พิมพ์หน้านี้
|
เนปาล ไปกันได้ไปกันดี วันแรก ในถิ่นเนปาล ก็เกือบโดนซะแล้ว หลังจากที่พากเพียรเก็บวันหยุดพักร้อนได้มากกว่า 15 วัน จึงทำให้ผมคิดแผนการเดินทางไปยังต่างประเทศสักหน่อยในปีนี้ เหลียวซ้ายมองขวา พร้อมกับปัจจัยในกระเป๋าเงิน จึงทำให้ประเทศที่ถูกเลือกคือ เนปาล (หลังจากตอนแรก วางแผนจะไปอังกฤษ ขอไปยลโฉมฟุตบอล แมนยู สักครั้งในชีวิต แต่ด้วยสตางค์มีอย่างจำกัด จึงต้องพับแผนนี้เก็บ) จึงกำหนดวัน และ โปรแกรมการเดินทางในเนปาล โดยมีเวลาในเนปาลอยู่ 16 วัน โดยเป้าหมายคือการ Trekking หรือการเดินเขา นั้นเอง โดยจะ Trekking เป็นเวลา 7-8 วัน และนอกนั้นเป็นการเที่ยวในที่ต่าง ๆ ในเนปาล พอวางแผนเรียบร้อย ก็หาเพื่อนร่วมทาง โดยทริปนี้ หาได้ไม่ไกลจากตัวเพราะคือคนรู้ใจของกระผมนั้นเอง ก่อนจะไปก็อ่านข้อมูลจากหนังสือท่องเที่ยวหลาย ๆ เล่ม สรุป ได้ว่าประเทศนี้ วุ่นวาย ฝุ่นเยอะ เมืองไม่ค่อยสะอาด มักมีกลโกงหลากหลาย (จะว่าโกงก็ไม่น่าจะใช่ เรียกว่า หลอกล่อ ดีกว่า) น่าจะคล้าย ๆ อินเดีย แต่ดูดีกว่า (แล้วจะไปทำไมหว่า) แต่เสน่ห์อยู่ที่เทือกเขาหิมาลัย และ ยอดเขา Everest ที่เราๆท่านๆ รู้จักกันเป็นอย่างดี (โดยเนปาล มีภูเขาสูงที่สุดในโลก 8 แห่งจาก 10 แห่งของโลก)และมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งมาก ๆ ประเทศหนึ่งของโลก และมีสถานการณ์การเมืองที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์มาก จึงทำให้ต้องตรวจสอบข่าวสารว่าช่วงที่จะไป มีอะไรน่าสพึงกลัวเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองบ้างหรือเปล่าจากข้อมูลดังกล่าว จึงทำให้คนไทยตัวน้อย ๆ อย่างผม อยากไปสัมผัสประเทศนี้ขึ้นมาทันตา พอใกล้วันเดินทาง มันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือน ๆ กับการไปยุโรปในครั้งก่อน ๆ ยังไงบอกไม่ถูก เหมือนกำลังจะไปประเทศเพื่อนบ้านเราอย่าง ลาว พม่า ไงงั้น ..
พอถึงวันที่ 11 ก.พ. ก็ได้เวลาเหินฟ้าสู่เนปาล โดยเครื่องออก 10 โมงกว่า และใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงเนปาลที่ใฝ่ฝัน ใกล้เวลาเครื่องลงได้ไม่นาน ภาพที่ปรากฎบนหน้าต่างเครื่องบิน ก็ทำให้ตาค้างประมาณกินกาแฟ ผสม ชา ไป 2 แก้ว เกือบทุกสายตามองมาทางขวาของเครื่องพร้อม ๆ กันเพราะยอดเขา Everest โผล่ขึ้นมาทักทายเราอยู่ไม่ไกลนัก(ตั้งแต่ออกจากท้องแม่มาไม่เคยเห็นอะไรใหญ่โตเพียงนี้) เหมือนกำลังจะมาบอกว่า ต้อนรับสู่ เนปาล จึงทำให้ผู้โดยสารหลายคน ต้องควักกล้องออกมากดชัตเตอร์กันสนั่นเครื่อง รวมทั้งผมและคนรู้ใจด้วย..
(ยอดเขา Everest ยอดสูง ๆ สีดำ ๆ โน่นแหล่ะครับ งามมั้ยหล่ะ) พอเครื่องแตะสนามบิน กัปตันก็ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า ข้างนอกตอนนี้เวลา บ่ายโมง และอากาศอยู่ที่ 18 องศา ( กรุงเทพ แค่ 25 องศาก็แย่แล้ว) ได้ยินเช่นนั้นจำเป็นต้องหยิบเสื้อกันหนาวที่ซื้อมาใหม่เอี่ยมอองเอามาใส่ทันที ออกจากเครื่องก็เดินเข้าสนามบินนานาชาติ ตรีภูวัน เมือง Kathmandu(เขียนภาษาไทยไม่ถูก กลัวผิด) พูดอย่างไม่เข้าข้าง สนามบินเชียงใหม่บ้านเราน่าจะดูดีกว่าตั้งเยอะ เพราะที่นี้เป็นอาคารหลังเดียวไม่ใหญ่มาก บรรยากาศวังเวงชอบกล ผ่านขั้นตอนทุกอย่างเรียบร้อย ก็ต้องหาบริการ taxi ซะหน่อยเพราะไม่แน่ใจว่าที่พักนั้นมันไกลหรือใกล้แค่ไหน ก่อนออกมีเคาเตอร์ taxi แบบ pre paid ก็คือจ่ายเงินก่อนเลยแล้วบอกว่าจะไปไหน เราบอกทันทีว่า ไปย่าน ทาเมล(ซึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวพักมากที่สุด คล้าย ๆ ถนนข้าวสารบ้านเรา) จะไปพักที่ Hotel Florid Nepal (ถ้าใครอ่านหนังสือของ พี่วุฒิ พี่เคท จะเป็น New Hotel Florid ซึ่งเป็นที่เดียวกัน แต่ตอนที่ผมไปเขาเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว).. จ่ายเงินกันเรียบร้อยก็เดินไปที่รถ พอเห็นสภาพไม่น่าเรียกว่ารถ taxi จริง ๆ รถแบบมินิ กระจกจะหลุดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ประตูไม่กล้าเปิดแรงกลัวหลุดติดมือมาจริง ๆ คิดในใจแบบนี้ที่บ้านเราเขาไม่เอาออกมาวิ่งกันแล้ว(สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการ pre-paid taxi จะต้องไปผจญภัยกับเหล่าาบรรดา taxi ที่ยืนรอกันอยู่ที่หน้าสนามบิน และจะคอยยื้อแย่งนักท่องเที่ยว ที่มองด้วยตาตอนนี้น่าจะราว ๆ 20-30 คัน) รถยังไม่ทันออกตัว ก็มีผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม กระโดดขึ้นมานั่งบนรถกับเราด้วย ทำเอาคนไทย งงกันตาแตก พี่คนขับแกบอกว่าคนนี้เป็นไกด์ ไม่คิดเงิน เราสวนกลับไปทันควัน ว่าเราต้องการไกด์ด้วยเหรอ ? มีแต่เสียงเงียบ กลับมา แล้วเราก็เลยเงียบกลับไป เลยตามเลยว่ายังงั้นเถอะ... ขณะรถแล่นไปตามเมือง พี่ไกด์ก็เปิดฉากถามอย่างไม่ทันตั้งตัว ว่ามาครั้งแรกหรือ จะไปพักที่ไหน จะอยู่กี่วัน พร้อมกับแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ที่รถได้แล่นผ่านไป ผมบอกพี่ท่านไปว่า มาครั้งที่ 2 แล้ว(โกหกหน้าตาย กะว่าอย่ามาหลอกให้เสียเวลา ตูเคยมาแล้ว รู้หมดแล้ว) สีหน้าพี่ไกด์เหมือนจะผิดหวังแต่ก็ยังไม่ลดความพยายาม พร้อมกับบอกว่าถ้ามา Trekking ต้องใช้บริการของทัวร์ ซึ่งเขาอาสาจัดการให้และพร้อมจะบริการอย่างถึงใจแบบไม่มีวันลืม พูดไปนั้น.. ทำให้เราคล้อยตามไปเหมือนกัน แต่ต้องแข็งใจไว้ก่อน ในขณะที่ต้องมีสมาธิกับการสนทนา สภาพจราจรด้านนอกก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น กลับต้องนั่งลุ้นว่ารถเราจะไปชนกับใครเขาไหมหนอ..ที่นี้บีบแตรกันสนั่นเมืองเรียกว่า เบรกเสียไม่เป็นไร แต่แตรอย่าเสียเป็นพอ ปี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ...ถนนก็เล็ก ๆ นึกจะแซงก็แซง คนจะข้ามถนนก็ข้ามกันเลยไม่ต้องดูรถ เดี๋ยวรถเบรกเอง เป็นงั้นไป...
เฮ้อ..ในที่สุดก็มาถึง Hotel Florid Nepal จนได้ พร้อมกับอาการแห้วกินของพี่ไกด์ ผมจึงปลอบใจในการพูดคุยและแนะนำที่ต่าง ๆ ของพี่ไกด์ด้วยการมอบปากกาที่ซื้อจากเมืองไทย(เขาว่าคนที่นี้ชอบปากกา ไม่รู้จริงเปล่า) ผมจึงขอแนะนำคนไทยเรา ๆ ที่จะไปเยือนเนปาล ให้ใจแข็ง ๆ ไว้ก่อนครับเวลาไปถึงวันแรก ๆ ให้ปฎิเสธไปก่อน เดี๋ยวอยู่ไปเรื่อย ๆ จะรู้เองว่าคนที่นี้ก็น่ารัก อัธยาศัยดี ไม่ได้เป็นอย่างนี้เหมือนกันทุกคน พอเข้าไปถามไถ่เรื่องห้องพักกับโรงแรม หลังจากบอกว่ามาจากเมืองไทยเท่านั้น พนักงานแจ้งว่ามีอัตราค่าห้องของคนไทยโดยเฉพาะ คือ คืนละ 6 USD ไม่แพงนะครับ(เป็นผลพลอยได้จากหนังสือพี่วุฒิ พี่เคท เพราะเวลาคนไทยมาเนปาลมักจะมาพักที่นี้)..
หายเหนื่อยจากการเดินทางกันแล้ว ก็ออกตระเวนย่านทาเมล ที่ทาเมล เหมือนตรอกข้าวสารบ้านเราจริง ๆ แต่ที่นี้ใหญ่กว่า และถนนหนทางจะเล็กกว่า และมี Guest House ให้เลือกพักมากมาย มากกว่า 7-11 บ้านเราอีกมั้งผมว่านะ.. แผนการของเราคือตอนนี้ก็บ่าย 3 โมง(อ๋อ ลืมบอกไปว่าที่เนปาลเวลาจะช้ากว่าบ้านเรา 1 ชม. 15 นาที) อากาศก็หนาวเหน็บ กะว่าจะเดินไปเที่ยวแถว Kathmandu Dubar Square ซึ่งมีวัดและวังเก่าให้ได้ชมกัน และอยู่ไม่ไกลจากทาเมล แต่เดินไปเดินมาหลงครับหลง หลงทางซะยังงั้น สาเหตุมาจากเวลากางแผนที่กำลังจะศึกษาดูเส้นทางสักกะหน่อย ก็จะมีมือที่มองไม่เห็นของชาวเนปาลีมาคอยเชิญชวนพร้อมทั้งเสนอแนะให้เราใช้บริการทัวร์ของเขา พอปฎิเสธแบบพองามแล้ว ก้มลงกลับมาดูแผนที่อีกทีก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนในย่านทาเมล เป็นแบบนี้หลาย ๆ ครั้งจึงทำให้เลิกตั้งใจในการเดินไป Kathmandu Sqaure ทันที และตัดสินใจเดินกลับโรงแรม ย่านทาเมลจะพลุกพลานและเดินกันขวักไขว่ ไม่ว่าจะเป็นชาวเนปาลีเองและนักท่องเที่ยว...
หลังจากถึงโรงแรมพนักงานก็บอกให้อาบน้ำเลย เพราะเดี๋ยว 5 โมงไฟฟ้าจะดับทั้งประเทศ(ฮ้า..ทั้งประเทศเลยเหรอ) แล้วจะไม่มีน้ำร้อนให้อาบ ได้ฟังดังนั้นจึงรีบอาบน้ำอาบท่า ไม่งั้นได้ซักแห้งแน่ ๆ คืนนี้ และก็เป็นจริงดังว่า หลังจาก 5 โมงเย็นไฟฟ้าก็ดับ และต้องอยู่ภายใต้แสงเทียน โรแมนติคซะไม่มี..เริ่มหิวจึงมาสั่งอาหารกินที่สวนด้านนอกของโรงแรม นั่งรออาหารเกือบครึ่งชั่วโมง(ผมไม่ได้พิมพ์ผิด ครึ่งชม.จริง ๆ เพราะที่นี้ทำอาหารกันช้าไม่ว่าที่ไหนๆ) ก็ได้ลิ้มรสอาหารเนปาล(ที่โรงแรมนี้ ทำอาหารอร่อยใช้ได้เลยครับพี่น้อง)..กินอิ่ม ไฟฟ้าก็มาพอดีตอน 3 ทุ่ม ดับนานไหมครับ? ก็ได้เวลาพักผ่อนซะที พร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นภายใต้ผ้าห่ม 2 ผืน... พัด ๆ ติดตามวันที่ 2 ของการเดินทางเร็ว ๆ นี้ (หากใครต้องการข้อมูลเนปาลเพิ่มสามารถติดต่อได้ครับ ยินดีแนะนำให้) |
| Manchester United | ||
Man U |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||