พิมพ์หน้านี้
|
ความเห็นผมกรณีธงชาติและทักษิณ ผมเองไม่ค่อยจะยึดติดสักเท่าไรหรอกกับสัญลักษณ์ (เช่น ธง) เพราะผมมักสนใจเนื้อหามากกว่ารูปแบบ แต่เมื่อกฎหมายกำหนดไว้ว่าห้ามแต่งเติมธง ก็ต้องเคารพกฎหมาย และว่าไปแล้วการเคารพธงชาติ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้จะเป็นการยึดติดในรูปแบบ ก็ไม่ได้เป็นการยึดที่เลวร้ายอะไรนัก พออนุโลมกันได้อยู่ แต่การที่มีคนนำเอาคำว่า THAKSIN ไปติดไว้แล้วเอาไปแขวนในสนามบอลอังกฤษนั้น ผมเห็นว่ามีประเด็นที่ยังไม่ได้คิดกันอีกบางประการ ประเด็นแรก คุณทักษิณอ้างว่าประดาแฟนๆฝรั่ง เขาทำกันเองโดยท่านไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ซึ่งผมเห็นว่าแฟนบอลเขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะการจะเอาอะไรไปติดในสนามได้นั้น ต้องขออนุญาตเจ้าของสนาม และต้องเสียเงินด้วย เช่นดังบรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลาย ซึ่งคงเสียมากพอดู เป็นหมื่นเป็นแสนบาทนั่นเทียว คงไม่มีแฟนบอลคนไหนคลั่งไคล้นายกสโมสรขนาดยอมเสียเงินมากมายเพื่อเอาอะไรไปติดแบบนี้หรอก ยิ่งติดตรงกลางสนามแบบนี้คู่กับป้ายสโมสรเลย ราคาจะแพงที่สุด และแม้จะมีคนรักท่านมากขนาดนั้นก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่าต้องเอาธงชาติไปติด เพราะปกติวิสัยฝรั่งอังกฤษนั้นเขาไม่ได้เคารพรักในความเป็นชาติไทยของเราอยู่แล้ว กลับดูถูกเสียอีกด้วยซ้ำว่าเป็นชาติด้อยพัฒนาที่เกือบเคยเป็นเมืองขึ้นเขามาแล้ว การที่คนชาติด้อยพัฒนามาซื้อทีมของเมืองเขาก็ถือว่าอัปยศหาน้อยไม่อยู่แล้ว คงไม่มีใครคิดมาตอกย้ำความอัปยศนี้ด้วยการกระทำเช่นนี้เป็นแน่ สอง ถ้าจะว่าเป็นผู้บริหารสโมสรเอาไปติด (เพื่อเอาใจประธานบอร์ด นายใหญ่) ก็คงไม่ใช่อีก เพราะคุณทักษิณบอกเองว่า แฟนบอลเขาทำกันเอง สาม เลยต้องวิเคราะห์ว่าที่ทำแบบนี้คงเพราะคนต้นคิด (ชะรอยจะเป็นคนชื่อเดียวกับที่ถูกซัดทอดว่ายิงดาบยิ้ม) ต้องการสื่อมายังคนดูในเมืองไทย (ผ่านการถ่ายทอดโทรทัศน์) ว่า แม้ฝรั่งเมืองผู้ดียังรักและเทิดทูนทักษิณปานนี้ (ดังนั้นคนไทยซึ่งเทิดทูนฝรั่งก็ควรต้องเทิดทูนทักษิณมากกว่านั้นอีกสิบเท่าสิ) อีกทั้งการทำเช่นนี้ทำให้ธงไตรรงค์ของไทยโบกสะบัดไปทั่วโลกด้วยการถ่ายทอดผ่านช่องโทรทัศน์ต่างๆ เท่ากับเป็นการโฆษณาประเทศไทยฟรีๆ นับเป็นบุญคุณของทักษิณที่มีต่อประเทศไทยเป็นเอนกอนันต์ ซึ่งคนไทยทุกคนควรสำนึกให้มากว่าไม่มีคนไทยคนไหนทำได้แบบนี้ ผมรู้ทันทักษิณมานานก่อนใครๆ ครับ ตั้งแต่ท่านเริ่มตั้งพรรคการเมืองเมื่อ พศ. ๒๕๔๓ (ไม่เชื่อไปอ่านบทความเก่าๆของผมดูนะครับ) สิ่งที่ผมทำนายไว้เมื่อ ๒๕๔๓ ไม่ผิดสักข้อ โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การเสนอหรือแก้กฎหมาย ครั้งนี้ผมก็เลยพยายามรู้ทันอีกครั้ง ไม่ทราบจะถูกหรือผิดประการใด สรุปคือผมว่าเราไม่ควรโยงประเด็นนี้ไปเกี่ยวกับสถาบันหรืออะไรเลย มันเป็นเพียงความเบาปัญญา และหนักอีโก้ ชั่วแล่น อันเป็นปกติวิสัยของท่านผู้นั้นมากกว่า ถ้าจะเกี่ยวโยงกับสถาบันก็เป็นเพียงความบังเอิญหรืออย่างมากก็เป็นแค่ปัจจัยรอง แม้ผมจะไม่ชอบทักษิณสักเพียงไร ผมก็ให้ความเป็นธรรมกับเขาเสมอ ไม่เคยปรักปรำอะไรเขาเกินกว่ากรณี อย่างไรเสียก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์กัน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น
|
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||