พิมพ์หน้านี้
|
รถยนต์ที่ชื่อ ประเทศไทย
เป็นเรื่องเล่าจากปากคอการเมืองในวงสุราวงหนึ่ง ที่ถกเถียงกันอย่างเอาจริงเอาจัง ปนความครื้นเครงข้ามวันข้ามคืน ถึงความสับสนวุ่นวายของการเมืองไทย ณ วันนี้
วันที่แม้จะมีการเลือกตั้ง มีการจัดตั้งรัฐบาล แต่ดูเหมือนยังมีปัญหาตามหลอกหลอนไม่จบสิ้น
วงสนทนาอุปมาอุปไมยไปว่า มีรถยนต์คันหนึ่ง พ่นข้อความข้างรถว่า ประเทศไทย แต่ใช้มาหลายมือ เปลี่ยนคนขับมาหลายคน ตามยุคสมัย ตามวันเวลา
บางทีคนขับก็ใส่ชุดสีเขียว บางทีก็สีกากี บางทีก็ใส่สูท แต่มีการผลัดกันขับ รถยนต์ประเทศไทย คันนี้มาโดยตลอด บนถนนเส้นหนึ่ง ที่มีชื่อ ว่า ถนนสู่ความเจริญ
บางครั้งก็มีคนแย่งกันขับ ถึงขนาดต้องใช้ปืนจี้ ลากรถังมาบังคับให้สละรถ ในเหตุผลต่างกรรมต่างวาระ แต่สุดท้าย รถยนต์ประเทศไทย ก็ต้องกลับมาออกสตาร์ทที่จุดเริ่มต้นทุกครั้งไป
อย่างไรก็ตาม แม้ ถนนสู่ความเจริญ จะสร้างมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีคนขับรถคนไหน เคยขับไปจนสุดถนน ถึงจุดหมายแม้แต่คนเดียว
แต่ในปี 2544 มี คนขับหน้าใหม่หัวดี กับพวก ประมูล รถยนต์ประเทศไทย มาขับได้ และด้วยความหัวดีเขาจึงคิดค้น โมดิฟายทำเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น จนวิ่งเร็ว ถูกใจบรรดาชาวบ้านผู้ใจร้อน อยากเห็น รถยนต์ประเทศไทย พุ่งเข้าเส้นชัยตรงสุดถนนเร็วๆ
แต่ด้วยความที่รถวิ่งเร็ว เต็นท์รถหลังคาสีเขียวขาใหญ่ในวงการ ที่มีเจ้าของเต็นท์เป็น ชายผู้มีบารมีในวงการ จึงออกมาทักว่า รถเสียงดังหนวกหู กินน้ำมัน แถม คนขับหัวดี ยังขับรถเร็วไม่ปลอดภัย ซ้ำยังพยายามหาทางลัดตลอดเวลา ไม่ยอมขับไปตรงๆตามถนนที่ทอดวาง
เต็นท์รถสีเขียว จึงสั่งไฟแนนซ์ให้มายึดรถ และไล่ คนขับหัวดี ลงจากรถ พรรคพวกของคนหัวดีก็แตกกระสานซ่านเซ็น จน คนขับหัวดี ต้องหนีไปเมืองนอก เพื่อเตะฟุตบอลฆ่าเวลา เจ้าของเต็นท์สีเขียว ก็หาเด็กในเต็นท์มาขับแทน แต่ทว่าเด็กคนนั้น แม้จะเป็นเบอร์ 1 เป็นที่โปรดปรานของเจ้าของเต็นท์ แต่เขาไม่ได้อยากจะมาขับตั้งแต่แรก จึงจอดรถทิ้งไว้ในเต็นท์เฉยๆ ขับบ้าง ไม่ขับบ้าง นานเกือบ 2 ปี จนเครื่องฝืด น้ำมันเครื่องขาด น้ำมันหมด ลมยางอ่อน
จนทำให้ คนหัวดี ได้โอกาส ส่ง คนขับรถขี้บ่น แต่ชอบชิม กับพวก ที่ระเห็จระเหินรอดชีวิตกันมา รวมตัวกันเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน ได้มา 233 บาท พร้อมไปเรี่ยไรมาจาก คนขับรถอกหัก คนอื่นๆอีก 83 บาท ทุบหม้อข้างรวมเงินกันได้ 316 บาท จนสามารถไปไถ่รถออกจากเต็นท์สีเขียวมาขับได้ แม้เต็นท์สีเขียวจะไม่สบอารมณ์นัก แต่เพราะได้ให้สัจจะกับชาวบ้านไว้แล้วว่า จะให้มีการประมูลรถออกจากเต็นท์
แต่ระหว่างที่ คนขับรถขี้บ่น เริ่มขับ รถยนต์ประเทศไทย ไปได้ไม่นาน ปัญหาก็เกิด เครื่องยนต์เริ่มกระตุก ช่วงล่างเริ่มสั่น ด้วย รถยนต์ประเทศไทย ยังไม่หายบอบช้ำจากการช่วงชิงกันในอดีต
อย่างไรก็ตาม คนขับรถขี้บ่น ก็พยายามขับต่อไป โดยมีพรรคพวกที่ร่วมลงขันเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านร่วมโดยสาร ระหว่างทางก็พบชาวบ้าน และแวะจอดโฆษณาชักชวนให้ขึ้นรถไปด้วยกัน มีชาวบ้านบางส่วนเชื่อ ก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งร่วมชะตากรรม บางส่วนยังลังเล ก็ออกตัวว่าจะขอนั่งแท็กซี่ตามไปทีหลัง
ในขณะที่ คนขับรถอกหัก เพื่อนผู้ลงขันไปไถ่รถกันมา ก็กล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าโดยสารไปด้วย ได้แต่ขับมอร์เตอร์ไซค์ตามสังเกตุการณ์มาห่างๆ
แต่ระหว่างขับไป ก็เกิดไปเจอ แกงค์ปาหิน หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยจอช่วงก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 บางคนหัวเกรียน บางคนหน้าเหมือนอาแปะใส่แว่น บางคนชอบพูดตำหนิติติงทุกสัปดาห์ แอบอยู่ข้างทางคอยระดมก้อนหินสารพัดขนาดปาใส่คนขับ ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง หัวโนกันไปบ้าง
แต่มีหลายก้อนที่ไปโดนกระจกแตก ข้างรถบุบ จนคนขับขี้บ่นต้องขับฉวัดเฉวียนหลบน่าหวาดเสียว ขณะที่ลิ่วล้อในรถ ก็แลบลิ้นปลิ้นตาตอบโต้ ปาหินกลับไปบ้าง ถอดน็อต อะไหล่รถบางชิ้นปากลับไปบ้าง
แม้ คนขับขี้บ่น จะไขกระจกด่า แกงค์ปาหิน ว่า เป็นตัวจ้องทำลาย และถ่วงความเจริญ แต่ แกงค์ปาหิน ก็อ้างว่า ชาวบ้านแถวนั้นเห็นด้วยให้มาดักปา เพราะ คนขับรถขี้บ่น และผู้โดยสารในรถ เป็นคนไม่ดี เป็น นอมินี มาขับแทน คนหัวดี ขับรถไม่ตรงทาง แถมจะหลอกเอารถไปขาย ไม่ได้หวังไปสู่จุดหมายอย่างแท้จริง
ขับไปสักพักแวะเติมน้ำมัน น้ำมันก็แพง สาพัดปัญหารุมเร้า ชาวบ้านข้างทางก็คอยร้องโอดโอย ถึงความเดือดร้อน ข้าวยาก หมากแพง
ไม่คาดฝัน คนขับขี้บ่น ก็ขับมาเจอ ด่านตรวจ มีการขอดูใบขับขี่ ปรากฎว่ารูปในใบขับขี่ ปรากฎเป็นหน้าของ คนหัวดี ไม่ใช่หน้าของ คนขับขี้บ่น
เจ้าหน้าที่คุมด่านจึงเขียนใบสั่ง และขอให้ลงจากรถ ไม่ให้ขับต่อ ตั้งข้อหาใบขับขี่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นใบขับขี่ นอมินี แต่ คนขับขี้บ่น ไม่ยอม แย้งว่าใบขับขี่นี้ได้มาโดยชอบ ด้วยการลงขันจากชาวบ้าน ส่วนที่หน้าตาในใบขับขี่ที่ไม่ตรงกับหน้าตัวเอง ก็เพราะเป็นใบขับขี่สากล ต่างชาติให้การยอมรับ
แถมโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้ง ตั้ง ด่านผี ไม่มีกฎหมายรับรอง มี มือที่มองไม่เห็น สั่งให้มาตั้งด่านจับ ด้วยเป้าหมายต้องการไล่ตัวเอง และพวกลงจากรถ เพื่อให้ คนหน้าตาดี มาขับแทน แต่เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า ตั้งด่านถูกกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ชั้นสัญญาบัตรที่กฎหมายรับรองโดยชอบคุมด่าน
สุดท้ายแม้ รถยนต์ประเทศไทย จะรอด่านไปได้ แต่ก็ขับไปแบบทุลักทุเล สะบักสะบอม ไม่มีวี่แววว่าจะถึงจุดหมาย จน เจ้าของเต็นท์สีเขียว ทนไม่ได้ สั่งไฟแนนซ์ให้ใช้อำนาจเดิมที่เคยใช้เมื่อปี 2549 เรียกมาตรวจสภาพรถ แล้วบอกว่า ต้องเปลี่ยนคนขับคนใหม่ รวมทั้งไล่ผู้โดยสารลง แล้วจะหาคนขับคนใหม่มาขับแทนอีก
พลันมี คนขับหน้าตาดี ที่เฝ้ารอหวังขับรถคันนี้มานาน ยกมือขึ้นอาสาขอขับเอง แต่ด้วยความเป็นมือใหม่ อ่อนประสบการณ์ แถมยังเป็นวัยรุ่นใจร้อน มีอารมณ์ศิลปิน ชอบขับรถเร็ว คนขับหน้าตาดี จึงขับรถไปแบบเก้ๆกังๆ ไม่ถนัด เลี้ยวผิดเลี้ยวถูก
ซ้ำยังโชคร้ายขับไปเจอ เรือใบที่สมุนของคนขับรถขี้บ่นวางไว้ ทำให้ยางแบน ขับไปอย่างทุลักทุเลไม่แพ้กัน
จบบรรทัดสุดท้าย รถยนต์คันนี้ก็วิ่งต่อไปไม่ได้ ทั้งเครื่อง ช่วงล่างพังยับเยิน ยางก็แบน ชิ้นส่วนต่างๆหลุดลุ่ยไม่มีขึ้นดี จากเคยเป็นรถที่คนแย่งกันขับ บัดนี้ จะทำได้ก็แต่เพียงส่งซากรถชั่งกิโลขายซาเล้งแบบไม่ได้ราคา ปิดฉาก ถนนสู่ความเจริญแบบถาวร... ///////////////// |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||