พิมพ์หน้านี้
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รับหนังสือ "อธิบายว่าด้วยหอพระสมุดวชิรญาณ แล พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร" ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจกให้กับผู้เข้าชม ซึ่งแต่เดิมจัดพิมพ์ครั้งแรก เมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๔๖๙ โดยยังคงภาษาไทยสมัยก่อนไว้ทุกประการค่ะ เห็นว่าเป็นประโยชน์ดี ก็เลยเอามาถ่ายทอดในเรื่องที่เรา ๆ ท่าน ๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ ว่าด้วยการตั้งพิพิธภัณฑสถาน การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถาน คือ รวบรวมสิ่งของต่าง ๆ ที่พึงชมจัดรวบรวมไว้ให้คนดูในสถานที่อันเดียวกัน ดูเหมือนในประเทศสยามนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงพระราชดำริห์จัดตั้งขึ้นก่อน ด้วยปรากฏว่าทรงสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเสด็จประทับเปนที่รโหฐาน แลจัดตั้งของต่าง ๆ ดังกล่าวมา ที่ริมพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทางด้านตวันออก (ตรงที่สร้างพระที่นั่งจันทรทิพโยภาสเดี๋ยวนี้) ชื่อว่า "พระที่นั่งราชฤดี" เมื่อเซอร์ยอนเบาวริง อัครราชทูตอังกฤษ เข้ามาทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีในปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๙๘ ได้โปรดฯให้เฝ้าไปรเวตที่พระที่นั่งสุทไธศวรรย์เปนที่เสด็จประทับ ก็ทรงสร้างพระที่นั่งขึ้นอีกองค์หนึ่ง ชื่อว่าพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ (อยู่ตรงที่สร้างพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทเดี๋ยวนี้) เปนที่จัดตั้งต่างๆ เช่นเดียวกัน แลใหญ่กว่าพระที่นั่งราชฤดี แต่พิพิธภัณฑ์สถานสำหรับพระนครนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้เริ่มจัดตั้งขึ้น ณ หอคองคอเดีย (คือหอสหทัยสมาคมบัดนี้) เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๗ เรียกว่า "มิวเซียม" พิภัณฑสถานตั้งอยู่ที่นั้นมา ๑๓ ปี จนเมื่อกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญทิวงคตแล้ว ประกาศเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ที่พระราชวังบวรฯว่างอยู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานมาตั้งในพระที่นั่งพระราชวังบวรฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๐ อาศรัยพระที่นั่งแต่ตอนข้างหน้าวังจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถาน คือพระที่นั่งศิวโมกขพิมานหลัง ๑ พระที่นั่งพุทไธศวรรย์หลัง ๑ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยหลัง ๑ ตลอดเวลา ๓๙ ปี จนถึงรัชกาลปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะทรงบำรุงพิพิธภัณฑ์สถานให้สมเกียรติยศของประเทศสยาม จึงโปรดฯให้รวมการพิพิธภัณฑสถานเข้ากับหอพระสมุดพระนคร แลทรงสถาปนากรรมการหอพระสมุดขึ้นเปนราชบัณฑิตยสภาใน พ.ศ.๒๔๖๙ แลพระราชทาน ที่พระราชมนเทียรสถาน ตลอดทั้งบริเวณพระราชวังบวรฯให้จัดเปนพิพิธภัณฑสถานแลหอพระสมุดสำหรับพระนคร
พระราชวังบวรสถานมงคล ว่าด้วยพระราชวังบวรฯ พระราชวังบวรสถานมงคล ที่ตั้งหอพระสมุดวชิรญาณแลพิพิธภัณฑสถานอยู่บัดนี้ เปนของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงสร้างพร้อมกับกรุงรัตนโกสินทร เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕ เดิมบริเวณวังกว้างใหญ่กว่าเดี๋ยวนี้มาก เมื่อเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรฯ แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้ตัดที่บริเวณวังไปใช้ราชการอื่น คือ ด้านตวันออกรื้อป้อมกำแพงบริเวณวังชั้นนอก ทำท้องสนามหลวงแลถนนหน้าพระธาตุ (รอยแนวป้อมกำแพงยังพอสังเกตเห็นได้ในท้องสนามหลวง) ด้านใต้แบ่งที่ไปตั้งคลังแสง (ซึ่งมีกำแพงใบเสมาอยู่เปนสำคัญ) ด้านตวันตกแบ่งที่ตอนหลังวังลงไปจนริมแม่น้ำสร้างโรงทหาร ด้านเหนือรื้อกำแพงวังทำสนามแลปลูกตึกสามหลัง ซึ่งเดิมเปนสำนักงารกระทรวงธรรมการ แลปราบที่ไปทางวัดบวรสถานสุทธาวาสครั้งทำเปนพระเมรุพิมาน เดี๋ยวนี้อยู่ในกระทรวงยุติธรรม คงเปนวังอยู่แต่บริเวณพระราชมนเทียรสถาน ครั้นถึงรัชกาลที่ ๖ เจ้านายฝ่ายในพระราชวังบวรฯ เหลืออยู่น้อยพระองค์ จึงโปรดฯให้ย้ายไปประทับในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานที่พระวิมานแลพระราชมนเทียรตอนในให้เปนโรงทหาร แลให้ย้ายโรงราชรถมาสร้างขึ้นข้างหน้า ครั้นถึงรัชกาลปัจจุบันนี้ โปรดฯให้ย้ายทหารไปอยู่วังจันทร์ แลพระราชทานที่ตอนพระราชมนเทียรสถานทั้งบริเวณให้จัดตั้งหอพระสมุดวชิรญาณแลพิพิธภัณฑสถาน ส่วน ความเป็นมาของ"หอสมุดวชิรญาณ" นั้น ค่อนข้างยาว ขอเป็นครั้งหน้าค่ะ ที่มา : หนังสือ อธิบายว่าด้วยหอพระสมุดวชิรญาณ แล พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร |
| Beethophen's symphony no. 9 | ||
ครั้งแรก ที่โพสต์เพลงค่ะ |
||
|
View All |
||