พิมพ์หน้านี้
|
ยามเย็นอันเงียบเหงา อาทิตย์อัศดงกำลังเปล่งอำนาจแสงสุดท้ายแห่งวันอำลาโลก เบื้องหลังเวิ้งฟ้าและท้องทะเลสีแดงระเรื่อ คลื่นหัวแตกพลิ้วเป็นระลอกถาโถมเข้าหาฝั่ง หยอกเอินกลุ่มโขดหินลูกแล้วลูกเล่า ช่วงเวลาของการพักผ่อนกำลังจะมาถึงในดินแดนแห่งพันธนาการ เพื่อรอคอยการเดินทางไปสู่ความมืดมนครั้งใหม่ในวันพรุ่ง แสงสีแดงถูกกลืนด้วยความมืดที่เข้ามาแทนที่ ดวงจันทร์น้อยลอยเด่นทักทายหมู่ดาวกะพริบ ความมืดบดบังท้องทะเลและฟากฟ้าจนกลายเป็นผืนเดียวกัน โขดหินโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแสงสะท้อนของเงาจันทร์สีเงินยวง เบื้องหลังนั้นปรากฏเงาตะคุ่มของชายร่างใหญ่สงบนิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ คงมีลมหายใจเข้าออกเท่านั้นที่บ่งบอกถึงการมีชีวิต ความเวิ้งว้างของท้องทะเลยามค่ำคืนคล้ายมีมนต์สะกดให้ผู้มาเยือนต้องสงบนิ่งกับความล้ำลึกของมัน ชายหนุ่มเดียวดายนั่งรอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่บนโขดหินเหมือนรูปปั้นอันไร้ชีวิต แต่ลึกลงไปในจิตใจ เขากำลังแสวงหาวิถีชีวิตให้กับตนเองที่ดินแดนแห่งนี้ได้คร่าเอาความมีชีวิตไปจากเขานับตั้งแต่ได้เริ่มเหยียบย่างเข้ามา ชีวิตที่ผันแปรของเขาเดินทางมาสู่เส้นทางแห่งโซ่ตรวน เส้นทางที่พันธนาการชีวิตและความงดงามในวัยฉกรรจ์ไว้เบื้องหลังความอำมหิตและโหดร้าย ร่างกายอันกำยำของเขาถูกรองรับอารมณ์ของบุคคลที่บ้าระห่ำ ด้วยแส้และตรวนที่ป่าเถื่อนที่ตีฟาดเขานับครั้งไม่ถ้วน การต่อต้านถือเป็นความผิดมหันต์ที่นำมาพิจารณาลงโทษด้วยวิธีที่ต่ำช้ากว่ามนุษย์ผู้เจริญแล้วคาดคิดถึง การยอมจำนนเป็นวิถีทางเดียวในการอยู่รอด ในดินแดนแห่งนี้จะไม่มีการยอมรับในความเป็นคน แต่เขาจะถูกมองเป็นเพียงเจ้าสัตว์ตัวน้อยๆ ที่สามารถสนองอารมณ์อันบ้าระห่ำ ดวงจันทร์คล้อยตัวสูงขึ้น เสียงคลื่นยังคงหยอกล้อกับโขดหิน ละอองน้ำทะเลเคลื่อนปะทะฝ่าเท้านำพาความชุ่มชื่นซาบซ่านทั่วทั้งกาย เขานั่งสงบนิ่งเหม่อมองไปในท้องทะเลและผืนฟ้าสีดำกว้างใหญ่ ย้ำคิดกับตัวเอง.... ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะมีวิถีชีวิตของตัวเอง ไกลออกไปในดินแดนอีกด้านหนึ่ง มันคงจะมีชีวิตที่งดงามที่ฉันจะสัมผัสความสดใสในช่วงวัยได้อีกครั้ง สายน้ำจะพาใจฉันล่องลอยไปสู่อิสรภาพที่ดินแดนฝั่งโน้นเรียกร้องให้ฉันไปได้ไหมนะ อิสรภาพกำลังรอคอยฉัน มันกวักมือเชิญชวนฉันไปทุกค่ำคืน เสียงร้องอันโหยหวนจากใจลึกร่ำร้องที่จะปลดพันธนาการแห่งโซ่ตรวนออก เพื่อวิ่งไปสู่เสรีภาพอันยิ่งใหญ่ ไปให้พ้นจากดินแดนที่คร่าชีวิตเขาไปกว่าครึ่ง ท้องทะเลยังคงเรียกร้องให้ฉันล่องลอยไปกับมัน มันสัญญาว่าจะพาฉันไปให้พ้นจากขุมนรกอันเลวร้ายนี้ เขาหยุดคิด... หันกลับไปมองเบื้องหลัง ทันใดนั้นภาพของปีศาจและอสูรร้ายกลับวนเวียนอยู่รอบตัว ต่างรุมทึ้งยื้อยุดให้เขากลับไป เขากรีดร้องต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ แต่แล้ว..สายน้ำของท้องทะเลผู้เป็นมารดาแห่งชีวิตก็โหมกระหน่ำ สาดซัดอสูรร้ายหนีหายไป เขาหันกลับมองท้องทะเลอีกครั้ง ในดินแดนที่วิญญาณอิสระของฉันถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนของปีศาจ ชีวิตฉันมีค่าแค่เพียงตอบสนองความโหดร้ายและความบ้าระห่ำเท่านั้นละหรือ อะไรคือความเป็นธรรมสำหรับผู้ที่เกิดมาเพื่อมีชีวิตอยู่กับการจองจำโดยไร้แนวทางของตนเอง อิสรภาพในการดำรงชีวิตด้วยตัวเองจะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ด้วยหรือ.. ไม่... นับตั้งแต่นี้ไป ฉันจะก้าวเข้าสู่เส้นทางชีวิตของตัวเอง เส้นทางที่ฉันจะเป็นผู้เลือกเดินไปตามครรลองแห่งตน อิสรภาพอยู่ไม่ไกลหรอก มันดำรงเลี้ยงอยู่ในกายและจิตใจของฉันเสมอมา ดวงใจอิสระกำลังจะปลดบ่วงพันธนาการลง ความเป็นเสรีของดวงวิญญาณเผยโฉมแล้ว คลื่นซัดโหมกระหน่ำมากขึ้น ฝอยละอองคลื่นสาดไปทั่วร่าง เขายังคงสงบนิ่งอยู่เช่นเดิม เพื่อซึมซับความชุ่มชื้นและดื่มด่ำรสอมตะของมารดาผู้ให้ชีวิต ความทรงจำสุดท้ายที่ผ่านเข้าครอบงำชีวิตอันโหดร้าย ปล่อยให้มันสลายไปกับท้องทะเล ในช่วงนั้นจิตใจของเขาได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายน้ำ วิญญาณอิสระของเขาล่องลอยพ้นบ่วงพันธนาการใดๆ อิสรภาพกำลังกวักมือร้องเรียกให้เขาไปสู่เส้นทางใหม่ในดินแดนอันไกลโพ้น เส้นทางแห่งเสรีภาพ.... ดวงอาทิตย์เปล่งแสงแห่งวันใหม่อีกครั้ง สายลมหัวร่อต่อกระซิกกับเกลียวคลื่น ความสดใสของท้องทะเลยามเช้าดูงดงาม แต่เบื้องหลังโขดหินอันแข็งแกร่ง กลับเหลือไว้เพียงร่างอันไร้ชีวิตของชายเดียวดายล่องลอยไปตามสายน้ำ พริ้วไหวไปตามระลอกคลื่น ดุจบุตรน้อยผู้อยู่ในอ้อมกอดของมารดาผู้ปกป้องและคุ้มภัย บัดนี้...วิญญาณอิสระของเขาได้ไปไกลพ้นขอบเขตแห่งโซ่ตรวน... อิสรภาพที่เขาโหยหา...จักดำรงอยู่กับเขาชั่วนิรันดร์ |
| Journey In The Mist | ||
การเดินทางสู่สายหมอก |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||