• toymcp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : toymcp@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-11
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 10660
  • จำนวนผู้โหวต : 54
  • ส่ง msg :
toymcp
Always Manchester United
Permalink : http://www.oknation.net/blog/toymcp
วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม 2551
เสียดายคนที่ไม่ได้ไป เนปาล !!!
Posted by toymcp , ผู้อ่าน : 1651 , 16:08:50 น.  
พิมพ์หน้านี้


ลิงค์นี้ คือ วันแรก สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้อ่านครับผม

http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/03/02/entry-1

เสียดายคนที่ไม่ได้ไป เนปาล !!!

นากาก๊อต ที่รัก

บรื๋อ….

          ตื่นมาท่ามกลางความหนาวเหน็บ พร้อมตัวที่กลมและพอง “หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาว” คำๆ นี้คงใช้ไม่ได้ในตอนนี้และที่เนปาลนี่ ผมจึงหลับในแบบฉบับของตนเองคือ สวมเสื้อ 4 ตัว กางเกง 2 ตัว ถุงมือกับถุงเท้า พร้อมห่มผ้าห่มอีกหนึ่งผืน(นี้ถ้าไม่เกรงใจคนรู้ใจจะใส่รองเท้านอนด้วยให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย

         

          หมายกำหนดการในวันนี้คือไปที่เมือง นากาก๊อต (เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ความนิยมชมชอบในการไปดูพระอาทิตย์ ขึ้น-ตก) ดังนั้นเมืองนี้จึงถูกบรรจุอยู่ในแผนการเดินทางของคนไทยอย่างกระผมเข้าไปด้วยครับ…

         

          ถามไถ่เส้นทางในการไปขึ้นรถบัส จึงสรุปว่าจะเดินไปดีกว่าเพราะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที(แนะนำคนไทยที่จะไปเที่ยวเนปาล หากที่ไหนสามารถเดินไปได้ ให้ใช้กำลังขาเดินดีกว่า อย่าใช้บริการแท๊กซี่เลยครับ เพราะกว่าจะต่อรองราคากับเหล่าพี่ ๆ แกได้ อาจจะต้องเสียเวลาในการเที่ยวไป และถ้าไม่ต่อราคาให้ดี ๆ มีหวังโดนฟันหัวแบะแน่ ๆ ครับ

          เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดิน ไอ้ท่ารถนี้มันอยู่ตรงไหนหว่า? บรรยากาศช่วงเช้าของเมือง Kathmandu ค่อนข้างวุ่นวาย ทั้งคนออกมาทำงาน ทั้งนักเรียนออกไปหาความรู้ จึงทำให้คึกคักทีเดียว พลอยทำให้เรามีความคึกคักกับสิ่งรอบๆตัวไปด้วย…

         

          เฮ้ย…อะไรหว่า?เหลือง ๆ ไม่ต้องสงสัยกันนานมันคือ อุนจิ นั้นเอง ใครกัน ใครมันกล้าบ้าบิ่นขนาดมาวางระเบิดไว้บนทางเท้าอย่างนี้ เฮ้ย… คิอีกแล้ว นี้เราเดินหลงเข้ามาในห้องส้วมหรือเปล่าเนี้ย….

          อ้า เจอแล้วครับท่ารถบัส ซึ่งจะอยู่แถวสวนสาธารณะ Ratna Park ซึ่งอยู่ห่างจากทาเมลไม่เท่าไร แต่ทำไมรถบัสมันเหมือน ๆ กัน และจอดเรียงกันเป็นตับ แล้วจะไปคันไหนกันดีหล่ะที่นี้ ผมก็ยืนงง ๆ อยู่สักพัก จึงต้องตะโกนถามเด็กรถว่า รถคันไหนไปเมือง บักตะปูร์(การไปเมือง นากาก๊อต จะไม่มีรถไปถึงที่เลย ต้องไปต่อรถที่เมือง บักตะปูร์

          รถบัสที่เนปาล จะเป็นแบบมินิบัส และจะมีแต่ชาวเนปาลีใช้บริการกัน เพราะค่าโดยสารไม่แพง ไอ้ผมก็หันซ้ายแลขวาหานักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ปรากฏมีเพื่อนนักท่องเที่ยวแค่ 2 คนบนรถ นอกนั้นเป็นชาวเนปาลีหมดเลย สักพักล้อก็เคลื่อนออกจากที่…

         

          จอด…จอด…จอด พี่คนขับจอดรับ-ส่งคนมันซะทุกป้าย(ดีครับพี่ ผมไม่รีบ) คงเหมือนรถส้ม รถหวานเย็นบ้านเรา จากการที่จอดมันซะทุกป้าย จึงทำให้ผู้โดยสารบนรถแน่และต้องยืนเบียดแนบเนื้อกัน ผมคิดในใจ(แหม่..ทำไมคนที่นี้ไม่ค่อยมีน้ำใจกันเลยหว่า มีทั้งผู้หญิงทั้งเด็กต้องมายืนเบียดกับคนอื่น ไม่ลุกให้นั่งกันเลย) ด้วยความที่เมืองไทยเราอบรมมาดี ผมเลยกะจะโชว์ความมีน้ำใจของคนไทยซะหน่อย เลยลองเปิดดูหนังสือว่าจาก Kathmandu ไป บักตะปูร์ ใช้เวลากี่นาที พอปิดหนังสือลง ผมจึงนั่งอยู่กับที่อย่างเดิมดีกว่า (ฮา)….

          1.30 ไม่ใช่เวลา ณ ขณะนี้ แต่เป็นเวลาที่ใช้ในการเดินทางจาก Kathmandu มาถึง บักตะปูร์ ลงจากรถได้ ก็ต้องเดินวนรอบเมือง เพื่อที่จะต่อรถบัสอีกทอดไป นากาก๊อต คราวนี้รถบัสก็เหมือน ๆ กับที่นั่งมาจาก Kathmandu แต่สภาพทรุดโทรมกว่ามาก คนขับรถก็รอให้ผู้โดยสารเต็มคันก่อน ถึงจะออกรถ(คำว่าเต็มคัน นั้นหมายถึง ต้องนั่งกันบนหลังคารถบัสด้วย นั่งกันแบบ ไม่ใช้สตั้นแมน ไม่ใช้สลิง เก่งกว่า จา พนม คล่องแคล่วกว่า จีจ้า เลยก็ว่าได้

          ยาแก้เมารถ ถูกหยิบขึ้นมาใช้ทันที เพราะเส้นทางจากนี้จะเป็นเส้นทางไต่ระดับขึ้นภูเขา และจะพบกับทางคดเคี้ยว วกวน และเรียบหน้าผา ผมจึงไม่อยากให้พี่คนขับต้องมานั่งเช็ดอ้วก ของคนไทยอย่างผม(หรืออาจต้องเช็ดเอง

          ใครที่เคยไปปาย อาจจะภาคภูมิใจกับการพิชิตทางโค้งมาแล้ว แต่ที่นี้หวาดเสียวระดับ + 10 เลยครับพี่น้อง เพราะถนนก็เล็กแถมยังอยู่ติดขอบหน้าผาสูงอีกต่างหาก ทางโค้งเมื่อใดต้องคอยภาวนาอย่าให้มีรถสวนทางมาเลย ไม่งั้นต้องได้ปลุกพระที่ห้อยคอจากเมืองไทยด้วยแน่ ๆ แต่วิวทิวทัศน์ด้านนอกก็ทำให้บรรยากาศลดความหวาดเสียวลงได้บ้าง เนื่องจากด้านนอกตอนนี้มีแต่ภูเขาสูง และบ้านของชาวเนปาลีที่ปลูกไว้ ไต่ระดับความสูงของภูเขา หาว..หาว.. และผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย…

          ไม่ได้ตื่นเพราะฤทธิ์ยาแก้เมารถหมด แต่ด้วยความที่ถึงที่หมายแล้ว ไม่ทราบได้ว่านั่งอยู่บนรถ และฝากชีวิตไว้กับพี่คนขับไปนานเท่าใด แต่ก็น่าจะเกือบ ๆ ชั่วโมงเห็นจะได้…

         " มีที่พักกันหรือยังครับ ?" ….

          "เออ..อือ..เออ.." (ด้วยความที่ยังงัวเงีย อยู่กับความง่วง)

          "มีแล้วครับ ผมมาพักที่ Hotel View Point "(โกหกหน้าตาย อีกแล้ว)

          "พอดีเลยครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ของ Hotel View Point งั้นเดี๋ยวคุณเดินตามผมมาเลยนะครับ"

         

          จะด้วยความที่ยังง่วงอยู่หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผมเดินตามชาวเนปาลีคนนี้ไปอย่างว่านอนสอนง่าย แต่ เอ๊..ผมว่าผมคุ้น ๆ หน้าพี่คนนี้จริง ๆ เหมือนจะนั่งอยู่บนรถบัสกับเราด้วยนี่หว่า? เขาพาเราสองคนเดินชันและขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ สูงไปเรื่อย ๆ ไอ้จริง ๆ เราก็ไม่รู้หรอกว่า Hotel View Point เนี้ยมันอยู่ตรงไหน รู้เพียงว่าโรงแรมนี้ถือเป็นโรงแรมที่มีวิวที่ดีที่สุดของ นากาก๊อต…

          ในที่สุด เขาก็พาเรามาถึง Hotel View Point พร้อมทั้งกับพาเราเดินชมห้องพักของที่นี้ด้วย ก่อนมาเราตกลงกันว่าจะพักห้องที่ไม่แพงมากนัก ต้องประหยัดหน่อย มาอยู่เนปาลตั้งหลายวัน แต่พอเจอห้องหมายเลข 147 ซึ่งอยู่ชั้นบนของโรงแรม มันก็เหมือนทำให้เราต้องมนต์คาถา เพราะวิวห้องนี้ สวย มาก ขอย้ำ สวย มาก ผมถึงกับตะลึงกับเทือกเขาหิมะที่อยู่บนหัวนอน และภายในห้องก็เป็นกระจกใส สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมะได้จากในห้องเลย เรียกว่า เวลานอนแล้วก็มีเทือกเขาหิมะอยู่บนหัว (เจ๋งไหมหล่ะครับ

         

          55 USD คือราคาห้องที่พนักงานแจ้งมา ต่อแล้วต่ออีก ก็ไม่ยอมลดซักที ครั้นจะไม่พักแล้วเดินไปหาโรงแรงอื่นก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำแล้ว บวกกับความงามของวิวในห้องจึงทำให้ตกลงปลงใจใช้บริการที่นี้ จ่ายเงินเสร็จคุณพี่ที่พาเรามาก็เดินจากโรงแรมไป? ไหนบอกว่าเป็นพนักงานที่นี้ไง? เลยถึงบางอ้อ ที่ต่อราคาแล้วไม่ได้เนี้ย คงเป็นเพราะต้องเสียค่าหัวให้คุณพี่เขาด้วยนี้เอง โดนจนได้เรา…

          ไม่สนใจแล้ว ถือว่าเป็นการทำธุรกิจ ที่ไหน ๆ เขาก็ทำกันแบบนี้แหล่ะ คนไทยเราก็มีค่าหัวคิวเนี้ย  ตอนนี้สนใจแต่วิวเทือกเขาหิมะอย่างเดียว ไม่มีอะไรจะสุขใจเท่านี้อีกแล้ว นั่งอยู่ระเบียง นั่งมองเทือกเขาหิมะแค่นี้ ก็ลืมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว…

         

         

ผมหลงรัก นากาก๊อต ซะแล้วสิ...

คอยติดตามวันที่ 3 กันนะครับผม ขอบคุณคร้าบบ...

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
อรรนพวิชัย วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 16.40 น.
http://www.oknation.net/blog/finepic

ติดตามอ่านคับ
ความคิดเห็นที่ 10
Supawan วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ ..

ขอบคุณ สำหรับบทความและภาพสวยๆค่ะ คงได้ไปเที่ยวเร็วๆนี้

มาชวนไปเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกันที่เกาะกูดค่ะ ..

มีความสุขมากๆในวันหยุดนะคะ
ความคิดเห็นที่ 9
pblog วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 19.58 น.
http://www.oknation.net/blog/pblog

...รอติดตามอยู่ ว่าต่อเลยครับ...
ความคิดเห็นที่ 8
naijoe วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 17.23 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

น่าไปดีจังครับ...

งดงามจริงๆครับ...



ความคิดเห็นที่ 7
TaTee วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 14.50 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

อากาศน่าจะดีมากนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 6
ปราณชลี วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

เปี่ยมเสน่ห์ครับ ถ่ายภาพได้สวยจนเห็นเมืองแห่ง 'ศิลปะ' คำนำเที่ยวลุยดีจังครับ อยากไปแบบนี้บ้างก็ไม่มี 'โอกาส' สักที
ความคิดเห็นที่ 5
ข้าวแรก วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/tippykwan

อยากไปเนปาลบ้างจังเลย น่าจะมี inspiration ดีๆ มาให้ทำงานแน่เลย
ความคิดเห็นที่ 4
hooknoi วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 17.07 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

เห็นแล้วอยากไปเนปาลซะที
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวมากนะครับ
ความคิดเห็นที่ 2
คนกุลา วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

เคยไปสองสามครั้ง เมื่อสิบปีก่อน มนตร์เสน่ห์เนปาล ยังไม่คลอนคลาย อยากไปอีก คงไม่นาน ขอบคุณภาพสวยๆและเรื่องของประเทศในเทือกเขาหิมาลายา ที่นำมาฝาก ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
kwandao วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/kwandao
Lucky Star

ภาพถ่ายสวยมาก...อยากไปเนปาลบ้างจัง (อ่านหนังสือมาหลายเล่มแล้ว ฮือ ฮือ ยังไม่ได้ไปซักกะที)
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31