสุขในหัวใจ


มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเพราะเขาเป็นคนไม่ดี เราจึงขุ่นมัว
หรือเพราะว่าอุปสรรค จึงทำให้เราหงุดหงิด
แต่มันอยู่ที่ว่า เราวางใจไว้ตรงไหนในหัวใจเรา

ถ้าเราวางใจไว้ตรงการถือตัว ว่าเราดีกว่า เราต้องชนะ
การแพ้จะทำให้เรารู้สึกต่ำต้อย
เวลาที่ไม่ได้รับการให้เกียรติ ไม่ได้รับความสำคัญ

แค่กิริยาเมินเฉยของใครบางคน ก็อาจทำให้เราขุ่นมัวได้
นั่นย่อมแปลว่า ความทุกข์นั้นไม่ได้เกิดเพราะเขาเป็นผู้กระทำต่อเรา
แต่เพราะความไม่รู้ตามความเป็นจริง (อวิชชา)
จึงทำให้เราวางใจไว้ผิด ในกรณีอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

เราจะต้องเป็นผู้สมหวังเสมอไปหรือ
แล้วทำไมเราจึงไม่ยอมรับว่าอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา
การเป็นคนดี กับ การเป็นคนมีอุปสรรค เป็นคนละเรื่องกัน

ดังนั้น เวลาที่เรามีปัญหาขัดข้องในสิ่งที่เราทำ
เราก็ไม่จำเป็นต้องตกนรก ด้วยการทำใจให้หงุดหงิด ขุ่นมัว

และอ้างว่าเราเป็นคนดี เรากำลังทำในสิ่งที่ดีหรือสำคัญ

หรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มีประโยชน์ เลยจำเป็นต้องหงุดหงิดกับอุปสรรค

นั่นก็เป็นการวางใจไว้ผิดเช่นกัน
เพราะอุปสรรคนั้นอยู่ในกฎแห่งความไม่เที่ยง ไม่แน่นอน
ความไม่ใช่ตัวตน สิ่งนั้นเราบังคับบัญชาไม่ได้

ดังนั้น ถ้าเราหงุดหงิดกับอุปสรรค
แสดงว่าเรากำลังวิปลาส คือเห็นผิด
เห็นว่าความไม่เที่ยงว่าเที่ยง เห็นทุกข์เป็นสุข
เห็นความไม่ใช่ตัวตนเป็นตัวตน
และพยายามจะบังคับให้ทุกอย่างเป็นไปดังใจ
โดยลืมความจริงไปว่า...

คนอื่นก็ล้วนเกิดจากองค์ประกอบที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลาตามเหตุปัจจัย
ยิ่งทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนมาก
ก็ย่อมต้องพบกับความผันผวนแลแปรปรวนมากเท่านั้น
เหมือนเดินอยู่ท่ามกลางกระแสคลื่นที่อยู่โอบล้อมเรา
เราจะกรีดร้อง หรือยิ้มอย่างเท่าทันต่อหัวใจของตัวเอง
รักษาสมดุลอันสงบในหัวใจ และก้าวเดินอย่างงามสง่า
เพราะในทุกๆ วินาทีที่คลื่นแห่งความแปรเปลี่ยนโอบกอดเรา
เราเลือกได้ที่จะเอะอะโวยวาย คร่ำครวญ หรือเลือกที่จะมีศานติสุขในหัวใจ
ไม่ผลักใจตัวเองให้ลงนรกด้วยความขุ่นมัว

ในเมื่อความเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอนนั้น
เป็นกฎอันศักดิ์สิทธิ์ของธรรมชาติ
 

พายุร้ายที่โหมกระหน่ำ ก็เคลื่อนตัวไปสู่ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง
รัตติกาลย่อมผลิแย้มดวงตะวันแห่งรุ่งอรุณ

เราจึงเลือกได้ที่จะสงบสันติสุขอย่างผู้มีปัญญา
ไม่หวาดหวั่นกับอุปสรรค
เพราะอุปสรรคทำให้เราตกนรกไม่ได้ ถ้าเราวางใจไว้ถูก
ไม่แก้ปัญหาด้วยการทำใจให้เป็นอกุศล
หรือแม้แต่ก่อความอยากที่จะพ้นจากภาวะอันขัดข้อง


เพราะความอยากพ้นจากภาวะ ก็เป็นตัณหาตัวหนึ่ง
ที่ให้ผลเป็นความบีบเค้นต่อจิตใจ
นับเป็นการซ้ำเติมตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ทุกข์ทางกายที่เราต้องประสบกันทุกคน
เหมือนกับกำปั้นของธรรมชาติ ที่คอยทำร้ายเราด้วยทุกข์เล็กทุกข์น้อย
แต่หากเราขาดสติ เราจะซ้ำเติมตัวเองอีกกำปั้นหนึ่ง ด้วยการวางใจไว้ผิด

อุปสรรคย่อมเกิดขึ้นโดยธรรมดา
แต่เราเลือกที่จะเครียดหรือไม่เครียด
กายเรามีสิทธิ์ที่จะเจ็บป่วยตามธรรมชาติ
แต่เราเลือกได้ที่จะเอากำปั้นเราทุบใจซ้ำ
ด้วยความกังวลหงุดหงิดอยากให้หาย ดิ้นรนที่จะพ้นจากภาวะ
หรือวางใจให้เห็นธรรมชาติของกาย เวทนา ว่าไม่ใช่ของเรา
ล้วนเป็นองค์ประกอบของเหตุปัจจัย


แต่การวางใจไว้ถูก ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
แต่เกิดขึ้นอย่างมีปัญญาที่จะเข้าใจตามความเป็นจริง
เหตุนั้นเองเราจึงจำเป็นต้องเข้าใจวงจรปฏิจจสมุปบาท
คือภาวะที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้น


เช่น เราเลือกไม่ได้ที่จะให้คำพูดที่ไม่ดีมากระทบหูของเรา
แล้วไหลตกลงไปสู่ในใจ
การรับรู้เกิดขึ้นแล้วตรงนั้น

เสี้ยววินาทีแห่งสายฟ้าแลบนั้น เราเลือกได้ที่จะโกรธหรือไม่โกรธ
โต้ตอบ หรือ สงบอย่างรู้เท่าทันถึงผลที่จะตามมา
ในช่วงวินาทีแห่งสายฟ้าแลบนั้น
เราอาจะเผลอถูกย้อมอารมณ์กลายเป็นปฏิกิริยา
มารู้สึกตัวอีกทีก็สายเสียแล้ว วิธีคือเราต้องวางใจให้ถูกต้องเสียก่อน

คือเข้าซอยถูก ที่ปากซอยปักป้ายไว้ว่า สัมมาทิฏฐิ 
คือ เมื่อมีความเห็นที่ถูกต้อง จึงมีดำริที่ถูกต้อง คือ
สัมมาสังกัปปะ 
คือวางไว้ในใจว่า จะเสียสละ จะเมตตา จะกรุณา
เมื่อวางใจในลักษณะบวก (+) เช่นนี้
แม้จะถูกคลื่นลบ (-) มารบกวน จิตก็ตกลงมายาก

หากวางใจไว้เป็นลบอยู่ก่อนแล้ว
คือหมกมุ่นพัวพันกับสิ่งสนองความอยาก
หรือคิดในแง่ร้าย เคียดแค้น ชิงชัง
หรือคิดในแง่ที่จะเอาเปรียบ ข่มเหง
การวางใจไว้ผิดเช่นนี้ ยิ่งกระทบก็ยิ่งทำให้ใจมืด
เหมือนเดินเข้าปากซอยผิดตั้งแต่เริ่มต้น
คือ ยิ่งเดิน ยิ่งมืดทึบ อึดอัด คับตัน

เป็นการดำริที่ทำให้ปัญญาดับ
เป็นการเบียดเบียนทั้งตัวเองและผู้อื่น
เพราะการวางใจไว้ผิดนั้น
ก็เผาลนตัวเองอยู่ทุกขณะอยู่แล้ว ก่อนที่จะเผาไหม้ผู้อื่น
เมื่อการกระทบนั้นไม่เป็นดังใจ
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทุกสิ่งซึ่งไหลโอบล้อม
อยู่รอบกระแสแห่งชีวิต จะถูกใจไปทั้งหมด

ดังนั้น การเข้าซอยถูกตั้งแต่เริ่มต้น ยิ่งเดินยิ่งสว่าง ..

เมื่อเข้าซอยสัมมาทิฏฐิ เห็นถูกต้อง
ก็ทำให้เกิด
สัมมามาสังกัปปะ ดำริคิดถูกต้อง
ทำให้เกิด 
สัมมาวาจา พูดถูก
สัมมากัมมันตะ คือมีกายในทางไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยการฆ่าหรือขโมย
สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ เว้นจากมิจฉาชีพ
สัมมาวายามะ คือความเพียรคอยเร้าจิตให้มุ่งมั่น
ป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น
ละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว สร้างกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
และรักษากุศลที่มีอยู่ในใจให้เจริญยิ่งขึ้น
สัมมาสติ ระลึกชอบ คือมีสติอยู่กับกาย เวทนา จิต ธรรม
สัมมาสมาธิ คือความตั้งใจไว้ชอบ
ความตั้งมั่นของจิตที่แน่วแน่นุ่มนวลควรแก่การงาน
ทำให้เกิดปัญญาเห็นตามจริง

ดังนั้น การเริ่มต้น เริ่มเข้าซอยถูก
เห็นถูก วางใจให้ถูก จึงยิ่งเดิน ยิ่งสว่าง

ถึงแม้เราจะเลือกไม่ได้ว่าจะมีอุปสรรคระหว่างหนทางหรือไม่
จะเจอคนดีหรือไม่ดี ไม่มีใครผลักใจเราให้ล้มลงได้
ถ้าเราไม่ผลักใจเราให้ลงนรก ด้วยความขุ่นมัว... เราเลือกได้.

*****

ขอขอบพระคุณ : http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13688


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
SOMBOONTIEW วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

ไม่ได้มาเยี่ยมคารวะกันเสียนาน

มาส่งเทียบเชิญอ่านเรื่อง มังกร

เรื่องเล่าจากผู้เฒ่าจีนครับ
ความคิดเห็นที่ 4
forgive วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 10.47 น.
http://www.oknation.net/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

สาธุค่ะ คุณอัก

ไปอ่านเรื่องแม่บ้านคุณอักแล้ว
เม้นท์ไม่ออกจริงๆ

เดี๋ยวแวะไปใหม่..
ความคิดเห็นที่ 3
forgive วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 10.46 น.
http://www.oknation.net/blog/tocare
Forgive others and you will be forgiven.

ไม่มีใครอ่านแล้ว เข้าใจแล้ว
และสามารถปฏิบัติได้ทันที
โดยไม่ผ่านการฝึกปฏิบัติหรอกค่ะ คุณ officemom

ลองดูนะคะ เพื่อวันหนึ่งจะได้ทราบด้วยตัวคุณเองว่า
ควรจะวางใจไว้ตรงไหน ในหัวใจเรา
ความคิดเห็นที่ 2
อักษราภรณ์ วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.

***มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเพราะเขาเป็นคนไม่ดี เราจึงขุ่นมัว
หรือเพราะว่าอุปสรรค จึงทำให้เราหงุดหงิด
แต่มันอยู่ที่ว่า เราวางใจไว้ตรงไหนในหัวใจเรา ***


***ดังนั้น การเริ่มต้นเริ่มเข้าซอยถูก
เห็นถูก วางใจให้ถูก จึงยิ่งเดินยิ่งสว่าง***


สาธุค่ะ.
ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ทำไมหนอ

อ่านแล้ว ก็บอกตัวเองว่ารู้แล้ว

พอเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงๆ ก็ ปฎิบัติไม่ได้เสียที

มีอะไรแนะนำไหมคะ
เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30