|

หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เริ่มเคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ น. เพื่อกดดันให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ลาออก โดยการเคลื่อนขบวนเป็นไปอย่างสงบ และทางตำรวจได้เปิดทางให้ผู้ชุมนุมประท้วง ผ่านจุดสกัดต่างๆ เข้าไปปิดถนนพิษณุโลก บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลได้ ตั้งแต่จุดสกัดด้านสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หรือ ด้านวัดเบญจมบพิตร ด้านแยกนางเลิ้ง และด้านแยกสวนมิสกวัน รวมถึง ด้านแยกเทวกรรม ตามลำดับ 
ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจ ในปัจจัยการเมืองของไทย ว่าประชาชนสามารถใช้สิทธิในการชุมนุมประท้วงได้อย่างสงบ โดยที่ภาครัฐไม่ใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างอารยประเทศ นอกจากนี้ ยังได้มีข่าวลือสำคัญในห้องค้าหลักทรัพย์ฯ ซึ่งดันการซื้อขายกลับเข้ามาอย่างหนาแน่น ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยเฉพาะข่าวลือว่า นายสมัคร สุนทรเวช จะลาออก ส่งผลทำให้ดัชนีหลังเปิดตลาดในช่วงบ่าย พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอยู่ในแดนบวก โดยปิดตลาดวันนี้ ดัชนีอยู่ที่ ๗๖๘.๙๐ จุด บวกขึ้น ๒๖.๔๔ จุด หรือปรับขึ้น ๓.๕๖% มูลค่าการซื้อขาย ๒๑,๙๑๙ ล้านบาท ดัชนีเอ็มเอไอ ปิดที่ ๒๕๑.๕๓ จุด บวกขึ้น ๒.๐๗ จุด หรือปรับขึ้น ๐.๘๓% มูลค่าการซื้อขาย ๘๙ ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ ปตท. , ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม , บ้านปู , ไทยออยล์ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ ๒,๕๓๙ ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ ๑,๓๖๕ ล้านบาท และ นักลงทุนทั่วไป ซื้อสุทธิ ๑,๑๗๔ ล้านบาท 
|