พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดี บทความนนี้ เป็นความคิดเห็นของผมที่ได้ลงไว้ที่ http://www.oknation.net/blog/no-body/2007/07/05/entry-1 ของคุณ no_body ผู้อ่านกรุณาไปอ่านที่ blog ดังกล่าวก่อน เรื่อง ศาสนาประจำชาติ (ตอนที่ ๒) เพื่อความต่อเนื่องครับ และหากมีคำที่รุ่นแรงไป ต้องขออภัยไว้ที่นี้ด้วย คำเตือน ความคิดต่ำกว่าเด็ก ๑๐ ขวบ ต้องมีผู้ปกครองแนะนำในการอ่าน (ติดเรต ฉ สะด้วย)
ผมกลับมาอ่านบทความนี้ เป็นครั้งที่ ๒ แล้วได้ข้อสรุปว่า ความรู้ ปัญญา และ ศิลธรรม ยังห่างไกลกับสังคมนี้มากนัก
สังคมนี้ยังยึดติดกับการถือผี ถือไฟ ดังมนุษย์หินฟิลต์สโตน วู วา ดู ปา ดู้ แล้วใช้ตีนเปล่าปันพื้นให้รถหินวิ่งไปข้างหน้าด้วย
ไม่อยากใช้คำหนักๆ เช่น งมงาย ดักดาน โง่ ดันทุรัง แล้วที่บ้าหนัก คือ ยังยึดมั่นถือตัวเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันยังอยู่ในตัวมนุษย์อยู่มากนัก คนเช่นบัวในตม ก็เป็นดังว่า เป็นคนกลุ่มใหญ่ และเป็นเหยื่อของพวกเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว คือ พวกนักการเมืองที่มันโกงบ้านกินเมือง อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ที่สำคัญมันสามารถทำให้พวกบัวใต้ตมเป็นสาวกถาวรได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดูจากเหตุการณ์ปัจจุบันก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าเป็นพวกใหน
น่าสงสาร พวกบัวใต้ตมพวกนี้มาก และไม่ควรถือสา เพราะว่าโดยความเป็นจริงของจิตใจแล้ว คนพวกนี้ ถือได้ว่าเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก แต่ขาดหรือยังมีปัจจัย ๔ ไม่เพียงพอเหมาะสมกับชีวิตมาตราฐานในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัย ๔ นี้ ต้องสร้างมาจาก ความรู้ และ ปัญญา เพื่อที่จะสามารถรักษาสิ่งที่ควรมีแก่พื้นฐานชีวิตให้ถาวรได้
ไอ้พวกนักการเมือง และข้าราชการ มันกดขี่คนพวกนี้ไว้ใต้อุ้งตีน มานานมาก การไม่ได้รับความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงเป็นจุดเสียเปรียบทางสังคมมายาวนาน นานจนเขาคิดว่าตัวพวกเขาเองเป็นอีกชนชั้นหนึ่ง ที่แตกต่างและต่ำต้อยกว่าคนในเมืองใหญ่ เสียเปรียบกว่าทุกประตู และรู้สึกถึงการขาดการดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐตลอดมา ซึ่งเราเองเป็นคนเมือง ต้องทำใจให้เป็นกลางก็จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นนี้
๕ ปี ที่ผ่านมา จึงไม่แปลก ที่บ้านเมืองถึงได้ฉิบหายวายวอด เกิดความแตกแยกทางความคิดเป็นหลายฝ่าย จนยากที่จะประสานให้กลับมาเหมือนเดิมได้ เพราะคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร (พูดอย่างกับใน แฮรี่ พร็อตเตอร์ ที่พูดถึง ลอร์ดโวลเดอมอร์ อิอิ แต่ในที่นี้ที่ไม่พูดถึงไม่ใช่กลัวเหมือนใน แฮรี่ แต่ไม่อยากเอ่ยให้เป็นเสนียดแก่ผู้อ่านทุกคน ) มันสามารถเข้าถึงจุดความต้องการของคนกลุ่มดังกล่าวได้ และเข้าได้อย่างถึงกลางใจ ด้วยโครงการประชานิยมต่างๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน, ๓๐ บาท ตายเกินครึ่ง โรงพยาบาลเจ๊ง, ทุนเรียนหวย บ้านเอื้ออากู และ ฯลฯ ซึ่งสังเกตุได้ว่า มันจะเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ปัจจัย ๔ เป็นหลัก ทำให้คนใต้ตมที่กล่าวไว้ รู้สึกได้ว่าได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งก็ไม่แปลกที่เกิดความคิดที่ว่า ให้มันโกงไปเถอะไม่เป็นไร เพราะมันเอามาให้เราด้วย เราได้ด้วย พอเกิดเหตุ ๑๙ กันยา ๔๙ แล้วไม่มีเหตุการณ์รุ่นแรง ไม่ไดล้างบางด้วยปืนกันตั้งแต่ต้น แต่เป็นการล้างหน้าไพ่กันด้วยกฏหมาย และลงลึกในรายระเอียดมากกว่าทุกยุค ที่มีการปฏิวัติ ที่ผ่านมา แต่ก็มีการยุบรังจอมมารลงไปได้ ซึ่งก็ไม่แปลกอีก ที่จะมีคนอีกกลุ่มที่ต่อต้าน ที่ต้องการให้บ้านเมืองมันรุกเป็นไฟ และ ถอยหลังเข้าคลอง โดยการปลุกระดมพวกบัวใต้ตมมาเป็นไพร่พล ด้วยวิธีการเลวบัดซบ
การใช้กฏหมายในการล้างบางครั้งนี้ จะลึกและรุนแรงในระยะยาว ซึ่งผมประเมินเองว่า ตัวหัวโจกและอาจจะมีบางคนรวมอยู่ด้วย จะกลับมาได้ก็เป็นผงเข้ามาเท่านั้น ผมเชื่อว่าอย่างนั้นจริงๆ โดยไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น แต่ประเมินจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา และกำลังดำเนินไปอยู่
กลับมาเรื่องศาสานา คือ เงิน ของคุณ no_body ได้สรุปไว้นั้น เนื้อหาทั้งหมดข้างต้น ผมขอตอบโจทย์ของคุณ ที่จะสามามรถ ทำให้ คน ที่แปลว่ายุ่ง มาเป็นมนุษย์ ที่สมบรูณ์ ได้ ก็ต้องมีการส่งเสริม ให้คนกลุ่มใหญ่ที่ขาดโอกาสในสังคมนี้ ได้รับความรู้ การศึกษาที่ดีพอ และ มีศิลธรรมกำกับในจิตใจ ก็จะมีประชากรที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญ มีความสมานฉันท์อย่างแน่นแฟ้น และช่วยให้ประเทศนี้เจริญก้าวหน้า อย่าพอเพียง ตามรอยพระบาท ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้อย่างไม่ยากนัก
อย่าบอก ว่าทำไม่ได้หรอก แต่คุณต้องทำก่อน โดยเริ่มจากตัวเองนี้แหละ อย่าก่อปัญหาที่มีอยู่มากแล้วในสังคมนี้ให้เพิ่มขึ้น และช่วยคนอื่นเท่าที่จะช่วยได้โดยตัวเองไม่เดือดร้อน ลดความเห็นแก่ตัวลงให้มาก เผื่อแผ่คนอื่นๆ เท่าที่จะทำได้บ้าง และนำความรู้ที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ ให้กับสังคมนี้ให้เต็มที่ เท่านี้ เราก็ทำให้ประเทศชาติ เจริญก้าวหน้าได้แล้ว
สวัสดี |
| พิธีซ้อมใหญ่วันสุดท้าย พระราชพิธีทอดกฐิน ทางชลมาส | ||
อาจารย์นพดล จากคาร์เมราต ได้ให้โอกาสผมเข้าไปถ่ายงานซ้อมใหญ่วันสุดท้าย พระราชพิธีทอดกฐิน ทางชลมาส มาครับ ขอบคุณอาจารย์มากครับ |
||
|
View All |
||