พิมพ์หน้านี้
|
กรณี ฆ่าตัดตอน ไอ้แบงค์ ที่ถูกฆ่าด้วยกระสุนถึง 50 นัด ในขณะอยู่ในระหว่างการมอบตัวและอยู่ในอารักขาของตำรวจ ภายหลังจากที่เขาถูกกล่าวหาว่า ฆ่าตำรวจไปสามคน ได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก มีทั้งฝ่ายที่ด่าตำรวจ และด่าไปแบ๊งค์ พาดพิงไปถึงพ่อแม่ลูกเมียของคู่กรณี นับว่าเป็นคดีที่ตวัดอารมณ์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในความเห็นผม การวัดระดับการพัฒนาของประเทศที่ชัดเจนที่สุดคือ การวัดความยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม และความเห็นสาธารณะชนต่อกระบวนการนั้น ผมสังเกตมานานกว่า 20 ปีว่า สาธารณชนไทยมักสะใจกันเป็นส่วนมากที่เห็น ผู้ต้องหา หรือ ผู้ต้องสงสัย ถูกวิสามัญ หรือ ตัดตอน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม กรณีไอ้แบ๊งค์ เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างเท่านั้น กรณีอื่นก็เช่น การฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ ในยุครัฐบาลทักษิณด้วยข้อสงสัยว่าค้ายาเสพติด นับเป็นการฆาตกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย (ฆ่ามากกว่าสฤษดิ์ฆ่าคอมมิวนิสต์ มากกว่าถนอมประภาสฆ่านักศึกษาเดือนตุลา) แต่คนไทยส่วนใหญ่กับปรบมือให้ด้วยซ้ำไป และมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้น้อยมาก หลักการสากลที่พัฒนามานานแล้วถือว่า ไม่ว่าโจรจะเลว หรือ ครอบครัวเขาจะเลวอย่างไร เขาก็มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีเท่าเทียมกับเราทุกคน ถ้าพิจารณาว่าผิดจริงถึงค่อยลงโทษ คราวนี้จะลงโทษให้สาหัสทารุณอย่างไรก็ยังได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้แน่ชัด 100% ว่าผิดจริง จึงค่อยว่ากัน นั่นคือวิถีทางของผู้เจริญแล้ว วกกลับมาเรื่องเฉพาะหน้าของเจ้าแบ๊งค์ (ซึ่งผมไม่ได้ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด) ยังมีประเด็นที่น่าคิดได้อีกมากมาย เช่น - จู่ๆ โจรคนเดียวจะไปฆ่าตำรวจดีๆสามคนพร้อมๆกัน มันคงไม่ง่ายและไม่มีแรงดลใจมากพอ จึงน่าคิดถึงแรงบันดาลใจอื่น เช่น ตำรวจกับโจรเป็นเพื่อนสนิทกัน (เพียงตั้งข้อสงสัย ไม่ได้กล่าวหา) หากินด้วยกัน แล้วตำรวจค้ากำไรเกินควร เรียกส่วนแบ่งมากเกินไปและมานานแล้ว จนโจรแค้นใจมาก จึงจัดการเสียในขณะที่ตำรวจตายใจ (ถ้าไม่ตายใจเพราะสนิทกันคงฆ่าไม่ได้ทีเดียวสามศพหรอก) - ถ้าโจรด้วยกันมาฆ่าตัดตอนกัน ถามว่ามันตามมาถูกได้ไงว่ากำลังอยู่ ณ สถานที่นี้ซึ่งหากไกลถิ่นเดิมมาก โดยเฉพาะกำลังอยู่ในอารักขาของตำรวจด้วยซ้ำ แล้วทำไมต้องยิงถึง 50 นัด จนพรุนไปหมด สัญชาติโจรที่มาฆ่าตัดตอนคนในอารักขาตำรวจ มันต้องรีบยิง แล้วรีบหนีไปโดยเร็ว เวลาทุกวินาทีมีค่า แต่โห นี่มันใช้เวลายิงตั้ง 50 นัด เสียงปืนดังลั่นไปทั่ว แล้วตำรวจที่อารักขามาไม่ได้ยินเลยหรือ แล้วโจรพวกนี้ ไม่มีหรอก ที่จะใช้ปืนลูกซองมายิง ถ้าเป็นโจรจริงมันต้องเป็นพวก 11มม. .357 .38 หรือ อาวุธสงครามไปเลย การใช้ลูกซองมายิงมันเป็นการจงใจเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน เพื่อให้จับมือใครดมไม่ได้ โจรพวกนี้มันไม่ใช้ปืนลูกซองในการฆ่าหรอก - พิรุธอีกอันที่สำคัญคือ การที่ตำรวจเอาประวัติครอบครัวของเจ้าแบ๊งค์มาเผยต่อสาธารณชน เพื่อชี้นำว่า ไอนี่มันเลวทั้งโคตร สมควรแล้วที่มันถูกยิงตาย อย่าไปสงสารมันเลย มาช่วยกันสะใจดีกว่าที่คนเลวคนหนึ่งได้ถูกฆ่า ทำให้แผ่นดินไทยสูงขึ้นอีกหน่อย การทำเช่นนี้ถ้าเป็นในประเทศที่พัฒนาแล้ว และถ้าอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล อาจเข้าข่าย หมิ่นศาล ได้ทีเดียว เพราะเป็นการให้ข่าวเพื่อหวังเปลี่ยนรูปคดีด้วยการโน้มน้าวความเห็นของสาธารณะชน ทำนองว่า ไอ้นี่พ่อแม่มันเลว พี่มันก็เลว ดังนั้นมันก็ต้องเลวด้วย สมควรแล้วที่มันตายไป ไม่ว่าด้วยฝีมือใครก็ตาม โอย...งานผมมีมากมาย ยังทำไม่เสร็จ แต่อดใจไม่ไหว เลยขอเขียนสักหน่อย ด้วยหวังว่าอาจช่วยทำให้ประเทศไทยสุดที่รักของผมได้พัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เป็นอารยะมากขึ้น อย่างน้อยไอ้แบ๊งค์จะได้ไม่ตายฟรี วิญญาณของมันได้ทำประโยชน์ให้สังคมบ้าง ความดีของบทความนี้ถ้าจะมีอยู่บ้างขออุทิศเป็นอานิสงส์ต่อดวงวิญญาณไอ้แบ๊งค์และตำรวจที่ต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร ไม่ว่าสาเหตุแห่งการจบชีวิตจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม อโหสิ แต่ไม่ลืม |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||