• ต.ต.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tuting999@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 6414
  • จำนวนผู้โหวต : 61
  • ส่ง msg :
tuting
ชีวิต เปลี่ยนทุกวัน เดินสายกลางเพื่อตัวเองและสังคม
Permalink : http://www.oknation.net/blog/tuting
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม 2550
พุทธจีน พุทธไทย คือ พุทธ เดียวกัน
Posted by ต.ต. , ผู้อ่าน : 262 , 00:46:05 น.   | หมวดหมู่ : ศาสนา  
พิมพ์หน้านี้


บทความนี้เป็นได้นำมาจากความคิดเห็นของผมที่ http://www.oknation.net/blog/no-body/2007/07/02/entry-1 ซึ่งเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านเพื่อความเข้าใจและต่อเนื่อง รบกวนไปที่ blog ของคุณ no_body  แล้วอ่านบทความเรือง ศาสนาประจำชาติ (ตอนที่ ๑)  ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

อย่างแรก คือ ขอบคุณที่ไปเยี่ยมผมมาครับ ยินดีที่ได้พูดคุยกัน

 บทความของคุณ จากสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมการเป็นอยู่ ของคุณกับผมไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เป็นลูกจีน สัญชาติไทย (ถึงแม้ว่ายังเลือดจีน 100%) ก็ได้ระบุในบัตรประชาชนไทยแล้วว่าเป็นเชื้อชาติไทย ซึ่งผมก็ภูมิใจกับเชื้อชาติไทยครับ

ในสิ่งแวดล้อมที่มีการไหว้เทพเจ้าทั้งหลายที่คุณเคารพนั้น ผมก็กราบไหว้เช่นเดียวกันกับคุณ ซึ่งถ้าได้ศึกษาลงลึกไปแล้ว ทางของจีนที่เรานับถือกัน จะเป็นการผสมผสานกันระหว่าง พุทธมหายาน ขงจื้อ และเล่าจื้อ

 ซึ่งศาสนาพุทธ มีกำหนดย่อยลงไปอีก 44 นิกาย พุทธมหายาน เป็น 1 ใน 44 นิกายนั้น จะมีพระพุทธเจ้าหลายองค์ เช่น พระยูไล เจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น เพราะ มหา แปลว่าใหญ่ จำนวนมาก จึงต้องการให้คนได้นับถือเจ้าจำนวนมากและให้ถึงนิพพานกันให้มากๆ

 ส่วนขงจื้อ มีดังนี้

ขงจื้อ (จีน: 孔子 ; อังกฤษ: Confucius ; ภาษาไทยมีเรียกกันหลายชื่อ เช่น ขงฟู่จื่อ ขงจื่อ คงฉิว หรือ คงซ้งนี) (ตามธรรมเนียม, 8 กันยายน 551 ปีก่อน ค.ศ. - 479 ปีก่อน ค.ศ.) เป็นนักคิดและนักปรัชญาสังคมที่มีชื่อเสียงของจีน คำสอนของขงจื๊อนั้น ฝังรากอิทธิพลลึกลงไปในสังคมเอเชียตะวันออกมาเป็นเวลาถึง 20 ศตวรรษ หลักปรัชญาของขงจื๊อนั้นเน้นเกี่ยวกับศีลธรรมส่วนตัว และศีลธรรมในการปกครอง ความถูกต้องเหมาะสมของความสัมพันธ์ในสังคม และ ความยุติธรรมและบริสุทธิ์ใจ

(อ่านเพิ่มเติมที่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B9%8A%E0%B8%AD )

 และ เล่าจื้อ มีดังนี้

ผลงานที่สำคัญที่สุดของเล่าจื๊อคือ "คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง" ซึ่งมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมของประเทศจีนอย่างมาก โดยภายในคัมภีร์นั้น มีเนื้อหาในด้านปรัชญาบุคคล ความกลมกลืนต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จนไปถึงปรัชญาการเมือง

 จากการตีความ คำว่า "เต๋า" ในคัมภีร์ มักจะหมายถึง มรรค หรือ หนทาง (The way) หรือ ธรรม ซึ่งมีความหมายกว้างๆและมักตีความหมายในแนวเป็นไปตามธรรมชาติ การกระทำที่สอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋าใดๆ จะสามารถบรรลุมรรคผลได้โดยง่าย เล่าจื๊อเชื่อว่า ควรหลีกเลี่ยงความรุนแรงต่างๆเท่าที่จะเป็นไปได้

 ถึงแม้ว่าเล่าจื๊อจะไม่ได้ปลูกฝังวัฒนธรรมหยั่งลึกได้เทียบเท่ากับ ขงจื๊อ ในอารยธรรมจีน แต่ท่านก็ยังเป็นที่เคารพนับถือโดยทั่วไป ทั้งแนวความคิดและการปฏิบัติตามหนทางแห่งเต๋า

 (อ่านเพิ่มเติมที่ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B9%8A%E0%B8%AD )

 จาก 1 ศาสนา กับ 2 นิกายสิ่งที่รวมกันจนเป็นเนื้อเดียวที่ต่อเนื่องมาเป็นพันปี เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอินเดีย ที่ต่อเนื่องมาเป็นพันปีเช่นกัน

 (จากวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ นั้น เช่น อียิบโบราณ เปอร์เซียโบราณ โรมัน กรีก เผ่ามายา เป็นต้น พวกนี้ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ตายไปแล้ว เพราะไม่ได้ต่อเนื่องถึงปัจุบัน)

 กลับมาเข้าเรื่องลูกจีน แต่เป็นคนไทย อย่างคุณและผมดีกว่าครับ ถ้าเราได้ศึกษาพุทธศาสนาของไทย คือ หินยาน ได้เข้าใจถึงแก่นกลางคำสอน คือ การเดินสายกลาง ไม่เบียดเบี่ยนผู้อื่น มีศิล 5 เป็นปฐม ก็จะทำให้ชีวิตส่วนตัวอยู่ได้อย่างพอเพียง เมื่อนำวัตรปฏิบัตรมาร่วมกับ วัฒธรรมจีนที่เรามีอยู่ในเลือดอยู่แล้ว คือ ความกตัญญูเป็นที่ตั้ง นับถือผู้ที่ควรนับถือ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ (อู่ตั๋ว อู่โซ้ย) อ่านคนตลอดเวลา (โท้ยนั๊ง อู่เท้าโล้ว) ก็จะทำให้ชีวิตของเรายิ่งสมบรูณ์มากขึ้นไปอีก

 

สำหรับผม ผมบอกได้เลยว่าคุณเป็นพุทธ มากกว่าบนบัตรประชาชน โดยดำเนินชีวิตตามครรลองธรรมเนียมจีนนิยม ผ่านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่รอบตัวคุณ เพียงแต่เป็นพุทธมหายาน ซึ่งแกนคำสอนก็มีเนื้อหาเช่นเดียวกับ หินยานนั้นเอง

 ถ้ามีบทความต่อ ผมจะมาต่ออีกครับ

 ผมขอนำความคิดเห็นผม ไปเป็นบทความใน Blog ผมด้วยละกันครับ

 

สวัสดี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
no_body วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 02.10 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body

มาตามให้ไปอ่านตอน 2 ครับ
ความคิดเห็นที่ 7
psty วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/prasityoo

พุทธไทย ยึดถือแนวทาง "เถรวาท" คือยึดถือว่าพระพุทธเจ้า มีพระองค์เดียว เมื่อพระอานนท์ทูลถาม
ก็ทรงมีพระดำรัสตอบว่า เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน ให้ยึดเอาพระธรรมเป็นศาสดาแทนพระองค์
....จึงเรียกว่า "เถรวาท"

สำหรับพุทธจีน ยึดแนวทาง "มหายาน" คือยึดถือว่าพระพุทธเจ้า มีหลายพระองค์ เมื่อพระองค์หนึ่งดับขันธ ก็จะมี
อีกพระองค์หนึ่งมาตรัสรู้ใหม่ จึงรวมทั้งมีพระโพธิสัตว์หลายองค์ที่รอตรัสรู้ ใครบำเพ็ญเพียรมากพอ ก็จะมีโอกาส
ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้

รายดละเอียดติดตามหาได้ใน "ตามรอยพระพุทธเจ้า" ครับ

ความคิดเห็นที่ 6
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 13.58 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ขอเชิญทั้งพุทธมหานิกายและมหายาน ร่วมสนับสนุนพุทธศานาเป็นศาสนาประจำชาติครับ

http://www.oknation.net/blog/ruarob/2007/05/31/entry-1
ความคิดเห็นที่ 5
ต.ต. วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/tuting

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมครับ

คุณ Narka ขอบคุณที่ได้อธิบายเพิ่มเติม ทำให้แตกความคิดได้มากขึ้นอีก มาเยี่ยมกันใหม่นะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 12.28 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้และเผยแพร่ ก็มีศาสนาเดียว นิกายเดียว
ในสมัยนั้นไม่มีปริยัติ มีแต่ปฏิบัติและ ปฎิเวธ
ปริยัติ มาเกิดในสมัยหลังที่มีการสังคายนาพระไตรปิฏกเกิดขึ้น
ช่วงหลังหินยานหรือเถรวาทจึงแตกตัวไปเป็นมหายานสี่สิบกว่านิกาย
ส่วนหินยานก็น่าจะมีร่วมๆยี่สิบนิกาย
จะนิกายไหนก็พุทธด้วยกันทั้งนั้นแหละ พุทธมากพุทธน้อยก็ว่ากันไป
แต่อยากจะให้ข้อมูลว่า สมัยพระพุทธเจ้า ไม่มีปริยัตินั้น หมายถึงเขาปฏิบัติกัน ไม่ใช่มาอ่านคัมภีร์ เพราะคัมภีร์ยังมีตัวตนอยู่คือพระพุทธเจ้า
เมื่อสิ้นพระพุทธเจ้า คัมภีร์จึงเป็นเสมือนตัวแทนคำสั่งสอนของท่าน
แต่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่แยกระหว่างพระ กับ ฆาราวาส
เฉพาะพระต้องปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐานโดยการยึดธุดง์13และขันธวัตร14 เป็นเครื่องมือทรมาณกาย
และยึดกรรมฐาน40 เป็นเครื่องมือทรมาณใจ
เมื่อปฏิบัติตามเครื่องมือนี้ได้แล้วจึงจะได้ ปฎิเวธ คือเป็นพระอาริยะตั้งแต่โสดาบันขึ้นไปได้
หากรูปใด นิกายไม่เป็นไปตามนี้ อาจได้เพียงฤทธิ์ทางโลกียะ
หาได้สำเร็จเป็นพระอาริยะสงฆ์แต่อย่างใดไม่
ทางโลกุตละธรรมแทบจะมีทางเดียวคือสายอรัญวาสีหรือพระป่า ที่ไปได้เร็วที่สุดและมีพระอาริยะบุคคลมากทางสายนี้
ไปสืบดูแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 3
sat11 วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 11.47 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
“You may fool all the people some of the time, you can even fool some of the people all of the time, but you cannot fool all of the people all the time.”

พุทธเชื้อสายจีน วิถีชีวิตทั้งไทยและจีนปนๆกันไป...ธรรมเนียมปฏิบัติของจีนจะมีข้อห้าม รายละเอียดเยอะ...บางทีก็ทำไม่ถูกหลักนัก
ความคิดเห็นที่ 2
no_body วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 03.05 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body

ผมขอขอบคุณเช่นกันที่แวะเข้าไปเยี่ยม blog ผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้แสดงความคิดเห็นที่มีค่ายิ่ง
เรียนตามตรงหลังจากได้อ่านความคิดเห็นของคุณ Tuting ผมก็รู้สึกทึ่งเป็นอย่างยิ่งในความรู้ที่ลึกซึ้งทางด้านศาสนาและวัฒนธรรม ของคุณ Tuting หากเป็นธรรมเนียมชาวบู้ลิ้มแล้วผมคงต้องขอคารวะสุราหลายจอกอย่างแน่นอน
ความคิดเห็นของคุณ Tuting เป็นเสมือนคำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับสิ่งต่างๆที่ผมได้เล่าออกไป จึงน่าจะทำให้ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กับเรา เข้าใจและยอมรับได้ง่ายขึ้นครับ
ยินดีที่ได้สนทนาด้วยเช่นกันครับ
ความคิดเห็นที่ 1
รักน้องพิณ วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 00.51 น.
http://www.oknation.net/blog/gio



แสดงความเห็นกันหน่อยเร็ว
http://www.oknation.net/blog/gio/2007/07/04/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31