พิมพ์หน้านี้
|
จ. อุบล คืนแรกผมไปนอนที่อุบลราชธานี เมืองดอกบัว (แต่มองหาดอกบัวไม่เจอสักดอก) เมืองนี้มาเป็นครั้งที่สี่เห็นจะได้ เมืองที่หลวงพ่อชามาตั้งรกรากประกาศศาสนาที่แพร่ไปทั่วโลก มาครั้งแรกก็เพื่อกราบหลวงพ่อเมื่อสักนานมากแล้ว ที่ได้พบคือหลวงพ่อในสภาพที่หมดสภาพ ลูกศิษย์เข็นรถเข็นที่ท่านนั่งคอพับมาให้กราบ เสมือนหนึ่งท่านจะมาสอนอย่างเป็นรูปธรรมว่า สังขารไม่เที่ยง ขนาดอาตมายังเดี้ยงได้แบบนี้ แล้วสูเจ้ากิเลสหนาเป็นปื้นจะเหลืออะไร ดังนั้น จงดำรงชีวิตต่อไปด้วยความไม่ประมาทเถิด อ.วารินชำราบ และ อ.เมืองอุบล เป็นเมืองแฝด ที่กั้นไว้ด้วยสะพานข้ามแม่น้ำมูล ดูเหมือนว่าวารินจะใหญ่กว่าเมืองอุบลเสียอีก โดยเฉพาะตลาดเช้าที่เราชื่นชอบ ตลาดสดวารินใหญ่สะอาดกว่าอุบลประมาณ 3 เท่าเห็นจะได้ ส่วนความหลากหลายทางอาหารการกินนั้นวารินกินขาด มาคราวนี้เราเลยบายพาสตลาดเช้าอุบลไปทีวารินดีกว่า ไม่ผิดหวังครับ...มีปลาจากแม่น้ำมูลมาวางขายให้ยลโฉมและถ่ายรูปมากมายหลายพันธุ์ เช่น ปลาเบี้ยว (กลางเรียกคางเบือน) น้ำเงิน เนื้ออ่อน (สามพี่น้องท้องเดียวกัน) คัง แข้ โจก (ตะโกก) แปบ หมู สร้อยนกเขา กด กระสูบขีด กระสูบจุด ขะแหยง เราถ่ายรูปติดแฟลตแสงกระจายวูบวาบเสียจนเรียกคนดูได้เป็นฝูง แม่ค้าก็แสนใจดี ยกปลาขึ้นชูให้เราถ่ายแบบยิ้มแย้มแจ่มใส นี่ถ้าเป็นในกทม. เราคงโดนด่าหาว่าไปแย่งเวลาค้าขายไปแล้วสิ สำหรับปลาขนาดยาว (แต่ไม่ใหญ่) ก็มีให้น่าพิศวงคือ กราย ตองลาย สลาด (สามพี่น้องตระกูลทอดมัน) ยาวเป็นสองศอก น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก นับว่าปลามูลเราหลากหลายกว่าปลาแม้น้ำโขงเสียอีก ที่ร้านอาหารตามแพริมโขงมักเอามาหลอกขายให้นักท่องเที่ยวจากกทม. ในบริบทของต้มยำ ผัดฉ่า ลวกจิ้มรูปแบบต่างๆ ซึ่งโดยแท้แล้วกลายเป็นปลาเลี้ยงในกระชังจากแถวปทุมธานีนี่เอง (ซึ่งนักท่องเที่ยวก็หลอกคนขายโดยที่ทำเป็นสร้างภาพดจร.ว่ามาจากกทม. ทั้งที่ก็มาจากนนทบุรี ชลบุรี สมุทรปราการนี่เอง) นอกจากนี้ยังมีเขียดเป็นๆ กระโดดหยองแหยงอยู่ริมขอบกระด้ง ที่จับมาจากนา คนซื้อรายหนึ่งยืนยันด้วยความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมวิจารณ์ว่าเป็นเขียดนาจริงๆ ...ฮ่วย ใครมันจะแหวกแนวขนาดเลี้ยงเขียดต้วเล็กๆเท่าหัวนิ้วก้อยขายก็คงต้องให้รางวัลนวัตกรรมการทำบาปกันบ้างหละ เพราะกินแต่ละมื้อต้องทำบาปต้มเขียดเป็นๆกันหลายสิบต้ว สู้กินสันในวัวสักชิ้นยังฆ่าชีวิตไปเพียง 0.01 ตัวเท่านั้นเอง บาปน้อยกว่ากันเยอะเลยนะ ส่วนผักพื้นบ้านก็ตามฟอร์มอีสานยุคโลกาวิบัติ หาได้แสนยาก แม้แต่พื้นๆอีสาน เช่น สายบัว กระจอง สันตะวา ผักหนาม หน่อโจด กูด ก็ไม่โผล่มาให้เห็น สำหรับโปรตีนคนยากพื้นบ้านมาตรฐานอีสานก็พอมีให้เห็น เช่น ไข่มดแดง ไข่แม่เป้ง แมลงแมงต่างๆ ทั้งที่ทอดมาแล้วและที่กำลังไต่ขอบกระด้งยั้วเยี้ย กรณีสินค้าพิเศษ เช่น ชมพู่ ฟักแม้ว ปลาไหล ไดโนเสาร์ ไม่เห็นมีขาย ทั้งที่ได้ข่าวว่าเมืองนี้ก็นิยมเลือกตั้ง (เอ๊ยซื้อ) สินค้าทั้งสามนี้อยู่ อนิจจังวัตตะสังขารา ชาติหน้าขอท่านสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่ไหลได้ ว่ายได้ และเลื้อยคลานได้ จงชาญฉลาด อย่าได้เกิดมาเป็นคนเลยนะท่าน โดยเฉพาะเกิดเป็นคนไทยภายใต้รัฐบาลสิงสาราสัตว์ที่ไร้จิตสำนึกยิ่งกว่าผักพื้นบ้านเสียอีก |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||