พิมพ์หน้านี้
|
เสียดายแทนคน ที่ไม่ได้ไปเนปาล Vol.7 Poon Hill สูงสุดคืนสู่สามัญ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตู แว่ว ๆ ผ่านโสตประสาท เหมือนอยู่ในฝัน แต่คล้ายจะเป็นฝันร้าย อันเป็นผลมาจากเมื่อคืน เพราะอากาศหนาวเย็นมาก และอากาศที่เบาบาง ทำให้หายใจค่อนข้างลำบาก กว่าจะปรับการหายใจให้เข้าที่เข้าทาง ก็นานสองนาน กว่าจะได้พักผ่อน ตีห้าครึ่ง เป็นเวลานัดหมาย ที่พวกเราจำต้องออกเดินทางจากที่พัก ขึ้นไปบน Poon Hill เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า Poon Hill ได้รับการขนานนามว่า เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด แห่งหนึ่งของโลกใบนี้ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราต้องพาร่างกาย ผ่านความหนาวเย็น และ ความสูงชัน ขึ้นไปบนนั้นให้ได้... แสงไฟจากกระบอกไฟฉาย ของนักท่องเที่ยว เป็นเพียงแสงเดียว ที่สามารถจะให้ความสว่างของพื้นที่ได้ ในตอนนี้ ผมเองต้องยืมแสงสว่างจากคนรอบข้าง เพราะดันเอาไฟฉายขนาดจิ๋ว มาซะอย่างงั้น การเดินค่อนข้างลำบาก เพราะเป็นการเดินขึ้นที่สูง โดยมีเวลาเป็นตัวจำกัด จากการเดินในช่วงแรก ๆ เป็นไปอย่างสนุกสนาน เฮฮา ตามประสา คนเพิ่งตื่นนอนใหม่ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการเดินไปพร้อมกับความเงียบ ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของตัวเอง...
คนเราทำไมถึงต้องการขึ้นที่สูง มากกว่าลงที่ต่ำ? หรือเวลาอยู่ที่สูง มันจะได้รับการยอมรับ มากกว่าเวลาอยู่ที่ต่ำ? แล้วคนที่อยู่ที่สูง ควรได้รับการยอมรับ มากกว่าคนที่อยู่ที่ต่ำ? ไม่รู้ ..รู้แต่ว่า ตอนนี้ผมก็กำลังขึ้นที่สูง บรรยากาศเริ่มคลายความมืด แสงสีขาวจากฟ้า เริ่มแผ่กระจายลงมา แต่ก็ยังเห็นเค้าลางของเมฆก้อนหนา และหมอกกลุ่มใหญ่ ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ เช้านี้อาจจะไม่ได้เห็นวิวที่เขาว่า สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก็เป็นได้ ไหวหรือเปล่า ไหวหรือเปล่า นั้นเป็นคำถาม ที่ได้รับการถามมากที่สุดขณะนี้ พักก่อนแล้วกัน พักก่อนแล้วกัน และนี้ก็เป็นคำตอบ ที่ได้รับการตอบมากที่สุดเช่นกัน
เวลาผ่านไปเกือบ 40 นาที เส้นทางข้างหน้า ก็ยังไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ อากาศเริ่มเบาบางลง ขาทั้งสองข้าง ที่เคยมีเรี่ยวแรง ก็เริ่มอ่อนล้า และออกอาการไม่อยากจะก้าวไปข้างหน้าตามใจสั่ง ผู้คนมัก บอกเสมอว่า สิ่งสวยงาม มักจะยาก กว่าจะได้ เชยชม แต่ขาผม มันจะก้าว ไม่ออกแล้ว ก้าว แล้วก็ พัก ก้าว แล้วก็ พัก อยู่อย่างนี้ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เต่าที่ว่าเดินช้าต้วมเตี้ยม ตอนนี้ผมช้ากว่าเต่าซะอีก อีกนิดเดียว อีกไม่กี่ก้าว อีกนิดเดียว ยังไม่ถึงอีก!!! อีกไม่กี่ก้าว อีกนิดเดียว อีกไม่กี่ก้าว
ถึงแล้วโว้ย!!! ต้องขอประทานอภัยอย่างสูงสุด ที่ใช้คำไม่สุภาพ เพราะความรู้สึกของผมในวินาทีนั้น มันเป็นแบบนี้จริง ๆ นักท่องเที่ยวราว ๆ 30-40 คน มาอยู่บนนี้กันพร้อมหน้า หากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คนบนนี้อาจถึง 100 คนเลยทีเดียว ทุกสายตาจับจองไปในทิศทางเดียวกัน คือ ทิศทางที่รอให้พระอาทิตย์ โผล่หน้ามาทักทาย และมีเทือกเขาหิมาลัย เป็นฉากอยู่เบื้องหน้า อากาศบนนี้ไม่ต้องบรรยาย หนาวสุด ๆ เย็นสุด ๆ ลมแรงสุด ๆ แต่ถึงจะอยู่สูงแค่ไหน บนนี้ก็ยังมีร้านขายชา กาแฟ ไว้คอยบริการพวกเรา ยิ่งสูง ยิ่งหนาว คงจะจริงอย่างที่โบราณกล่าวไว้ ในความสูง 3,210 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้คนไทยอย่างผมเริ่มหายใจลำบาก แต่ก็ต้องลืมเรื่องการหายใจ ไปกะทันหันเมื่อ Wow>>>>Oh>>>Oho>>> คำอุทานหลากหลายภาษา ออกจากปากนักท่องเที่ยว เมื่อเทือกเขาหิมาลัย โผล่พ้นม่านเมฆ ตั้งตระหง่านโชว์ความยิ่งใหญ่ และสวยงาม ให้ทุกคนบนนี้ได้ยลโฉมกัน .. บอกตามตรงว่า ช่วงเวลานั้นผมพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ ครับ ได้แต่ยืนจ้องมอง วิวเทือกเขา ที่อยู่ตรงหน้า ตัวเองเคยได้ฟังได้อ่านมาจากหลายที่ คนเล่าเรื่อง ว่าเคยไปสวรรค์มาแล้วบ้าง เคยเห็นสวรรค์มาแล้วบ้าง แต่ตอนนี้ผมอาจอยู่บนสวรรค์จริง ๆ ก็เป็นได้ .
ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะเคยได้เห็นรูปวิวของ Poon Hill มาจากที่ไหน หรือได้รับการบอกเล่าจากใคร ผมขอยืนยันว่า การมายืนเห็นเองตรงจุดนี้ สวยงามกว่าหลายร้อยเท่าตัวนัก ผมยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่นาน เพราะไม่อยากทำอะไรนอกจาก ยืนมองความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาหิมาลัย และรับความสวยงามให้เต็มสองตา ราวกับว่าจะมาที่นี้เป็นครั้งสุดท้าย แต่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆหรือ? ธรรมชาติช่างสร้างสิ่งที่สวยงามขนาดนี้ มาไว้บนโลกกลมใบนี้ ให้ผู้คนต่างพากันไขว่คว้ามาชื่นชม สถาปัตยกรรม หรือ สิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุดที่มนุษย์ทำขึ้น ยังสวยและตื่นตาไม่เท่ากับสิ่งที่ธรรมชาติสร้าง แต่ทุกอย่างก็พลันเลือนหาย
เมื่อเทือกเขาหิมะ ถูกกลุ่มเมฆและหมอกเคลื่อนมาบดบัง ทุกอย่างก็พลันหายไป แม้จะเห็นความสวยงามเพียงแค่สิบกว่านาที แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถลบไปจากใจได้เลย แต่กลับอยากที่จะกลับมาที่นี้อีกครั้ง เพื่อเติมประสบการณ์ให้กับจิตใจ หากใครมาที่นี้ในช่วงที่อากาศแจ่มใส ผมรับรองเลยว่าจะติดใจ และติดอยู่ในความทรงจำของท่าน ๆ ไปอีกนานเท่านาน แต่สำหรับพวกผม ทุกอย่างได้จบลงแล้ว แต่แค่นี้ก็ถือว่าเป็นบุญตาแล้วครับ กลับลงมาที่พัก เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางกันต่อ วันนี้เป้าหมายของเราอยู่ที่หมู่บ้าน Tatopani
งานเลี้ยง ย่อมมีวันเลิกรา พวกเราต้องแยกทางกับเหล่าเพื่อน ๆ นักท่องเที่ยวที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาตั้งแต่วันแรก เพราะพวกนั้นมา Trekking กันแค่ 4 วัน จึงต้องเดินทางกลับ ส่วนเราต้องเดินทางกันต่อไป จากนี้ไป จะเหลือแค่ ผม คนรู้ใจ และเต็กลูกหาบ เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ที่จะต้องร่วมชะตากรรมกันต่อไปในอีก 6 วันข้างหน้า เส้นทางวันนี้ จะเป็นการเดินลงเขาอย่างเดียว เต็ก อธิบาย ไม่มีเดินขึ้นเลยเหรอ? ผมถามเพื่อความชัวร์ ไม่มีเลย เราจะเดินลงทั้งวัน เพราะหมู่บ้าน Tatopani อยู่ต่ำกว่าที่นี้มาก เต็ก เสริม
การเดินลงเขา ในช่วงเช้านี้เป็นไปอย่างสบายอารมณ์ และสบายกายมาก เรียกได้ว่า Trekking มาเป็นวันที่ 3 วันนี้เป็นเช้าที่สบายสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่มีเป้ใบใหญ่อยู่บนหลัง วิวทิวทัศน์ ทั้งสองข้างทาง ก็รื่นรมย์ยิ่งนัก ไม่ว่าจะผ่านหุบเขา ผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ หรือเป็นการเดินเรียบแม่น้ำสายหลัก พร้อมทั้งมีขุนเขาใหญ่คอยเป็นฉาก ให้กำลังใจอยู่อย่างเรื่อย ๆ เกือบเที่ยงกว่า ก็พักร่างกาย แล้วหาร้านอาหารในหมู่บ้าน Ghara เพื่อพักผ่อน อาหารมื้อนี้ก็เป็นไปแบบเรียบง่าย ได้ใจความ วันแรก ๆ ที่มาเนปาล เวลาสั่งอาหารมักจะกินไม่หมด เพราะที่นี้จะให้อาหารเยอะมาก แต่พออยู่มาเรื่อย ๆ อาหารที่เคยกินไม่หมด มันเริ่มจะไม่พอซะแล้วสิ
ท้องอิ่ม ก็ออกเดินทางกันต่อ เส้นทางก็ยังเป็นการเดินลงอย่างต่อเนื่อง ในตอนแรกคิดว่าการเดินลงสบาย แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนใจซะใหม่แล้ว เพราะยิ่งเดินลงติดต่อกันนาน ๆ มันเริ่มจะทำให้หัวเข่า มีอาการเจ็บแปล๊บ เนื่องจากได้รับการกระแทกมากกว่าเวลาเดินขึ้น บวกกับกระเป๋าบนหลังด้วยแล้ว ไม่ต้องบรรยายเพิ่ม บางคนนึก สงสัยว่า ทำไมการ การเดินลง เขามันถึง ยากกว่าการ กว่าการเดิน ขึ้นเขานัก ผมจะเล่าให้ฟัง เวลาเดินขึ้นนั้น น้ำหนักจะถูกกดลงบริเวณน่อง แต่เวลาเดินลงเขา น้ำหนักจะถูกกดกระแทกตั้งแต่ หน้าขา หัวเข่า รวมถึง เท้าทั้งสองข้าง และยิ่งเป็นการเดินตามแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เราชะล่าใจ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ยิ่งทำให้ฮึกเหิมในการเดิน แต่พอมารู้สึกตัวอีกที ทั้งหน้าขา หัวเข่า ก็ระบมเกินกว่าจะก้าวต่อไหว...
จากที่เมื่อเช้าคิดว่า วันนี้น่าจะเป็นวันที่เดินสบายที่สุด แต่ผิดคาด วันนี้กลับเป็นวันที่ทรมานที่สุดจริง ๆ หากแต่เป็นความทรมานที่แลกมากับประสบการณ์ที่ไม่อาจตีเป็นเงินตราได้ เพราะหากสามารถเดินถึงที่หมาย ก็ถือทำได้ตามเป้าที่วางไว้ ถึงแม้จะเป็นเป้าหมายที่ไม่ใหญ่โตอะไรนักก็ตาม... ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ ที่ทอดตัวยาวไปอย่างทุลักทุเล และยังต้องเดินลงบันไดหินต่ออีกทอด อาการเจ็บที่หน้าขา และ หัวเข่า เริ่มหนักขึ้น หนักขึ้น ก้าวแต่ละก้าว เป็นไปอย่างลำบาก ยิ่งก้าวยิ่งเจ็บ ยิ่งก้าวยิ่งปวด นี่ถ้าผมไม่อาย ผมจะเดินไปร้องไห้ไป ให้ดู... แทบไม่เจอนักท่องเที่ยวระหว่างทางเลย เพราะช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวของเนปาล แต่ได้พบกับหนุ่มฝรั่งเศส 1 รายซึ่งหน้าตาละม้ายคล้าย ซีดาน ผสม โรแบร์ ปิแรส ยังไงยังงั้น ...
เกือบสี่ชั่วโมงกว่า หลังพักทานอาหารกลางวัน ก็พาร่างกายอันบอบช้ำ สะบักสะบอม มาถึงหมู่บ้าน Tatopani จนได้ วันนี้ใช้เวลา Trekking รวม เกือบ 8 ชั่วโมง...
Tatopani แปลว่า น้ำร้อน และที่หมู่บ้านนี้ก็มีบ่อน้ำพุร้อน ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ใช้บริการ แต่เสียค่าเข้า เลยตั้งชื่อหมู่บ้านว่า Tatopani หรือหมู่บ้านแห่งน้ำพุร้อนนั้นเอง... ด้วยความที่เจ็บเข่า และ หน้าขา อย่างแสนสาหัส จึงไม่มีอารมณ์ที่จะไปใช้บริการน้ำพุร้อนของหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ด้านหลัง Trekkers Lodge ที่ผมใช้พักร่างกายในคืนนี้... ตอนนี้ผมไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น แค่จะก้าวขาเดินเข้าห้องน้ำ ยังก้าวแทบไม่ออก งั้นผมขอตัวพักผ่อนก่อนแล้วกันนะครับ จะได้มีแรงเดินทางต่อในวันรุ่งขี้น...
ป.ล. หากใครมาอ่านวันนี้เป็นวันแรก อาจจะรู้สึกไม่อยากมาเนปาล แต่ผมขอความกรุณาให้อ่านตั้งแต่วันแรกเป็นต้นมาครับ แล้วจะทราบว่าทำไมถึงต้องเสียดายที่ไม่ได้มาเนปาล... พัด ๆ คอยติดตามวันที่ 8 กันนะครับ ขอบคุณมากฮะ หากใครต้องการคำแนะนำในการไปเนปาล ยินดีเสมอครับ
นี้คือลิงค์วันแรก ๆ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านครับ http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/03/02/entry-1 วันแรก ในเนปาล http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/03/07/entry-1 วันที่สอง นากาก็อต http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/03/12/entry-1 วันที่สาม บักตะปูร์ http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/03/19/entry-1 วันที่สี่ โพคารา http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/03/26/entry-1 วันที่ห้า Ulleri http://www.oknation.net/blog/toymcp/2008/04/04/entry-1 วันที่หก Ghorapani |
| Manchester United | ||
Man U |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |