พิมพ์หน้านี้
|
(ตอนที่ 4 และสุดท้าย)
แก่นของปชต. น่าจะคือ การออกกฎหมาย และ การวางแผนพัฒนาประเทศ ส่วนผู้บริหารนั้นไม่น่าใช่แก่นเลย มีหน้าที่เพียงบริหารประเทศให้ได้ตามแผนฯโดยอยู่ในกรอบของกฎหมาย ดังนี้แล้วหากเราสามารถมีกระบวนการออกกฎหมายที่ดี และมีการวางแผนพัฒนาประเทศที่ดีแล้วไซร้ เราอาจจ้างนักบริหารมืออาชีพที่ไหนก็ได้มาบริหารประเทศ ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง หรืออาจไม่ต้องเป็นคนไทยด้วยซ้ำไป
แต่ขณะนี้เราไปยึดติดกับผู้บริหารมากเกินไป คิดผิดไปว่านี่แหละคือแก่นของปชต. ยกอำนาจในการกำหนดแผนและนโยบายในการพัฒนาประเทศให้เขาเสียอีก ทั้งที่คนพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีทักษะในการบริหาร การวางแผน ไม่รอบรู้และไม่มีข้อมูลเพียงพอในการวางแผนด้วยซ้ำไป คิดแล้วน่าหวาดเสียวที่ทำไมเราวางใจให้อนาคตชาติไว้กับคนพวกนี้มากถึงขนาดนั้น เพียงเพราะได้ชื่อว่าเป็นระบบประชาธิปไตยแบบฝรั่งเท่านั้นหรือ
ที่ผ่านมาคนไทยเราถูกจำกัดกรอบการคิดเพียงแค่ว่าต้องมีพรรคการเมืองแบบตะวันตกจึงจะเป็นปชต.ได้ ยิ่งมีน้อยแบบสรอ. เท่าไรก็ยิ่งดี (สองพรรค) คิดได้แต่เพียงว่าจะถ่วงดุลอำนาจกัน เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างก็เลวด้วยกันทั้งนั้น จึงต้องถ่วงดุลกันเพื่อลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด แต่ ปชต.แบบภูมิปัญญาไทยระบบนี้คิดตรงข้ามว่าผู้แทนแต่ละคนมาเสริมความดี ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ ถ่วงดุลความชั่ว แบบปชต. ฝรั่ง
น่าสังเกตว่ารูปแบบปชต.ฝรั่งนั้นสอดคล้องกับความเชื่อในหลักศาสนาของพวกเขาที่ว่ามนุษย์ทุกคนมี บาปดั้งเดิม (original sin) มาแต่กำเนิด ระบบปชต.ของเขาจึงสะท้อนความเชื่อนี้ด้วยการสร้างระบบแบบถ่วงดุลบาป แต่ไทยเราเชื่อตามหลักศาสนาพุทธว่ามนุษย์ทุกคนมีบุญญาบารมีและความบริสุทธิ์แห่งตนเท่าเทียมกันหมดมาแต่ดั้งเดิม (original saint? จิตเดิมแท้ จิตคือพุทธะ) หรืออีกนัยหนึ่งมีความประภัสสร (เจิดจ้า) ฝังอยู่ในแก่นชีวิตของทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงควรสร้างระบอบปชต. ที่เสริมความดีกัน มากกว่าการคานความเลวแบบฝรั่ง น่าจะทำให้ระบบของเราไปได้โรจน์เร็วกว่าเอาระบบฝรั่งมาใช้
ปัญญาชนไทยไม่พึงยึดติดรูปแบบ ปชต.ตต. อย่างปิดตาย วิวัฒนาการของปชต.ตต.นั้นหากวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นได้ว่า นับแต่กรีกโบราณมาถึงยุโรปยุคปลายนั้น อุดมการณ์ดั้งเดิมไม่ได้สูงส่งเลย เป็นเพียงระบอบที่สร้างขึ้นมาเพื่อรอมชอมผลประโยชน์เพื่อความอยู่รอดเท่านั้น ตอนหลังมาได้แรงหนุนจากนักปรัชญาการเมืองในยุคฟื้นฟู (renaissance) แบบตามน้ำ จึงทำให้ดูสูงส่ง แม้กระนั้นระบอบดังกล่าวในภาพรวมก็ได้นำความเลวร้ายมาสู่โลกนี้อย่างมห้นต์ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติเช่น นำสู่การเกิดสงครามโลกสองครั้ง สงครามเกาหลี เวียตนาม และการล่าอาณานิคมซึ่งยังคงส่งผลกระทบให้เกิดการรบพุ่งกันทั่วโลกจนทุกวันนี้ (เช่น พม่ากับชนเผ่าต่างๆ อาฟริกา ตะวันออกกลาง) ซึ่งถือว่าด้อยกว่าระบบกษัตริย์โบราณเสียอีก เช่น รัฐบาลพระเจ้าอโศกมหาราชที่ก่อให้เกิดสันติภาพกว้างใหญ่ไพศาล และขณะนี้รัฐบาลปชต.ประเทศอารยตะวันตกก็มีมติแล้วมติเล่าให้หามาตรการเอาเปรียบประเทศเล็กประเทศน้อยตลอดเวลามิใช่หรือ
ระบบประชาธิปไตยแบบใหม่ที่นำเสนอนี้สอดคล้องกับลักษณะนิสัยของสังคมไทย ซึ่งจะทำให้การเมืองมีประสิทธิภาพ ขจัดการโกงกิน และได้คนเก่งคนดีเข้าไปทำงานทั้งในส่วนบริหารและนิติบัญญัติ สมดังพระราชปณิธานแห่งองค์ในหลวง ประเทศไทยสมบูรณ์มั่งคั่งแบบพอเพียง
ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องสถาปนาระบบการปกครองประเทศที่ประชาชนชาวไทยมีส่วนร่วมแบบใหม่ เลิกตามอย่างระบบของตะวันตกแบบไม่ลืมหูลืมตาเสียที เพราะระบบนั้นไม่สอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ ย่อมไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความสุขและความเจริญอย่างแท้จริงได้
----------------------------------จบบริบูรณ์
|
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||