พิมพ์หน้านี้
|
ผมสงสัยมานาน 20 ปีแล้วว่าทำไมเมืองไทยระยะหลังนี้จึงมีปริมาณ ประชากรที่มีความต้องการทางเพศไม่สอดคล้องกับอวัยวะเพศแห่งตน (ตพ.มอ ขอบัญญัติคำย่อแบบนี้ก็แล้วกัน) ถ้ามีการสำรวจสถิติทั่วโลก ผมเชื่อว่าประเทศเราจะมี ตพ.มอ. สูงที่สุดในโลกเมื่อคิดเป็นต่อหัวประชากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการครูอาจารย์ ยิ่งวงการอาจารย์ในมหาลัยยิ่งมีมากที่สุด (ซึ่งไม่รู้ว่าน่าดีใจหรือน่าเป็นห่วง) ลักษณะเด่นที่ผมสังเกตเห็นบุคคลกลุ่มนี้ เอาเฉพาะพวกมีอวัยวะเพศเป็นชาย คือ 1.การใช้ภาษาด้านวาจาจะเก่งกว่าค่าเฉลี่ย 2. อารมณ์รุนแรงกว่าค่าเฉลี่ย เช่น รักใครก็รักมาก เกลียดก็เกลียดมาก 3. ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล โดยเฉพาะเวลาเกลียดอะไร หรือใคร มักเกลียดแบบไม่มีเหตุผล 4. ความยั้งคิด อดกลั้น ด้านคุณธรรมจะต่ำ โดยเฉพาะถ้าเกิดความต้องการทางเพศจะทำอะไรที่น่าบัดสีได้หมด 4.1 นักศึกษามาฟ้องผมว่า เห็นอจ. ตพ.มอ. 2 คน ต่างกรรมต่างวาระกัน หิ้ว นศ. ที่เป็นป่าเดียวกัน ขึ้นห้องพัก กลางดึก เมากรึ่มด้วยกันทั้งสองฝ่าย โดยไม่แคร์ต่อสายตาของนศ.จำนวนมากที่จับจ้องอยู่ 4.2 ได้รับทราบข้อมูลว่า พอมีนศ. ป่าเดียวกันเข้ามาใหม่ บรรดา คณาจารย์ ตพ.มอ. ต่างก็แย่งกันเพื่อเป็นอจ.ที่ปรึกษา ถึงขั้นเคยรักกันกลายมาเป็นเกลียดกันเนื่องจากแย่งเด็กกัน อารมณ์ทางเพศมันครอบงำจนลืมวิญญาณความเป็นครูกันไปหมดเลย หวังแต่จะอึ๊บเด็นนักศึกษา (หลักฐานตามข้อ 4.1) ตัวผมนี้แปลก ไม่รู้ว่าทำกรรมใดมาแต่ปางก่อน เพราะมักเป็นที่รังเกียจของพวก ตพ.มอ. ทั้งที่ผมไม่เคยพูดด้วย หรือ สนิทสนมกับพวกเขาแม้แต่คนเดียว มีอยู่สองคน (จากทั้งหมดประมาณ 20 คนในสถาบันที่มีอจ.ประมาณ 250 ) ที่ผมไม่เคยคุยด้วยเพราะไม่มีธุระอันใดก่ายซ้อนกันสักที แต่เดินสวนกันทีไรผมก็ทักทายก่อนเสมอ ค้อมหัวให้ ยิ้มเล็กน้อย และกล่าวคำว่า สวัสดีครับ ทำอยู่อย่างนี้หลายครั้งเป็นเวลาครึ่งปี เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะสบตา และกล่าวสวัสดีตอบสักครั้ง กลับทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เห็น ดังกับว่าผมเป็นแมลงหรือจิ้งจกข้างทางกระนั้น ทั้งที่ผมแก่กว่าเขาทั้งสอง 10 ปี จากนั้นผมก็เลยหมดอารมณ์ สวนกันทีไรผมก็แกล้งมองดิน มองเพดาน มองทิศตรงข้ามเล่น ไม่อยากทักทายให้เปลืองการเผยอปากอีกต่อไป แต่อย่างไรเสียผมก็อดสังเกตไม่ได้ว่าทำไมประเทศไทยจึงมี ตพ.มอ. มากขึ้นทุกที หลายคนรายงานว่านักเรียนในโรงเรียนมัธยมในกรุงและหัวเมืองทุกวันนี้มี ตพ.มอ. ประมาณ 15% ของนักเรียนชายทั้งหมด ทราบข่าวว่าในรร.ทหาร (นายร้อย นายเรือ) ก็มีพวกนี้หลุดเข้าไปสูงมากๆ (โหย...ต้องแก้ผ้าอาบน้ำหมู่ด้วยกัน ...คงสบายตาเขาหละ) เรื่องนี้มันหมายความว่าอย่างไร และจะมีนัย(ยะ)สำคัญต่อประเทศไทยอย่างไรต่อไปในอนาคต ปล... 1. ผมไม่ได้มีอคติอะไรกับ ตพ.มอ. เพียงแต่ตั้งคำถาม 2. ตพ.มอ. ไม่ใช่ของใหม่ มีมาอย่างน้อยแต่พุทธกาล ซึ่งเรียกขานกันว่า บัณเฑาะว์ ซึ่งทรงห้ามถือบวชในบวรพุทธศาสนา คงด้วยเพราะเหตุว่าพวกนี้มีอารมณ์เพศรุนแรงผิดปกติ อาจมาสร้างปัญหาเรื่องเพศให้กับผู้ถือบวชได้ . . twiity...สัพเพเหระ twitty2...การศึกษา twitty3...กู้ชาติ |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||