พิมพ์หน้านี้
|
คณะนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง ได้เสนอมาตรการเร่งด่วนที่รัฐควรดำเนินการดังนี้ 1..2 ..3.จัดการสอนครอบครัวศึกษาแทนหลักสูตรเพศศึกษาในระดับมัธยมศึกษา (ข่าวตัดจากคมชัดลึก) ซึ่งเรื่องสอนเพศศึกษานี้ผม...นายริบหรี่...ได้ออกมาต่อต้านไว้นานแล้ว ดังตอนหนึ่งของบทความที่ผมได้เขียนไว้นานหลายปีแล้วดังนี้ครับ สอนเพศศึกษา..อายหมามันบ้าง สังคมไทยกำลังเห่อฝรั่งในทุกเรื่อง แม้แต่ในเรื่องของการสืบพันธุ์ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราก็มีความสามารถตามสัญชาติญาณไม่แพ้ชนชาติใดในโลกมาแต่ดึกดำบรรพ์ (ว่าไปแล้ว หมูหมากาไก่มันก็สืบพันธุ์ได้ดีไม่แพ้มนุษย์ทุกเผ่า) ขณะนี้ก็กำลังเห่อจะให้สอนวิชาเพศศึกษากันมากๆอย่างเปิดเผยเหมือนดังในระบบการศึกษาของฝรั่ง (เลียนแบบเขาแบบไร้สมองตรองคิดอีกตามเคย) โดยมองกันแต่ในแง่ดี และมักมองไม่เห็นข้อเสียกันบ้างเลย ใครๆก็ไม่กล้าออกมาคัดค้านกระแสอันแสนศิวิไลซ์นี้ เพราะกลัวจะถูกพวกหัวก้าวหน้ารุมกินโต๊ะว่าเป็นพวกไดโนหลังเขาเต่าล้านปี สังเกตดูจากรายการสอนเพศศึกษาในโทรทัศน์แล้วน่าสยดสยองมาก เพราะนอกจากจะเป็นรายการในเวลาดึกมากแล้ว ยังโจ่งแจ้งและเป็นการชี้นำตามสไตล์ฝรั่งไม่มีผิด เวลาดึกๆนั้นเยาวชนของชาติไทยเราควรต้องเข้านอนได้แล้ว..เพื่อเอาแรงไว้เรียนหนังสือในวันรุ่งขึ้น..เพื่อเป็นอนาคตอันสดใสของชาติ ไม่ใช่เอามาถ่างตาดูรายการเพศศึกษาปนการชี้นำแบบนี้ แถมสปอนเซอร์รายการเป็นบริษัทขายถุงยางอนามัยอีกด้วย ยิ่งชี้นำกันเข้าไปอีกซ้ำสอง ส่วนใหญ่การชี้นำของวิทยากร (ที่มักเป็นแพทย์...หมอลามกผู้น่าเชื่อถือ) จะบอกว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือผิดปกติ เพียงแต่ขอให้ป้องกันการตั้งท้องและการติดโรคเป็นพอ (ใช้ถุงยางของสปอนเซอร์) รายการเพศศึกษาพร่ามัวมั่วซี้ซั้วแบบนี้เท่ากับช่วยส่งเสริมให้เยาวชนชายหญิงร่วมเพศระหว่างกันโดยไม่จำเป็นมากขึ้น กล่าวคือร่วมเพศโดยไม่ต้องการสืบพันธุ์ สร้างปัญหาส่วนตัว ปัญหาครอบครัว(พ่อแม่) และปัญหาสังคม ปัญหาชาติ ตามมาให้แก้เป็นระลอก น่าแปลกใจว่าสังคมไทยในอดีตไม่ได้สอนเรื่องเพศศึกษาเหมือนเดี๋ยวนี้ แต่ปัญหาทางเพศที่เกิดขึ้นในอดีตกลับมีน้อยกว่าปัจจุบันมาก ดูเหมือนว่ายิ่งเรียนรู้มากเท่าใดก็ยิ่งเกิดปัญหามากขึ้นเป็นเงาตามตัวมากเท่านั้น แทนที่จะช่วยลดปัญหา เพราะยิ่งรู้ก็ยิ่งอยากลองวิชาก่อนวัยอันควร ก็ยิ่งเกิดปัญหามากตามมา สมัยก่อนเขาไม่รู้ก็เลยไม่กล้า..กลัวท้องโตแล้วจะอายสังคมเขา และการไม่ร่วมเพศก่อนวัยอันควรก็ไม่เห็นจะทำชาติย่อยยับอับจนตรงไหน การรักนวลสงวนตัวไม่ดีตรงไหน แต่ทุกวันนี้เกิดกระแสและแรงกดดันในบรรดาวัยรุ่นว่า การรักนวลสงวนตัวเป็นเรื่องเชย...น่าสงสัยมากเหลือเกินว่าเป็นการจุดกระแสโดยพวกบริษัทผลิตถุงยางอนามัยหรือไม่ หากคิดด้วยสมองจริงๆ (ไม่ใช้อารมณ์มากเกินไป) การสอนเพศศึกษาในตัวหลักวิชาของมันเองนั้นไม่ใช่ความเลวร้ายอะไรนัก เช่น สอนว่ากระบวนการเจริญพันธุ์เกิดขึ้นได้อย่างไรในร่างกายของเรา โดยอาจสอนแบบบูรณาการไปกับการสอนกระบวนการเจริญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดสอนในรายวิชาเพศศึกษาเป็นการเฉพาะ เพราะจะหลีกเลี่ยงการชี้นำไปด้วยในตัวได้ยากมาก ถามว่า..หมูหมากาไก่มันต้องเสียเวลาและงบประมาณมาสอนเพศศึกษากันไหม แต่ก็ไม่เคยเห็นมันเกิดปัญหาเรื่องเพศ เพราะสัตว์จะร่วมเพศกันเท่าที่จำเป็นเพื่อสืบพันธุ์เท่านั้น ไม่ทำกันพร่ำเพรื่อแบบมนุษย์ เราคนแท้ๆทำไมต้องมาสอนกันแบบนี้ด้วย ไม่อายสัตว์บ้างหรือไร ปัญหาเรื่องเพศเพียงเล็กน้อย..ที่เกิดขึ้นจากการไม่รู้เรื่องเพศศึกษาของคนกลุ่มน้อย เราใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเฉพาะกิจได้ไหม ไม่น่าต้องนำมาเป็นข้ออ้างในการใช้งบประมาณแก้ปัญหาแบบเหวี่ยงแหทั่วประเทศ โดยตามอย่างฝรั่งอีกตามเคยเหมือนทุกเรื่องทุกปัญหาของประเทศนี้...น่าสมเพชประเทศไทยของเราจริงๆ
|
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |